- หน้าแรก
- เกิดใหม่เป็นดาบ ใครถือข้าถ้าไม่เทพก็ต้องตายโหง
- บทที่ 710 - ขาวซีดฉับพลัน
บทที่ 710 - ขาวซีดฉับพลัน
บทที่ 710 - ขาวซีดฉับพลัน
บทที่ 710 - ขาวซีดฉับพลัน
เฉินฮ่าวสงสัยว่าหากมอบหน้าไม้ให้เด็กคนนี้อีกสักกล่อง เขาอาจจะตั้งใจยิงสวีป้าให้พรุนเป็นเม่นเลยก็ได้
เด็กหนุ่มแบกหน้าไม้กระโดดลงมาจากต้นไม้ คว้าก้อนหินขึ้นมาอย่างไม่ใส่ใจ ค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ศพของสวีป้าอย่างระมัดระวัง แล้วใช้ก้อนหินทุบลงไปอย่างแรง!
สวีป้าไม่สามารถกลายเป็นศพเดินได้ ดังนั้นเขาจึงไม่ขยับเขยื้อนใดๆ ศีรษะของเขาถูกก้อนหินทุบจนผิดรูป
"น่าจะตายแล้วล่ะมั้ง!" เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเองอย่างตื่นเต้น "ไม่คิดเลยว่าพวกโจรป่าจะหักหลังกันเอง สมน้ำหน้าจริงๆ ไม่อย่างนั้นข้าคงหาโอกาสแก้แค้นไม่ได้แน่!"
เมื่อได้ยินคำว่าหักหลัง เฉินฮ่าวก็รู้สึกกระดากใจอยู่ไม่น้อย
แท้จริงแล้วเขาไม่ได้ตั้งใจจะทำให้สวีป้าต้องตาย เขาแค่อยากเห็นการทรยศหักหลัง ชอบดูพวกผู้ฝึกยุทธ์ต่อสู้แย่งชิงดาบโลหิตชาดก็เท่านั้น!
เด็กหนุ่มเตะศพของสวีป้าอีกครั้ง แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น
ราวกับว่าสวีป้าเคยทำเรื่องเลวร้ายสุดจะทนกับเขามาก่อน
จากนั้นเด็กหนุ่มก็เริ่มค้นตัวโจรป่าทั้งเก้าคน รวมถึงสวีป้าด้วย
เขาค้นเจอเศษเงิน เหรียญทองสองวง... และฟันทองคำอีกหนึ่งซี่จากร่างของโจรป่าอีกแปดคน
และพบถุงมิติกับแหวนมิติจากร่างของสวีป้า
เด็กหนุ่มจ้องมองแหวนมิติด้วยความประหลาดใจ "นี่คือแหวนมิติในตำนานอย่างนั้นหรือ?"
เขาส่งพลังปราณแท้จริงเข้าไปในแหวนมิติ หยิบถุงเสบียงออกมาจากข้างใน ลองทำอยู่หลายครั้งอย่างสนุกสนาน ผ่านไปเนิ่นนานจึงได้เก็บแหวนมิติวงนั้นไว้อย่างหวงแหน
จากนั้นเขาก็รวบรวมอาวุธของโจรป่าทั้งเก้าคนเตรียมจะใส่ลงในแหวนมิติ แต่กลับพบด้วยความประหลาดใจว่าดาบเล่มนี้ไม่สามารถใส่ลงไปในแหวนมิติได้!
