เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 190 - กระจกมังกรมารสวรรค์ เลือดทารกสามแสนคน!

บทที่ 190 - กระจกมังกรมารสวรรค์ เลือดทารกสามแสนคน!

บทที่ 190 - กระจกมังกรมารสวรรค์ เลือดทารกสามแสนคน!


ภายในแอ่งกระทะสีดำ กลุ่มชายชุดดำของหวงคุนพุ่งทะยานออกไปด้วยความเร็วสูง ภายใต้การปกคลุมของแสงจากตราประทับสำนัก คนกลุ่มนี้บุกทะลวงเข้าไปราวกับเข้าสู่ดินแดนไร้ผู้คน ต่อให้รอบด้านจะมีหุ่นเชิดศพมากเพียงใดก็ไม่อาจทำอันตรายพวกมันได้เลยแม้แต่น้อย

ตราประทับสำนักชิ้นนี้เปรียบเสมือนใบเบิกทางที่ไม่มีใครกล้าขวางกั้นภายในสำนักมังกรคราม เมื่ออาศัยใบเบิกทางนี้ กลุ่มของหวงคุนเรียกได้ว่าแทบจะไม่ต้องเปลืองแรงแม้แต่น้อย ก็สามารถทิ้งคนอื่นๆ ไว้เบื้องหลังได้อย่างไกลลิบ

"โชคดีนะที่พวกเรามีตราประทับสำนักอยู่ในมือ มิเช่นนั้นพวกเราก็คงไม่อาจผ่านเข้ามาได้อย่างราบรื่นเช่นนี้แน่!" ชายชุดดำจากวังมารสวรรค์คนหนึ่งปรายตามองไปด้านหลัง เมื่อเห็นยอดฝีมือมากมายถูกหุ่นเชิดศพพัวพันอยู่ บนใบหน้าที่ซีดเซียวไร้เลือดฝาดก็ปรากฏรอยยิ้มอันเหี้ยมโหด

ความรู้สึกที่ได้ยืนดูเสือสองตัวกัดกันเช่นนี้ ช่างเป็นอะไรที่สะใจเสียจริงๆ

"ข้าบอกแล้ว พวกมันเป็นแค่เป้าล่อเท่านั้น คิดจริงๆ หรือว่าตำหนักมังกรครามแห่งนี้ พวกคนกระจอกงอกง่อยจะสามารถเข้ามาได้ง่ายๆ" หวงคุนแค่นหัวเราะเยาะเย้ยอย่างดูแคลน

"ใต้เท้าหวง ครั้งนี้พวกเรานำผลประโยชน์อันใหญ่หลวงมาให้สำนักของท่าน หวังว่าท่านคงจะไม่ลืมข้อตกลงระหว่างพวกเรานะ!" เหมยฉางหลินยิ้มบาง

ใบหน้าของหวงคุนดูมืดครึ้มลงเล็กน้อย ทว่าเขาก็ยังคงกัดฟันกล่าว "เรื่องที่รับปากพวกเจ้า ข้าย่อมต้องทำตามสัญญาอยู่แล้ว!"

"ใต้เท้า ท่านดูสิ มีคนตามพวกเรามาทันแล้ว!" ในเวลานี้ ชายชุดดำจากวังมารสวรรค์คนก่อนหน้านี้คล้ายกับสัมผัสได้ถึงเรื่องราวที่เหลือเชื่อบางอย่าง เขาจึงร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ

ในชั่วพริบตา สายตาของทุกคนก็หันกลับไปมองด้านหลัง มองเห็นเพียงท่ามกลางกองทัพหุ่นเชิดศพอันมหาศาล มีเงาร่างสี่สายกำลังพุ่งทะลวงด่านสกัดกั้นของหุ่นเชิดศพด้วยท่วงท่าดุจพยัคฆ์ร้าย พวกเขาไล่ตามกลุ่มของหวงคุนมาอย่างรวดเร็ว

