- หน้าแรก
- สยบยุทธภพด้วยระบบความปรารถนาร้าย
- บทที่ 270 - ผิดศีล
บทที่ 270 - ผิดศีล
บทที่ 270 - ผิดศีล
บทที่ 270 - ผิดศีล
บนยอดหอกุยหลิง แสงเทียนวูบไหว
ในที่สุดอี๋หลิน แม่ชีน้อยผู้บริสุทธิ์และมีจิตใจดีงามแห่งสำนักเหิงซาน ก็พ่ายแพ้ต่อความชั่วร้ายของเจ้าสำนักเหอฮวนเข้าจนได้
นางทำผิดศีลเสียแล้ว
【ความปรารถนาร้ายที่ 2: อยากทำต่อไป】
สำเร็จ
【มอบรางวัลระดับต้น: เงิน 300 ตำลึง (ปัจจุบันสะสม 500 ตำลึง)】
แม่ชีน้อยเป็นคนหน้าบาง แต่ก็ว่านอนสอนง่ายเป็นที่สุด
เมื่อเฉินอวี้เอ่ยปากถามความรู้สึก อี๋หลินก็หน้าแดงก่ำ ตอบอย่างซื่อตรงว่า "ตัวร้อนผ่าวไปหมดเลยเจ้าค่ะ"
"ร้อนก็ถูกแล้ว ถ้าไม่ร้อนก็แปลว่าจูบไม่ถูกวิธีสิ" เฉินอวี้ยิ้ม "ไม่อย่างนั้นเขาจะเรียกว่าการใกล้ชิดพลอดรักกันได้ยังไงล่ะ"
"แต่ท่านอาจารย์บอกว่า พวกเราผู้ทรงศีลห้ามใกล้ชิดกับใครนี่เจ้าคะ" อี๋หลินสูดน้ำมูก พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุกข์ใจ "พระแม่กวนอิมจะต้องลงโทษข้าแน่ๆ เลย"
"ถ้าอย่างนั้นข้าก็โกนหัวบวชเป็นพระบ้างสิ พระแม่กวนอิมจะได้ลงโทษข้าแค่คนเดียว เพราะเรื่องทั้งหมดนี้เป็นความผิดของข้าเอง" เฉินอวี้พูดติดตลก
อี๋หลินร้อนรนขึ้นมาทันที "พี่เฉิน ท่านจะเป็นพระไม่ได้นะเจ้าคะ หากท่านเป็นพระ บรรดาผู้หญิงที่ชอบท่านจะต้องเสียใจมากแน่ๆ"
เฉินอวี้ชำเลืองมองนาง "แล้วหลินเอ๋อร์จะเสียใจไหมล่ะ"
อี๋หลินพยักหน้าอย่างขวยเขิน "ข้าว่าพี่เฉินมีผมแบบนี้แหละ ดูดีกว่าเจ้าค่ะ"
น่ารักจริงๆ
เฉินอวี้พลิกตัวตระกองกอดนางไว้ในอ้อมแขน อี๋หลินร้อง "อุ๊ย" ออกมาเบาๆ แต่ก็ไม่ได้หลบหลีกหรือขัดขืนใดๆ
นางเพียงแต่ซบหน้าลงกับอกเขา ใบหน้าแดงซ่าน ภาวนาในใจว่าขอพระโพธิสัตว์อย่าได้ถือโทษโกรธเคือง หากจะโกรธก็ขอให้โกรธศิษย์เพียงคนเดียวเถิด
หลังจากกอดกันอยู่พักใหญ่ เฉินอวี้กับอี๋หลินก็เดินออกมาจากหอกุยหลิง เดิมทีตั้งใจจะกลับไปที่ยอดเขาเจี้ยนซิ่งโดยตรง แต่กลับพบว่าสะพานแขวนหน้าหอกุยหลิงถูกฟันขาดสะบั้นไปแล้ว
เบื้องล่างคือหุบเหวลึกสุดหยั่ง
แม้เฉินอวี้จะมีวิชาตัวเบาเป็นเลิศ แต่ก็ไม่อาจพานางเหาะข้ามไปได้
ทั้งสองได้แต่มองหน้ากัน
ผ่านไปครู่หนึ่ง ทั้งคู่ก็ต้องจำใจเดินกลับเข้าไปในหอกุยหลิงอีกครั้ง
อี๋หลินนั่งคอตก กอดเข่าตัวเองอยู่ตรงมุมห้อง "เป็นความผิดของข้าเอง ข้าไม่น่าไปเล่าเรื่องพวกนั้นให้ยายเฒ่าใบ้ฟังเลย"
เฉินอวี้ส่ายหน้า "เจ้ารู้ไหมว่ายายเฒ่าใบ้นั่นเป็นใคร"
อี๋หลินเงยหน้าขึ้นด้วยความสงสัย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบว่า "แต่ก่อนข้าก็คิดว่านางเป็นแค่ยายเฒ่าหูหนวกตาบอดที่น่าสงสาร ไม่มีวิทยายุทธ์อะไร แต่ดูจากตอนนี้แล้ว คงจะไม่ใช่อย่างนั้นแน่ๆ เจ้าค่ะ"
