- หน้าแรก
- เพื่อการเอาชีวิตรอดฉันจำเป็นต้องแอ็กระบบเทพหลัก
- บทที่ 5.วันแต่งงานทีมาไวไปไว
บทที่ 5.วันแต่งงานทีมาไวไปไว
บทที่ 5.วันแต่งงานทีมาไวไปไว
ฉินชวนหลับตาเอนตัวพิงเบาะอย่างผ่อนคลายคิดถึงเนื้อเรื่องถัดไปในหัว
เดิมทีหลังจากหลินหยางโชว์เทพเสร็จก็จะนั่งรถของหวงอี้ซินตรงเข้าเมืองเจียงเป่ย
ที่นั่นเขาจะช่วยไป๋เยวี่ยเหยาที่เป็นรักแรกในวัยเด็กออกมาจากตระกูลหวังพร้อมประกาศการกลับมาของตัวเอง!
ตอนนี้แม้หลินหยางจะบาดเจ็บแต่ยังไงก็เป็นตัวเอกของวิเศษบนตัวมีเพียบ
ในเนื้อเรื่องเดิมไม่มีใครกดหลินหยางลงได้เลย!
“ไปตระกูลหวัง!”
ฉินชวนไม่อยากให้มีเรื่องแทรกคะแนนที่ควรได้เขาต้องเอามาให้หมด
“รับทราบ!”
โจวชิงพยักหน้าเล็กน้อยเหยียบคันเร่งรีบมุ่งหน้าเข้าเมือง
“มีอะไร?”
ฉินชวนลืมตาขึ้นเล็กน้อยเมื่อรู้สึกถึงสายตาของโจวชิงที่มองมาเป็นระยะ
หัวใจของโจวชิงเต้นเร็วขึ้นโดยไม่รู้ตัวรีบพูดว่า:
“นายน้อยสวีรั่วซีถามถึงความเคลื่อนไหวของคุณจะให้ฉันบอกเธอไหม?”
“แน่นอนบอกไปเลยว่าฉันเพิ่งใช้จรวดยิงใส่ศิษย์น้องเล็กที่เธอรักตอนนี้ไม่รู้เป็นหรือตาย!”
คนที่พวกเขาพูดถึง—สวีรั่วซี ก็คือศิษย์พี่คนที่สามของตัวเอก
มีความงามระดับล่มเมืองล่มแต่พรสวรรค์ด้านการฝึกฝนธรรมดา
ฝึกฝนมานานกว่าสิบปีก็แค่เหนือกว่าคนธรรมดาเล็กน้อย
แต่ตั้งแต่แรกอาจารย์ของพวกเขาก็ฝึกเธอเป็นแฮ็กเกอร์อย่างลับๆ
ในเนื้อเรื่องเธอคือแฮ็กเกอร์อันดับหนึ่งของโลกมีเครือข่ายข่าวกรองที่แข็งแกร่ง
แข็งแกร่งขนาดไหนน่ะหรือพูดแบบเว่อร์ๆคือแม้แต่มดตัวหนึ่งบนโลกก็สามารถตามรอยได้หมด
“รับทราบ!”
โจวชิงตอบพร้อมกับขับรถไปด้วยส่งข้อมูลไปด้วย
เมืองเจียงเป่ย วิลล่าหมายเลข 2 ฝั่งใต้เมือง
หญิงสาวในชุดนอนผ้าไหมสีชมพูผมยุ่งเล็กน้อยแต่ใบหน้างดงามเกินบรรยายเอนตัวอยู่บนโซฟาอย่างเกียจคร้านมือซ้ายถือโซดามือขวาถือโทรศัพท์กำลังไล่อ่านข้อมูลจากสายลับ
จู่ๆเธอก็เหมือนแมวโดนเหยียบหางกระเด้งลุกขึ้นจากโซฟา
มองข้อมูลบนมือถืออย่างไม่อยากเชื่อนิ่งไปพักใหญ่ก่อนพึมพำ:
“เป็นไปได้ยังไง! ศิษย์น้องมีพรสวรรค์ระดับสูงสุดฝึกเจ็ดปีเท่ากับคนทั่วไปฝึกเป็นร้อยปีเพิ่งลงจากภูเขาก็โดนฉินชวนยิงด้วยจรวดตายแล้วงั้นเหรอ?”
ดวงตาใสราวแก้วหดตัวทันที!
“เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทาง!”
แกร๊ก!
เธอบีบมือแน่นจนแก้วแตกเป็นเศษกระจกโซดากระเด็นไปทั่ว
ดวงตาเผยความเย็นเยียบรีบกดโทรศัพท์โทรออก
ไม่นานก็มีคนรับเสียงชายปลายสายฟังดูอ่อนแรงหายใจหอบ:
“ศิษย์พี่สาม?”
“ศิษย์น้องฉันเองเป็นยังไงบ้าง?”
