- หน้าแรก
- เพื่อการเอาชีวิตรอดฉันจำเป็นต้องแอ็กระบบเทพหลัก
- บทที่ 33.ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว
บทที่ 33.ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว
บทที่ 33.ในที่สุดก็ฟื้นแล้ว
“ศิษย์น้อง!”
“ศิษย์น้อง!”
ซ่งชิงเหวินกับอันซินช่วยกันยกหลินหยางออกจากเครื่องแล้วพามาวางบนเตียงเรียกเขาเบาๆ
หลินหยางยังคงหลับตาเบ้าตาลึกโบ๋ร่างกายอ่อนแรงดูราวกับไม่ได้พักผ่อนมาหลายวันหลายคืน
อันซินจับแขนของหลินหยางไว้เตรียมตรวจร่างกาย
แต่พอแตะชีพจรมุมปากเธอก็กระตุกขึ้นมาเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
ในจังหวะนั้นเองเธอเห็นซ่งชิงเหวินกำลังจะป้อนเม็ดยารักษาอาการให้หลินหยางจึงรีบห้ามไว้ทันที
“ศิษย์พี่เขาไม่ได้บาดเจ็บ!”
“อ่อนแรงขนาดนี้ยังไม่บาดเจ็บอีกเหรอ?”
ซ่งชิงเหวินลูบแก้มหลินหยางด้วยความเป็นห่วง
“เขาเป็น……”
อันซินอ้ำอึ้งเล็กน้อยก่อนจะหยิบเม็ดยาบำรุงจากกระเป๋ายัดเข้าปากหลินหยาง
“เขาแค่ไตพร่องเท่านั้น!”
“ไตพร่อง???” (ร่างกายอ่อนแรง)
ซ่งชิงเหวินอ้าปากค้างก่อนจะสังเกตเห็นว่ากางเกงของศิษย์น้องเปียกไปทั้งแถบแถมยังมีกลิ่นคาวลอยออกมา “เมื่อวานที่เกาะศิษย์น้องไปเจออะไรมากันแน่?”
หลังจากกินยาเข้าไปสีหน้าของหลินหยางก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจู่ๆเขาก็พึมพำออกมา
“เยวี่ยเหยา…มาอีกครั้ง!”
อันซินกับซ่งชิงเหวินสบตากันต่างพอจะเดาได้ว่าหลินหยางติดอยู่ในภาพลวงตาและในนั้นเขากำลังมีความสัมพันธ์กับไป๋เยวี่ยเหยาอย่างต่อเนื่อง
“ศิษย์น้องตื่นได้แล้ว!”
อันซินเขย่าตัวเขาเบาๆ
เสียงที่คุ้นเคยดังเข้าหูจากเลือนลางกลายเป็นชัดเจนหลินหยางลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็ว
ศีรษะมึนงงภาพตรงหน้าพร่าเลือน
ไม่นานเขาก็มองเห็นชัดทั้งสภาพแวดล้อมและใบหน้าที่ยิ้มอย่างดีใจสองใบหน้า
“ศิษย์พี่ใหญ่…ศิษย์พี่เจ็ด? ผมมาอยู่ที่นี่ได้ยังไงผมไม่ได้อยู่…”
พูดมาถึงตรงนี้สมองเขาสั่นสะท้ายวูบหนึ่งแล้วก็ได้สติเต็มที่
เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับไป๋เยวี่ยเหยาเมื่อครู่กลายเป็นเพียงความฝัน
ในฝันมีความสุขแค่ไหนความจริงก็ยิ่งทำให้ผิดหวังมากเท่านั้น
ตอนนี้เขาเกลียดฉินชวนเข้ากระดูกจนอยากกินเนื้อดื่มเลือดอีกฝ่ายให้สาแก่ใจ
“นายจำอะไรไม่ได้เลยเหรอ?”
อันซินตรวจชีพจรอีกครั้งถึงร่างกายยังอ่อนแรงแต่ในฐานะผู้ฝึกตนก็ถือว่าไม่เป็นอะไรมาก
ถ้าเป็นคนธรรมดาฝันแบบนี้คงต้องเตรียมงานศพแล้ว!
