- หน้าแรก
- เกิดใหม่ 1984 เริ่มต้นจากเศษโลหะ
- บทที่ 554 ตลาดใหญ่
บทที่ 554 ตลาดใหญ่
บทที่ 554 ตลาดใหญ่
ทุกคนต่างสังเกตเห็นว่า ตอนที่พอลพูดประโยคนั้น ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความดูแคลน เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าดูถูกคนในประเทศนี้
นักข่าวอีกคนถามต่อ "งานแสดงครั้งนี้ท่านตั้งใจจะจัดกี่วันครับ จะมีการปิดงานก่อนกำหนดหรือเปล่า?"
พอลตอบว่า "เดิมทีเราตั้งใจจะจัดห้าวัน แต่ดูจากสถานการณ์ตอนนี้ จบแค่วันนี้ก็น่าจะพอแล้ว สถานีต่อไปเราจะไปที่ประเทศญี่ปุ่นครับ"
หลังจากนั้นพอลและนักข่าวก็ถามตอบกันไปตามสคริปต์ที่เตรียมไว้เพื่อใช้โอกาสนี้โฆษณา บรรยากาศภายในโถงนิทรรศการเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองของผู้คน แต่กลับไม่มีใครทำอะไรได้ บางคนที่รู้สึกอึดอัดจนทนอยู่ต่อไม่ไหวเริ่มทยอยเดินออกจากงานไปก่อนเวลา
เสี่ยวฟู่เอ่ยอย่างโกรธแค้น "ไอ้ฝรั่งนี่มันดูถูกคนเกินไปแล้ว! ถ้าผมมีเงินนะ จะเหมาซื้อให้ดูสักคัน ให้มันรู้ซะบ้างว่าคนบ้านเรามีปัญญาซื้อหรือเปล่า!"
เจิ้ง ฮุ่ยเองก็ไม่พอใจเช่นกัน "ฉงจวิน เมื่อก่อนคุณบอกว่าพวกฝรั่งเหยียดผิวเรา ฉันยังคิดว่าคุณพูดเกินจริงไปหน่อย แต่คิดไม่ถึงเลยว่าพวกเขาจะเป็นแบบนี้จริง ๆ น่ารังเกียจที่สุด!"
ฮั่ว ฉงจวินเอ่ยขึ้น "งั้นเราให้บทเรียนเขาสักหน่อยไหม?"
ทั้งสามคนพลันหูผึ่งขึ้นมาทันที รีบซักต่อ "จะให้บทเรียนเขายังไงครับ?"
ฮั่ว ฉงจวินยิ้มแล้วบอกว่า "ก็ซื้อเฟอร์รารี่สักคันไงล่ะ"
ด้วยทรัพย์สินของฮั่ว ฉงจวินในตอนนี้ อย่าว่าแต่เฟอร์รารี่คันเดียวเลย ต่อให้ซื้อสักร้อยคันก็เป็นเพียงเรื่องขี้ผง
เสี่ยวฟู่ตื่นเต้นขึ้นมาทันที "ประธานฮั่ว ท่านจะซื้อจริง ๆ เหรอครับ?"
ฮั่ว ฉงจวินพยักหน้า "แน่นอนว่าเรื่องจริง"
จากการเดินทางไปภาคใต้และฮ่องกงในช่วงหลายครั้งที่ผ่านมา ฮั่ว ฉงจวินสัมผัสได้ถึงบรรยากาศของการโอ้อวดประชันกันอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในฮ่องกง บรรดามหาเศรษฐีอย่างหลี่ เจี่ยเฉิน ต่างมองว่าการครอบครองสินค้าฟุ่มเฟือยคือใบเบิกทางเข้าสู่กลุ่มสังคมของพวกเขา
ในตอนนี้เขายังอาศัยชื่อเสียงในฐานะ "คนโปรดแห่งปักกิ่ง" ได้อยู่ แต่มันคงรักษาไว้ได้ไม่นานนัก หากวันหน้าเขายังต้องการวนเวียนอยู่ในแวดวงเศรษฐีฮ่องกง ไม่ช้าก็เร็วเขาก็ต้องข้ามผ่านกำแพงฐานะนี้ไปให้ได้ สู้ฉวยโอกาสนี้คว้าเฟอร์รารี่มาไว้ในครอบครองเลยจะดีกว่า
ในอีกด้านหนึ่ง ช่วงการสัมภาษณ์ถามตอบได้จบลงแล้ว พนักงานท้องถิ่นคนหนึ่งรีบสั่งการให้เจ้าหน้าที่เริ่มเคลื่อนย้ายรถเฟอร์รารี่ทั้งห้าคันออกไป
เสี่ยวฟู่โบกมือตะโกนลั่น "เดี๋ยวก่อน! รถคันนี้ประธานฮั่วของเราซื้อ!"