สวีรั่วซีได้ยินเสียงคุ้นเคยในที่สุดก็โล่งใจ
“ผมไม่เป็นไรแค่บาดเจ็บนิดหน่อย……”
“ไม่เป็นไรก็ดีแล้วอยู่นิ่งๆเดี๋ยวฉันส่งรถไปรับต้องรีบไปตระกูลหวังในเมืองเจียงเป่ย!”
สวีรั่วซีเดินด้วยขาเรียวยาวไปที่คอมพิวเตอร์นั่งขัดสมาธิบนเก้าอี้ขนาดใหญ่นิ้วเคาะเบาๆหน้าจอขนาดใหญ่ก็ปรากฏภาพหนึ่งขึ้นมา
ในภาพเป็นหญิงสาวที่สวยไม่แพ้เธอข้างๆมีตัวหนังสือเล็กๆ: 5 กันยายน หวังป้าเทียนกับไป๋เยวี่ยเหยาแต่งงาน
จากนั้นเธอก็กดอีกสองครั้ง
ไม่นานก็ล็อกตำแหน่งของหลินหยางได้อย่างแม่นยำ!
“ตระกูลหวัง? ไปทำไม?”
หลินหยางถามอย่างงุนงง
“คนรักวัยเด็กของนายกำลังจะถูกบังคับให้แต่งงานกับลูกชายปัญญาอ่อนของตระกูลหวัง หวังป้าเทียน!”
สวีรั่วซีพูดอย่างจนใจเดิมทีศิษย์พี่รองเตรียมคนไว้รับหลินหยางแล้วแต่ใครจะคิดว่าเพิ่งลงเขามาก็โดนระเบิด
โชคดีที่ไม่ตาย
“เยวี่ยเหยา?”
แม้ผ่านโทรศัพท์ก็ยังสัมผัสได้ถึงความโกรธของหลินหยาง
“ใช่ รออีกไม่กี่นาทีคนไปรับจะถึงแล้ว!”
สวีรั่วซีถอนหายใจเธออยากช่วยไป๋เยวี่ยเหยามานานแล้วแต่ถูกอาจารย์ห้ามไว้บอกว่าต้องให้ศิษย์น้องเป็นคนช่วยเอง
ในเวลาเดียวกันที่เมืองเจียงเป่ย คฤหาสน์ตระกูลหวัง
หน้าประตูเต็มไปด้วยรถหรูและบุคคลสำคัญในเมืองแทบทั้งหมดมารวมตัวกัน
พวกเขามาเพื่อร่วมงานแต่งของหวังป้าเทียนที่เป็นลูกชายคนโตของตระกูลหวัง!
ตระกูลหวังแห่งเจียงเป่ยเดิมทีเป็นสายหนึ่งของตระกูลหวังจากเมืองหลวงเยี่ยนจิงที่ปกครองพื้นที่นี้อย่างอหังการมาโดยตลอด
หลังจากตระกูลหลินอดีตตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองถูกกวาดล้างพวกเขาก็หมายตาไป๋เยวี่ยเหยาที่เคยเป็นรักแรกของหลินหยาง
และประกาศว่าเธอคือว่าที่ลูกสะใภ้ของตระกูลหวัง
ตลอดเจ็ดปีที่ผ่านมาไป๋เยวี่ยเหยาแทบถูกควบคุมตัวจนไม่มีอิสรภาพเลยแม้แต่น้อย
“ยินดีด้วย ยินดีด้วย!”
“ยินดีด้วยท่านผู้นำตระกูลหวัง สมปรารถนาแล้ว!”
“ยินดีด้วย ยินดีด้วย ในที่สุดคุณชายหวังก็ได้ครอบครองสาวงาม……”
……
แขกเหรื่อทยอยกล่าวแสดงความยินดี
แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าหวังป้าเทียนแม้จะมีชาติกำเนิดดีแต่กลับเป็นคนปัญญาอ่อน
บนหน้าฉากคือเขาแต่งงานแต่ความจริงคงเป็นพ่อของเขามากกว่า!
“ขอบคุณ ขอบคุณ เชิญด้านใน เชิญด้านใน!”
หวังกุ้ยซาน ผู้นำตระกูลดูกระปรี้กระเปร่าทักทายแขกด้วยรอยยิ้ม
ข้างกายเขาหวังป้าเทียนวัยยี่สิบกว่าใส่ชุดสีแดงแต่กลับอมอมยิ้มโง่ๆพร้อมอมลูกอมอยู่ในปาก
ในตอนนั้นเองหวังกุ้ยซานเห็นรถเบนท์ลีย์คันหนึ่งค่อยๆจอดหน้าคฤหาสน์
แววตาเขาสั่นไหว
รถคันนี้เขาเคยเห็นในเมืองเจียงเป่ยเพียงครั้งเดียวและมีแค่คันเดียว
ได้ยินว่าเป็นรุ่นสั่งทำพิเศษจากบริษัท B เจ้าของคือทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลฉิน!
