เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 200 การไล่ล่าครั้งใหญ่ ความเด็ดเดี่ยวของฮั่นเจียงเสวี่ย!

บทที่ 200 การไล่ล่าครั้งใหญ่ ความเด็ดเดี่ยวของฮั่นเจียงเสวี่ย!

บทที่ 200 การไล่ล่าครั้งใหญ่ ความเด็ดเดี่ยวของฮั่นเจียงเสวี่ย!


เหนือท้องฟ้าเขาเทียนขุย ฮั่นเจียงเสวี่ยพาพวกเฉินเฟิงทั้งสามคนพุ่งทะยานไปตลอดทาง

เมื่อเผชิญกับแรงกดดันจากยอดฝีมือขอบเขตหมื่นมรรคา ตลอดเส้นทางจึงไม่มีสัตว์อสูรหรือยอดฝีมือคนใดกล้าเข้ามาขัดขวาง เพียงเวลาไม่ถึงครึ่งก้านธูปพวกเขาก็ข้ามผ่านยอดเขาไปได้กว่าครึ่ง

ขณะที่กำลังพุ่งทะยานอยู่นั้น ดวงตากลมโตของฮั่นเจียงเสวี่ยก็คอยสังเกตอาการของเฉินเฟิงอยู่ตลอดเวลา ตอนนี้พลังความดุร้ายที่หมุนวนอยู่รอบกายเฉินเฟิงคล้ายกับมีแนวโน้มว่าจะถูกสะกดข่มไว้ได้ลางๆ แล้ว

ทว่าการสะกดข่มนี้ยังไม่ถือว่าสำเร็จอย่างสมบูรณ์ พลังความดุร้ายที่ปกคลุมร่างของเขายังคงน่าสะพรึงกลัวจนทำให้ผู้คนใจสั่น ส่วนร่างกายของเฉินเฟิงก็ยังคงแข็งทื่อ จิตสังหารสีเลือดในดวงตาสีดำยังไม่จางหายไป

เมื่อเห็นสภาพของเฉินเฟิงเช่นนี้ ในใจของฮั่นเจียงเสวี่ยก็หนักอึ้งอย่างไม่ต้องสงสัย พลังความดุร้ายบนกระบี่มารบรรพกาล แม้แต่นางที่เป็นยอดฝีมือขอบเขตหมื่นมรรคายังรู้สึกหวาดหวั่น นับประสาอะไรกับเฉินเฟิงที่เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตทะลวงสวรรค์

"พี่หาน ข้างหลังมีคนตามมาแล้ว!" เฉิงอวี่เซวียนเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"ข้ารู้ คนของวังมารสวรรค์กับฉินสือหลงนั่นแหละ!" ฮั่นเจียงเสวี่ยกล่าวเสียงขรึม

แม้นางจะไม่ได้หันหน้าไปมอง แต่นางก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันแข็งแกร่งสองสายที่กำลังมุ่งหน้ามาทางพวกเขาอย่างรวดเร็ว กลิ่นอายทั้งสองสายนี้นางเคยปะทะมาแล้ว ซึ่งก็คือหวงคุนและฉินสือหลง สองยอดฝีมือขอบเขตหมื่นมรรคานั่นเอง

"ตอนนี้พวกเราควรทำอย่างไรดี?" เซี่ยจื่อหลานเอ่ยถามด้วยใบหน้าเย็นชา

หากต้องแบกเฉินเฟิงไปด้วย ไม่ช้าก็เร็วพวกนางต้องถูกตามทันแน่ แต่หากจะให้พวกนางทิ้งเฉินเฟิงไว้แล้วหนีเอาตัวรอดเพียงลำพัง พวกนางก็ทำไม่ลง!

ฮั่นเจียงเสวี่ยไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ตอนนั้นเองสติสัมปชัญญะในดวงตาของเฉินเฟิงคล้ายกับถูกดึงกลับมาบางส่วน

เขาพลิกฝ่ามือ หินปราณระดับสูงสุดภายในแหวนมิติถูกเขาดึงออกมาอย่างรวดเร็ว ภายใต้การโคจรของเคล็ดวิชา แรงดูดอันบ้าคลั่งก็กวาดล้างออกไป ดูดซับพลังปราณอันบริสุทธิ์ที่อัดแน่นอยู่ในหินปราณระดับสูงสุดเหล่านี้เข้าสู่ร่างกายจนหมดสิ้น

การกระทำนี้เกิดขึ้นรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ เมื่อเฉินเฟิงดูดซับพลังปราณอันบริสุทธิ์ดั่งกระแสน้ำป่านี้เข้าสู่ร่างกายแล้ว เขาก็กลับเข้าสู่สภาวะเงียบงันอีกครั้ง

"เฉินเฟิง!" ฮั่นเจียงเสวี่ยกระซิบเรียกเขาเบาๆ ทว่าเขากลับยังคงนิ่งเฉยราวกับไม่รับรู้สิ่งใด

เมื่อเห็นเช่นนั้นในใจของฮั่นเจียงเสวี่ยก็เริ่มร้อนรนขึ้นมา

"พวกเจ้า รีบร้อนปานนี้คิดจะไปไหนรึ?"

