เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 155 ใครคือหนอนบ่อนไส้?

บทที่ 155 ใครคือหนอนบ่อนไส้?

บทที่ 155 ใครคือหนอนบ่อนไส้?


ท่ามกลางสายลมยามราตรี กงซุนเหยี่ยนตกตะลึงจนถึงขีดสุด

หัวหน้าหน่วยของสำนักงานปราบปรามความผิดปกติต่างก็ผ่านศึกมาโชกโชน ตามประสบการณ์ที่ผ่านมา หากสู้กันตัวต่อตัว การจะสังหารผู้ฝึกตนมารขอบเขตปราณกังนั้นไม่มีปัญหาเลยแม้แต่น้อย

แต่เหวินเหยี่ยนไม่เพียงเอาชนะได้ แถมยังฆ่ารวดเดียวสามศพเนี่ยนะ?

ตบะระดับนี้แทบจะไร้เทียมทานในขอบเขตเดียวกันแล้วไม่ใช่หรือ?

แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามามัวยืนเหม่อ ภายหลังอึ้งไปไม่กี่วินาที เขาก็เอ่ยขึ้น "ยอดเยี่ยมมาก! งั้นพวกเราเปลี่ยนทิศทางฝ่าวงล้อมกันเถอะ!"

หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ พอกงซุนเหยี่ยนรวมกลุ่มกับเยว่เหวินได้ ก็ตัดสินใจหลบหนีไปอีกทางทันที

เรื่องที่กงซุนเหยี่ยนบอกก่อนหน้านี้ไม่ได้โกหก หุ่นเชิดศพของเขาถูกนำไปให้อีกฝ่ายอัปเกรดจริงๆ และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ได้รับคืนมา อีกฝ่ายเป็นช่างหลอมอาวุธที่มีชื่อเสียงพอตัวในย่านสลัม เขาจึงไม่กังวลว่าอีกฝ่ายจะเชิดหุ่นเชิดศพหนีไป

เพียงแต่คิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์จะพลิกผันกะทันหัน คืนนี้ถึงกับต้องลงไม้ลงมือกัน ตอนนี้เขาจึงรู้สึกเสียใจอยู่บ้าง

ต่อให้อัปเกรดไม่เสร็จ ก็ควรจะรีบไปเอาหุ่นเชิดศพคืนมาแต่เนิ่นๆ

เหวินเหยี่ยน, กงซุนเหยี่ยน และถังเหยี่ยน... ยอดฝีมือขอบเขตปราณกังที่เหลือรอดอยู่สองคนครึ่ง พาฝูงศิษย์สามขอบเขตล่างอีกหยิบมือ รีบเปลี่ยนทิศทางและพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างเร่งรีบ

ในขณะที่กลุ่มคนกำลังมุ่งหน้าไปอย่างทุลักทุเล จู่ๆ ก็มีเงาดำสามร่างพุ่งพรวดออกมาจากทางสวนผลไม้วิญญาณพิฆาต

พอเข้ามาใกล้ถึงได้เห็นชัดๆ ว่าเป็นเมิ่งเหยี่ยน ชายร่างสูงใหญ่กำยำนั่นเอง ด้านหลังเขามีหุ่นเชิดศพตามมาอีกสองตัว

"ทำไมนายเพิ่งออกมาล่ะ?" เยว่เหวินเห็นเขาพุ่งเข้ามา ก็แกล้งถามด้วยน้ำเสียงกังขา

"ก็ฉันหาผลไม้วิญญาณพิฆาตเจอก่อนถึงค่อยออกมาน่ะสิ ทางสะดวกมากเลยนะ พวกนายไปเจออะไรมาเนี่ย?" น้ำเสียงของเมิ่งเหยี่ยนดูสับสนเล็กน้อย "ฉันได้ยินเสียงต่อสู้ดังสนั่นไปหมด ทุกทิศทุกทางมีแต่คนร้องว่าเจอยามขอบเขตปราณกัง นึกว่าพวกนายแกล้งหลอกฉันเล่นซะอีก..."