แม้แต่ตระกูลหวังในเยี่ยนจิงยังไม่คู่ควรแม้แต่จะถือรองเท้าให้ตระกูลฉินแล้วนับประสาอะไรกับสายย่อยอย่างพวกเขา
คิดได้ดังนั้นเขารีบวิ่งเข้าไปเปิดประตูรถด้วยตัวเองพูดอย่างนอบน้อม:
“คุณชายฉินที่สละเวลามาด้วยตัวเองนับเป็นเกียรติอย่างสูงของตระกูลหวัง!”
การปรากฏตัวของฉินชวนได้ดึงดูดสายตาทุกคนทันทีทุกคนเริ่มกระซิบพูดคุยกัน
ที่สามารถเชิญคุณชายฉินมาได้แสดงว่าตระกูลหวังได้เกาะสายสัมพันธ์กับชนชั้นสูงแห่งเยี่ยนจิงแล้วอนาคตต้องรุ่งแน่นอน
ฉินชวนลงจากรถด้วยสีหน้าเรียบเฉยเพียงเหลือบมองหวังกุ้ยซานแล้วพูดว่า:
“พาฉันไปหาไป๋เยวี่ยเหยา”
“ได้ ได้ เชิญทางนี้ครับ เชิญทางนี้!”
หวังกุ้ยซานรู้ดีว่าฉินชวนชอบผู้หญิงสวยต่อให้แค่ต้องการครอบครองไป๋เยวี่ยเหยาหรือแม้แต่ภรรยาของเขาถ้าฉินชวนต้องการเขาก็พร้อมถวายให้
เพราะถ้าสร้างความสัมพันธ์กับตระกูลฉินได้เขาจะกลับไปเยี่ยนจิงได้อย่างง่ายดายและอาจขึ้นเป็นผู้นำตระกูลสาขาหลักได้ด้วย!
ที่เบาะหลังรถหรูมีหญิงสาวอีกคนลงมา
รูปร่างผอมเพรียว สวมหน้ากากสีดำ หมวก แว่นกันแดด และชุดคลุมยาวสีดำที่ดูไม่เข้ากับยุคสมัย
ทั้งตัวถูกปกปิดมิดชิดเห็นเพียงเส้นผมสีดำเล็กน้อยใต้หมวก
หวังกุ้ยซานมองเธออย่างแปลกใจไม่ยอมเปิดเผยตัวตนหรือจะเป็นดาราดัง?
ใช่แน่พวกคนรวยชอบพาคนมาเล่นหลายคนอยู่แล้ว!
เขารีบละสายตาเดินนำทางเหมือนสุนัขรับใช้
ผู้คนแหวกทางให้โดยอัตโนมัติมองทั้งสามเดินผ่านไป
ไม่นานหวังกุ้ยซานก็หยุดหน้าวิลล่าหลังหนึ่ง
เขามองหญิงสาวที่ปิดบังตัวเองด้านหลังฉินชวนก่อนพูดอย่างประจบ:
“คุณชายฉิน ไป๋เยวี่ยเหยาอยู่ข้างในหากมีอะไรเรียกผมได้เลยผมจะรออยู่ข้างนอกครับ!”
ฉินชวนเหลือบมองเขาจากด้านบนโดยไม่พูดอะไรแล้วเดินเข้าไปในวิลล่าพร้อมหญิงสาวคนนั้น
หวังกุ้ยซานถูกสายตานั้นทำให้ขนลุกแต่ก็ไม่กล้าไปไหน
ได้แต่ถอยออกมารอคำสั่งอยู่ห่างออกไป
แต่ไม่กี่นาทีฉินชวนก็ออกมาพร้อมหญิงสาวที่ยังปกปิดตัวแน่นเหมือนเดิม
ในใจอดคิดไม่ได้: เร็วขนาดนี้เลยเหรอ?
แต่ก็รีบยิ้มประจบแล้วขึ้นไป
“คุณชาย…ให้ผมพาไปที่นั่ง VIP ไหมครับ?”
“ไม่ต้องฉันมีธุระ”
ฉินชวนโบกมือเดินจากไปทันที
หวังกุ้ยซานงงไปหมดยังไม่ได้ผูกสัมพันธ์เลยแล้วจะปล่อยให้เขาไปได้ยังไง
จึงรีบเดินตามคิดหาวิธีรั้งตัวไว้
โจวชิงยืนรออยู่หน้าวิลล่าพอเห็นฉินชวนก็เดินเข้ามาแต่ยกมือขวางหวังกุ้ยซานไว้กระซิบบางอย่างที่ข้างหูเขาก่อนหันขึ้นรถ
ทิ้งให้หวังกุ้ยซานยืนอ้าปากค้างสีหน้าตกตะลึง!