เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 15 - หม่าเสี่ยวเถาผู้หนีไปอย่างไม่เป็นท่า

บทที่ 15 - หม่าเสี่ยวเถาผู้หนีไปอย่างไม่เป็นท่า

บทที่ 15 - หม่าเสี่ยวเถาผู้หนีไปอย่างไม่เป็นท่า


บทที่ 15 - หม่าเสี่ยวเถาผู้หนีไปอย่างไม่เป็นท่า

༺༻

พูดอย่างนั้นก็เถอะ

ฮั่วอวี่เฮ่าก็ไม่ได้พูดโพล่งออกไปตรงๆ เกี่ยวกับเรื่องเพลิงอสูร

นายพรานที่เก่งกาจมักจะปรากฏตัวในรูปแบบของเหยื่อเสมอ

"ไม่ทราบว่ารุ่นพี่ขวางผมไว้มีเรื่องอะไรหรือเปล่าครับ? ผมยังต้องไปลงทะเบียนรายงานตัวอีกนะ"

ฮั่วอวี่เฮ่าทำท่าทางเป็นเด็กดี ประกอบกับการเสริมพลังจากใบหน้าที่หล่อเหลาอย่างยิ่ง ย่อมทำให้ผู้อื่นเกิดความประทับใจได้ง่าย

"เอ๊ะ?!"

ใบหน้าของหม่าเสี่ยวเถาขึ้นสีระเรื่อ ไม่รู้ว่าทำไมจู่ๆ ถึงรู้สึกประหม่าขึ้นมา หลังจากได้สติเธอก็รู้ว่านิสัยที่ตรงไปตรงมาของตัวเองอาจจะดูวู่ว่ามไปหน่อย

การเข้าขวางทางเขาแบบกะทันหันเช่นนี้ช่างดูเสียมารยาทจริงๆ แต่ในตอนนั้นเธอคิดเพียงแต่จะหาต้นตอที่ทำให้รู้สึกสบายตัว จึงไม่ได้ใส่ใจเรื่องอื่นมากนัก

อีกอย่าง รุ่นน้องตรงหน้าก็เป็นเพียงนักเรียนใหม่ที่เพิ่งเข้าเรียน พลังวิญญาณมีเพียงยี่สิบเจ็ดระดับ ถึงแม้จะเป็นวิญญาณยุทธ์น้ำแข็งคุณภาพสูง แต่สำหรับเธอในตอนนี้ก็น่าจะช่วยอะไรไม่ได้มากใช่ไหม?

เมื่อมองดูใบหน้าที่หล่อเหลาของฮั่วอวี่เฮ่า แล้วมองไปที่ทะเลสาบเทพสมุทรที่อยู่ไกลออกไป ในตอนนี้เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนอย่างบอกไม่ถูก

"รุ่นน้องอวี่เฮ่า คือว่า... เอิ่ม ให้ข้าพาเจ้าชมโรงเรียนสื่อไหลเค่อหน่อยไหมล่ะ?"

หม่าเสี่ยวเถาพยายามปกปิดร่องรอยการกระทำที่ผิดแปลก เปลี่ยนเรื่องอย่างหน้าตาเฉย

น่าอายจังเลย ตัวเองทำแบบนี้มันดูไม่มีเหตุผลเอาเสียเลย

ดูสิ เจ้าก็รีบร้อนเกินไปแล้ว!

ถ้ารุ่นน้องอวี่เฮ่าเอาไปรวมกับข่าวลือที่คนพวกนั้นพูดกันเมื่อกี้ ข้าคงถูกมองว่าเป็นคนประหลาดแน่ๆ เศร้าจัง!

เมื่อมองดูใบหน้าที่เย้ายวนซึ่งอยู่ใกล้แค่เอื้อม ฮั่วอวี่เฮ่าก็พยักหน้า

"งั้นก็รบกวนรุ่นพี่ด้วยนะครับ พอดีผมก็อยากจะรู้ข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนสื่อไหลเค่อให้มากขึ้นเหมือนกัน"

นี่เป็นคำโกหก

เขาเพียงแค่เห็นหม่าเสี่ยวเถาทำท่าจะพูดแล้วก็หยุด หยุดแล้วก็ทำท่าจะพูด อึ้งอยู่นานถึงได้คิดข้ออ้างที่ฟังดูขัดๆ แบบนี้ออกมาได้ เขาก็เลยตามน้ำไปก็เท่านั้นเอง