และท่ามกลางเงาร่างทั้งสี่นี้ เงาร่างที่อยู่ด้านหน้าสุดคล้ายกับกำลังถือของวิเศษแปลกประหลาดบางอย่างเอาไว้ในมือ แสงสีเขียวมรกตพันธนาการอยู่รอบกำปั้น และเมื่อใช้กระบวนท่าโจมตีอันบ้าคลั่ง หุ่นเชิดศพที่ขวางทางอยู่ด้านหน้าก็ถูกชกจนระเบิดแหลกไปทีละตัว

ละอองเลือดสาดกระเซ็น พลังงานสีเขียวมรกตชนิดนี้คล้ายกับมีพลังทำลายล้างและการสะกดข่มสิ่งชั่วร้ายเหล่านี้อย่างน่าสะพรึงกลัว ภายใต้การพัดม้วนของพลังงานนี้ ปราณมารสวรรค์ที่ลอยวนอยู่รอบกายก็ถูกชำระล้างจนหมดสิ้น

"เฉินเฟิงหรือ" สายตาของเหมยฉางหลินก็จับจ้องไปด้านหลังเช่นเดียวกัน จากนั้นเมื่อนางเห็นเงาร่างของเด็กหนุ่มที่ทำให้นางต้องกัดฟันกรอดด้วยความเคียดแค้นและอยากจะฆ่าให้ตายแม้กระทั่งในความฝัน รูม่านตาของนางก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที

"ไอ้เดรัจฉานสารเลวนั่น กลับมาที่โบราณสถานสำนักมังกรครามด้วยอย่างนั้นหรือ!"

ก่อนหน้านี้ตอนอยู่ด้านนอกโบราณสถานสำนักมังกรคราม เหมยฉางหลินไม่ได้สนใจผู้ที่เดินทางเข้ามาในสำนักมากนัก นางจึงไม่ทันสังเกตเห็นร่างของเฉินเฟิง

ทว่าในตอนนี้ นางกลับคาดไม่ถึงเลยว่าไอ้หนูนี่จะตามเข้ามาด้วย!

ข้างกายของเหมยฉางหลิน ชายชุดดำลึกลับจากสำนักหลิงเซียวก็จ้องมองเฉินเฟิงเช่นเดียวกัน ภายในก้นบึ้งของดวงตาสาดประกายความเหน็บหนาวออกมาลางๆ

"ไป ไม่ต้องไปสนใจพวกมัน เดี๋ยวก็มีคนจัดการมันแทนพวกเราเองแหละ!" หวงคุนกล่าวเสียงเย็น

จากนั้น เขาก็เร่งความเร็วพุ่งตรงไปยังส่วนลึกของแอ่งกระทะสีดำอย่างรวดเร็ว เหมยฉางหลินกัดฟันแน่น ตอนนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเข้าไปให้ถึงส่วนลึกของตำหนักมังกรคราม ส่วนไอ้หนูนี่ ช้าเร็วก็ต้องตกมาอยู่ในกำมือของนาง ถึงตอนนั้นนางจะต้องทำให้มันอยู่มิสู้ตายให้จงได้!

เมื่อเป็นเช่นนั้น คนทั้งห้าจึงเร่งความเร็วขึ้น ในชั่วพริบตาก็ทิ้งห่างจากคนด้านหลังไปไกลยิ่งขึ้น

"พวกมันเร่งความเร็วแล้ว พวกเราก็ต้องรีบตามไป!" เฉินเฟิงกล่าวเสียงหนัก

ตู้ม

เขากำหมัดชกออกไป พลังวิญญาณระเบิดออก ภายใต้การเสริมพลังจากเมล็ดโพธิ์ หุ่นเชิดศพจำนวนมากในรัศมีเบื้องหน้าก็ถูกกระแทกจนกระเด็นถอยไปในทันที

จากนั้นเขาก็โคจรพลังวิญญาณรอบกายจนถึงขีดสุด กลายเป็นเงาแสงพุ่งทะยานออกไป หานเจียงเสวี่ยและอีกสองสาวก็รีบตามไปติดๆ

"ไอ้เดรัจฉาน มอบตัวมาให้ข้าซะดีๆ!" ทว่าพวกเขายังไม่ทันได้พุ่งออกไปไกลนัก จากทางด้านหลังก็มีเสียงตวาดของชายวัยกลางคนดังสนั่นหวั่นไหวราวกับสายฟ้าฟาดกึกก้องไปทั่วฟ้าดิน