พูดจบ เขาก็มองไปยังกงซุนเหยี่ยนและบรรดาศิษย์ที่บาดเจ็บ "แล้วสภาพพวกนายคือ..."

ทุกคนเริ่มมองเขาด้วยสายตาแปลกๆ

กงซุนเหยี่ยนเงียบไปอึดใจ ก่อนจะเอ่ยขึ้น "มีเกลือเป็นหนอน พวกเราเสียหายหนักเลย"

"อะไรนะ?!" เมิ่งเหยี่ยนตกใจ

เมื่อครู่ตอนที่เขาเข้าไปในสวนผลไม้วิญญาณพิฆาต ทางสะดวกโยธินจริงๆ ไม่มีอะไรมาขวางกั้นเลยสักนิด อย่าว่าแต่ยามขอบเขตปราณกังเลย แม้แต่คุณลุงรปภ. สักคนก็ยังไม่เห็น

พอได้ยินเสียงคนตะโกนโหวกเหวกโวยวายรอบข้าง เขาก็นึกว่าเพื่อนร่วมสำนักกำลังเล่นตุกติกกันเอง

ทุกคนก็เป็นผู้ฝึกตนมารกันทั้งนั้น การมีเล่ห์เหลี่ยมบ้างมันก็เป็นเรื่องปกติ... ทั้งๆ ที่ไม่ได้เจอใคร แต่แกล้งตะโกนว่ายามขอบเขตปราณกังอยู่ทางนี้ เพื่อหลอกให้คนอื่นแห่กันไปช่วย ส่วนตัวเองก็อาศัยจังหวะนั้นรีบไปหาผลไม้วิญญาณพิฆาต

หรือไม่ก็ มีคนหนึ่งเจอยามขอบเขตปราณกังเข้าจริงๆ แล้วร้องขอความช่วยเหลือ แต่เพื่อนร่วมสำนักคนอื่นนอกจากจะไม่ไปช่วยแล้ว ยังไม่อยากให้ใครไปช่วย ก็เลยตะโกนหลอกตามน้ำไปด้วย แบบนี้คนที่มีใจอยากจะช่วยก็ไม่รู้ว่าควรไปทางไหน ส่วนผู้เข้าแข่งขันที่เจอยามขอบเขตปราณกังจริงๆ ก็อาจจะต้องโดนฆ่าตาย

ลูกไม้ตื้นๆ พวกนี้ เมิ่งเหยี่ยนอ่านเกมออกทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว

ในมุมมองของเขา พวกผู้ฝึกตนมารที่คิดว่าตัวเองฉลาดพวกนั้นล้วนโง่เขลาสิ้นดี ตำแหน่งหัวหน้าสาขาในครั้งนี้ แท้จริงแล้วมันเป็นของเขาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว...

ดังนั้นเขาจึงไม่สนใจเสียงเอะอะรอบข้าง ก้มหน้าก้มตาหาผลไม้วิญญาณพิฆาตต่อไป และประสบความสำเร็จในการหาพบหนึ่งลูกภายในไม่กี่นาที ภายหลังเด็ดมาได้ก็เดินกลับทางเดิม จนมาพบกับผู้ฝึกตนมารที่เหลือรอดซึ่งหนีเตลิดมาถึงที่นี่พอดี

เมื่อเห็นท่าทางประหลาดใจของอีกฝ่าย กงซุนเหยี่ยนก็เอ่ยถามเสียงเครียด "ทั้งในและนอกสวนผลไม้วิญญาณพิฆาตต่อสู้กันเละเทะขนาดนี้ นายไม่เจอศัตรูเลยสักคนงั้นรึ?"