ส่วนเรื่องลงทะเบียนรายงานตัวน่ะหรือ? ไม่รีบหรอก

ไปสนุกกับหม่าเสี่ยวเถาก่อนดีกว่า

ทั้งคู่เดินเคียงข้างกันไปตามริมทะเลสาบเทพสมุทร บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงเรื่อยๆ

"รุ่นน้องอวี่เฮ่า ทะเลสาบแห่งนี้ชื่อว่าทะเลสาบเทพสมุทร สร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่เทพสมุทรถังซาน เพราะเขาคือผู้สืบทอดตำแหน่งเทพแห่งท้องทะเล และบรรดาศิษย์สายในอย่างพวกเราก็ศึกษาเล่าเรียนกันที่เกาะเทพสมุทรใจกลางทะเลสาบแห่งนี้..."

"ในฐานะศิษย์สายใน ดูเหมือนรุ่นพี่จะมีชื่อเสียงมากเลยนะครับ?"

"เรียกว่าพี่เสี่ยวเถาก็ได้ ต่อไปถ้าเจ้ามีปัญหาอะไรในสื่อไหลเค่อ ก็บอกชื่อข้าหม่าเสี่ยวเถาไปได้เลย พี่สาวคนนี้จะคุ้มครองเจ้าเอง ดูสิว่าจะมีเจ้าพวกไม่รักดีคนไหนกล้ามาก่อเรื่อง!"

"งั้นก็ขอบคุณมากครับพี่เสี่ยวเถา"

"อวี่เฮ่า หลังจากนักเรียนใหม่อย่างพวกเจ้าเข้าเรียนไปได้สามเดือน จะมีการทดสอบภาคปฏิบัติ พี่เชื่อว่าอวี่เฮ่าเจ้าต้องผ่านไปได้แน่นอน"

"ครับๆ"

...

เดินไปคุยไป ทั้งคู่ก็มาถึงมุมที่เงียบสงบไร้ผู้คน

บอกว่าจะแนะนำโรงเรียนสื่อไหลเค่อ แต่หลังจากพูดคุยกันได้ไม่นาน เมื่อรู้สึกว่าจังหวะที่เหมาะสมมาถึง หม่าเสี่ยวเถาก็อดไม่ได้ที่จะเปิดเผยจุดประสงค์ที่แท้จริงออกมา

"อวี่เฮ่า วิญญาณยุทธ์ของเจ้าเป็นธาตุน้ำแข็งใช่ไหม? คุณภาพวิญญาณยุทธ์ก็น่าจะไม่ต่ำเลยสินะ?"

"ใช่ครับ หรือว่านี่จะเป็นเหตุผลที่พี่เสี่ยวเถาขวางผมไว้ครับ?"

ฮั่วอวี่เฮ่ายิ้มเล็กน้อย รุกกลับหนึ่งจังหวะ

เมื่อถูกทายใจถูก หม่าเสี่ยวเถาก็หน้าแดงขึ้นมา เธอค้อนใส่ฮั่วอวี่เฮ่าด้วยความเอ็นดูรอบหนึ่ง ก่อนจะอธิบายต่อ

"วิญญาณยุทธ์ของข้าคือฟีนิกซ์อัคคีอสูร วิญญาณยุทธ์นี้มีข้อบกพร่องเรื่องเพลิงอสูร จำเป็นต้องมีวิญญาณจารย์ที่มีวิญญาณยุทธ์ธาตุน้ำแข็งถึงจะสามารถขจัดเพลิงอสูรออกไปได้"

"และในตัวเจ้าอวี่เฮ่า ข้าสัมผัสได้ถึงพลังของวิญญาณยุทธ์ธาตุน้ำแข็งระดับสุดยอด น้ำแข็งและไฟของพวกเราส่งเสริมกัน ไม่แน่ว่าอาจจะเหมาะกับการฝึกฝนร่วมกันก็ได้นะ..."

