- หน้าแรก
- ระบบลงชื่อ จากองค์ชายขยะ สู่เทวยุทธ์ไร้เทียมทาน
- บทที่ 240 - สัตว์ประหลาดเฒ่าที่เดินออกมาจากความมืด ฆ่า!
บทที่ 240 - สัตว์ประหลาดเฒ่าที่เดินออกมาจากความมืด ฆ่า!
บทที่ 240 - สัตว์ประหลาดเฒ่าที่เดินออกมาจากความมืด ฆ่า!
บทที่ 240 - สัตว์ประหลาดเฒ่าที่เดินออกมาจากความมืด ฆ่า!
หลงจ้านในยามนี้ เรียกได้ว่ามีชื่อเสียงโด่งดังไร้ผู้ทัดเทียม
แม้ในหมู่เผ่าปีศาจ จะมียอดฝีมือเร้นกายที่เดินออกมา ทว่าก็ยังคงมิอาจบดบังความโดดเด่นของเขาได้ สัตว์ประหลาดจากเมื่อหมื่นปีก่อน รากฐานและกายาของเขา เป็นสิ่งที่ยอดฝีมือมากมายไม่อาจครอบครองได้
ยิ่งไปกว่านั้น ภายในสุสานใหญ่แห่งจักรพรรดิมังกรโบราณกาล วาสนาและโชคชะตาที่เขาได้รับมานั้น นับว่าน่าตระหนกตกใจอย่างยิ่ง บัดนี้เท่าที่ทราบ ผู้ที่สามารถครอบครองอาวุธเซียนได้ในสี่ดินแดนหลัก เขาก็คือหนึ่งในนั้น
ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึง ว่าเขายังได้สืบทอดวิชาเทวะ เคล็ดมังกรศึก ของจักรพรรดิมังกรอีกด้วย ดังนั้นในการรับของขวัญจากวิถีสวรรค์ครั้งนี้ เขาจึงได้รับสิทธิพิเศษ อนุญาตให้ดูดซับไปได้กว่าครึ่ง
เขาอาศัยพลังแห่งของขวัญ ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิเทวะได้ในคราเดียว ซ้ำยังมีอาวุธเซียนอยู่ในมือ ตามหลักแล้ว สมควรไร้พ่ายในโลกหล้าแล้ว
ต่อให้เป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าขอบเขตจักรพรรดิเทวะที่เร้นกายอยู่ตามซอกหลืบ ไม่เคยเผยโฉมหน้า เขาก็ไม่หวาดหวั่นเลยแม้แต่น้อย การที่เขาสามารถถูกขนานนามว่าเป็นสัตว์ประหลาดในเมื่อหมื่นปีก่อนได้ ย่อมจินตนาการได้ว่ายอดเยี่ยมปานใด
ทว่าเมื่อเขาได้ยินผลงานการเข่นฆ่าของซูหมางในเขตตะวันออก เขากลับเงียบงันไป
"ซูหมาง ท้ายที่สุดจะต้องมีสักวัน ที่เจ้าจะถูกข้าเหยียบย่ำอยู่แทบเท้า!"
หลงจ้านกัดฟัน พึมพำออกมาประโยคหนึ่ง
หลายวันต่อมา ทั่วทั้งสี่ดินแดนหลักล้วนสงบสุขเป็นอย่างยิ่ง เพราะทุกขุมกำลังล้วนกระจ่างแจ้งดี ว่าพลังต้นกำเนิดทั้งสี่กำลังจะปรากฏตัวแล้ว เมื่อถึงเวลานั้นจึงจะเป็นการต่อสู้แย่งชิงที่แท้จริง
ฝูงชนต่างยึดถือหลักการที่ว่า ฝนทวนก่อนประจัญบาน แม้ไม่คมก็ยังส่องประกายวาววับ ต่างก็เร่งยกระดับพลังรบให้ได้มากที่สุด
ตำหนักเป่ยหมิง
ระดับพลังของซูหมาง มั่นคงอยู่ที่ขอบเขตเทพสวรรค์ขั้นสูงสุดอย่างสมบูรณ์ อาศัยพลังงานหนึ่งในสามของลำแสงจากเขตตะวันออก เขาได้ก้าวมาถึงหน้าประตูของขอบเขตจักรพรรดิเทวะแล้ว
เพียงแต่ เขากระจ่างแจ้งเป็นอย่างดี ต่อให้มอบลำแสงเจ็ดสีให้เขาอีกเต็มๆ สักสาย เขาก็ไม่อาจทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิเทวะได้
ขอบเขตจักรพรรดิ ไม่ใช่เพียงแค่การสั่งสมพลังอีกต่อไป ทว่าเป็นการยกระดับและผลัดเปลี่ยนของตัวบุคคลทั้งหมด จำเป็นต้องทำความเข้าใจวิถีสวรรค์ ให้เกิดความรู้แจ้ง จึงจะสามารถทะลวงผ่านได้อย่างแท้จริง
"พลังต้นกำเนิด ต้องเอามาให้ได้!"