"สายตาที่นางมองเจ้านั้นช่างดูอ่อนโยนและเปี่ยมไปด้วยความรักความเมตตา บางทีนางอาจจะเป็นแม่แท้ๆ ของเจ้าที่พลัดพรากจากกันไปเป็นสิบๆ ปีก็ได้นะ" เฉินอวี้ค่อยๆ เล่าความจริงที่ปรากฏในหนังสือออกมา แต่เพราะรู้ว่าอี๋หลินอาจจะทำใจยอมรับได้ยาก จึงเลือกใช้คำพูดแบบคลุมเครือ
บอกไปว่าเป็นเพียงข้อสันนิษฐานเท่านั้น
หลังจากได้ฟังข้อสันนิษฐานของเฉินอวี้ อี๋หลินก็ไม่ได้ปฏิเสธในทันที
ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน ตอนที่ได้ยินยายเฒ่าใบ้พูดกับนาง น้ำเสียงและท่าทางของนางให้ความรู้สึกคุ้นเคยและอบอุ่นอย่างประหลาด
"ถ้าได้เจอนางอีก ข้าจะต้องถามนางให้รู้เรื่องแน่ๆ เจ้าค่ะ" ตอนนี้จิตใจของอี๋หลินสับสนวุ่นวายไปหมด มีเรื่องหนึ่งที่นางไม่เข้าใจเลย หากยายเฒ่าใบ้ผู้นี้เป็นแม่ของนางจริงๆ ทำไมสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ นางถึงได้คอยอยู่เคียงข้างแต่กลับไม่ยอมรับว่าเป็นแม่ลูกกัน
"อาจจะมีเหตุผลอะไรบางอย่างก็ได้มั้ง" เฉินอวี้เหลือบมองกาสุราบนพื้น รินใส่จอกให้ตัวเองแล้วกระดกพรวดเดียวจนหมด รสชาติถือว่าใช้ได้เลยทีเดียว
ตามเนื้อเรื่องในหนังสือ การที่ยายเฒ่าใบ้แกล้งทำเป็นคนหูหนวกตาบอดมานับสิบปี ก็เพื่อจะแก้แค้นไต้ซือปู้เจี้ย พ่อของอี๋หลินนั่นเอง
เพียงเพราะไต้ซือปู้เจี้ยเผลอไปมองผู้หญิงคนอื่นมากไปหน่อย
ฉายาเจ้าแม่ขี้หึงอันดับหนึ่งในใต้หล้า ไม่ได้มาเพราะโชคช่วยจริงๆ
เมื่อเห็นอี๋หลินเอาแต่จ้องมอง เฉินอวี้ก็รินสุราอีจอกแล้วส่งยิ้มให้ "ไง อยากลองชิมดูสักจอกไหม"
อี๋หลินไม่กล้าดื่ม เพราะกลัวว่าพระแม่กวนอิมจะลงโทษ
แต่ก็รู้สึกว่าถ้าไม่ดื่มก็คงไม่ดี ในเมื่อนางกับเขาก็ถือว่าแต่งงานกันแล้ว
ทว่าการที่ผู้ทรงศีลอย่างนางมาแต่งงานแบบนี้ มันก็ถือว่าผิดศีลไปกันใหญ่แล้วไม่ใช่หรือ
"มานั่งใกล้ๆ ข้าสิ" เฉินอวี้เอ่ยเรียกเสียงนุ่ม
อี๋หลินเดินมานั่งข้างๆ เขาอย่างว่าง่าย พอก้นแตะพื้นปุ๊บ เฉินอวี้ก็ดึงนางเข้ามากอดทันที
เขาเอ่ยเสียงอ่อนโยน "พรุ่งนี้ตอนเราออกไป ข้าจะไปคุยกับซือไท่ติ้งอี้ อาจารย์ของเจ้าเอง จะบอกว่าข้าถูกตัณหาครอบงำ เลยยับยั้งชั่งใจไม่อยู่ ล่วงเกินแม่ชีน้อยอี๋หลินผู้บริสุทธิ์และแสนดีของสำนักเหิงซานเข้า ขอให้ซือไท่ลงโทษ โบยข้าให้หนักๆ เลย"
อี๋หลินเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตื่นตระหนก ส่ายหน้ารัวๆ "ไม่ตีท่านหรอกเจ้าค่ะ เป็นความผิดของข้าเอง พี่เฉิน หากข้าไม่ก่อเรื่องวุ่นวาย ท่านก็คงไม่..."