"ไม่เจอนะ" เมิ่งเหยี่ยนเริ่มตระหนักได้แล้วว่าทำไมคนอื่นถึงมองเขาแบบนี้ จึงรีบอธิบายแก้ต่างให้ตัวเอง "ฉันอาจจะแค่ดวงดีมั้ง พอเข้าไปเจอผลไม้วิญญาณพิฆาตก็รีบออกมาเลย"

พูดจบ เขาก็หยิบเอาผลไม้วิญญาณพิฆาตที่เพิ่งเด็ดมาขึ้นมาโชว์เป็นหลักฐาน

ท่ามกลางความมืดมิด บนฝ่ามือของเขามีผลไม้กลมเกลี้ยงสีดำสนิทลูกหนึ่ง ผิวของมันเปล่งประกายเงางามราวกับมีไอเกล็ดน้ำแข็งเกาะอยู่

"หืม?" กงซุนเหยี่ยนขมวดคิ้วกะทันหัน เอ่ยถามว่า "นี่คือผลไม้วิญญาณพิฆาตที่เพิ่งเด็ดมางั้นรึ?"

"มีอะไรล่ะ?" เมิ่งเหยี่ยนงง

กงซุนเหยี่ยนหันไปหาเยว่เหวิน "น้องเหวิน เอาผลไม้วิญญาณพิฆาตของน้องออกมาให้ทุกคนดูหน่อยสิ"

เยว่เหวินทำตามที่บอก หยิบผลไม้สีดำออกมาลูกหนึ่งเช่นกัน

จะเห็นได้ว่าผลไม้ของเขามีเพียงเกล็ดน้ำแข็งบางๆ เกาะอยู่แค่นิดเดียว เยว่เหวินจึงแสร้งทำเป็นสงสัย เอ่ยถามเมิ่งเหยี่ยนไปว่า "ทำไมผลไม้ของนายถึงมีพลังหยินเกาะหนาเตอะขนาดนั้นล่ะ?"

"ฉันจะไปรู้ได้ไงล่ะ?" เมิ่งเหยี่ยนตอบอย่างหงุดหงิด

เขาอุตส่าห์เดินหามาตลอดทาง กว่าจะเจอสักลูกก็ยากเย็นแสนเข็ญ แน่นอนว่าต้องรีบเด็ดลงมาทันที ใครมันจะไปสนใจล่ะว่าไอเย็นที่เกาะอยู่มันหนาหรือเปล่า

พวกผู้ฝึกตนมารที่อายุน้อยหน่อยอาจจะไม่ค่อยเคยเห็นผลไม้วิญญาณพิฆาต ย่อมไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้

แต่กงซุนเหยี่ยนผ่านโลกมานานกว่า เคยเห็นผลไม้วิญญาณพิฆาตมาแล้วหลายครั้ง จึงรู้ซึ้งถึงคุณสมบัติของผลไม้ชนิดนี้ดีกว่า

เขามองด้วยสายตาจับผิด แล้วเอ่ยอย่างเนิบนาบว่า "ผลไม้วิญญาณพิฆาตนั้น ทันทีที่ถูกเด็ดออกจากต้น และหากไม่ได้รับการเก็บรักษาในภาชนะปิดผนึกอย่างดี พลังหยินที่อยู่ภายในจะค่อยๆ รั่วไหลออกมา ก่อตัวเป็นเกล็ดน้ำแข็งสีขาวที่เช็ดไม่ออกปกคลุมอยู่บนผิว ยิ่งเด็ดออกจากต้นมานานเท่าไหร่ เกล็ดน้ำแข็งก็จะยิ่งหนาขึ้นเท่านั้น เรื่องนี้หากไม่เคยศึกษามาอย่างละเอียดล่ะก็ ไม่มีทางรู้เด็ดขาด"

"ดูจากความหนาของเกล็ดน้ำแข็งบนผลไม้ของนายแล้ว อย่างน้อยๆ ก็ถูกเด็ดมาเป็นชั่วโมงแล้ว"

"เป็นไปไม่ได้!" เมิ่งเหยี่ยนเริ่มรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดี ลึกๆ รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังตกหลุมพรางอะไรบางอย่าง

ผลไม้ลูกนี้เขาเพิ่งเด็ดลงมาจากต้นแท้ๆ จะมีไอเย็นรั่วไหลออกมาเป็นชั่วโมงได้ยังไง?

ถึงเขาจะไม่ค่อยรู้เรื่องผลไม้วิญญาณพิฆาตสักเท่าไหร่ แต่เขารู้ดีว่าตัวเองบริสุทธิ์ใจแค่ไหน!