ตอนนั้นเองเสียงคำรามอันดุร้ายที่แฝงไปด้วยพลังปราณก็ดังกึกก้องราวกับเสียงฟ้าร้องสะเทือนเลือนลั่นไปทั่วเทือกเขาแห่งนี้

หัวใจของหญิงสาวทั้งสามกระตุกวูบ เมื่อพวกนางหันขวับกลับไป ก็เห็นร่างของหวงคุนและฉินสือหลงปรากฏขึ้นด้านหลังพวกนางตั้งแต่เมื่อใดก็ไม่รู้ สายตาที่มองลงมาจากเบื้องบนนั้นแฝงไปด้วยจิตสังหารอันเยือกเย็น

"พวกเจ้าพาเฉินเฟิงไป ข้าจะขวางพวกเขาไว้เอง!"

ฮั่นเจียงเสวี่ยตัดสินใจอย่างเด็ดขาด นางก้าวออกมายืนขวางหน้าเฉิงอวี่เซวียนและเซี่ยจื่อหลานพร้อมกับเอ่ยเสียงขรึม

"พี่หาน ... " สีหน้าของเฉิงอวี่เซวียนและเซี่ยจื่อหลานเปลี่ยนไปเล็กน้อย ขณะที่พวกนางกำลังจะเอ่ยปาก ดวงตาเย็นเยียบที่แฝงไปด้วยความโกรธของฮั่นเจียงเสวี่ยก็จ้องมองมาที่พวกนางพร้อมกับตวาดลั่น "ตอนนี้ข้าขอสั่งพวกเจ้าในฐานะประมุขตำหนักวิญญาณ เชื่อฟังข้าเดี๋ยวนี้!"

เมื่อเห็นเช่นนั้น แม้ในใจของเฉิงอวี่เซวียนและเซี่ยจื่อหลานจะไม่ยินยอม แต่พวกนางก็กัดฟันกรอด ลากร่างของเฉินเฟิงพุ่งทะยานไปข้างหน้าต่อไป

ส่วนฮั่นเจียงเสวี่ยเผชิญหน้ากับฉินสือหลงและหวงคุนโดยปราศจากความหวาดกลัวใดๆ นางยื่นมือออกไปกลางอากาศ ทวนรบสีเงินที่ส่องประกายแวววาวก็ปรากฏขึ้นในมือ นัยน์ตาสวยแฝงไปด้วยความเย็นเยียบอันแหลมคมจ้องมองตรงไปยังฉินสือหลงและหวงคุน

แม้จะต้องเผชิญหน้ากับสองยอดฝีมือขอบเขตหมื่นมรรคา ท่าทีของนางก็ไม่หวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย!

"ฮั่นเจียงเสวี่ย เจ้าช่างรักเพื่อนพ้องเสียจริง ถึงกับยอมรั้งอยู่คนเดียวเพื่อรอความตาย!" เมื่อเห็นท่าทางของฮั่นเจียงเสวี่ย ฉินสือหลงก็รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อยพร้อมกับแค่นเสียงหัวเราะเยาะ

"รอความตายงั้นรึ?" เมื่อได้ยินเช่นนั้นฮั่นเจียงเสวี่ยก็ยิ้มหยัน เอ่ยเสียงเย็น "ฉินสือหลง ตอนที่ข้าอยู่ในช่วงแข็งแกร่งที่สุด เจ้าแม้แต่จะผายลมยังไม่กล้าปล่อยออกมาด้วยซ้ำ เจ้าก็ทำได้แค่ฉวยโอกาสช่วงที่รากวิญญาณของข้าเสียหายมาเบ่งอำนาจต่อหน้าข้าก็เท่านั้น พูดก็พูดเถอะ นอกจากเรื่องที่เจ้าเป็นผู้ชายแล้ว เจ้ามีอะไรที่เหนือกว่าข้าบ้าง?"