"เจ้ากับข้ากราบไหว้ฟ้าดินเป็นสามีภรรยากันแล้ว ความผิดของเจ้าก็คือความผิดของข้านั่นแหละ" เฉินอวี้กล่าวพร้อมรอยยิ้ม
อี๋หลินหน้าแดงระเรื่อ ภายในใจเปี่ยมไปด้วยความสุข
แต่นางก็ยังยืนกราน "พี่เฉิน ข้าเป็นศิษย์สำนักเหิงซานนะเจ้าคะ ท่านอาจารย์เป็นคนเลี้ยงดูข้ามาจนโต ในเมื่อข้าทำผิด ต่อให้นางจะลงโทษข้ายังไง ข้าก็ยอมรับแต่โดยดีเจ้าค่ะ"
ความจริงแล้วเรื่องนี้ก็ไม่ได้ร้ายแรงอะไรนัก
ประการแรก ซือไท่ติ้งอี้ไม่มีทางตัดใจทำโทษอี๋หลินลงหรอก
หากเฉินอวี้อธิบายเรื่องราวทั้งหมดใหัฟัง แล้วอี๋หลินไม่อยากไปจากสำนักเหิงซาน ก็แค่เปลี่ยนให้นางกลายเป็นศิษย์ฆราวาสก็สิ้นเรื่อง
ยังไงซือไท่ติ้งเสียนก็ต้องยอมไว้หน้าเขาอยู่แล้ว
"พี่เฉิน แล้วตอนนี้พวกเราถือเป็นสามีภรรยากันแล้วใช่ไหมเจ้าคะ" อี๋หลินซบหน้าลงกับอกเฉินอวี้ เอ่ยถามด้วยความขวยเขิน
เฉินอวี้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ไหว้ฟ้าดินแล้ว ดื่มสุรามงคลคล้องแขนแล้ว เข้าหอแล้ว ในเมื่อเจ้าไม่ดื่มสุราก็ไม่เป็นไร ตอนนี้น่าจะถึงขั้นตอนการเข้าหอแล้วล่ะ"
อี๋หลินร้อง "อ๊ะ" ออกมาเบาๆ หน้าแดงก่ำ "เข้าหอก็คือการมีลูกใช่ไหมเจ้าคะ"
"ก็ทำนองนั้นแหละ" เฉินอวี้ลูบปลายคาง กำลังนึกหาคำอธิบายที่ดูสุภาพมาใช้อธิบายให้นางฟัง
อี๋หลินผู้นี้บริสุทธิ์ราวกับผ้าขาว เขาจะมาละเลงสีตามใจชอบไม่ได้หรอกนะ
อี๋หลินฟังแล้วก็รู้สึกงุนงง ขณะที่เฉินอวี้กำลังจะอธิบายให้ละเอียด จู่ๆ เขาก็รู้สึกร้อนวูบวาบที่ท้องน้อย
เขาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มลงมองจอกสุราในมือ
เฮ้ย...