สัญชาตญาณบอกเขาว่าดาบเล่มนี้น่าจะไม่ธรรมดา เขาจึงแบกดาบโลหิตชาดขึ้นบ่า แล้วมุ่งหน้าลึกเข้าไปในป่าเขา
เด็กหนุ่มอายุราวสิบสองหรือสิบสามปี รูปร่างผอมเกร็ง ผิวคล้ำ หากผิวขาวกว่านี้สักหน่อย หน้าตาก็น่าจะดูดีไม่เบา
เขามีระดับพลังที่ต่ำต้อย แต่เคยฝึกฝนวิชาตัวเบามาบ้าง จึงสามารถเคลื่อนที่ไปตามป่าเขาและโขดหินได้อย่างคล่องแคล่วว่องไว
เมื่อครู่นี้ เฉินฮ่าวได้ทราบจากระบบว่าเด็กหนุ่มคนนี้ชื่อเติ้งอี้เฟย แต่เฉินฮ่าวไม่ยอมรับเขาเป็นผู้ถือครองดาบ
อย่างไรเสียเด็กหนุ่มผู้นี้ก็มีระดับพลังที่ต่ำเกินไป ทั้งยังอายุน้อยเกินไปอีกด้วย
เขาอยากจะตามเด็กหนุ่มกลับไปดูที่พักของเขาก่อน
หากไม่จำเป็นจริงๆ เฉินฮ่าวก็จะไม่เป็นฝ่ายไปตามหาผู้ถือครองดาบเสียเอง
เพราะนั่นจะทำให้ดาบโลหิตชาดดูไร้ราคา
ทุกอย่างล้วนแล้วแต่วาสนา!
หากไม่มีทางเลือกจริงๆ เติ้งอี้เฟยคนนี้ เขาก็ยินดีรับไว้!
ถือเสียว่าเป็นการแก้ขัด เป็นทางผ่านไปก่อนก็แล้วกัน
ดาบโลหิตชาดปรากฏตัวมาเนิ่นนานปานนี้ กลับมีผู้ถือครองเพียงสามสิบกว่าคน ทุกครั้งที่เฉินฮ่าวเห็นตัวเลขนี้ เขามักจะรู้สึกละอายใจอยู่เสมอ
เขาคิดว่าการที่ดาบโลหิตชาดมีผู้ถือครองน้อยเกินไป จะทำให้ดูเหมือนว่าดาบโลหิตชาดขาดประวัติศาสตร์อันยาวนานและขาดความขลัง!
เมื่อไหร่เขาถึงจะได้พบกับผู้ถือครองคนที่หนึ่งพันเอ็ดกันนะ?
บ้านของเติ้งอี้เฟยอยู่ไกลกว่าที่เฉินฮ่าวคาดไว้มาก เขาต้องเดินทางถึงสามวันเต็มๆ อาศัยเก็บผลไม้ป่าและล่าสัตว์ประทังชีวิต จนกระทั่งเช้าวันที่สี่จึงได้กลับมาถึงหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่ง
หมู่บ้านเล็กๆ แห่งนี้ตั้งอยู่ท่ามกลางหน้าผาสูงชัน ภูมิประเทศสลับซับซ้อน ง่ายต่อการป้องกันทว่ายากแก่การโจมตี ดูราวกับป้อมปราการขนาดย่อมๆ
ที่กึ่งกลางภูเขา มีประตูไม้ขวางทางเดินเล็กๆ ไว้ ข้างๆ มีหอสังเกตการณ์ ชาวบ้านคนหนึ่งยืนอยู่บนนั้น เขาเห็นเติ้งอี้เฟยแต่ไกล
เขาร้องตะโกนเสียงดัง "รีบเปิดประตูเร็วเข้า อี้เฟยกลับมาแล้ว!"
พูดจบเขาก็กระโดดลงมาจากหอสังเกตการณ์อย่างรวดเร็ว เมื่อประตูถูกเปิดออกด้วยเสียงดังเอี๊ยดอ๊าด ชาวบ้านที่ยืนอยู่บนหอสังเกตการณ์เมื่อครู่ก็ออกมาต้อนรับแล้ว
ชาวบ้านผู้นี้อายุราวสี่สิบปี รูปร่างกำยำล่ำสัน สะพายธนูไว้บนหลัง และคาดดาบไว้ที่เอว น่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์เช่นกัน มีระดับพลังกระแสปราณ
"ท่านลุงเติ้ง!"