“ผมจำได้แค่ว่าจะไปฆ่าฉินชวนแล้วหลังจากนั้น…”
เรื่องต่อจากนั้นเขาจำไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว
ซ่งชิงเหวินถามต่อ “แล้วมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
หลินหยางสูดหายใจลึกกดความโกรธมหาศาลในใจลง
แล้วเล่าว่าเขาเห็นฉินชวนออกมาจากห้องของหยางเฟยเอ๋อร์และสภาพของเธอที่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อย
เล่าจนจบดวงตาเขาเต็มไปด้วยไฟโกรธความต้องการฆ่าฉินชวนยิ่งรุนแรงขึ้น
“สุดท้ายก็เป็นนักแสดงไร้ใจฉันเคยบอกอาจารย์แล้วว่าไม่ให้เฟยเอ๋อร์เข้าวงการแต่เขาก็ไม่ฟัง!”
อันซินพูดประชดสีหน้าแทบไม่เปลี่ยนเหมือนไม่แปลกใจเลย
ซ่งชิงเหวินกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
ถ้าตามที่ศิษย์น้องพูดหยางเฟยเอ๋อร์ก็กลายเป็นคนของฉินชวนแล้ว!
นั่นเท่ากับนอกใจ!
เพราะตั้งแต่เด็กพวกเธอถูกสอนว่าตัวเองเป็นคู่หมั้นของหลินหยาง
บรรยากาศเงียบงันไปชั่วครู่
ทุกคนยังตั้งรับไม่ทันกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อเนื่อง
ซ่งชิงเหวินครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนสั่งอันซิน
“บอกพี่รองให้จับเสี่ยวลิ่วไปขังที่ฐานลับถ้าไม่มีคำสั่งฉันห้ามใครพบเธอ!”
“ศิษย์พี่คนทรยศแบบนี้จะเก็บไว้ทำไมในความเห็นฉันควรฆ่าทิ้งเลยดีกว่า!”
น้ำเสียงของอันซินเย็นชาราวน้ำแข็งไร้อารมณ์
ในมุมมองของเธอการทำงานโดยใส่อารมณ์จะทำให้การตัดสินใจผิดพลาด
“ไม่ได้แม้แต่สวีรั่วซีก็ห้ามฆ่าพวกเธอยังมีประโยชน์ต่อศิษย์น้อง!”
ซ่งชิงเหวินไม่อธิบายมากเธอรู้ไม่ครบทั้งหมดแต่เคยได้ยินจากอาจารย์ว่าต้องมีทั้งแปดคนช่วยหลินหยางถึงจะมีโอกาสบรรลุมหาเต๋าขาดแม้แต่คนเดียวไม่ได้
แม้สวีรั่วซีจะทรยศ หยางเฟยเอ๋อร์เสียตัว แต่เพื่อเส้นทางของศิษย์น้องก็ยังฆ่าไม่ได้
ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือหาทางฆ่าฉินชวนให้ได้
ตราบใดที่ฉินชวนตายไม่ว่าจะเป็นสวีรั่วซีหรือหยางเฟยเอ๋อร์เธอก็มีวิธีดึงกลับมา!
หลินหยางนั่งอยู่บนเตียงอย่างเหม่อลอย
ก่อนลงจากภูเขาเขาเคยฝึกฝนมาหลายที่แม้แต่ยอดฝีมือระดับวิญญาณยุทธ์ขั้นต้นเขาก็รับมือได้สบาย
แต่ตั้งแต่ลงจากภูเขาเขายังไม่ทันเห็นหน้าศัตรูก็โดนเล่นงานจนเละ
เรื่องนี้เขารับไม่ได้
ถ้าอยากพลิกสถานการณ์มีทางเดียว
แววตาเขาแน่วแน่หันไปมองซ่งชิงเหวิน
“ศิษย์พี่ใหญ่ผมอยากเพิ่มพลังให้เร็วที่สุด!”
“ไม่ต้องห่วงฉันมีของดีบางอย่างให้นายใช้ก่อนส่วนที่เหลือนายต้องไปเอาเอง!”