นัยน์ตาของซูหมางหรี่ลงเล็กน้อย
ในเวลานี้ เขามีเพียงก้าวเดียวที่สามารถเดินได้ นั่นคือการอาศัยพลังต้นกำเนิดเพื่อก้าวเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิเทวะ และถือเป็นสิ่งจำเป็น เมื่อใดที่เขาไม่อาจทะลวงผ่านได้ เช่นนั้นสิ่งที่รอคอยเขาอยู่ ก็คือวิกฤตการณ์ที่ไม่อาจจินตนาการได้
สำนักอวี่ฮว่า ราชวงศ์เทพพานอู่ วังเต๋าหยินหยาง ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ไท่ชู บัดนี้ยังเพิ่มวังเทพสงครามเข้ามาอีกหนึ่ง ห้าขุมกำลังระดับสูงสุด จะไม่มีทางยอมเลิกราอย่างเด็ดขาด
โดยเฉพาะวังเทพสงคราม กระทั่งอาวุธเซียนยังถูกซูหมางแย่งชิงไป
ท่ามกลางขุมกำลังเหล่านี้ ล้วนมีเซียนที่แท้จริงประจำการอยู่ทั้งสิ้น ยิ่งไม่ต้องเอ่ยถึงยอดฝีมือบนเส้นทางเซียน
หลังจากพลังต้นกำเนิดปรากฏตัว แดนกลางจะจุติลงมาอย่างรวดเร็ว เมื่อถึงเวลานั้นหากซูหมางไม่ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิเทวะ ย่อมไม่อาจรับมือกับคู่ต่อสู้ที่ลึกล้ำสุดหยั่งคาดได้เลย
ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในยามนี้ การกวาดล้างจักรพรรดิเทวะมิใช่ความฝัน กระทั่งหากปลดปล่อยพลังรบเต็มพิกัด เข่นฆ่าจนถึงขีดสุด เขาก็มั่นใจว่าจะสามารถสังหารยักษ์ใหญ่ในช่วงต้นของเส้นทางเซียนบางคนได้
ตัวอย่างเช่นพวกที่อยู่ในเส้นทางเซียนโลกโลกีย์ขั้นที่หนึ่ง ทว่าหากมีพวกสัตว์ประหลาดเฒ่ามาเยือน เขาไม่ใช่คู่ต่อสู้แน่นอน
สิ่งที่สามารถมองเห็นได้ก็คือ ท่ามกลางสำนักเหล่านี้ ก็มีอัจฉริยะที่แท้จริงอยู่เช่นกัน หากเป็นดั่งฉินเฟิงเยวี่ย ที่ก้าวข้ามสองเส้นทางเซียนที่ยากที่สุดไปพร้อมกันเล่า
เช่นนั้น เขาจะไม่เหลือกระทั่งหนทางรอดแม้แต่เสี้ยวเดียวเลยหรือ
ดังนั้น การทะลวงเข้าสู่ขอบเขตจักรพรรดิเทวะ จึงกลายเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องบรรลุให้ได้ในเวลานี้
"ซูหมาง!"
