เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Ch3: โลก 1

Ch3: โลก 1

Ch3: โลก 1


"ทำไมวันนี้ช้านักวะ?" เฉินซู่ตงถาม เขาวิ่งไปหนึ่งเมตรต่อหน้าหลี่เฉิงอี้ โดยยังคงเด้งและขยับร่างกายอยู่ตรงจุดนั้น

"ฉันตื่นสายนิดหน่อยว่ะ เมื่อคืนฝันร้ายเลยนอนไม่หลับ" หลี่เฉิงอี้พ่นหายใจออก

"ช่วงนี้แกฝันร้ายทุกวัน ไม่ดีนะเว้ย หลังจากวิ่งไปไม่กี่รอบก็ทำเป็นหายใจไม่ออก อ่อนแอเกินไปหรือเปล่าวะ?" เฉินซูตงแสดงการเล่นด้วยนิ้วชี้และรอยยิ้มลามก

"ฮ่าๆๆๆ ไม่ว่าแกจะโง่แค่ไหนก็เถอะ แต่จะทำตัวงี่เง่าแบบนี้ตลอดได้ยังไงวะ แกสอนฟิตเนสนะเว้ย คุยกับนักเรียนตัวเองตลอดทั้งวัน และยังจะกล้าที่จะคุยกับฉันแบบนี้อีกด้วย" จิตใจของหลี่เฉิงอี้ไหลรินข้อมูลเกี่ยวกับเพื่อนที่อยู่ตรงหน้าเป็นชุดๆ และทำให้เริ่มพูดอย่างเป็นธรรมชาติ

"แล้วฉันกำลังคบหาใครอยู่รึเปล่า แกเข้าใจไหมว่าจรรยาบัญทางวิชาชีพคืออะไรเข้าใจคุณค่าทางอารมณ์มั้ยเนี่ย ถ้าลงทะเบียนเรียนกับฉัน แกจะไม่ใช่แค่มีร่างกายที่ดีแต่จะยังรู้สึกถึงความรักและความห่วงใยที่ขาดหายไปนานด้วย!" เฉินซูตงพูดอย่างไร้ยางอาย เขาตอบพร้อมงอนิ้วของเขา

"แกมันมืดมนจนฉันทนไม่ไหวแล้วเว้ย หลินซางอยู่ไหนเนี่ย?" หลี่เฉิงอี้ถาม

ตามความทรงจำก่อนหน้านี้พวกเขาทั้งสามออกกำลังกายด้วยกันมาตลอดสิบปีที่ผ่านมา มีการเปลี่ยนแปลงอะไรซักอย่างรึเปล่าเนี่ย

"โน้น คุยกันอยู่โน่น เฉินซูตงชี้ไปออกไปไกล "เธอขอให้เราล่วงหน้าไปก่อน เดี๋ยวซักหน่อยจะตามมา"

ใต้ร่มเงาต้นไม้ เด็กสาวสวมชุดกีฬารัดรูปสีเขียวอ่อนกำลังพูดคุยกับชายและหญิงหลายคนที่มีอายุใกล้เคียงกัน เธอเป็นเด็กสาวที่ไว้ผมหางม้าสูง--ผมดำเป็นมันเงา ผิวขาว เธอดูสดใสและเข้ากับคนง่ายมาก ยิ้มเป็นครั้งคราวเมื่อพูด

"เอาล่ะ" หลี่เฉิงอี้ถอนสายตาแล้วถาม "วิ่งมะ?"

