- หน้าแรก
- บันทึกอสูรบรรพกาล: ปั้นกวางพิการสู่เทพอสูร
- บทที่ 90 - บัวใจมังกร
บทที่ 90 - บัวใจมังกร
บทที่ 90 - บัวใจมังกร
บทที่ 90 - บัวใจมังกร
บัวใจมังกรถือเป็นพืชที่ล้ำค่ามาก ระดับทรัพยากรของมันขึ้นอยู่กับอายุขัยในการเจริญเติบโต แต่ไม่ว่ามันจะอยู่ระดับไหน เม็ดบัวของมันก็ถือเป็นของวิเศษสุดยอด หากสัตว์อสูรกินเข้าไปจะมีโอกาสเรียนรู้สกิลพิเศษประเภท 'แรงกดดัน' ได้
ตามปกติแล้ว มีเพียงสัตว์อสูรระดับราชันเท่านั้นถึงจะมีโอกาสเรียนรู้สกิลแรงกดดันได้ แถมใช่ว่าระดับราชันทุกตัวจะทำได้ด้วย แต่การได้กินเม็ดบัวใจมังกรไม่เพียงช่วยให้มีโอกาสเรียนรู้สกิลแรงกดดันได้ก่อนเวลาอันควรเท่านั้น แต่มันยังเป็นแรงกดดันชนิดพิเศษอย่างเช่น 'แรงกดดันมังกร' ซึ่งมีประสิทธิภาพเหนือกว่าแรงกดดันธรรมดาทั่วไปมาก
บัวใจมังกรตรงหน้ามีเม็ดบัวอยู่ถึงเก้าเม็ด สิ่งนี้ทำให้ไดโอน่าตื่นเต้นขึ้นมาทันที ถ้าให้งูมรกตของเธอกินเข้าไปจนเรียนรู้แรงกดดันมังกรได้ ศักยภาพในอนาคตของงูมรกตจะพุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล ไม่แน่มันอาจจะก้าวข้ามขีดจำกัดและพัฒนาร่างกลายเป็นมังกรได้จริงๆ ก็ได้!
แต่ไดโอน่าก็ไม่ได้ลงมือแย่งชิงมันมาหรอกนะ ด้านหนึ่งคือเธอยังติดหนี้บุญคุณลู่หลีอยู่ อีกด้านหนึ่งคือการที่พวกเขามาถึงที่นี่ได้ก็เป็นเพราะผลงานของลู่หลี ถึงเธอจะอยากได้มันมากแค่ไหน แต่ก็จะไม่ใช้วิธีแย่งชิงแน่นอน
ลู่หลีมองดูดอกบัวตรงหน้าพลางคำนวณในใจ ความจริงแล้วของสิ่งนี้ในดินแดนบูรพาก็มีอยู่ไม่น้อย แต่เพราะมันไม่สามารถนำไปปลูกหรือเพาะพันธุ์ได้ ทำให้ผลผลิตของมันต่ำเตี้ยเรี่ยดิน ต้องรอตั้งหลายปีกว่าจะได้เม็ดบัวสักไม่กี่เม็ด ส่วนตัวดอกบัวนั้นยิ่งไม่มีใครกล้าแตะต้อง ทุกคนต่างประคบประหงมดูแลมันอย่างระมัดระวังเพราะกลัวมันจะตาย
แต่มิติเร้นลับปฐมภูมิของเขาสามารถเนรมิตสภาพแวดล้อมแบบไหนก็ได้นี่นา บางทีอาจจะลองย้ายมันเข้าไปปลูกข้างในดูก็ได้ ถ้ามันรอดตาย บางทีในอนาคตเขาอาจจะมีชาดอกบัวให้จิบทุกวันเลยก็ได้นะ
เมื่อคิดได้ดังนั้น ลู่หลีก็ไม่เกรงใจ สั่งให้เสวี่ยอิงลงมือขุดทันที เขาเก็บทั้งบ่อแอ่งน้ำและบัวใจมังกรยัดใส่ลงไปในมิติเร้นลับปฐมภูมิจนหมดเกลี้ยง