จากนั้น ทุกคนก็สัมผัสได้ถึงแรงกดดันของพลังวิญญาณอันสุดแสนจะน่าสะพรึงกลัวพัดม้วนมาจากเบื้องหลัง ห้วงมิติรอบกายของกลุ่มเฉินเฟิงคล้ายกับถูกบีบอัดจนแทบจะหยุดนิ่ง ผืนดินแตกร้าวเป็นชั้นๆ รอยแยกขนาดครึ่งจั้งที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่าแผ่ขยายออกไปอย่างบ้าคลั่ง

ขอบเขตหมื่นมรรคาหรือ ภายในใจของเฉิงอวี่เซวียนและเซี่ยจื่อหลานต่างก็สั่นสะท้านอย่างรุนแรง!

หานเจียงเสวี่ยหันกลับไปมอง ก็เห็นหยางเจิ้นเทียนกำลังกระโดดข้ามหุ่นเชิดศพทีละตัวและพุ่งเข้ามาทางด้านหลังของพวกเขา ใบหน้าบิดเบี้ยวแผ่รังสีอำมหิต ภายใต้การระเบิดพลังวิญญาณ เขาก็ก่อตัวเป็นฝ่ามือยักษ์คว้าตรงมายังจุดที่เฉินเฟิงยืนอยู่ "ไอ้สวะ ส่งของวิเศษในมือเจ้ามาให้ข้าเดี๋ยวนี้!"

หานเจียงเสวี่ยก็โกรธจัดเช่นกัน!

"ตาเฒ่า เจ้าคิดว่าข้าไร้ตัวตนหรืออย่างไร" หานเจียงเสวี่ยใบหน้าปกคลุมไปด้วยความเย็นชาดุจน้ำแข็ง นางแผดเสียงตวาด ร่างอรชรพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าเช่นเดียวกัน

ขอบเขตหมื่นมรรคาแล้วอย่างไรล่ะ!

ข้านี่แหละจะซัดขอบเขตหมื่นมรรคาให้ดู!

ตู้ม

พลังวิญญาณรอบกายของหานเจียงเสวี่ยถูกปลดปล่อยออกมา แรงกดดันของพลังวิญญาณที่น่าสะพรึงกลัวและไม่ด้อยไปกว่าหยางเจิ้นเทียนเลยก็แผ่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน นางยกมือเรียวหยกขึ้น พลังวิญญาณอันท่วมท้นประดุจท้องทะเลพุ่งทะยานออกไปราวกับน้ำหลาก ฟาดฝ่ามือเข้าปะทะอย่างรุนแรง

ปัง

ฝ่ามือทั้งสองปะทะกัน ห้วงมิติสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงในเวลานี้ จากนั้นคลื่นพลังวิญญาณกระแทกอันมหาศาลก็กลายเป็นเกลียวคลื่นที่ซ้อนทับกันพัดม้วนไปทั่วทุกสารทิศ

พลังวิญญาณอันบ้าคลั่งไร้เทียมทานทั้งสองสายปะทะกันอย่างดุเดือด แสงสว่างเจิดจ้าราวกับดวงตะวันสว่างวาบขึ้นบนท้องฟ้า การโจมตีอันน่าตื่นตะลึงนั้นข่มขวัญทุกคนในที่นั้นอย่างไม่ต้องสงสัย

"นังหญิงสารเลว ไสหัวไปซะ!"