"เอ้อ"

ทั้งสองคนเดินเคียงข้างกันไปตามรันเวย์สีแดงในสวนสาธารณะด้วยความเร็วที่ไม่มาก

"แกไม่ได้เคยบอกว่าแกส่งเรซูเม่มาก่อนเหรอ? การหางานเป็นอย่างไรบ้างวะ?" เฉินซูตงถามอย่างเป็นกันเอง

"ยากชิบ" หลี่เฉิงอี้ต้องการพูดคุยมากกว่านี้ เพื่อให้ความทรงจำที่คลุมเครือในใจเขาชัดเจนยิ่งขึ้น

"เฮ้ย ยากขนาดนั้นเลยเหรอวะ? พี่สาวแกก็อยู่นี่? ขอความช่วยเหลือจากเธอหน่อยสิ เธอคงมีวิธีฝากงานให้หรืออะไรสักอย่างแหละ" เฉินซูตงพูดอย่างไม่ใส่ใจ

"ฉันไม่อยากขอความช่วยเหลือว่ะ" หลี่เฉิงอี้ส่ายหัวเบาๆ "แกก็รู้ว่าเราสองคนมีความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่นี่นา"

"ไม่ว่าจะแย่แค่ไหนก็ยังเป็นพี่น้องกันเว้ย ถ้าแกจะยอมลดอีโก้ลงบ้างแกจะได้รับโอกาสมากกว่าคนอื่นๆ รึปัญหาคืออะไรล่ะ?" เฉินซูตงไม่เห็นด้วย

"ไว้ค่อยคุยกันทีหลัง ฉันคิดว่ามันยังโอเคที่จะพึ่งพาตัวเองตอนนี้" หลี่เฉิงอี้ยิ้ม "อย่างที่รู้ ฉันไม่ได้มีความทะเยอทะยานมากขนาดนั้น ไม่ได้อยากจะรุ่งโรจน์และความมั่งคั่งอะไรนักหรอก ฉันแค่อยากมีชีวิตที่เรียบง่ายว่ะ"

"ไร้สาระว่ะมึง" เฉินซูตงยิ้มเยาะ "ฉันคิดว่าแกโง่เพราะพี่สาวขี่คอแกอยู่ ทุกวันนี้ยังมีคนที่ไม่อยากก้าวหน้าในหน้าที่การงานด้วยเหรอ ถ้าแกพูดแบบนี้ ผู้คนจะหัวเราะตายห่า"

"ฉันไม่ใช่คนชอบแข่งขันนี่หว่า นี่อาจเกี่ยวข้องกับบุคลิกของฉันด้วย" ขณะที่หลี่เฉิงอี้พูด ความทรงจำในใจของเขาค่อยๆ รวมเข้ากับเจ้าของร่างคนเดิม อารมณ์ ความรู้สึก และมุมมองมากมายในสองช่วงชีวิตผสานเข้ากับสัมผัสของประโยคนี้อย่างนุ่มนนวล

"แล้วหลินซางล่ะ แกไม่สนใจเธอมาตลอดจริงดิ?" เฉินซูตงลดเสียงลงอีกครั้ง

"จริงเว้ย ฉันเคยล้อเล่นมาก่อนเรอะ" หลี่เฉิงอี้ส่ายหัว ถ้าจะมีใครสนในมันก็น่าจะเป็นเจ้าของร่างคนก่อนไม่ใช่เขา

พวกเขาทั้งสามอยู่ด้วยกันมาอย่างน้อยสิบปี

หลินซางไม่ใช่คนหน้าตาดี แต่เธอมีพลังและยังเด็กอยู่มาก และสำคัญคือเธอมีรูปร่างที่ดี ตอนที่พวกเขายังเด็ก หลี่เฉิงอี้และเฉินซูตงค่อนข้างจะกะโปโลกหน่อย แต่เมื่อพวกเขาโตขึ้นก็มุ่งเน้นไปที่การสำเร็จการศึกษาและการจ้างงานมากขึ้น ความคิดของเกี่ยวกับหลินซางจึงค่อยๆ จางหายไป

"เออ ถ้างั้นก็แค่มาช่วยฉันฟิตเนสคลับก็ได้นะ บ้านของฉันยังต้องการแผนกต้อนรับ" เฉินซูตงพูดติดตลกด้วยรอยยิ้ม

"เออ ถ้าแกพูดแบบนั้นแล้วก็อย่าลืมเหลือตำแหน่งไว้ให้ฉันด้วย" หลี่เฉิงอี้ทำตามคำพูดของเขาแล้วยิ้ม