ซ่งชิงเหวินถอนหายใจเบาๆจริงๆแล้วอาจารย์วางแผนไว้หมดแล้วเพียงแต่เกิดความคลาดเคลื่อนขึ้น
ระหว่างพูดเธอยื่นรายชื่อตระกูลใหญ่ในเมืองเจียงเป่ยให้หลินหยาง
“ทรัพยากรที่นายต้องการอยู่ในตระกูลพวกนี้ตอนนั้นพวกมันเคยช่วยตระกูลฉินกดขี่ตระกูลหลินเพราะงั้นไม่ต้องใจอ่อน!”
“ได้!”
หลินหยางกวาดตามองรายชื่อในนั้นมีตระกูลหวังที่เคยทำให้เขาเสียหน้ามีตระกูลไป๋ของไป๋เยวี่ยเหยาและยังมีตระกูลศัตรูรวมถึงตระกูลเว่ยเจ้าพ่อใต้ดินแห่งเจียงเป่ย!
“ไม่ต้องรีบร้อนร่างกายนายยังอ่อนแอพักสองวันก่อนให้เสี่ยวปากับเสี่ยวอู่ไปตามหาสวีรั่วซีต่อเราต้องจับตาความเคลื่อนไหวของฉินชวน”
ซ่งชิงเหวินวางมือบนไหล่เขาอย่างอ่อนโยน
“ได้ ผมฟังคำสั่งศิษย์พี่!”
หลินหยางรู้สึกเหนื่อยล้านอนลงและหลับไปอย่างรวดเร็ว
ติ๊ง! ท่านกระตุ้นความต้องการแข็งแกร่งของหลินหยางได้อย่างสมบูรณ์แบบ คะแนน +1000*10
ติ๊ง! ท่านทำให้หลินหยางมีชื่อเสียงในทางลบและกลายเป็นเป้าถูกดูถูกเพิ่มความยากในการฝึก คะแนน +500*10
ติ๊ง! ท่านทำให้หลินหยางและคนอื่นเกิดความบาดหมางกับหยางเฟยเอ๋อร์ คะแนน +200*10
ติ๊ง! ท่านแย่งคะแนนจากซ่งชิงเหวินและนางเอกอื่นๆ คะแนน+ 500
คะแนนปัจจุบัน 119883
ฉินชวนว่ายน้ำอยู่ในสระพอได้ยินเสียงระบบมุมปากก็ยกขึ้นเล็กน้อย
เขาเร่งความเร็วว่ายขึ้นมาที่ขอบสระทันที
ดาราหญิงชื่อดังสองคนถือผ้าขนหนูมาช่วยเช็ดตัวให้เขาแถมยังแกล้งลูบหน้าท้องเขาสายตาเต็มไปด้วยความหลงใหล
ฉินชวนเห็นไป๋เยวี่ยเหยาเดินมาแต่ไกลจึงโบกมือไล่สองคนนั้นออกไป
“คุณชายฉินตามที่คุณสั่งฉันพาอิ่งไปยังสุสานใต้ดินบนภูเขาอู่ซานแล้ว”
ไป๋เยวี่ยเหยาเดินเข้ามาอย่างสง่างาม
ตอนนี้เธอเปลี่ยนไปแล้วจากเดิมที่สวยใสตอนนี้เพิ่มความเหนือโลกเข้าไปอีก
“ในสุสานนั้นเป็นพ่อแท้ๆของหลินหยางจริงหรือ?”
“สุสานนั้นเป็นของปลอม”
ฉินชวนเดินไปนั่งบนเก้าอี้อาบแดดไป๋เยวี่ยเหยาส่งน้ำผลไม้ให้ทันที
“แต่จดหมายเป็นของจริงนี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนของหลินเซียวต่อไปเธอจะรู้เอง”
“ค่ะ!”
ไป๋เยวี่ยเหยาพยักหน้าแล้วรายงานต่อ
“อิ่งออกจากเจียงเป่ยแล้วจะให้คนตามไหม?”
“ไม่ต้องเธอมีงานอื่นต้องทำ!”
ฉินชวนเงยหน้ามองเธอพร้อมรอยยิ้มลึกลับแฝงความคาดหวังบางอย่าง