"พี่เฉินเป็นอะไรไปเจ้าคะ ดื่มสุรามากไปหรือเปล่า" อี๋หลินเห็นใบหน้าของเขาแดงก่ำ จึงเอ่ยถามด้วยความอยากรู้
ไม่ใช่ ข้าโดนแม่เจ้าวางยาเข้าให้แล้วต่างหาก
ยายเฒ่าใบ้นี่มันกะไม่เหลือทางถอยให้เลยนี่หว่า
ทั้งฟันสะพานขาด ทั้งวางยาในสุรา กลัวว่าพวกเราจะไม่ได้เสียกันหรือยังไง
หารู้ไม่ว่าด้วยพลังของปราณแท้เก้าเอี๊ยงในตอนนี้ของเขา หากต้องสูญเสียสติสัมปชัญญะและทำอะไรลงไป มีหวังได้เกิดเรื่องใหญ่แน่
เฉินอวี้บ่นในใจ
เขารีบคลายอ้อมกอดจากอี๋หลิน ล้มตัวลงนอนหงายราบบนพื้น แล้วใช้นิ้วสกัดจุดถานจงของตัวเองทันที
สีหน้าของอี๋หลินพลันเปลี่ยนไป นางแทบจะร้องไห้ออกมา "พี่เฉิน ท่านเป็นอะไรไปเจ้าคะ ท่านสกัดจุดตัวเองทำไม"
"ในสุรามีพิษ" เฉินอวี้ตอบเสียงเรียบ "หลินเอ๋อร์ ตอนนี้จงจำคำพูดของข้าไว้ให้ดี เพื่อป้องกันไม่ให้ข้าเผลอทำร้ายเจ้า เจ้าอย่าอยู่ตรงนี้จะดีกว่า"
พิษงั้นหรือ?
อี๋หลินมองดูกาสุราที่ว่างเปล่าด้วยใบหน้าซีดเผือด "เป็นฝีมือยายเฒ่าใบ้ นาง... นางวางยาท่านหรือเจ้าคะ มันคือพิษอะไร ข้าพอจะถอนพิษได้ไหม"
"ได้ แต่ทางที่ดีอย่าทำเลย" เฉินอวี้เดินลมปราณแท้ไอเย็น พยายามสะกดกลั้นความร้อนรุ่มที่ปะทุขึ้นมาอย่างยากลำบาก พร้อมกับอธิบายสั้นๆ ไปสองสามประโยค
ใบหน้างดงามของอี๋หลินพลันแดงซ่านราวกับลูกตำลึงสุก นางทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ
ในเมื่อไม่ใช่ยาพิษที่อาจื่อนังหนูจอมพิษร้ายเป็นคนคิดค้น พิษที่ยายเฒ่าใบ้ผสมลงในสุราแม้จะออกฤทธิ์รุนแรง แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีทางแก้
เพียงแค่ใช้กำลังภายในอันเย็นยะเยือกเข้าสะกดและขับถ่ายออกไป อาจจะต้องใช้เวลานานหน่อย แต่ก็ไม่ได้เป็นปัญหาใหญ่อะไร
ตราบใดที่อี๋หลินไม่มาเดินแก้ผ้ากระโดดโลดเต้นอยู่ตรงหน้าเขาเท่านั้นแหละ
ซึ่งด้วยนิสัยของนางแล้ว นางไม่มีทางทำเรื่องแบบนั้นอย่างแน่นอนใช่ไหมล่ะ
เฉินอวี้อดไม่ได้ที่จะอมยิ้ม
ทว่าวินาทีต่อมา อี๋หลินที่อยู่ข้างๆ ก็ลุกขึ้นยืน หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ความเขินอายในดวงตากลมโตใสกระจ่างก็ค่อยๆ จางหายไป
และถูกแทนที่ด้วยความเด็ดเดี่ยว
"พี่เฉิน ข้า... ข้าจะถอนพิษให้ท่านเองเจ้าค่ะ..."
!!!
เฉินอวี้ถึงกับอึ้ง ภาพตรงหน้าทำเอาเขาตั้งรับแทบไม่ทัน
หว่างคิ้วของอี๋หลินฉายแววเจ็บปวดขึ้นมาแวบหนึ่ง
จากนั้นนางก็ประนมมือ พึมพำเสียงแผ่วเบา "พระแม่กวนอิมผู้เปี่ยมเมตตา ข้าอี๋หลินเป็นผู้ละเมิดศีลข้อห้ามเอง ขอพระองค์อย่าได้ถือโทษโกรธเคืองพี่เฉินเลยนะเจ้าคะ..."
"พระแม่กวนอิมผู้เปี่ยมเมตตา ขอพระองค์อย่าได้ถือโทษโกรธเคือง... พี่... เฉิน... เลย..."
"ขอพระองค์อย่าได้ถือโทษโกรธเคือง... อ๊ะ..."
(จบแล้ว)