ในเวลานี้ เยี่ยอู๋ซวงเดินเข้ามาจากนอกตำหนัก สีหน้าเคร่งเครียดเป็นอย่างยิ่ง
หัวคิ้วของซูหมางขมวดเข้าหากันเล็กน้อย "เป็นอันใดไป เกิดเรื่องอันใดขึ้นกระนั้นหรือ"
"เกิดเรื่องขึ้นจริงๆ บัดนี้พลังต้นกำเนิดกำลังจะปรากฏตัว สัตว์ประหลาดเฒ่าบางส่วนที่เร้นกายอยู่ในสี่ดินแดนหลัก ได้ก้าวเดินออกมาจากความมืดมิดแล้ว"
"คนเหล่านี้ ล้วนผ่านร้อนผ่านหนาวมาหลายพันปี ไม่ได้ก้าวเข้าสู่แดนกลาง เอาแต่ฝึกฝนอยู่ในสี่ดินแดนหลักมาตลอด พลังรบแข็งแกร่งดุดันจนน่าตระหนก"
"ก่อนหน้านี้ ในเขตตะวันตกปรากฏขึ้นผู้หนึ่ง ขอบเขตจักรพรรดิเทวะขั้นสูงสุด อาศัยกำลังเพียงคนเดียว กวาดล้างจักรพรรดิเทวะแห่งเผ่าปีศาจไปถึงสิบสามองค์ ราวกับถอนรากถอนโคน สะเทือนฟ้าสะเทือนดิน"
หว่างคิ้วของเยี่ยอู๋ซวง แฝงไว้ด้วยความเคร่งเครียดอย่างหนัก
เดิมทีสี่ดินแดนหลักก็วุ่นวายโกลาหลมากพอแล้ว ขุมกำลังมากมายต่างก็ซ่อนคลื่นใต้น้ำ
บัดนี้ กลับปรากฏสัตว์ประหลาดเฒ่าบางส่วนขึ้นมาอีก ไร้สำนักไร้สังกัด ตัวคนเดียวโดดเดี่ยว ยิ่งมีภัยคุกคามมากกว่าเดิม อีกทั้งย่อมต้องตั้งเป้าลงมือกับพลังต้นกำเนิดอย่างแน่นอน
"ยุคสมัยบัดซบนี่!"
ซูหมางสูดลมหายใจเข้าลึก กล่าวเสียงขรึม
เขาโบกมือ "ไม่เป็นไร ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องเผชิญหน้าอยู่ดี เขตเป่ยหมิงไม่ยอมถอยแม้แต่ก้าวเดียว นี่คือเส้นตายของเรา ไม่ว่าผู้ใดกล้าลงมือ ฆ่าไร้ปรานี!"
"ส่วนเรื่องการแย่งชิงพลังต้นกำเนิด ไม่สำคัญหรอก คนเหล่านี้แม้จะแข็งแกร่ง แต่ท้ายที่สุดก็ยังไม่ได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางเซียน"
"ตราบใดที่ยังไม่เข้าสู่เส้นทางเซียน ผู้ใดกล้าลงมือ ก็ต้องตาย!"
จักรพรรดิเทวะหรือ
ต่อให้ชั่วร้ายฝืนลิขิตสวรรค์เพียงใด ซูหมางก็มีความมั่นใจว่าจะสามารถสยบสังหารพวกมันได้
เมื่อมีสัตว์ประหลาดเฒ่าปรากฏตัวขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ ในช่วงหลายวันมานี้ สี่ดินแดนหลักเรียกได้ว่าวุ่นวายโกลาหล คนเหล่านี้ไม่เห็นกฎเกณฑ์อยู่ในสายตา ทำทุกสิ่งตามอำเภอใจ พูดจาไม่เข้าหูเพียงประโยคเดียวก็อาจทำลายล้างไปทั้งเมืองได้
เขตเหนือ ก็หนีไม่พ้นเช่นกัน
เมืองแห่งหนึ่งในนั้น ถูกสัตว์ประหลาดเฒ่าผู้หนึ่งล้างบางด้วยเลือด หลังจากซูหมางล่วงรู้ก็เดือดดาลเป็นอย่างยิ่ง ไม่คิดจะปล่อยปละละเลย บุกทะลวงเข้าไปสังหารด้วยตนเอง หมายจะตัดหัวมันมาให้จงได้
ผลลัพธ์คือ หลังจากเดินทางไปถึง สัตว์ประหลาดเฒ่าผู้นี้กลับนอนกระดิกเท้าไขว่ห้างอยู่ภายในจวนเจ้าเมือง สบายอารมณ์เป็นอย่างยิ่ง ไร้ซึ่งวี่แววว่าจะหลบหนีเลยแม้แต่น้อย