ใบหน้าของฉินสือหลงแดงก่ำ "หุบปาก!"

"ทำไม ถูกแทงใจดำหรือไง ฉินสือหลง เจ้าอย่าลืมสิว่าเมื่อห้าปีก่อนตอนที่เจ้าเจอข้า เจ้าประจบสอพลอข้าขนาดไหน หากไม่ใช่เพราะรากวิญญาณของข้าเสียหาย ป่านนี้เวลาเจ้าเจอข้าก็คงต้องโค้งคำนับอยู่ดี!" ฮั่นเจียงเสวี่ยยิ้มเยาะ

ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์หรือความสามารถ ฮั่นเจียงเสวี่ยถือเป็นตัวตนระดับสูงสุดในสำนักหลิงเซียวมาโดยตลอด หากไม่ใช่เพราะภัยพิบัติครั้งใหญ่เมื่อห้าปีก่อน ตอนนี้นางคงสามารถใช้แค่มือเดียวจับฉินสือหลงกดลงกับพื้นแล้วบังคับให้คุกเข่าขอร้องได้แล้ว

ส่วนฉินสือหลงก็เป็นเพียงยอดฝีมือที่อาศัยทรัพยากรการบ่มเพาะจำนวนมหาศาลของสำนักเพื่อยกระดับพลังของตนเองเท่านั้น หากพูดถึงพรสวรรค์ด้านวิถียุทธ์ ฮั่นเจียงเสวี่ยสามารถทิ้งห่างเขาไปได้ไกลสุดกู่ เมื่อห้าปีก่อนอย่าว่าแต่จะมีฐานะเทียบเท่าฮั่นเจียงเสวี่ยเลย แม้แต่คุณสมบัติที่จะพูดคุยกับนางเขาก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ!

และเรื่องนี้ก็ถือเป็นอดีตที่ฉินสือหลงไม่อยากยอมรับมากที่สุด เพราะฮั่นเจียงเสวี่ยมักจะอยู่เหนือเขาเสมอ ทำให้บรรดาอัจฉริยะในสำนักได้แต่มองดูแผ่นหลังของนางอยู่ห่างๆ มิเช่นนั้นฮั่นเจียงเสวี่ยจะสามารถก้าวเข้าสู่ทำเนียบยอดฝีมือขอบเขตหมื่นมรรคาตั้งแต่อายุยังน้อยได้อย่างไร

ฉินสือหลงยิ้มเหี้ยมพร้อมกับเอ่ยเยาะเย้ย "ฮั่นเจียงเสวี่ย ข้าไม่ปฏิเสธหรอกนะว่าตอนที่เจ้าอยู่ในสภาวะสมบูรณ์แบบนั้นแข็งแกร่งมากจริงๆ แต่ตอนนี้ล่ะ คนที่รากวิญญาณเสียหายอย่างเจ้า พลังลดลงไปตั้งเท่าไหร่ ก็ทำได้แค่อาศัยฝีปากมาอวดเก่งต่อหน้าข้าเท่านั้นแหละ รอข้าจับเจ้าได้ด้วยมือคู่นี้ ข้าอยากจะรู้ว่าเจ้าจะทนรับการทรมานจากข้าได้สักกี่น้ำ!"

"พี่ฉิน ไม่ต้องพูดพล่ามทำเพลงแล้ว บุกเข้าไปพร้อมกันเลยเถอะ รอจัดการนังผู้หญิงคนนี้จนหมอบได้ก็ยกให้เจ้าจัดการ ถึงตอนนั้นเจ้าอยากจะเล่นสนุกอย่างไรก็ได้ทั้งนั้น!" หวงคุนที่อยู่ด้านข้างเอ่ยเสียงเหี้ยม ความหมายแอบแฝงในคำพูดนั้นชัดเจนอยู่แล้ว ท้ายที่สุดฮั่นเจียงเสวี่ยก็ถือเป็นสาวงามหยาดเยิ้มอันดับหนึ่งเช่นกัน!

เมื่อได้ยินเช่นนั้นฉินสือหลงก็เลียริมฝีปาก แววตาเผยให้เห็นความปรารถนาอันละโมบ จากนั้นเขาไม่พูดพร่ำทำเพลง พลังปราณรอบกายระเบิดออกทันที

ตูม

มิติสั่นสะเทือน แรงกดดันจากพลังปราณอันแข็งแกร่งที่ยากจะบรรยายกวาดล้างออกไปอย่างรวดเร็ว ถึงขั้นทำให้ท้องฟ้าแห่งนี้มืดครึ้มลง คลื่นพลังอันบ้าคลั่งนั้นแฝงไปด้วยอานุภาพที่สามารถทำลายล้างฟ้าดินได้!