ในสถานการณ์เช่นนี้ ความคิดของเขาก็พลิกแพลงไป อดสงสัยไม่ได้ว่า... หรือกงซุนเหยี่ยนกับเหวินเหยี่ยนจะจงใจแต่งเรื่องโกหกขึ้นมา เพื่อสาดโคลนใส่เขากันแน่?

บรรดาศิษย์สืบทอดสายตรงเจ้าถิ่นรุ่นเยาว์ของตำหนักผีเปลวเพลิงอย่างพวกเขานั้น ไม่มีใครทนมองไอ้แก่กงซุนเหยี่ยนได้หรอก หากหมอนี่จะได้ขึ้นเป็นหัวหน้าสาขา ทุกคนก็คงไม่ยอมรับแน่

กงซุนเหยี่ยนก็ไม่กล้าแข่งขันกับพวกเขาอย่างยุติธรรม จึงจัดงานคัดเลือกบ้าๆ นี่ขึ้นมา เพื่อจะหลอกฆ่าทุกคนให้หมด... จากนั้นตัวเองจะได้ฮุบตำแหน่งไป

สมเหตุสมผลสุดๆ!

"ฉันเข้าใจแล้ว!" เขาตะโกนด่าลั่น "ไอ้แก่กงซุน แกมันเจ้าเล่ห์เพทุบาย!"

...

พอได้ยินคำด่าทอของเมิ่งเหยี่ยน กงซุนเหยี่ยนก็เผยรอยยิ้มเย็นชา

ในมุมมองของเขา กองกำลังหลักฝั่งตนเองเสียหายอย่างหนัก ผู้ฝึกตนมารขอบเขตปราณกังที่เข้าไปในสวนผลไม้วิญญาณพิฆาตก็ตายไปกว่าครึ่ง นี่ขนาดเหวินเหยี่ยนอาศัยฝีมือล้วนๆ ทะลวงฝ่าวงล้อมออกมาได้นะ ไม่อย่างนั้นคงตายเรียบยกแก๊ง!

มีแค่แกคนเดียว เมิ่งเหยี่ยน ที่เดินเหินสบายใจเฉิบตลอดทางโดยไม่เจอคนของสำนักงานปราบปรามความผิดปกติเลยสักคน?

ยังจะมาบอกว่าดวงดีอีก...

ฉันคลุกคลีอยู่ในวงการผู้ฝึกตนมารมาครึ่งค่อนชีวิต แกเห็นฉันหน้าตาเหมือนคนโดนหลอกง่ายๆ งั้นรึ?

เดิมทีความสงสัยนี้อาจจะมีแค่ห้าสิบเปอร์เซ็นต์ และยังไม่มีหลักฐานแน่ชัด

แต่การที่เมิ่งเหยี่ยนงัดเอาผลไม้วิญญาณพิฆาตที่เกล็ดน้ำแข็งเกาะหนาเตอะลูกนั้นออกมาโชว์ นี่มันหลักฐานชัดๆ เลยว่ามีคนแอบเด็ดมาเตรียมไว้ให้เขาก่อนล่วงหน้า!

คราวนี้ระดับความสงสัยเลยพุ่งปรี๊ดไปถึงเก้าสิบห้าเปอร์เซ็นต์แล้ว

แผนการเดิมของไอ้หมอนี่ คงจะเป็นการสมรู้ร่วมคิดกับสำนักงานปราบปรามความผิดปกติ ให้กวาดล้างกองกำลังหลักที่เขาเป็นผู้นำอยู่ด้านนอก ส่วนด้านในก็ดักซุ่มโจมตีผู้ฝึกตนมารขอบเขตปราณกังที่เข้าแข่งขันให้สิ้นซาก จากนั้นมันก็จะถือผลไม้วิญญาณพิฆาตเดินหนีไปอย่างสบายใจ และก้าวขึ้นเป็นหัวหน้าสาขาอย่างมีความสุข

น่าเสียดายที่มันคิดไม่ถึงว่าเหวินเหยี่ยนกับเขาจะแข็งแกร่งขนาดนี้ จนกระทั่งทั้งสมรภูมิด้านในและด้านนอกต่างก็มีคนรอดชีวิตมาได้

ยิ่งเห็นระดับความเดือดดาลที่อีกฝ่ายด่าทอเขาฉอดๆ แบบนี้ ความสงสัยก็พุ่งทะลุเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ไปแล้ว... ไม่สิ ตอนนี้ผู้อาวุโสกงซุนสามารถฟันธงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลยว่า เมิ่งเหยี่ยนนี่แหละคือหนอนบ่อนไส้!

