เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 396 ผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ที่สุด

บทที่ 396 ผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ที่สุด

บทที่ 396 ผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ที่สุด


หลังจากที่ทานอาหารเช้าเสร็จ ซูข่านก็ได้ไปที่ห้องลับที่สวนหลังบ้าน

ระหว่างที่เดินในห้องลับนั้น ซูข่านก็บังเอิญไปเห็นแหวนอยู่วงหนึ่ง ตัวของแหวนนั้นมีความแวววาวและสวยงามมาก

แหวนวงนี้แทบจะไม่มีรอยตำหนิหรือร่องรอยขีดข่วนเลยแม้แต่น้อย มันดึงดูดความสนใจของซูข่านได้ทันที

เขาไม่รอช้าหยิบแหวนวงนี้เพื่อดูใกล้ๆ ทันใดนั้นเองที่หยิบแหวนวงนี้ขึ้น ซูข่านก็รู้สึกได้ว่าแหวนวงนี้มันให้ความเย็นออกมาเล็กน้อย และตัวแหวนนั้นก็มีแสงออกมาจางๆ

"นี่เป็นแหวนที่ดี!!"

ซูข่านได้ลองใส่แหวนวงนี้ลงในนิ้วของเขา ขนาดของแหวนกับนิ้วของซูข่านมันพอดีกันมาก

จากนั้นซูข่านก็เดินเข้าไปในห้องลับต่ออีกเล็กน้อยและเห็นสมุดเล่มหนาอยู่เล่มหนึ่ง ซูข่านหยิบขึ้นมาแล้วก็เปิดอ่านอย่างรวดเร็ว

"หมวดหมู่แหวน เล่มที่ 3 หน้า 52"

แล้วซูข่านก็วางสมุดเล่มนี้ลงและไปหยิบสมุดอีกเล่มขึ้นมาแทน แน่นอนว่ามันเขียนอยู่ว่าเป็นเล่มที่ 3

นี่คือสมุดบันทึกที่เฒ่าหลี่ได้ทำการจำแนกประเภทของวัตถุโบราณของซูข่านทุกอย่าง ของเก่าและวัตถุโบราณของซูข่านมีจำนวนมากจนสมุดเล่มหนึ่งไม่สามารถบันทึกได้

ซูข่านเปิดหน้า 52 แล้วเริ่มอ่านทันที

"แหวนหยกจากราชวงศ์ถัง ทำจากหยกเหอเถียนคุณภาพสูง เนื้อละเอียดและให้ความชุ่มชื้น ถูกขัดเป็นอย่างดี"

เมื่ออ่านรายละเอียดข้างในแล้วซูข่านก็ยิ้มออกมาเล็กน้อย

"ไม่เลวเลยนี่เฒ่าหลี่ เขียนรายละเอียดไว้ดีมาก"

ซูข่านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าจะใส่แหวนวงนี้ต่อไปดีไหม แต่สุดท้ายเขาก็ถอดแหวนและวางมันลงกลับที่เดิม

วัตถุโบราณพวกนี้จะถูกนำไปใช้งานยังไงก็ขึ้นอยู่กับเจ้าของล้วนๆ จะเอาแหวนวงนี้เอาไว้สำหรับทับกระดาษก็ไม่ได้มีใครว่า

ที่ซูข่านไม่ใส่ไม่ใช่เพราะแหวนจะทำให้เขาดูเป็นคนฟุ่มเฟือย แต่หยกเหอเถียนนั้นมีคุณลักษณะที่แตกต่างจากหยกทั่วไปอยู่

หยกชนิดนี้จะดูดซับพลังงานจากเลือดของคนที่สวมใส่มัน แน่นอนว่าสีของหยกก็จะเปลี่ยนไปตามเจ้าของที่มันถือ จะเป็นการดีกว่าที่จะเก็บคุณลักษณะของหยกนี้ไว้

แล้วซูข่านก็ใช้เวลาช่วงเช้าอยู่ในห้องลับ

ในตอนบ่ายซูข่านได้ออกมานั่งที่ยังใต้ต้นไม้มุมโปรดของเขา

ซูข่านเอนหลังพิงกับเก้าอี้และเงยหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ใบไม้สีเขียวที่มีสายลมเย็นๆพัดมาอ่อนๆทำให้บรรยากาศใต้ต้นไม้นั้นเย็นสบาย