ส่วนรอบกายหวงคุนก็มีปราณมารสวรรค์พวยพุ่งออกมาเช่นกัน แสงมารนั้นดุดันไร้เทียมทาน แม้แต่ยอดฝีมือระดับเดียวกันอย่างขอบเขตหมื่นมรรคายังต้องหวาดหวั่น!

ฟุ่บ

ร่างของทั้งสองกระทืบเท้าลงบนความว่างเปล่า พร้อมกับเสียงอากาศระเบิดดังกึกก้อง แสงเงาอันน่าสะพรึงกลัวสองสายก็พุ่งทะยานออกไปดั่งเสือชีตาห์ พุ่งตรงเข้าหาฮั่นเจียงเสวี่ยทันที

เมื่อเห็นเช่นนั้น ฮั่นเจียงเสวี่ยกำทวนรบสีเงินในมือแน่น นางสูดหายใจเข้าลึก นัยน์ตาสวยเปลี่ยนเป็นเย็นชาดุดัน ร่างระหงพุ่งเข้าปะทะ การต่อสู้ครั้งใหญ่สะเทือนเลือนลั่นได้เปิดฉากขึ้นที่ขอบฟ้าอีกครั้ง!

...

อีกด้านหนึ่ง เฉิงอวี่เซวียนและเซี่ยจื่อหลานลากร่างของเฉินเฟิงกลายเป็นลำแสงสามสาย พุ่งทะยานหนีออกจากเขาเทียนขุยอย่างสุดชีวิต

และตรงกลางระหว่างพวกนาง พลังความดุร้ายที่หมุนวนอยู่รอบกายเฉินเฟิงกลับทวีความรุนแรงและบ้าคลั่งยิ่งขึ้น ภายในร่างกายของเขามีเสียงสั่นสะเทือนดังแว่วออกมาอย่างต่อเนื่อง

ทุกครั้งที่เสียงสั่นสะเทือนนี้ดังขึ้น มุมปากของเฉินเฟิงก็จะมีเลือดไหลซึมออกมา ร่างกายที่เดิมทีก็มาถึงขีดจำกัดอยู่แล้วยิ่งดูสะบักสะบอมลงไปอีกในเวลานี้ ราวกับว่าเลือดเนื้อจะถูกฉีกขาดออกจากกันได้ทุกเมื่อ

"พี่เฉิง เฉินเฟิงจะตายไหม?" เมื่อสัมผัสได้ถึงสภาพของเฉินเฟิง ใบหน้าของเซี่ยจื่อหลานก็เผยให้เห็นความร้อนรน นางหันไปมองเฉิงอวี่เซวียนอย่างกระวนกระวายใจ

เฉิงอวี่เซวียนถอนหายใจ "ข้าก็จนปัญญาเหมือนกัน ใครจะไปรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเฉินเฟิง แต่เจ้านี่เป็นคนดวงแข็งมาตลอด ข้าคิดว่าเขาน่าจะทนผ่านมันไปได้นะ!"

พลังความดุร้ายบนร่างของเฉินเฟิง แม้แต่ฮั่นเจียงเสวี่ยที่เห็นยังต้องยอมแพ้ นับประสาอะไรกับนางที่เป็นเพียงผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตกักเก็บเทพ

ตอนนี้พวกนางทำได้เพียงพึ่งพาดวงของเฉินเฟิงเท่านั้น

ตูม ตูม

ตอนนั้นเอง เสียงระเบิดดังกึกก้องก็ดังแว่วมาจากขอบฟ้าเบื้องหลังพวกนาง จากนั้นแสงสว่างอันงดงามเจิดจ้าก็สาดประกายขึ้น คลื่นกระแทกจากพลังปราณอันบ้าคลั่งที่ซ้อนทับกันหลายชั้นแผ่กระจายไปทั่วทุกทิศทางราวกับเกลียวคลื่น

คลื่นกระแทกนั้นแม้จะอยู่ห่างไกล แต่ก็ยังสามารถซัดร่างของเฉิงอวี่เซวียนและพวกกระเด็นถอยหลังไปกว่าร้อยเมตร

ดวงตากลมโตของเฉิงอวี่เซวียนและเซี่ยจื่อหลานหันไปมองด้านหลังอย่างรวดเร็ว พวกนางสัมผัสได้ว่าที่ขอบฟ้าอันไกลโพ้นนั้น การต่อสู้อันสะเทือนเลือนลั่นได้เปิดฉากขึ้นแล้ว