ในบรรดาสามคนนี้ เจ้าของร่างคนเก่าจะมีอารมณ์ดีอยู่เสมอ อ่อนโยนมาก ไม่แข่งขันกับผู้อื่น และมักจะหลีกเลี่ยงการทะเลาะวิวาทกับผู้อื่น ดังนั้นเฉินซูตงจึงรู้ด้วยว่าหลี่เฉิงอี้จะไม่โกรธอะไรกับการล้อเล่นแบบนี้

"เฮ้ เซียวอี้ ตงจื่อ ช่วยฉันหน่อย" ในเวลานี้หลินซางโบกมือให้พวกเขาทั้งสองจากระยะไกล

ใบหน้าของหลินซางโดดเด่นมาก มีคิ้วคม ตาโต จมูกโด่ง และปากเล็ก ถ้าแค่แต่ละส่วนของหน้าตาก็พอใช้ได้ แต่เมื่อรวมทั้งหมดเข้าด้วยกันก็ทำให้รู้สึกแข็งทื่อ และแม้แต่รอยยิ้มก็ทำให้รู้สึกรู้สึกขนลุกซู่แปลกๆ ถ้าไม่ใช่เพราะรูปร่างอันแสนเช้งกะเด๊ะของเธอ ไอ้หน้าตาแบบนี้เหมาะจะเป็นผู้ชายมากกว่า (ถือว่าหล่อเลยล่ะ)

"เกิดอะไรขึ้น?" เฉินซูตงจูงหลี่เฉิงอี้ไปที่นั่น

"ช่วยยกเครื่องดื่มไปที่รถ" หลินซางชี้ไปที่กล่องเครื่องดื่มสีดำสองกล่องที่อยู่บนพื้น

ด้านหลังเธอมีชายและหญิงหลายคนที่เคยคุยกับเธอมาก่อนยืนอยู่

คนพวกนี้แต่งตัวดีอย่างเห็นได้ชัด ทั้งวัสดุที่ใช้และรูปแบบการตัดเย็บก็ทำมาอย่างปราณีตมาก มองแวบเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่สินค้าราคาถูก

"เครื่องดื่มของใคร?" เฉินซูตงถาม

"จะถามอะไรเยอะแยะ? แค่ทำตามที่ขอก็พอ" หลินซางดูไม่พอใจ

ก็เมื่อทั้งสามคนอยู่ด้วยกันเด็กผู้ชายอีกสองคนจะคอยปกป้องเธอและช่วยเหลือเธอเสมอนี่นะ มันไม่ใช่ครั้งแรกที่จะมีอะไรแบบนี้

"มันจะดีเร้อ.. มันเป็นธุระของเราเองนี่" ในบรรดาคนพวกนั้น ชายสวมหมวกมีแหลมพูดอย่างลังเล

"ไม่เป็นไรหรอกค่า มันเป็นเรื่องเล็กๆ นั้นที่ต้องช่วยเหลือกันนี่นา" หลินซางตอบด้วยรอยยิ้ม "ยังไงซะพวกเขาก็มาออกกำลังกายที่นี่ทุกวันอยู่แล้ว ไม่ได้หนักหนาอะไรหรอก ถือว่าออกกำลังกายไปในตัว"

"ถ้างั้นก็ขอบคุณนะหลินซางน้องสาวกับน้องชายทั้งสอง" ชายในหมวกมีแหลมกล่าวอย่างอ่อนโยน

ทีนี้ก่อนที่หลี่เฉิงอี้จะเคลื่อนไหวได้ เฉินซูตงเป็นคนแรกที่ขึ้นไปและเริ่มเคลื่อนย้ายสิ่งของ เมื่อเห็นว่าเขาไม่ขยับ เฉินซูตงก็ตบแขนเขาเบาๆ

'เป็นเพราะปัวเคยชินหรือเปล่า?'