ท่ามกลางแสงวิญญาณอันงดงามนั้น ใบหน้าของหยางเจิ้นเทียนบิดเบี้ยวจนถึงขีดสุด เสียงคำรามดังก้อง พลังวิญญาณอันมหาศาลดุจคลื่นทะเลถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่ปิดบัง พุ่งเข้ากระแทกหานเจียงเสวี่ยอย่างเกรี้ยวกราด

และหานเจียงเสวี่ยก็ไม่มีทีท่าว่าจะยอมถอย นางโคจรพลังวิญญาณจนถึงขีดสุด ภายในมือเรียวหยกก็มีคลื่นพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่ผิดปกติอาละวาดอยู่เช่นกัน มันเข้าปะทะกับหยางเจิ้นเทียนอย่างดุเดือด

ตู้ม ตู้ม

ต่อให้เป็นท้องฟ้าที่ถูกปกคลุมด้วยเมฆมารอันมืดมิด ในเวลานี้ก็ยังถูกพลังวิญญาณอันไร้เทียมทานของทั้งสองคนฉีกกระชากจนเกิดเป็นรอยแยกขนาดร้อยจั้ง ขอบของรอยแยกยังมีพลังวิญญาณอันน่าสะพรึงกลัวกำลังแผดเผาอยู่ พลังทำลายล้างที่น่าตกตะลึงนั้นทำให้ผู้คนจำนวนมากต้องเบิกตากว้างด้วยความตื่นตะลึง

"เฉินเฟิง พวกเจ้าไปก่อน ข้าจะขวางตาเฒ่าบ้าคลั่งนี่ไว้เอง!" หานเจียงเสวี่ยตะโกนบอกกลุ่มของเฉินเฟิงที่อยู่เบื้องล่าง

เฉินเฟิงพยักหน้า เขาไม่รอช้า พลังวิญญาณรอบกายระเบิดออก เร่งความเร็วขึ้นจนถึงขีดสุด พุ่งตรงไปยังส่วนลึกของแอ่งกระทะสีดำทันที

ในเวลาเช่นนี้ พวกเขาย่อมไม่สามารถปล่อยให้หยางเจิ้นเทียนมาเป็นตัวถ่วงได้

"ห้ามไปนะ!" หยางเจิ้นเทียนแผดเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว

"ไม่ไปแล้วเจ้าจะเชิญพวกเราดื่มน้ำชาหรืออย่างไร" หานเจียงเสวี่ยเย้ยหยันอย่างดูแคลน

จากนั้นพลังวิญญาณรอบกายของนางก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น นิ้วเรียวหยกทั้งสิบตวัดเปลี่ยนมุทราโบราณกลางอากาศอย่างรวดเร็ว คลื่นพลังอันลึกลับซับซ้อนจากยุคบรรพกาลก็แผ่กระจายไปทั่วฟ้าดินในทันที

ในเวลานี้ หานเจียงเสวี่ยก็เตรียมจะใช้ไพ่ตายบางอย่างเช่นกัน

สถานการณ์ภายในโบราณสถานสำนักมังกรครามนี้เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา นางไม่อยากถูกตาเฒ่านี่ถ่วงเวลาจนตายหรอกนะ!

ตู้ม

ทันใดนั้น พลังวิญญาณอันตื่นตะลึงก็ก่อตัวเป็นลำแสงขนาดร้อยจั้ง พุ่งทะยานขึ้นจากร่างอรชรของหานเจียงเสวี่ยและทะลวงขึ้นสู่ชั้นเมฆ

จากนั้น ลำแสงอันลึกลับและไม่มีวันดับสูญอันยิ่งใหญ่ก็สาดส่องลงมาจากชั้นเมฆ ปกคลุมร่างของหานเจียงเสวี่ยที่แตกละเอียดเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเอาไว้

และรอบกายของหานเจียงเสวี่ย เมื่อมองออกไปก็คล้ายกับถูกประดับประดาด้วยอัญมณีคริสตัลหลากสีสันที่งดงามตระการตา ทว่าภายใต้ความงดงามนี้ ทุกคนกลับสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังทำลายล้างฟ้าดินที่น่าสะพรึงกลัว ซึ่งกำลังแผ่ซ่านออกมาจากร่างของหานเจียงเสวี่ย

เฉินเฟิงหันกลับไปมองแวบหนึ่ง เขารู้ดีว่าหานเจียงเสวี่ยน่าจะครอบครองวิธีการโบราณบางอย่างจากยุคบรรพกาลอยู่ แต่วิธีการโบราณเช่นนี้ย่อมต้องแลกมาด้วยข้อแลกเปลี่ยนบางอย่างเป็นแน่

ดังนั้น ตอนนี้เขาจึงไม่สามารถเสียเวลาได้แม้แต่วินาทีเดียว!