ถงฉวนอิ้นที่เพิ่งจะบินอ้อมมาถึงเห็นฉากนี้เข้าพอดี เขารีบสั่งให้มังกรยมโลกร่อนลงมาทันที นั่นมันบัวใจมังกรเชียวนะ! ถ้ามังกรยมโลกของเขาได้กินเม็ดบัวสักเม็ด ถึงจะปลุกพลังแรงกดดันมังกรไม่ได้ แต่อย่างน้อยมันก็จะก้าวเข้าใกล้ความเป็นมังกรที่แท้จริงไปอีกก้าว ถึงตอนนั้นรากฐานหลังการวิวัฒนาการก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก
ร่างอันใหญ่โตของมังกรยมโลกทิ้งตัวลงมาในบริเวณหัวใจพร้อมกับเสียงลมกรรโชกแรง ทุกคนรีบตั้งการ์ดระวังตัวจ้องมองผู้มาเยือนที่ไม่ได้รับเชิญทันที
ถงฉวนอิ้นไม่อ้อมค้อม เขาพูดขึ้นตรงๆ
"ฉันขอเม็ดบัวใจมังกรหนึ่งเม็ด"
ทุกคนหันขวับไปมองลู่หลีทันที เพราะตอนนี้บัวใจมังกรอยู่ในมือของลู่หลี นอกเหนือจากหมี่ฉีหลินที่ยังปีนต้นไม้อยู่และไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าเกิดอะไรขึ้น คนอื่นๆ ที่เหลือถ้าไม่สนิทกับลู่หลี ก็เตรียมจะเอาของมาแลกเปลี่ยนอยู่แล้ว
แต่ยังไม่ทันที่ลู่หลีจะได้อ้าปากตอบ จู่ๆ เสียงคำรามด้วยความโกรธแค้นก็ดังกึกก้องขึ้นมา ทุกคนรีบหันไปมองรอบตัวด้วยความระแวดระวัง
เจียวมังกรตัวหนึ่งที่เคยหลับใหลอยู่ในมุมมืดเหนือหัวใจ เบิกตาสีทองอร่ามของมันขึ้นมาอย่างฉับพลัน มันชูคอขึ้นมองมาที่หัวใจแล้วส่งเสียงขู่คำราม มันสัมผัสกลิ่นอายของบัวใจมังกรไม่ได้แล้ว! มีคนขโมยบัวใจมังกรที่มันเฝ้าพิทักษ์มานานปีไป!
ตูม!
จู่ๆ ทุกคนก็รู้สึกเหมือนมีอะไรหนักๆ ร่วงลงมาเหนือหัวพร้อมกับเสียงระเบิดดังสนั่น เมื่อลู่หลีเงยหน้าขึ้นไปมอง เขาก็สบตาเข้ากับดวงตาแนวตั้งสีทองอร่ามพอดี ใจของเขาหล่นวูบ เจ้านี่คงไม่ใช่สัตว์อสูรพิทักษ์บัวใจมังกรหรอกนะ?
ลู่หลีฉีกยิ้มแหยๆ แสร้งทำเป็นใจดีสู้เสือ ยกมือขึ้นโบกทักทายเบาๆ
"ไง?"
หมี่ฉีหลินที่เพิ่งจะเอื้อมมือไปเด็ดดอกไม้สีทองได้สำเร็จ ถูกแรงสั่นสะเทือนเมื่อกี้ทำเอาร่วงหล่นลงมา เขาทำตัวเนียนๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ยัดดอกไม้สีทองใส่กระเป๋าเป้ แล้วเงยหน้าจ้องตากับงูยักษ์บนหัวอย่างไม่เกรงกลัว
เมื่อเจียวมังกรพบมนุษย์กลุ่มนี้ ประกายความดุร้ายก็วาบขึ้นในดวงตาแนวตั้ง มันยังไม่รีบเปิดฉากโจมตี แต่กลับใช้ลำตัวอันใหญ่โตมหึมาเลื้อยพันรอบหัวใจยักษ์เอาไว้ ดอกไม้และใบหญ้าแปลกตาถูกลำตัวของมันบดขยี้จนแหลกละเอียด
หนิงเสี่ยวชวนรีบเรียกทวนรุ้งมายาออกมา ขมวดคิ้วจ้องมองสถานการณ์ตรงหน้าแล้วกระซิบเสียงเครียด
"มันกะจะขังพวกเราให้ตายอยู่ในนี้!"