หลี่เฉิงอี้พูดไม่ออกและเหลือบมองหลินซางซึ่งยืนอยู่ข้างๆ คนเหล่านั้นที่กำลังพูดอยู่ ใบหน้าของหญิงสาวแสดงความพึงพอใจกับคำเยินยอเล็กน้อยและความกระตือรือร้นที่จะรวมเข้ากับวงกลมนั้น ซึ่งเผยให้เห็นอย่างชัดเจนโดยตัดสินจากสายตาของเขา แม้ว่าเขาจะขมวดคิ้วแต่ก็ไม่ยากทักท้วงอะไร เพราะยังไม่อยากทำอะไรที่ขัดกับนิสัยของเจ้าของร่างคนเก่าตอนนี้ เขาสูดลมหายใจแล้วเดินตามเฉินซูตงเพื่อช่วยย้ายกล่องเครื่องดื่มจำนวนรวมห้าสิบกล่องรวดไปยังรถออฟโรดสีดำที่อยู่ไม่ไกล

รถจอดที่ทางเข้าสวนสาธารณะ

หลินซางไม่ได้กลับมาเพื่อร่วมออกกำลังกายด้วยกันแต่ขึ้นรถกับคนพวกนั้นเฉยแถมโบกมือให้เขาและเฉินซูตงเป็นการอำลา ชายที่สวมหมวกมีแหลมก็โบกมือเบาๆ ให้พวกเขาเหมือนยังกะเป็นหัวหน้าแล้วก็บอกว่า "ขอบคุณ เราคงจะมีโอกาสได้มาออกกำลังกายด้วยกันในโอกาสหน้า" โดยที่พวกเขายังไม่ได้เห็นหน้าค่าตาชัดๆ ตั้งแต่ต้นจนจบเนี่ยนะ ไอ้หมวกเป็ดตัวนี้มีอารมณ์ดีที่สุด ออกรถไปอย่างรวดเร็วพร้อมกับควันขาวทิ้งฝุ่นบางๆ ไว้รอบๆ

เฉินซูตงยืนอยู่ที่ทางเข้าสวนสาธารณะและถอนหายใจยาว

"มิสลินดูเหมือนจะพบเป้าหมายเล็กๆ แล้วว่ะ" เขาพึมพำ

"แล้วแกล่ะ?" หลี่เฉิงอี้ถาม

"ลูกชายของฉันจะสืบทอดมรดกของพ่อ" เฉินซูตงกล่าว"ทุกวันนี้สภาพแวดล้อมในการทำงานข้างนอกแย่มากนะ แกจะทำยังไง? ยอมกราบตีนพี่สาวจะดีกว่ามั้ง"

"แกไม่เข้าใจ" หลี่เฉิงอี้ส่ายหัว

"ก็ไม่เข้าใจจริงแหล่ะ สภาพแวดล้อมในปัจจุบันก็เป็นซะแบบนี้ การโค้งคำนับคนครอบครัวยังดีกว่าไปโค้งให้ต่อคนนอก" เฉินซูตงพ่นออกมา

หลี่เฉิงอี้ได้แต่เงียบ ไม่ตอบโต้อะไรอีก

ก็แค่วิ่งให้เสร็จ

กว่าเวลาครึ่งชั่วโมง เขาและเฉินซูตงคุยกันเยอะมาก

'ฉันมีความเข้าใจที่ลึกซึ้งและละเอียดมากขึ้นเกี่ยวกับความทรงจำที่มีรายละเอียดมากมายเกี่ยวกับเจ้าของร่างคนเดิมของฉัน'

'เมื่อฉันกลับถึงบ้าน พ่อแม่และพี่สาวของฉันไม่อยู่ที่นั่น' หลี่เฉิงอี้นึกถึงสิ่งที่หลี่เฉิงจิ่วพี่สาวของเขาพูดเมื่อวานนี้ว่าเธอจะพาแขกผู้มีเกียรติกลับบ้าน

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ลุกขึ้นเปลี่ยนเสื้อผ้า ดูนาฬิกาปลุกในโทรศัพท์แล้วเตรียมออกไปข้างนอก 'ฉันต้องไปมหาวิทยาลัยในเวลานี้' นาฬิกาปลุกอ่านว่าอาจารย์เฉินชาน