ฟึ่บ

เฉินเฟิงเร่งความเร็วขึ้น เมื่ออาศัยพลังของเมล็ดโพธิ์ เขาก็ฝ่าฟันอุปสรรคของหุ่นเชิดศพมาได้อย่างต่อเนื่อง และในขณะที่เขาพุ่งทะยานออกไป เขายังคงได้ยินเสียงการต่อสู้อันดุเดือดที่ปะทุขึ้นทางด้านหลัง รวมถึงเสียงคำรามอันเกรี้ยวกราดของหยางเจิ้นเทียนอีกด้วย

ทว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้ เฉินเฟิงไม่ได้สนใจมันอีกต่อไปแล้ว

ภายในเวลาเพียงหนึ่งก้านธูป เฉินเฟิงก็สามารถทิ้งทุกคนไว้เบื้องหลัง พาเซี่ยจื่อหลานและเฉิงอวี่เซวียนมาจนถึงส่วนลึกของแอ่งกระทะสีดำได้สำเร็จ

ที่นี่ไม่มีกองทัพหุ่นเชิดศพอีกแล้ว สิ่งที่มาแทนที่คือลานกว้างอันมืดมิดที่ยิ่งทำให้รู้สึกหวาดผวามากขึ้นไปอีก

ที่นี่ราวกับเป็นลานประกอบพิธีกรรมบูชายัญโบราณ ที่ขอบด้านนอกสุดมีเสาหินสีดำเรียงรายอยู่จำนวนหลายร้อยต้น บนเสาหินสีดำเหล่านี้ยังมีลวดลายศักดิ์สิทธิ์โบราณที่แสนจะชั่วร้ายสลักอยู่ เมื่อลวดลายเหล่านี้ถูกเชื่อมโยงเข้าด้วยกันก็ดูคล้ายกับมังกรโลหิตจากยุคบรรพกาลอยู่ไม่น้อย

และบนยอดของเสาหินสีดำเหล่านี้ ก็มีโคมไฟวิญญาณอันแปลกประหลาดวางอยู่ ภายใต้แสงไฟที่สาดส่อง ทะเลโลหิตขนาดยักษ์แห่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นแก่สายตาของทุกคน

"นี่คือ ... "

เมื่อเห็นสระโลหิตแห่งนี้ เฉินเฟิงก็ถึงกับอึ้งไปอย่างสมบูรณ์แบบ

สิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้ ไม่สามารถเรียกว่าสระได้ด้วยซ้ำ แต่มันคือทะเลโลหิต!

ทะเลโลหิตแห่งนี้มีขนาดราวพันจั้ง น้ำเลือดอันเชี่ยวกรากม้วนตัวราวกับคลื่นทะเลอยู่ภายในนั้น ส่งเสียงเดือดปุดๆ ลางๆ ยังมีฟองอากาศผุดขึ้นมาด้วย

ในขุมทรัพย์ลับของผู้อาวุโสใหญ่แห่งสำนักเจ็ดสัจธรรมก็มีสระบำรุงหยินแห่งหนึ่งเช่นกัน ทว่าสระบำรุงหยินแห่งนั้นเมื่อนำมาเทียบกับสระโลหิตตรงหน้านี้แล้ว กลับเป็นคนละเรื่องกันเลย สระบำรุงหยินแห่งนั้นอย่างมากก็เล็กกว่าสระโลหิตตรงหน้านี้เป็นร้อยเท่า

รอบๆ สระบำรุงหยินยังมีกองกระดูกกองเป็นภูเขาเลากา โครงกระดูกเหล่านี้มีขนาดไม่ใหญ่นัก ดูแล้วเหมือนกระดูกของเด็กทารกไม่มีผิด

เมื่อเห็นภาพนี้ ต่อให้เฉินเฟิงจะเป็นคนอารมณ์ดีแค่ไหน บนหน้าผากของเขาก็มีเส้นเลือดปูดโปนด้วยความโกรธจัดจนถึงขีดสุด!