ใครเคยเล่นเกมหมาป่าก็น่าจะรู้ดี เวลาที่หมาป่าจนตรอกเถียงไม่ออก ก็มักจะโมโหกลบเกลื่อนแล้วเริ่มโจมตีตัวบุคคลแทน

ใครคือหนอนบ่อนไส้ ตอนนี้มันแจ่มแจ้งแดงแจ๋แล้ว

"คิดไม่ถึงเลยจริงๆ" กงซุนเหยี่ยนส่ายหน้า "แกก็ถือเป็นศิษย์สืบทอดที่ท่านประมุขรับเข้ามาตั้งแต่ปีแรกๆ แท้ๆ ไม่นึกเลยว่าแกจะกล้าทรยศตำหนักของเราได้!"

"ฉันไม่ได้ทำ!" เมิ่งเหยี่ยนตะโกนเถียง "เป็นแกนั่นแหละที่คิดจะใส่ร้ายป้ายสี เพื่อกำจัดคนที่ไม่ลงรอยด้วย!"

"งั้นคืนนี้แกกล้าตามฉันออกจากเมืองเจียงเฉิง กลับไปหาท่านประมุข เพื่อให้ท่านเป็นคนตรวจสอบความบริสุทธิ์ของแกไหมล่ะ!" กงซุนเหยี่ยนตวาดลั่น

ที่เขาพูดเช่นนั้น ก็เพราะประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบันแล้ว การลงมือต่อสู้อาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีนัก

ด้านหนึ่ง กองกำลังของสำนักงานปราบปรามความผิดปกติที่อยู่ด้านหลังคงกำลังค้นหาและไล่ล่าตามมาติดๆ หากสู้กันจนเกิดเสียงดังเอิกเกริก อาจจะเป็นการชักนำให้พวกมันตามมาฆ่าได้

อีกด้านหนึ่ง เมิ่งเหยี่ยนยังไม่ได้สู้กับใครเลย พลังตบะจึงยังถูกเก็บรักษาไว้อย่างสมบูรณ์

ส่วนฝ่ายตนเอง ถังเหยี่ยนก็เหลือสภาพแค่ครึ่งคน เหวินเหยี่ยนก็เพิ่งผ่านศึกหนักมาหมาดๆ พลังย่อมสูญเสียไปมหาศาล แถมหุ่นเชิดศพตัวหลักของเขาก็ไม่ได้อยู่กับตัว เลยยิ่งไม่เหมาะที่จะต่อสู้

บรรดาศิษย์สามขอบเขตล่างนอกจากจะบาดเจ็บกันถ้วนหน้าแล้ว ในการต่อสู้ระดับนี้ พวกนั้นก็แทบจะไร้ประโยชน์อยู่แล้ว

ดังนั้น เขาจึงตั้งใจจะใช้แผนถ่วงเวลาเมิ่งเหยี่ยนไว้ก่อน ขอแค่มันกล้าตามเขากลับไปหาท่านประมุข เขาแค่อธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง แล้วปล่อยให้ท่านประมุขลงมือจัดการคนทรยศเอง

"ไปหาแม่แกสิ!"

เมิ่งเหยี่ยนสบถด่าอย่างเดือดดาล แล้วจู่ๆ ก็ระเบิดพลังคลุ้มคลั่งขึ้นมา

เขากระตุ้นเคล็ดวิชา ร่างของหุ่นเชิดศพทั้งสองตัวที่อยู่ด้านหลังก็ขยายใหญ่ขึ้น กลายเป็นยักษ์ปักหลั่นร่างกำยำน่าเกรงขาม พุ่งทะยานเข้าใส่พวกเขาทันทีพร้อมกับกลิ่นอายพลังหยินอันพวยพุ่ง!