เติ้งอี้เฟยร้องทักเสียงดัง พร้อมกับโบกมือให้!
"เจ้ารู้หรือไม่ว่าการที่เจ้าแอบหนีไป ทำให้แม่ของเจ้าเป็นห่วงมากแค่ไหน?"
"ท่านลุงเติ้ง ข้าผิดไปแล้ว!" เติ้งอี้เฟยก้มหน้ายอมรับผิดเมื่อถูกท่านลุงเติ้งตำหนิ จากนั้นเขาก็ถามเสียงเบา "จริงสิ ท่านพ่อของข้าเป็นอย่างไรบ้าง?"
"ท่านพ่อของเจ้า..." ชายวัยกลางคนที่ถูกเรียกว่าท่านลุงเติ้งตอบด้วยน้ำเสียงเศร้าสร้อย "ท่านพ่อของเจ้าจากไปแล้ว..."
"อะไรนะ?"
"ช่วยไม่ได้จริงๆ พวกค่ายหมาป่าโฉดลงมือโหดเหี้ยมเกินไป ในหมู่บ้านของเราก็ไม่มีหมอรักษา พวกเราก็หมดหนทางจริงๆ!"
ในที่สุดเติ้งอี้เฟยก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ขอบตาแดงก่ำ ก่อนจะวิ่งหนีเข้าไปในประตูค่ายโดยไม่หันกลับมามอง
ชายวัยกลางคนมองตามหลังอี้เฟยไป พร้อมกับถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง
จากนั้นเขาก็สังเกตเห็นดาบยาวที่สะพายอยู่บนหลังของเติ้งอี้เฟย แต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรมากนัก คาดว่าน่าจะเป็นของดูต่างหน้าของพ่อเติ้งอี้เฟย
บ้านเรือนในหมู่บ้านล้วนสร้างจากวัสดุที่หาได้ในท้องถิ่น สร้างด้วยหินสีเทาอมฟ้า รูปแบบค่อนข้างหยาบกระด้าง
เติ้งอี้เฟยวิ่งผ่านประตูค่าย วิ่งขึ้นบันไดหินสีเทาอมฟ้าเข้าไปในหมู่บ้าน เกือบจะชนเข้ากับชาวบ้านหลายคน เขาไม่มีเวลาแม้แต่จะกล่าวคำขอโทษ มุ่งตรงกลับบ้านของตนทันที
ชาวบ้านหลายคนที่เกือบจะถูกชนตั้งใจจะด่าทอ แต่เมื่อเห็นว่าเป็นแผ่นหลังของเติ้งอี้เฟย พวกเขาก็เงียบเสียงลง
เห็นได้ชัดว่าหมู่บ้านแห่งนี้ไม่ได้ใหญ่โตนัก เรื่องราวของพ่อเติ้งอี้เฟย ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็รับรู้เป็นอย่างดี
ยังไม่ทันจะวิ่งถึงหน้าบ้าน เติ้งอี้เฟยก็เห็นสตรีผู้หนึ่งวิ่งเข้ามาหาตน ก่อนจะสวมกอดเขาไว้อย่างแน่นหนา
"อี้เฟย เจ้าเด็กบ้า เจ้ารู้ไหมว่าแม่เป็นห่วงเจ้ามากแค่ไหน?"
"พ่อของเจ้าจากไปแล้ว แม่จะอยู่ต่อไปได้อย่างไรถ้าไม่มีเจ้า!"
"..."
"ท่านแม่!" เติ้งอี้เฟยกอดมารดา ร้องไห้สะอึกสะอื้น "ท่านพ่อเขา..."
"หลังจากที่เจ้าหายตัวไป อาการบาดเจ็บของเขาก็กำเริบหนัก แม้แต่ท่านผู้เฒ่าหัวหน้าหมู่บ้านก็หมดหนทางช่วย เขาจึงจากพวกเราไปแล้ว!"