"ทะเลโลหิตแห่งนี้ ตกลงมันใช้เลือดของทารกไปกี่คนกันแน่!"

เฉิงอวี่เซวียนและเซี่ยจื่อหลานก็รู้สึกสั่นสะท้านในใจอย่างรุนแรงเช่นกัน เมื่อมองดูกองกระดูกมนุษย์ที่เป็นภูเขาเลากา และเลือดที่ทอดยาวไร้ขอบเขตแห่งนี้ ภายในใจของพวกนางก็รู้สึกตื่นตะลึงอย่างหาที่สุดไม่ได้

นี่อย่างน้อยก็ต้องมีทารกถึงสามแสนคนเลยนะ!

นี่เป็นฝีมือของมารร้ายจอมเข่นฆ่าตนใดกันแน่

"เฉินเฟิง นั่นมันอะไรน่ะ" ทันใดนั้นเซี่ยจื่อหลานคล้ายกับสังเกตเห็นอะไรบางอย่าง นางรีบร้องตะโกนถามเฉินเฟิง

มองเห็นเพียงเฉินเฟิงกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปนประดุจมังกรขดตัวอยู่บนท่อนแขน ลมหายใจหอบถี่และหนักหน่วง คล้ายกับกำลังสะกดกลั้นความโกรธแค้นอันยิ่งใหญ่เอาไว้

เขาเงยหน้าขึ้นอย่างยากลำบาก จ้องมองไปยังกระจกโบราณสำริดที่ปักอยู่ใจกลางทะเลโลหิตแห่งนี้

กระจกโบราณสำริดบานนี้มีขนาดราวสิบจั้ง ด้านบนสลักลวดลายของสัตว์ร้ายบรรพกาลนานาชนิด ดูแล้วยิ่งใหญ่ตระการตายิ่งกว่าเสาหินสีดำรอบๆ เสียอีก

เลือดทั้งหมดภายในทะเลโลหิตแห่งนี้ ราวกับกำลังหล่อเลี้ยงกระจกโบราณสำริดบานนี้อยู่ พลังเลือดอันไร้ที่สิ้นสุดถูกกระจายโบราณสำริดบานนี้ดูดซับไปจนหมดสิ้น จากนั้นลวดลายบรรพกาลทั้งหมดบนกระจกโบราณสำริดก็สว่างวาบขึ้น ปราณมรณะอันดุร้ายที่ราวกับจะกลืนกินฟ้าดินแผ่ซ่านออกมาอย่างบ้าคลั่ง

เพียงแค่เฉิงอวี่เซวียนและเซี่ยจื่อหลานมองดูกระจกโบราณสำริดบานนี้เพียงแวบเดียว ภายในสมองก็ปรากฏภาพทะเลเลือดขุมนรก เสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณร้ายที่ถูกฉีกกระชากดังก้องอยู่ในนั้น ทำให้หัวใจของพวกนางต้องสั่นสะท้าน

"กระจกมังกรมารสวรรค์ นี่คือกระจกมังกรมารสวรรค์จริงๆ ด้วย!" หวงคุนมีท่าทีราวกับคนบ้า เขาแผดเสียงคำราม น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความดีใจอย่างบ้าคลั่งจนไม่อาจสะกดกลั้นเอาไว้ได้

กระจกมังกรมารสวรรค์ที่วังมารสวรรค์ของพวกเขาตามหามาอย่างยากลำบาก กลับอยู่ที่นี่จริงๆ ด้วย!

พันปี!

เวลาผ่านไปถึงพันปีเต็ม พวกเขารอคอยวันนี้มานานเหลือเกิน!

กระจกมังกรมารสวรรค์นี้ ในที่สุดก็จะได้คืนสู่เจ้าของเดิมเสียที!

"ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า วังมารสวรรค์ของข้า ในที่สุดก็จะได้สุดยอดสมบัติประจำสำนักกลับคืนมาแล้ว หลังจากนี้ บนแผ่นดินทักษิณแห่งนี้ จะมีใครกล้าต่อกรกับวังมารสวรรค์ของข้าอีกล่ะ!"