ในช่วงเวลาสั้นๆ ที่ได้สัมผัสกับฮั่วอวี่เฮ่า เธอสัมผัสได้ว่าเพลิงอสูรที่สะสมจากการฝึกฝนของเธอมีแนวโน้มที่จะถูกขจัดออกไป

ดังนั้น เธอจึงเปิดเผยเจตนาของตัวเองออกมาตรงๆ รุกแบบเส้นตรงทันที

ต้องบอกเลยว่า

พี่เสี่ยวเถา ถึงแม้ท่าทางที่ยิ่งอธิบายยิ่งดูสับสนของพี่จะดูทุลักทุเลไปหน่อย แต่ดวงตาหงส์ที่ลุ่มหลงวิญญาณนี้ช่างมีเสน่ห์เหลือล้นจริงๆ

คนบางคนแม้จะมีอายุเพียงสิบแปดปี แต่กลับเต็มไปด้วยเสน่ห์ของหญิงสาวที่เติบโตเต็มที่

ในขณะที่บางคน มีชีวิตอยู่มาเกือบหนึ่งล้านปี แต่ร่างจิตกลับเป็นเพียงเด็กน้อย และบางคน ก็มีรูปร่างเหมือนโลลิที่สูงเพียงหนึ่งเมตรห้าสิบ...

ฮั่วอวี่เฮ่าก็ไม่ได้ปฏิเสธ ว่าสิ่งที่อยู่ตรงหน้านี้น่าดึงดูดใจมากกว่าจริงๆ

ฮั่วอวี่เฮ่ามีสีหน้าปกติ: "วิญญาณยุทธ์ของผมคือแมงป่องจักรพรรดิหยกน้ำแข็ง น้ำแข็งสุดขีดครับ"

เมื่อได้ยินดังนั้น หม่าเสี่ยวเถาก็มีสีหน้าตกใจ ดวงตาหงส์สีแดงเป็นประกาย น้ำแข็งสุดขีดอย่างนั้นหรือ!?

คราวนี้เจอสมบัติล้ำค่าเข้าให้แล้ว ไม่แน่ว่าปัญหาเพลิงอสูรของเธออาจจะมีวิธีแก้ไขได้จริงๆ

ยังไม่ทันที่เธอจะอ้าปากพูดอีกครั้ง ฮั่วอวี่เฮ่าก็คว้ามือเรียวหยกของหม่าเสี่ยวเถาไว้ทันที อาณาจักรกายาจิตเหมันต์แผ่ขยายออกในพริบตา ครอบคลุมเธอไว้ภายใน

เขาไม่ใช่คนประเภทที่ลังเลไปมา

"ตอนนี้รู้สึกอย่างไรบ้างครับพี่เสี่ยวเถา"

ในหลายๆ ครั้ง คำพูดที่สวยหรูก็สู้การลงมือทำจริงๆ ไม่ได้

หม่าเสี่ยวเถาโอบกอดฮั่วอวี่เฮ่าไว้โดยไม่รู้ตัว ในเวลานี้เธอเหมือนลูกแมวน้อยที่สูดดมกัญชาแมวเข้าไปจนเต็มปอด จมดิ่งอยู่ในความเย็นสบายนี้จนพูดอะไรไม่ออกไปนานแสนนาน

ในทะเลวิญญาณ หนอนไหมน้ำแข็งเทียนเมิ่งหัวเราะกล่าวว่า

"อวี่เฮ่า ข้าอนุญาตการแต่งงานครั้งนี้ วิญญาณยุทธ์ของหญิงคนนี้เข้ากับเจ้าพอดี นางเหมาะกับเจ้ามากกว่าถังหย่าคนก่อนเยอะเลย"

จักรพรรดินีน้ำแข็งก็ขอมีส่วนร่วมด้วย

"วิญญาณยุทธ์ฟีนิกซ์อัคคีอสูรนี้ มีสายเลือดของฟีนิกซ์ไหลเวียนอยู่ ถือเป็นหนึ่งในวิญญาณยุทธ์สายสัตว์ระดับแนวหน้าจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ถูกจำกัดด้วยเพลิงอสูร เลยยังไปไม่ถึงระดับน้ำแข็ง/ไฟสุดขีด"

ฮั่วอวี่เฮ่าไม่ได้สนใจพวกนาง สองมือโอบเอวคอดของหม่าเสี่ยวเถาไว้ เขารู้สึกเหมือนถูกกดทับจนแทบจะหายใจไม่ออก

กายาเหมันต์-แมงป่องจักรพรรดิหยกน้ำแข็งสถิตร่างในพริบตา กดข่มและสลายเพลิงอสูรที่มาจากหม่าเสี่ยวเถา

...

เมื่อมองดูหม่าเสี่ยวเถาที่วิ่งหนีไปอย่างไม่เป็นท่า ฮั่วอวี่เฮ่าก็ส่ายหน้า

หม่าเสี่ยวเถาคนนี้อ่อนหัดจริงๆ!