เพียงประโยคเดียว สายตาทุกคู่ในโถงนิทรรศการก็พุ่งเป้าไปที่ฮั่ว ฉงจวินทันที เหล่านักข่าวที่เตรียมจะถอนตัวต่างพากันหยุดชะงัก
พอลขมวดคิ้วเล็กน้อย เขามองมาที่ฮั่ว ฉงจวินแล้วถามว่า "คุณจะซื้อเหรอครับ?"
ฮั่ว ฉงจวินพยักหน้าแล้วตอบว่า "รูปลักษณ์และงานฝีมือของรถคันนี้พอดูได้อยู่ ประจวบเหมาะกับที่ภรรยาผมยังขาดรถไว้สำหรับขับไปทำงานสักคันพอดี"
ฝูงชนเริ่มฮือฮาด้วยความตื่นเต้น เพราะในที่สุดก็มีคนจะซื้อรถเสียที และที่สำคัญคือคำพูดของฮั่ว ฉงจวินนั้นเป็นการตอกกลับคำพูดโอหังของพอลได้อย่างเจ็บแสบที่สุด
ใบหน้าของพอลกระตุกเล็กน้อย เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ยังแฝงไปด้วยความหยิ่งยโสว่า "คุณผู้ชายครับ เฟอร์รารี่เป็นแบรนด์เนมระดับโลก ราคามันไม่ใช่น้อย ๆ นะครับ"
ฮั่ว ฉงจวินยิ้มอย่างเรียบเฉย "จะแพงแค่ไหน มันก็เป็นแค่รถคันหนึ่งเท่านั้นแหละ"
ผู้คนที่ยืนมุงดูเริ่มส่งเสียงเชียร์ "พูดได้ถูกต้อง! ใครว่าเราไม่มีปัญญาซื้อรถแค่คันเดียว!"
"พวกฝรั่งพวกนี้มันต้องโดนสั่งสอนซะบ้าง!"
"นั่นคือฮั่ว ฉงจวิน นักธุรกิจชื่อดังของปักกิ่งใช่ไหม?"
"ใช่จริง ๆ ด้วย! ฉันเคยเห็นเขาในข่าว!"
ฝูงชนเริ่มคึกคัก หลายคนจำฮั่ว ฉงจวินได้ นักข่าวต่างพากันตั้งกล้องใหม่และรัวแฟลชใส่ฮั่ว ฉงจวินไม่ยั้ง
พอลรู้สึกหน้าแตกยับเยินแต่ก็หาเรื่องมาโต้แย้งฮั่ว ฉงจวินไม่ได้ เขาจึงจำใจพูดเรื่องราคารถ "เฟอร์รารี่ของเราเป็นแบรนด์เก่าแก่ร้อยปี รถรุ่นนี้ก็เป็นรุ่นล่าสุดของปีนี้ ราคาอยู่ที่แปดแสนแปดหมื่นครับ"
ฮั่ว ฉงจวินพยักหน้า "เช็คหรือเงินสดดีล่ะ"
คิดไม่ถึงว่าพอลจะยังพูดไม่จบ เขาจงใจเว้นจังหวะหายใจนานเป็นพิเศษก่อนจะโพล่งออกมาว่า "...ดอลลาร์สหรัฐครับ"
ฮั่ว ฉงจวินยังมีสีหน้าเรียบเฉย "ที่ผมพูดก็ดอลลาร์สหรัฐเหมือนกัน ตกลงจะเอาเช็คหรือเงินสด?"
พอลโกรธจนพูดไม่ออก เขาเดินสะบัดก้นออกจากห้องโถงไปทันที เหล่านักข่าวรีบกรูเข้าไปรุมล้อมสัมภาษณ์ฮั่ว ฉงจวินแทน
"คุณฮั่วครับ สาเหตุที่แท้จริงที่คุณซื้อเฟอร์รารี่คันนี้คืออะไรครับ?"
"คุณฮั่วครับ เงินแปดแสนแปดหมื่นดอลลาร์ถ้าแลกเป็นเงินหยวนก็หลายล้านเลยนะครับ ทรัพย์สินมหาศาลของคุณมาจากไหนครับ?"
"คุณฮั่วครับ ในฐานะที่คุณเป็นเจ้าของรถเฟอร์รารี่คนแรกในประเทศ คุณมีอะไรอยากจะกล่าวไหมครับ?"