ตอนนี้หวงคุนดูราวกับคนเสียสติ เขาแหงนหน้าหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง คล้ายกับถูกกดขี่มานานแสนนาน ในเวลานี้จึงระเบิดมันออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ นัยน์ตาของเขาแดงก่ำไปหมด

ส่วนเหมยฉางหลินและชายชุดดำลึกลับจากสำนักหลิงเซียว ก็จ้องมองไปที่กระจกโบราณสำริดตรงหน้าเขม็งเช่นเดียวกัน ใบหน้าเปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

"นี่น่ะหรือกระจกมังกรมารสวรรค์"

"ของชั่วร้ายที่สำนักมังกรครามและวังมารสวรรค์ร่วมมือกันหลอมสร้างขึ้นมาในปีนั้น!" รูม่านตาของเหมยฉางหลินหดเกร็ง

ต่อให้อยู่ห่างไกล นางก็ยังสัมผัสได้อย่างลึกซึ้งถึงปราณมรณะอันบ้าคลั่งที่แฝงอยู่ในกระจกโบราณสำริดบานนี้ ว่ามันน่าสะพรึงกลัวเพียงใด

อาวุธสังหารชิ้นนี้ ถือกำเนิดขึ้นมาโดยฝืนกฎสวรรค์อย่างแท้จริง คาดว่าต่อให้เป็นยอดฝีมือขอบเขตหมื่นมรรคามาพบเจอ ก็ยังต้องหวาดกลัวกระจกมังกรมารสวรรค์บานนี้ราวกับเสือร้าย ก็มิน่าเล่า ทำไมวังมารสวรรค์ถึงได้บ้าคลั่งตามหาที่ซ่อนของกระจกมังกรมารสวรรค์อย่างเอาเป็นเอาตายถึงเพียงนี้

หากวังมารสวรรค์ได้อาวุธสังหารระดับนี้ไปครอบครอง เกรงว่ามันคงจะเป็นมหันตภัยร้ายแรงที่ทำลายล้างทุกขุมกำลังอย่างไม่ต้องสงสัย!

"เฉินเฟิง จะปล่อยให้คนพวกนี้ได้ของสิ่งนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด ห้ามเด็ดขาดเลยนะ!" เฉิงอวี่เซวียนหันไปมองเฉินเฟิง นางขบกัดริมฝีปากแน่น ดวงตาอันงดงามสาดประกายความเด็ดเดี่ยวอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

นางรู้ดีว่า อาวุธสังหารชนิดนี้ ห้ามนำออกไปจากโบราณสถานเด็ดขาด ยิ่งไปกว่านั้น ยิ่งห้ามตกไปอยู่ในมือของกลุ่มชายชุดดำนิรนามที่อยู่ตรงหน้าอย่างเด็ดขาด นางแอบรู้สึกได้ว่า หากอาวุธสังหารชิ้นนี้ตกไปอยู่ในมือของชายชุดดำเหล่านี้ เกรงว่าอย่าว่าแต่สำนักหลิงเซียวเลย ต่อให้มองไปทั่วทั้งภูมิภาคทักษิณ ก็คงต้องเกิดหายนะครั้งใหญ่ที่มีผู้คนล้มตายเป็นจำนวนมากแน่ๆ!

"ข้ารู้แล้ว!" เฉินเฟิงหลุบตาลง

ในเวลานี้ ในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่า คลื่นพลังแปลกประหลาดที่เขาสัมผัสได้ก่อนหน้านี้ มันคืออะไรกันแน่!

มันก็คือกระจกมังกรมารสวรรค์ที่ถูกหลอมสร้างขึ้นมาจากเลือดทารกอย่างน้อยสามแสนคนที่อยู่ตรงหน้านี้นี่เอง!

หากปล่อยให้คนของวังมารสวรรค์ได้ของสิ่งนี้ไป มันจะนำพาหายนะครั้งใหญ่มาสู่ภูมิภาคทักษิณอย่างแน่นอน!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 190 - กระจกมังกรมารสวรรค์ เลือดทารกสามแสนคน!

คัดลอกลิงก์แล้ว