เพลิงอสูรในครั้งนี้ไม่ได้รุนแรงถึงระดับที่จะแว้งกัดเจ้าของหรือกัดเซาะสมองเหมือนในเนื้อเรื่องเดิม

ดังนั้น ภายใต้การกดข่มและควบคุมของอาณาจักร ประกอบกับการยินยอมร่วมมือของตัวหม่าเสี่ยวเถาเอง การขจัดเพลิงอสูรจึงเป็นเรื่องง่ายเหมือนปลอกกล้วยเข้าปาก

แต่ดูเหมือนจะเป็นเพราะความเขินอายที่มากเกินไป หลังจากหม่าเสี่ยวเถาโยนเหรียญตราสำหรับเข้าสู่สายในให้เขาชิ้นหนึ่ง เธอก็แปลงร่างเป็นเปลวเพลิงหนีไปอย่างไม่เป็นกระบวนทัพ

"ข้ากลับก่อนนะ ไว้ค่อยมาหาข้าที่สายในอีกที"

ฮั่วอวี่เฮ่าก็เข้าใจ เพราะเหตุจากเพลิงอสูรพลุ่งพล่าน ทำให้หม่าเสี่ยวเถาดูเสื้อผ้าหลุดลุ่ยไปเล็กน้อย หากยังเดินร่วมทางกับเขาต่อไปคงจะดูไม่ค่อยดีนักจริงๆ

เดี๋ยวเขายังต้องไปลงทะเบียนนักเรียนใหม่อีกนะ

ต้องขอบคุณความสงบนิ่งที่มากับกายาเหมันต์จริงๆ ไม่อย่างนั้นเมื่อกี้ฮั่วอวี่เฮ่าก็เกือบจะหักห้ามใจไม่อยู่เหมือนกัน...

เย็นไว้ เย็นไว้

ก่อนที่หม่าเสี่ยวเถาจะจากไป เธอยังทิ้งรางวัลความสำเร็จไว้ให้อีกสองอย่าง

[ทริกเกอร์ความสำเร็จ!]

[บรรลุความสำเร็จของหม่าเสี่ยวเถา 'ชื่อของเจ้า' ได้รับรางวัล กู่ชำระน้ำ]

[บรรลุความสำเร็จของหม่าเสี่ยวเถา 'ปัญหาเพลิงอสูร' ได้รับรางวัล กู่เตาไฟ]

[กู่ชำระน้ำ: กู่ระดับหนึ่ง สามารถชำระล้างร่างกายของวิญญาณจารย์ สลายกลิ่นอายที่แปลกปลอมออกไป]

[คำประเมิน: ในใจมีเพลิงอสูร แต่บริสุทธิ์ไม่ปนเปื้อน]

[กู่เตาไฟ: กู่ระดับสอง สามารถบรรจุไออัคคีไว้ใช้ในการโจมตี และมีผลช่วยป้องกันความหนาวเย็นเสริมมาด้วย]

[คำประเมิน: อารมณ์ (ไฟ) แรงนักนะ เจ้าก็ทนหน่อยแล้วกัน]

หลังจากตรวจสอบผลของกู่แล้ว อารมณ์ของฮั่วอวี่เฮ่าก็สงบลง

เมื่อเทียบกับบุญคุณที่ดูเลื่อนลอย เขาค่อนข้างชอบรางวัลที่จับต้องได้แบบนี้มากกว่า

อีกอย่าง มีการไปมาหาสู่กันถึงจะเรียกว่าน้ำใจคน

ต่อไป ปล่อยให้เวลาดำเนินไปอีกสักพักเถอะ

...

เมินเฉยต่อสายตาที่รอดูเหตุการณ์ของผู้คนรอบข้าง ฮั่วอวี่เฮ่ากลับเข้าสู่ถนนเส้นทางเลียบทะเลสาบเพื่อเดินต่อไป จนกระทั่งลานกว้างรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นในสายตา

ที่นี่คือลานกว้างสื่อไหลเค่อนั่นเอง

ด้านหลังลานกว้างสื่อไหลเค่อคือบรรดาอาคารเรียนที่สูงตระหง่าน อาคารเรียนเหล่านี้มีสีสันแตกต่างกันออกไป โดยมีสีขาว สีเหลือง สีม่วง และสีดำเป็นหลัก

สีของอาคารเรียนแทนระดับชั้นที่แตกต่างกัน โดยแบ่งตามสีของวงแหวนวิญญาณ สีขาวคืออาคารเรียนนักเรียนใหม่ สีเหลืองคืออาคารเรียนชั้นปีที่สองและสามของสายนอก สีม่วงคืออาคารเรียนชั้นปีที่สี่และห้า และสีดำคืออาคารเรียนชั้นปีที่หก