เมื่อหลี่เฉิงอี้เห็นชื่อครูสอนพิเศษดีๆ ที่เขาพบในวิทยาลัยบางอย่างก็เข้ามาในความคิดอย่างรวดเร็ว

ครั้งหนึ่งเขาเคยเป็นนักเรียนที่มีความโดดเด่นซึ่งอีกฝ่ายให้คุณค่าอย่างสูง แต่น่าเสียดายที่ครูสอนพิเศษของเขาแนะนำให้เขาเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยที่ดีกว่าเพื่อการศึกษาต่อที่ดีกว่า ในระหว่างค่ายฝึกอบรมเขามองเห็นขีดจำกัดของสติปัญญาอย่างแท้จริง คือความเข้าใจ ความเร็วในการคิดและการตอบสนองของเขาไม่สามารถตามทันบทเรียนได้ แม้แต่ในหมู่ผู้เข้าร่วมส่วนใหญ่ พวกเขาก็ยังอยู่อันดับล่างสุด ประกอบกับการทะเลาะวิวาทกับพี่สาวของเขาหลี่เฉิงจิ่วที่ทวีความรุนแรงขึ้นในเวลานั้น ซึ่งทั้งสองเหตุการณ์ทำให้เจ้าของร่างคนก่อนรู้สึกสิ้นหวังเกี่ยวกับอนาคตของเอกวิชาที่เรียนไปโดยไม่มีความหวังใดๆ เลย

ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาหลี่เฉิงอี้ก็ถูกโจมตีอย่างหนักและไม่สามารถฟื้นตัวได้ ในที่สุดฉันก็เรียนจบจากโรงเรียนในฐานะบัณฑิตศึกษาระดับปริญญาตรีธรรมดาและไม่ได้สอบระดับสูงกว่าปริญญาตรีด้วยซ้ำ

เมื่อดูบันทึกในโทรศัพท์ของเขา หลี่เฉิงอี้ก็สงบลง จากเมื่อวานถึงวันนี้ในที่สุดเขาก็มีเวลาที่จะเข้าใจโลกอย่างแท้จริง

ในยุคข้อมูลข่าวสาร วิธีที่ดีที่สุดในการทำความเข้าใจคือการมีสิ่งนี้อยู่ในมือ

เขาปิดบันทึกและเปิดเบราว์เซอร์บนโทรศัพท์มือถือของเขาแทน--จากนั้นค้นหาและเข้าสู่: แผนที่โลกทันที

คลิกป๋อม แถวใหญ่ของคำข้อมูลต่างๆ ได้รับการรีเฟรชบนหน้าจอโทรศัพท์

'แผนที่โลกล่าสุด'

'ดาวน์โหลดแผนที่ดาวเทียมทั่วโลกแบบ HD'

'แผนที่โลกเวอร์ชัน HD ขนาดใหญ่พิเศษ'

'แผนที่ทั่วโลกแบบ HD ระดับพรีเมียม'

แถวโฆษณายุ่งๆ ผสมกับภาพผู้หญิงสวยๆ ปะปนอยู่ข้างใน

มีตัวอักษรสีขาวมากมายบนพื้นหลังสีดำจนเขาไม่รู้ว่าจะเลือกอันไหน

'แค่เลือกอันหนึ่ง' หลี่เฉิงอี้ขยับมือของเขา พบลิงค์ธรรมดาที่สุดที่ไม่มีการตกแต่งใดๆ และคลิกไปที่มัน

หน้าจอโทรศัพท์ก็เปลี่ยนเป็นสีขาวทันที

สามพยางค์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นตรงกลาง: หอเหวินซิน

มุมขวาล่างด้านล่างคือระบบที่ใช้: ระบบกำหนดตำแหน่งดาวเทียม Yiguo Linglong (ยี่กั้วหลินหลง)

'ยี่กั้ว?' บางอย่างฉีกขาดในความคิด

ในไม่ช้า สีขาวบนหน้าจอโทรศัพท์ก็จางหายไปและถูกแทนที่ด้วยดาวเคราะห์สีฟ้าอ่อนขนาดมหึมา

มีแผ่นพื้นและพื้นที่มหาสมุทรอยู่บนโลกใบนี้ แต่สิ่งที่ทำให้หลี่เฉิงอี้ประหลาดใจมากที่สุดคือคำพูดขนาดใหญ่ที่ทำเครื่องหมายไว้ที่ใจกลางดาวเคราะห์——โลกและดวงจันทร์

ไม่ใช่แค่โลก!