"ทางนั้นเริ่มปะทะกันแล้ว ไป พวกเราเร่งความเร็วขึ้นอีก รีบหนีไปจากที่นี่เร็วเข้า!" เฉิงอวี่เซวียนกัดฟันกรอดพร้อมกับเอ่ยเสียงต่ำ

แม้ว่าตอนนี้พวกนางจะเป็นห่วงความปลอดภัยของฮั่นเจียงเสวี่ยมากเพียงใด แต่ก็ไม่อาจทรยศต่อความเด็ดเดี่ยวของนางได้ พวกนางต้องรีบกลับไปขอความช่วยเหลือ!

หญิงสาวทั้งสองไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบลากร่างของเฉินเฟิง เร่งความเร็วขึ้นจนถึงขีดสุด พุ่งทะยานไปยังขอบฟ้าอันไกลโพ้นทันที

ทว่าหลังจากที่พวกนางพุ่งทะยานไปได้ไม่ไกลนัก ร่างของชายชุดดำจากวังมารสวรรค์สองคนก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าขวางทางพวกนางไว้ราวกับภูตผี พวกเขาเอ่ยพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ "สาวน้อย อย่าเพิ่งรีบไปสิ พวกเรามีธุระกับพวกเจ้าอยู่นะ!"

"เป็นพวกเจ้าเองรึ?!" เมื่อเห็นชายชุดดำสองคนนี้ หัวใจของเฉิงอวี่เซวียนและเซี่ยจื่อหลานก็กระตุกวูบ

สำหรับคนทั้งสองพวกนางไม่รู้สึกแปลกหน้าเลย พวกเขาคือผู้ฝึกยุทธ์ขอบเขตกักเก็บเทพของวังมารสวรรค์ที่เคยต่อสู้กับพวกนางในแอ่งกระทะสีดำนั่นเอง!

แต่พวกนางคิดไม่ถึงเลยว่า อีกฝ่ายจะแอบหลบหนีจากฮั่นเจียงเสวี่ยแล้วแอบตามพวกนางมาตามลำพัง!

หนึ่งในชายชุดดำปรายตามองเฉินเฟิงที่พวกนางลากมาด้วยแล้วหัวเราะ "แม่นาง ข้าอยากจะขอตัวคนจากพวกเจ้าหน่อย ส่งเขามาให้พวกเราแล้วจะปล่อยพวกเจ้าไป เป็นอย่างไร?"

เฉิงอวี่เซวียนและเซี่ยจื่อหลานไม่ได้เอ่ยสิ่งใด มือเรียวงามของพวกนางจับแขนของเฉินเฟิงไว้แน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความหวาดระแวงจ้องมองพวกเขา

คนของวังมารสวรรค์สองคนนี้ ล้วนเป็นยอดฝีมือขอบเขตกักเก็บเทพขั้นห้า ระดับพลังสูงกว่าพวกนางมาก แล้วแบบนี้จะสู้ได้อย่างไร?

"ข้าคิดว่าพวกเจ้าคงไม่มีพรรคพวกระดับขอบเขตหมื่นมรรคาคนอื่นแล้วสินะ?!"

ชายชุดดำสองคนยิ้มเหี้ยม ร่างของพวกเขาค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้ พลังมารสวรรค์อันมหาศาลค่อยๆ ปลดปล่อยออกมา คลื่นพลังอันแข็งแกร่งนั้นถึงขั้นทำให้แผ่นดินเบื้องล่างค่อยๆ แตกร้าว

ร่างของเฉิงอวี่เซวียนและเซี่ยจื่อหลานค่อยๆ ถอยร่นไปด้านหลัง เมื่อเผชิญหน้ากับสองยอดฝีมือขอบเขตกักเก็บเทพ พวกนางรู้สึกราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ

เซี่ยจื่อหลานจับแขนข้างหนึ่งของเฉินเฟิงไว้ นางเผลอออกแรงบีบแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว นัยน์ตาสวยจ้องมองเฉินเฟิงด้วยความคาดหวัง นางหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเฉินเฟิงจะฟื้นขึ้นมาในวินาทีนี้

แต่น่าเสียดายที่เฉินเฟิงยังคงนิ่งเฉย

จบบทที่ บทที่ 200 การไล่ล่าครั้งใหญ่ ความเด็ดเดี่ยวของฮั่นเจียงเสวี่ย!

คัดลอกลิงก์แล้ว