หัวหน้าหมู่บ้านของพวกเขามีความรู้เรื่องวิชาแพทย์อยู่บ้าง
"อืม!"
เติ้งอี้เฟยสะอื้นไห้
สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้อยู่พักใหญ่ มารดาของเติ้งอี้เฟยจึงดึงตัวลูกชายกลับเข้าบ้าน
เมื่อกลับถึงบ้าน เติ้งอี้เฟยก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าชวนสะอิดสะเอียน
เขาผลักประตูห้องนอนของพ่อแม่เข้าไป ก็เห็นศพของพ่อนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง
น้ำตาของเขากลับมาไหลรินอย่างไม่รักดีอีกครั้ง
"หัวหน้าหมู่บ้านบอกว่าจะฝังศพพ่อของเจ้า แต่แม่อยากจะรอเจ้ากลับมา เพื่อให้เจ้าได้ดูใจเขาเป็นครั้งสุดท้าย!"
"อืม!" เติ้งอี้เฟยกัดฟันกรอด "ค่ายหมาป่าโฉดบัดซบ ข้าจะต้องฆ่าล้างโคตรพวกมันให้หมด!"
ระหว่างทาง เติ้งอี้เฟยยังแอบตื่นเต้นดีใจที่ยิงสวีป้าตาย แต่มาตอนนี้ ความดีใจเหล่านั้นกลับมลายหายไปจนสิ้น
เขาคิดว่าพ่อของเขาแค่บาดเจ็บสาหัส ไม่เคยคาดคิดเลยว่าพ่อของเขาจะบาดเจ็บสาหัสจนถึงแก่ความตาย!
เด็กหนุ่มในวัยนี้ยังมีความเข้าใจเรื่องความตายไม่ชัดเจนนัก
ตอนนี้เมื่อรู้ว่าพ่อตายแล้ว เขากลับรู้สึกว่าแค่ฆ่าสวีป้าคนเดียวนั้นไม่สาแก่ใจเลย!
เขาต้องฆ่าล้างบางทุกคนในค่ายหมาป่าโฉดให้หมด ถึงจะเรียกได้ว่าเป็นการล้างแค้น
"ลูกเอ๋ย เจ้าอย่าพูดจาเหลวไหลนะ ห้ามไปล้างแค้นเด็ดขาด!" มารดาของเติ้งอี้เฟยกอดศีรษะลูกชายไว้แน่น "เจ้าไม่รู้หรอกว่าตอนที่พ่อของเจ้าถูกทำร้าย แล้วเจ้าวิ่งเตลิดออกจากค่ายไปคนเดียว แม่เป็นห่วงเจ้ามากแค่ไหน แม่ไม่อยากให้เจ้าเป็นอะไรไป แม่อยากให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่อไป มีชีวิตที่ดี!"
"ท่านแม่ ท่านอย่าประเมินลูกชายท่านต่ำไปสิ ลูกชายท่านเก่งกาจมากนะ!" เติ้งอี้เฟยยืนตัวตรง ร้องไห้สะอึกสะอื้น "รองหัวหน้าค่ายหมาป่าโฉดที่ชื่อสวีป้า คนที่ทำร้ายท่านพ่อในวันนั้น ข้าแอบตามพวกมันไป และหาจังหวะสังหารมันได้แล้ว ด้วยหน้าไม้ของท่านพ่อ!"
เดิมทีเขาคิดว่าเมื่อแม่ได้ยินเรื่องที่เขาทำ จะต้องดีใจและภูมิใจในตัวเขา แต่เขาคาดไม่ถึงเลยว่าหลังจากที่ได้ยินคำพูดของเขา ใบหน้าของแม่จะเปลี่ยนเป็นขาวซีดฉับพลัน!
[จบแล้ว]