หุ่นเชิดศพสองตัวนี้ถูกห่อหุ้มไว้อย่างมิดชิด แถมเสื้อผ้าที่สวมใส่ก็ทำจากวัสดุที่ไม่ธรรมดา ขยายร่างใหญ่โตขนาดนี้แล้วก็ยังไม่ปริขาด

หากเป็นในสถานการณ์ปกติ เมิ่งเหยี่ยนคงไม่กลัวที่จะไปเผชิญหน้ากับท่านประมุขหรอก

เพราะยังไงผลไม้วิญญาณพิฆาตของเขาก็เพิ่งเด็ดมาสดๆ ร้อนๆ ต่อให้มันมีปัญหาจริงๆ ก็ไม่ใช่ความผิดของเขาแน่นอน

แต่ปัญหาในตอนนี้ก็คือ... เขาไม่ได้บริสุทธิ์ใจจริงๆ น่ะสิ!

เมื่อหลายวันก่อน ตอนที่เมิ่งเหยี่ยนกำลังบำเพ็ญเพียรอยู่ในป่าเขา จู่ๆ ก็มีเด็กหนุ่มท่าทางประหลาดมาหา ร่างกายของเด็กหนุ่มคนนั้นดูราวกับถูกสลักเสลามาจากหยกชวนให้เลื่อมใส เขาบอกว่าตนเองคือ 'ฟ่านไป๋เหยี่ยน' ปรมาจารย์ผู้ก่อตั้งตำหนักผีเปลวเพลิง และสั่งให้เมิ่งเหยี่ยนรับฟังคำสั่ง แล้วเขาจะช่วยให้ตบะเพิ่มพูนขึ้นอย่างรวดเร็ว

ตอนแรกเมิ่งเหยี่ยนก็ยังไม่เชื่อ แต่ฟ่านไป๋เหยี่ยนกลับปลดผนึกค่ายกลที่เชื่อมต่อระหว่างเขากับหุ่นเชิดศพออกอย่างง่ายดาย แล้วยึดหุ่นเชิดศพของเมิ่งเหยี่ยนไปเป็นของตนเอง

ฟ่านไป๋เหยี่ยนกล่าวว่า เป็นเพราะตอนที่เขาก่อตั้งตำหนักผีเปลวเพลิง เขาได้แอบซ่อน 'ประตูหลัง' เอาไว้ในเคล็ดวิชาลับการหลอมหุ่นเชิดศพของตำหนัก ทำให้เขามีสิทธิ์ในการควบคุมหุ่นเชิดศพทุกตัวที่ถูกหลอมขึ้นตามเคล็ดวิชานี้ ได้เหนือกว่าคนที่หลอมพวกมันขึ้นมาเองเสียอีก

เมื่อเป็นเช่นนี้ เมิ่งเหยี่ยนจึงไม่อาจไม่เชื่อได้

ช่วงแรกๆ ฟ่านไป๋เหยี่ยนก็เพียงแค่รับเขาเป็นศิษย์ ถ่ายทอดวิชาลับให้ แถมยังใจกว้างไปหาหุ่นเชิดศพเหล็กเงินคุณภาพสูงส่งมาให้อีกสองตัว

จนกระทั่งเมื่อไม่กี่วันก่อน มีข่าวแพร่งพรายออกมาว่า อาเฮยเหยี่ยนจะมาก่อตั้งสาขาย่อยในเมืองเจียงเฉิง

ฟ่านไป๋เหยี่ยนแสยะยิ้มเย็นชา กล่าวว่าศิษย์ทรยศผู้นี้ทนไม่ไหวแล้วจริงๆ เขาจึงให้เมิ่งเหยี่ยนไปลงแข่งชิงตำแหน่งหัวหน้าสาขา เพื่อจะได้เป็นสายลับที่เขาแฝงตัวเอาไว้ข้างกายศิษย์ทรยศ