ซูหมางคร้านจะพูดพร่ำทำเพลง งัดเอาของวิเศษออกมาใช้โดยตรง วิชาเทวะประดังประเดเข้ามา ไม่ถึงสิบกระบวนท่า ไอ้หมอที่อยู่ขอบเขตจักรพรรดิเทวะขั้นสูงสุดผู้นี้ ก็ถูกซูหมางสยบสังหารทั้งเป็น
ทันทีที่ข่าวนี้แพร่สะพัดออกไป สี่ดินแดนหลักก็ถูกจุดชนวนให้ระเบิดขึ้นอีกครา
ต้องรู้ก่อนว่า ในสามดินแดนหลักที่เหลือ ก็เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นเหมือนกัน ทว่ากลับไม่มียักษ์ใหญ่ระดับสูงสุดลงมือด้วยตนเอง หมายจะก่อศึกไม่ตายไม่เลิกราเลยสักคน
ถึงอย่างไร เผ่าปีศาจ เผ่ามาร และแดนกลาง สามขุมกำลังใหญ่นี้ ก็ไม่เคยมองว่าชนพื้นเมืองของสี่ดินแดนหลักเป็นมนุษย์อยู่แล้ว
ที่สำคัญที่สุดคือ พวกเขาก็กลัวว่าจะไปทำให้แวดวงอันลึกลับนี้โกรธเคือง สัตว์ประหลาดที่มีอารมณ์พิลึกพิลั่นและมีนิสัยเย็นชาเหล่านี้ เมื่อใดที่ลงมือ ย่อมต้องพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินอย่างแน่นอน
ทว่าผู้ใดจะคาดคิด ว่าซูหมางยังคงไม่ปล่อยปละละเลย ลงมืออย่างห้าวหาญดุดัน
"สหายเก่าแก่สามร้อยปี ถูกพวกหนูไร้ชื่อเข่นฆ่าสังหาร ข้าทนไม่ได้ จะขอลงมือด้วยตนเอง มุ่งหน้าสู่ตำหนักเป่ยหมิง เพื่อทวงถามความยุติธรรม"
"ไปเป็นเพื่อน ไปเป็นเพื่อน"
"ผู้ตายคือสหายรักของข้า บัดนี้ถูกผู้อื่นสังหารอย่างไร้เหตุผล ข้าทนไม่ได้ จำเป็นต้องลงมือ เพื่อล้างแค้นให้แก่เขา"
"ก็แค่ฆ่ามดปลวกไปเมืองหนึ่งมิใช่หรือ ต่อให้มีความผิด ก็ไม่สมควรตาย ยิ่งไปกว่านั้นเจ้ามีฐานะอันใด ถึงได้มีคุณสมบัติมาพิพากษาพวกเรา"
ชั่วขณะนั้น คลื่นลมปั่นป่วนไปทั่วสี่ทิศ
ขุมกำลังในสามดินแดนหลักพลันดีใจจนเนื้อเต้น แสยะยิ้มกว้าง โดยเฉพาะไอ้พวกแดนกลาง แทบอยากจะจุดประทัดฉลอง ในที่สุดซูหมางก็เตะโดนตอเหล็กเข้าให้แล้ว
ทว่าใครจะไปรู้ ว่าหลังจากนั้นหนึ่งวัน ตำหนักเป่ยหมิงก็ส่งข่าวออกมาสายหนึ่ง
จักรพรรดิเทวะเจ็ดองค์ที่บังอาจบุกรุกตำหนักเป่ยหมิง ถูกเจ้าตำหนักซูหมางลงมือสังหารคาที่บนยอดเขาเป่ยหมิง วิญญาณแตกซ่าน
......
โหดเหี้ยมเกินไปแล้ว!
ทุกผู้คนล้วนรู้สึกอกสั่นขวัญแขวน
นี่มันจังหวะของการเอามือไปแหย่รังแตนชัดๆ!
ไอ้พวกที่เร้นกายอยู่ในความมืด ไม่เคยเผยโฉมหน้าในโลกมนุษย์เหล่านี้ ล้วนผ่านวันเวลามาด้วยกัน ย่อมมีสหายที่สนิทชิดเชื้อมากกว่าหนึ่งคนอย่างแน่นอน ซูหมางสังหารไปมากถึงเพียงนี้ เกรงว่าคงไปกระตุกหนวดเสือคนทั้งกลุ่มเข้าให้แล้ว
"มาคนเดียวฆ่าคนเดียว มาเป็นกลุ่มทำลายล้างเป็นกลุ่ม อย่าเอาพลังรบอันเปราะบางของพวกเจ้า มาท้าทายเส้นตายแห่งเขตเป่ยหมิงของข้า"
"ผู้ใดหากไม่ยินยอมพร้อมใจ ก็มาที่ตำหนักเป่ยหมิง ข้าจะฆ่าเจ้า!"
ถ้อยคำนี้หลุดออกมาจากปากซูหมาง โอหังไร้เทียมทาน!
[จบแล้ว]