ฮั่ว ฉงจวินกระแอมไอให้คอโล่ง "ผมมีเพียงประโยคเดียวที่จะพูดครับ"
นักข่าวทุกคนเงียบกริบ พร้อมใจกันยื่นไมโครโฟนไปจ่อที่ปากของฮั่ว ฉงจวิน
"ถ้ามีเวลา ก็ลองลงไปสำรวจพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วประเทศดูบ้าง แล้วนำความจริงมารายงานให้ประชาชนได้รับรู้ครับ"
พูดจบ ฮั่ว ฉงจวินก็พาเจิ้ง ฮุ่ยและเสี่ยวฟู่เดินจากไป ทิ้งให้นักข่าวกลุ่มนั้นยืนทำหน้าไม่ถูก
ทันทีที่เดินพ้นโซนนิทรรศการ พนักงานคนหนึ่งก็รีบวิ่งเข้ามาขอให้พวกเขาหยุดรอ และเชิญพวกฮั่ว ฉงจวินไปยังห้องรับรองด้านหลัง พร้อมทั้งนำน้ำชาและของว่างมาต้อนรับอย่างดี
ผ่านไปไม่นาน พอลก็เดินเข้ามาในห้องรับรองด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาเข้ามาจับมือกับฮั่ว ฉงจวินอย่างกระตือรือร้น "คุณฮั่ว ยินดีต้อนรับสู่การเป็นลูกค้ารายแรกของเฟอร์รารี่ในหัวเซี่ยครับ!"
เมื่อครู่นี้พอลรีบเดินกลับไปที่ห้องด้านหลังด้วยความโมโห และโทรศัพท์รายงานเรื่องนี้ให้สำนักงานใหญ่ทราบ ทันทีที่ประธานกรรมการได้ยินว่ามีคนซื้อรถ เขาก็ดีใจอย่างยิ่งแล้วสั่งการว่า "พอล หัวเซี่ยคือตลาดที่ใหญ่มาก ต่อให้คุณจะถูกลบหลู่แค่ไหนก็ต้องกลืนมันลงท้องไป เข้าใจไหม? ถ้าความใจร้อนของคุณทำให้เราเสียตลาดใหญ่ขนาดนี้ไปล่ะก็ เตรียมตัวโดนไล่ออกได้เลย!"
ฮั่ว ฉงจวินไม่ได้รู้เรื่องราวที่เกิดขึ้นเบื้องหลังเหล่านั้น เขาเพียงแต่จับมือกับอีกฝ่ายอย่างเรียบเฉยแล้วบอกว่า "เดี๋ยวผมจะให้คนขับรถนำเงินสดมาส่งให้ครับ"
พอลรีบบอก "เรื่องนั้นไว้ก่อนได้ครับ ผมอยากหารือกับคุณฮั่วเรื่องพิธีรับรถสักหน่อยครับ"
ฮั่ว ฉงจวินไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน จึงถามย้ำ "พิธีรับรถเหรอครับ?"
พอลพยักหน้า "การที่คุณฮั่วซื้อรถของเรานับเป็นเกียรติของพวกเราอย่างยิ่ง ในฐานะที่คุณเป็นลูกค้ารายแรกในภูมิภาคหัวเซี่ย เราจึงอยากจะจัดพิธีส่งมอบรถให้คุณอย่างยิ่งใหญ่ครับ"
ถึงตอนนี้ฮั่ว ฉงจวินก็เข้าใจแล้วว่า อีกฝ่ายต้องการใช้โอกาสนี้ในการประชาสัมพันธ์ และประจวบเหมาะกับที่เขาเองก็ต้องการการประชาสัมพันธ์เล็กน้อยเช่นกัน จึงตอบตกลงไป
พอลดีใจจนออกนอกหน้า เขาปรึกษารายละเอียดทุกอย่างกับฮั่ว ฉงจวินทันที ก่อนจะเดินออกมาส่งคณะของฮั่ว ฉงจวินถึงหน้าศูนย์นิทรรศการด้วยตัวเอง
ในคืนนั้น ฮั่ว ฉงจวินก็ได้รับโทรศัพท์จากเฉิน เหอ
"เหล่าฮั่ว คุณนี่มันแน่จริง ๆ ขนาดเฟอร์รารี่ยังคว้ามาได้!" เฉิน เหอเอ่ยด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นผ่านโทรศัพท์
ฮั่ว ฉงจวินยิ้มตอบ "ผมก็แค่บังเอิญไปเจอเข้าพอดีน่ะครับ ถ้าทางนั้นต้องการ ผมสั่งจองเพิ่มให้ด้วยเลยดีไหม"
เฉิน เหอบอกว่า "ความต้องการน่ะมีแน่ แต่คุณก็รู้ว่าในประเทศมีพวกชาวบ้านคอยจ้องตาเป็นมันอยู่ มีเงินก็ใช่ว่าจะใช้ซุ่มสี่ซุ่มห้าได้ สู้ในอเมริกาไม่ได้จริง ๆ!"
เขากล่าวชมต่อ "แต่การซื้อรถของคุณครั้งนี้ถือว่าหักหน้าพวกฝรั่งได้สะใจมาก ช่วยกู้หน้าให้พวกเราคนไทย... เอ๊ย คนจีนได้อย่างมหาศาลเลย! ให้พวกฝรั่งมันได้รู้ซะบ้างว่าเราไม่ใช่ประเทศที่ยากจนอ่อนแอเหมือนเมื่อก่อนแล้ว และเราก็มีกำลังซื้อเหมือนกัน!"
จบบท