เมิ่งเหยี่ยนที่ฝึกฝนวิชาลับจนสำเร็จ คิดว่าตำแหน่งหัวหน้าสาขานี้จะต้องตกเป็นของตนอย่างง่ายดาย ใครจะไปรู้ว่าไอ้แก่กงซุนเหยี่ยนจะคิดการคัดเลือกที่ฝืนลิขิตสวรรค์เช่นนี้ออกมาได้

แทนที่จะให้พวกเราขึ้นประลองบนลานประลอง กลับให้ไปบุกสำนักงานปราบปรามความผิดปกติซะอย่างนั้น

นี่มันเรื่องที่คนปกติเขาคิดกันได้รึไง?

เขาจึงจำใจต้องซ่อนเร้นตัวตนที่เป็นความลับ แฝงตัวปะปนไปกับผู้ฝึกตนมารขอบเขตปราณกังเพื่อไปหาผลไม้วิญญาณพิฆาต

ถึงแม้ว่าเขาจะแอบสวามิภักดิ์ต่อฟ่านไป๋เหยี่ยนไปแล้ว แต่ตลอดทั้งคืนนี้เขาก็ทำตัวสงบเสงี่ยมเจียมตัว ไม่ได้ทำเรื่องชั่วร้ายอะไรเลยแม้แต่น้อย

สุดท้ายแกกลับมาบอกว่าฉันเป็นหนอนบ่อนไส้เนี่ยนะ?

ตอนนี้เขาเปรียบเสมือนหมาป่าที่ไม่เคยฆ่าคนมาก่อน คอยตั้งหน้าตั้งตาช่วยงานคนดีมาตลอด แต่จู่ๆ กลับโดนคนชี้หน้าหาว่าเป็นหมาป่า แน่นอนว่าเขาต้องรู้สึกไม่ได้รับความเป็นธรรม นี่มันการปรักปรำกันชัดๆ

แต่ถ้าจะให้ผู้พยากรณ์มาตรวจสอบตัวเขาดู เขาก็ไม่กล้าอีก

ก็เพราะเขาเป็นหมาป่าจริงๆ ไงล่ะ

เขาไม่กล้าไปเผชิญหน้ากับอาเฮยเหยี่ยนหรอก หากท่านประมุขจับพิรุธได้ว่าเขาแปรพักตร์ไปอยู่กับฟ่านไป๋เหยี่ยนเข้าจริงๆ เขาจะไม่ตายหยั่งเขียดหรอกหรือ?

ฉันยอมรับว่าเป็นหนอนบ่อนไส้ แต่ฉันก็ยังไม่ได้ทำอะไรเลย แกมีสิทธิ์อะไรมาพูดแบบนี้กับฉัน!

ด้วยความคับแค้นใจสุดขีด เมิ่งเหยี่ยนก็บันดาลโทสะ ความชั่วร้ายแล่นพล่านไปทั่วร่าง ในใจคิดว่าในเมื่อถูกพวกแกสาดโคลนใส่จนอธิบายได้ยากแล้ว แถมพวกแกแต่ละคนก็มีแต่คนแก่ คนอ่อนแอ คนพิการ...

งั้นทำแล้วก็ต้องทำให้สุด ขอระเบิดพลังบวกกับพวกแกตรงนี้แหละ!

วันนี้ฉันจะฆ่าล้างบางพวกแกให้เกลี้ยง ถึงตอนนั้นก็ค่อยอ้างว่าตายด้วยน้ำมือของสำนักงานปราบปรามความผิดปกติ ตำหนักผีเปลวเพลิงเมืองเจียงเฉิงเหลือยอดฝีมือขอบเขตปราณกังแค่ฉันคนเดียว แล้วตำแหน่งหัวหน้าสาขาจะเป็นของใครไปได้ล่ะ?

เมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มลงมืออย่างอำมหิต นัยน์ตาของเยว่เหวินก็เปล่งประกายเจิดจ้าขึ้นมาทันที

ไอ้หมอนี่ให้ความร่วมมือดีเกินคาดแฮะ!

จบบทที่ บทที่ 155 ใครคือหนอนบ่อนไส้?

คัดลอกลิงก์แล้ว