มองข้ามลานกว้างสื่อไหลเค่อไปทางทิศเหนือที่อยู่ไกลออกไป ที่นั่นยังมีอาคารเรียนสีเทาอีกกลุ่มหนึ่ง ซึ่งเป็นพื้นที่ของแผนกอุปกรณ์วิญญาณ

หากมองจากพื้นที่ แผนกอุปกรณ์วิญญาณน่าจะกินพื้นที่ประมาณหนึ่งในสามของพื้นที่การเรียนหลัก และแผนกวิญญาณยุทธ์กินพื้นที่สองในสาม

นอกจากอาคารเรียนด้านหน้าเหล่านี้แล้ว ด้านหลังยังมีสถานที่เรียนเฉพาะทางอีกมากมาย เช่น สนามประลองวิญญาณ เขตทดสอบ เขตหอพัก เขตสำนักงานอาจารย์ เป็นต้น

อาคารเรียนนักเรียนใหม่สีขาวตั้งอยู่ทางทิศใต้สุด และอยู่ใกล้กับเส้นทางเลียบทะเลสาบที่สุด ฮั่วอวี่เฮ่าเดินผ่านทางทิศใต้ของลานกว้างสื่อไหลเค่อ ก็มาถึงภายในอาคารเรียนแห่งนี้

ถึงแม้จะเป็นช่วงเวลาที่รับสมัครนักเรียนใหม่ แต่แต่วันนี้ก็เป็นไม่กี่วันสุดท้ายของการรับสมัครแล้ว จำนวนนักเรียนใหม่ที่มาลงทะเบียนรายงานตัวอย่างฮั่วอวี่เฮ่าจึงมีไม่มากนัก

นอกเสียจากคนที่มาจากตระกูลใหญ่และเป็นนักเรียนโควตาที่มีพรสวรรค์สูงส่งแต่แรกแล้ว การแบ่งห้องเรียนของนักเรียนใหม่ในโรงเรียนสื่อไหลเค่อจะแบ่งตามเวลาที่มารายงานตัว

ดังนั้น ฮั่วอวี่เฮ่าจึงถูกจัดให้อยู่ในห้องเรียนนักเรียนใหม่ห้องที่เก้า

การรายงานตัวและลงทะเบียนเป็นไปอย่างราบรื่น หลังจากจ่ายค่าธรรมเนียมการสมัครสิบเหรียญทองวิญญาณตามกฎเดิม และยื่นจดหมายแนะนำตัวก็เป็นอันเสร็จสิ้น

หลังจากรับกุญแจหอพัก ชุดนักเรียนสองชุด และตราสัญลักษณ์นักเรียนใหม่สีขาวหนึ่งชิ้น ฮั่วอวี่เฮ่าก็เดินออกจากอาคารเรียนนักเรียนใหม่ มุ่งหน้าไปยังหอพักที่อยู่ด้านหลัง

ระหว่างทางผ่านบอร์ดประกาศ เขาหยุดฝีเท้าลงโดยสัญชาตญาณ

เห็นในประกาศเขียนไว้ว่า:

ครูประจำชั้นห้องเรียนนักเรียนใหม่ห้องหนึ่ง, โจวอี้

...

ครูประจำชั้นห้องเรียนนักเรียนใหม่ห้องเก้า, มู่จิ่น

ในเนื้อเรื่องเดิม ฮั่วกว้าที่มารายงานตัววันแรกถูกจัดให้อยู่ในห้องหนึ่ง

แต่ตอนนี้ ตัวเขาเองมารายงานตัวในช่วงไม่กี่วันสุดท้ายของการรับสมัครพอดี จึงถูกจัดให้อยู่ในห้องของมู่จิ่นซึ่งเป็นคู่กัดตลอดกาลของโจวอี้

ถ้าจำไม่ผิด นี่คือห้องเรียนที่หนิงเทียนและเพื่อนมังกรแดงของเธออยู่นี่นา?

ไม่รู้ว่าพวกเธอจะมีทริกเกอร์ความสำเร็จหรือเปล่า

ถ้ามี ก็คงจะดีไม่น้อย

ถ้าไม่มี จริงๆ ก็ไม่เป็นไร

༺༻

จบบทที่ บทที่ 15 - หม่าเสี่ยวเถาผู้หนีไปอย่างไม่เป็นท่า

คัดลอกลิงก์แล้ว