แต่มันคือโลกและดวงจันทร์เหรอ!?

ความทรงจำที่เกี่ยวข้องของเขาในเวลานี้ปรากฏอย่างรวดเร็ว

หลังจากนั้นทันที ราวกับว่าความเร็วเครือข่ายได้รับการรีเฟรช ดาวเคราะห์ดวงเล็กกว่ามากก็ค่อยๆ ปรากฏขึ้นที่ด้านข้างของดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่เรียกว่าโลกและดวงจันทร์ ซึ่งเป็นดาวเคราะห์ดวงเล็กที่มีสีขาวอมเทา--ค่อนไปทางสีขาว

ดาวเคราะห์ทั้งสองดวงอยู่ติดกันอย่างแปลกประหลาด และระยะห่างระหว่างนั้นก็เหมือนกับโลกและดวงจันทร์ในชีวิตของโลกก่อนหน้านี้ของเขา

แต่ขนาดของดาวสีขาวนั้นใหญ่กว่าดวงจันทร์หนึ่งวงอย่างเห็นได้ชัด

---หึ่มมมม----

เชี่ย ขึ้นมาทำไมในเวลานี้วะ

แต่นั่นล่ะหน้าต่างป๊อปอัปข่าวสำคัญจะปรากฏขึ้นที่ด้านบนของโทรศัพท์โดยอัตโนมัติ

'เครื่องบินพิเศษของรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงไวท์สตาร์ เทเรซา โอลี มาถึงอย่างเป็นทางการที่โอกา เมืองหลวงของฮิลติสถาน และเริ่มวางแผนสำหรับการประชุมความมั่นคงระดับโลกสิบห้าวัน'

"เพื่อเป็นการตอบสนองต่อความเก่าและการพังทลายของอาคารขนาดเล็กในเขตเมืองเดิม กระทรวงการเคหะและการพัฒนาเมือง-ชนบทของเมืองอี้กัว ได้ออกประกาศสำคัญเพื่อซ่อมแซมและก่อสร้างบ้านเรือนที่อยู่ในเขตอันตรายระดับ 5 ตามการสำรวจ ระดับเพื่อให้แน่ใจว่าที่อยู่อาศัยและการใช้ชีวิตตามปกติของชาวเมือง'

'เขตเมืองซุยหยางได้เริ่มการวางแผนฟื้นฟูน้ำและไฟฟ้ารอบใหม่ ผู้นำเทศบาลเยี่ยมชมสถานที่ด้วยตนเองเพื่อแสดงความเสียใจอย่างจริงใจต่อครัวเรือนที่ต้องการความช่วยเหลือ และมอบกองทุนบรรเทาทุกข์ที่สอดคล้องกันแก่ครัวเรือนจำนวนน้อยที่ลำบากอย่างยิ่ง'

'เป็นที่เข้าใจกันว่าหลังจากการปรับปรุงตามแผนนี้ ครอบครัวมากกว่า 1,300 ครัวเรือนจะได้รับประโยชน์ ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการปรับปรุงรูปลักษณ์ของเมืองสุยหยางอย่างสมบูรณ์'

***************

คนแปล: โลกพัฒนาไปไกลขนาดนั้นยังอุส่าห์หาเครื่องเล่นเทปคลาสเซ็ทมาใช้จนได้แฮะ (เห็นในบทที่1) ไปซื้อมาจากไหนเนี่ย

จบบทที่ Ch3: โลก 1

คัดลอกลิงก์แล้ว