ลู่หลีขมวดคิ้ว ในเมื่อได้บัวใจมังกรมาแล้ว เขาย่อมไม่อยากปะทะกับเจียวมังกรตัวนี้แน่
"วิ่ง!"
ไดโอน่าตัดสินใจเด็ดขาด พุ่งตัวกระโดดหนีออกไปทางนอกหัวใจอย่างรวดเร็ว แต่เพิ่งจะลอยตัวอยู่กลางอากาศ เธอก็ถูกหางของเจียวมังกรตวัดฟาดกลับเข้ามาข้างใน ร่างของเธอกลิ้งหลุนๆ ไปชนเข้ากับกิ่งไม้อีกฝั่งถึงจะหยุดลงได้
หนิงเสี่ยวชวนได้ยินคำสั่งก็พุ่งทะยานนำหน้าไปที่ทางออกพร้อมกับยกทวนขึ้นเตรียมแทง ทว่าจู่ๆ ร่างของเจียวมังกรก็เร่งความเร็วในการรัดพัน ทวนของหนิงเสี่ยวชวนนอกจากจะแทงไม่เข้าแล้ว ตัวเขายังถูกแรงเหวี่ยงกะทันหันนั้นทำให้เสียหลักสะดุดล้ม
เมื่อเห็นเจ้านายของตัวเองบาดเจ็บ งูมรกตบนแขนของไดโอน่าก็เลื้อยลงมาบนพื้น ส่งเสียงขู่ฟ่อใส่เจียวมังกร ทางด้านหมี่ฉีหลินก็เรียกภูตสายฟ้าออกมาแล้วสั่งการอย่างเด็ดขาด
"ภูตสายฟ้า สายฟ้าฟาด!"
สายฟ้าสีทองเส้นหนาพุ่งคดเคี้ยวไปกระแทกเข้ากับลำตัวของเจียวมังกร เมื่อแสงสว่างวาบจางหายไป มันทิ้งรอยไหม้เกรียมไว้เพียงเล็กน้อย แทบไม่ได้สร้างความเสียหายอะไรเลย
ลู่หลีรู้ดีว่าการต่อสู้ครั้งนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้แล้ว ในเมื่อต้องสู้ เขาก็ต้องรู้ข้อมูลของอีกฝ่ายซะก่อน ลู่หลีหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาจากกระเป๋าแล้วสแกนไปที่ตัวมันทันที
ติ๊ง!
ลู่หลีอ่านข้อมูลจบ สีหน้าก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที ดูท่าศึกนี้จะตึงมือซะแล้ว เจียวพันพฤกษาตัวนี้คงเฝ้าบัวใจมังกรมานานเพื่อรอสะสมพลังงานให้มากพอ แล้วอาศัยมันเพื่อพัฒนาร่างในรวดเดียวแน่ๆ
ตอนนี้บัวใจมังกรถูกเขาขโมยไป มันย่อมไม่มีทางปล่อยพวกเขารอดไปได้เด็ดขาด
ในจังหวะนั้นเอง เจียวพันพฤกษาก็รัดพันหัวใจยักษ์จนเสร็จสมบูรณ์ ช่องว่างที่เคยมีถูกลำตัวของมันปิดตายจนหมด เหลือเพียงช่องว่างเล็กๆ ด้านบนเท่านั้น ทว่าหัวของมันกลับชูคอรออยู่ตรงช่องว่างนั้นพอดี ลู่หลีและพวกพ้องกลายเป็นนกในกรงที่หมดทางหนีโดยสมบูรณ์
ยังไม่จบแค่นั้น เจียวพันพฤกษาไม่มีความปรานีใดๆ ต่อมนุษย์พวกนี้ มันต้องการฆ่ามนุษย์พวกนี้เพื่อชิงบัวใจมังกรกลับคืนมา
"ระวังข้างบน!"
ไดโอน่าที่กำลังพยุงตัวลุกขึ้น สังเกตเห็นหมอกสีม่วงผิดปกติที่กำลังลอยต่ำลงมา เธอรีบกุมท้องแล้วเอ่ยเตือนเสียงต่ำ
ลู่หลีเงยหน้าขึ้นมองก็รีบตะโกนสั่ง
"เสวี่ยอิง ลม..."
แต่มีคนหนึ่งที่ลงมือไวกว่าเขา ถงฉวนอิ้นตบหลังมังกรยมโลก มังกรยมโลกกระพือปีกยักษ์ของมันทันที หมายจะเป่าหมอกพิษให้กระจายหายไป
ทว่าผลลัพธ์กลับแทบไม่เป็นชิ้นเป็นอัน ลมกรรโชกแรงที่ทุกคนสัมผัสได้ กลับกลายเป็นเหมือนแค่สายลมแผ่วเบาที่พัดผ่านผิวน้ำ ทำได้แค่สร้างระลอกคลื่นเล็กๆ บนม่านหมอกพิษเท่านั้น
ลู่หลีเห็นดังนั้นก็เปลี่ยนแผนกะทันหัน
"วารีบำบัด!"
กระแสลมรอบตัวเสวี่ยอิงสลายไป มันรวบรวมมวลน้ำก้อนมหึมาขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหนึ่งเมตร แล้วพุ่งเข้าใส่หมอกพิษทันที
วินาทีที่ก้อนน้ำปะทะเข้ากับหมอกพิษ มันก็ถูกย้อมเป็นสีม่วงเข้มอย่างเห็นได้ชัด คนอื่นๆ เริ่มสับสน นี่ไม่ได้กำลังทำให้เรื่องแย่ลงกว่าเดิมหรอกเหรอ? ตอนแรกหมอกพิษยังต้องใช้เวลาอีกสักพักกว่าจะลอยลงมาถึง พวกเขายังพอมีเวลาคิดหาทางออก แต่ถ้ารอก้อนน้ำนี้ไปชนเพดานแล้วแตกออก มันก็เท่ากับสร้างฝนพิษตกลงมาใส่หัวพวกเขาน่ะสิ!
ลู่หลีไม่มีเวลาอธิบายให้ใครฟัง เขาสั่งการต่อเนื่อง
"เสวี่ยอิง แช่แข็ง!"
"อิง!"
เสวี่ยอิงใช้พลังงานธรรมชาติดึงดูดธาตุน้ำแข็งเพื่อลดอุณหภูมิของก้อนน้ำ ก่อนที่มันจะแตกกระจาย ก้อนน้ำก็ถูกแช่แข็งกลายเป็นก้อนน้ำแข็งยักษ์ในพริบตา
ทุกคนมองดูม่านหมอกพิษที่แหว่งหายไปก้อนใหญ่ สลับกับมองก้อนน้ำแข็งพิษที่ตกลงมากระแทกพื้นด้านข้างด้วยความอึ้ง นี่ก็ทำได้ด้วยเหรอเนี่ย?
ถงฉวนอิ้นมองลู่หลีด้วยสายตาลึกซึ้ง
"นายสร้างก้อนน้ำไป ส่วนเรื่องแช่แข็งปล่อยให้เป็นหน้าที่ฉันเอง"
ลู่หลีไม่เกรงใจ นี่ไม่ใช่เวลามาเกรงใจกัน หลังจากนั้นเสวี่ยอิงก็สร้างก้อนน้ำขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง และทุกครั้งที่ก้อนน้ำดูดซับหมอกพิษจนถึงขีดสุด ถงฉวนอิ้นก็จะให้มังกรยมโลกพ่นลมหายใจเยือกแข็งใส่ แช่แข็งก้อนน้ำนั้นทันที ซึ่งมันเร็วกว่าให้เสวี่ยอิงทำเองตั้งเยอะ
เพียงไม่นาน รอบตัวพวกเขาก็เต็มไปด้วยก้อนน้ำแข็งสีม่วงนับสิบก้อน เพื่อประหยัดพื้นที่ พวกมันจึงถูกวางซ้อนกันไว้อย่างเป็นระเบียบ
หมอกพิษที่เป็นท่าไม้ตายสังหารกลับถูกทั้งสองคนจัดการได้อย่างง่ายดาย ผลกระทบเพียงอย่างเดียวคืออุณหภูมิรอบด้านเริ่มลดต่ำลง แต่ก็ช่วยไม่ได้นี่นา เพื่อป้องกันไม่ให้ก้อนน้ำแข็งพวกนี้ละลาย มังกรยมโลกเลยต้องพ่นลมหายใจเยือกแข็งใส่พวกมันเป็นระยะๆ
[จบแล้ว]