แดดที่สาดส่องลงมาก็ไม่ได้ทำให้อากาศร้อนขึ้นแต่อย่างใด แต่กลับทำให้อากาศอุ่นขึ้นเล็กน้อยในฤดูใบไม้ผลิแบบนี้

อีกไม่กี่วันอากาศในหนานจิงก็จะอุ่นขึ้นเรื่อยๆแล้ว ถึงตอนนั้นต้นไม้ใหญ่ต้นนี้ก็จะมีใบไม้ที่เขียวชอุ่มและคอยให้ร่มเงาได้พอดี

ซูข่านหลับตาลงและผ่อนคลายไปกับบรรยากาศที่เงียบสงบ

ไม่นานหลังจากนั้นก็มีเสียงเปิดประตูดังขึ้น

"พี่จางเฉียงมาแล้วครับ"

ซงหมิงเจียงที่อยู่ไม่ไกลจากซูข่านได้เดินมาบอกกับเขาและรินชาลงในถ้วยให้

"อืม"

ซูข่านลืมตาขึ้นมาช้าๆและกวาดสายตาไปยังประตูทางเข้าบ้าน เขาเห็นจางเฉียงกำลังเดินเร่งรีบเข้ามา

"ผมขอโทษที่ผมมาสายครับ ยกโทษให้ผมด้วย"

จางเฉียงรีบเข้ามาและพูดด้วยความร้อนลน

"ไม่เป็นไร"

ซูข่านโบกมือปัดเล็กน้อยและพูดต่อว่า

"ที่เทียนจินมีสถานที่เหมาะๆสำหรับโรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสไหม?"

"มีครับ"

จางเฉียงรีบตอบอย่างรวดเร็วด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

ซูข่านยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย เขารู้ว่าจางเฉียงไปที่เทียนจินเพื่อหาสถานที่สำหรับสร้างโรงแรมฮั่นหยู่ในเมืองนั้น

ในเมืองหนานจิงนั้นมีโรงแรมฮั่นอยู่ถึงสองแห่งด้วย และแห่งที่สามก็อยู่ในระหว่างการเตรียมการสร้าง

ด้วยความประสบความสำเร็จในเมืองหนานจิงนั้น ทำให้จางเฉียงมีโมเดลธุรกิจในการทำโรงแรม เขาจึงวางแผนที่จะเปิดในสถานที่แห่งใหม่ซึ่งตั้งอยู่ไม่ไกลจากหนานจิงเท่าไหร่ก็คือเทียนจิน

หากโรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรสที่เทียนจินประสบความสำเร็จด้วย แสดงว่าโมเดลธุรกิจนี้สามารถนำไปใช้ได้ในเกือบทุกเมือง มันจะเป็นจุดเริ่มต้นในการแพร่ขยายโรงแรมฮั่นหยู่ไปทั่วประเทศ

แน่นอนว่าซูข่านเองเห็นด้วยขยายโรงแรมฮั่นหยู่ เขาจึงได้กำชับจางเฉียงเหมือนกับที่กำชับหวางเอ๋อกับเสี่ยวหู่ เรื่องการสถานที่ในการสร้างโรงแรม

ไม่ว่าโรงแรมฮั่นหยู่จะสร้างขึ้นมาใหม่จากที่ดินเปล่าหรือสร้างต่อจากอาคารเก่านั้น สถานที่ต้องนั้นจำเป็นต้องครอบครองเอาไว้ก่อน

ไม่อย่างนั้นในอนาคตจะต้องเสียค่าเช่ารายปีไม่รู้ปีละกี่ล้านหยวน ถ้าช่วงไหนที่ไม่มีแขกเข้าพัก รายได้เดือนนั้นของโรงแรมก็อาจจะขาดทุนอย่างหนักเพราะจ่ายค่าเช่าได้

จริงอยู่ว่าธุรกิจโรงแรมนั้นไม่เหมือนกับธุรกิจร้านอาหาร ธุรกิจโรงแรมไม่จำเป็นต้องมีอาหารสดที่เหลือทิ้งต่อวัน ส่วนใหญ่แล้วจะเสียแต่ค่าน้ำ ค่าไฟ และค่าพนักงานเท่านั้น

แต่ถ้าต้องจ่ายค่าเช่าต่อเดือนเพิ่มล่ะจะเป็นยังไง?

ตอนราคาที่ดินเองก็ถูกซะยิ่งกว่าราคากะหล่ำปลี แต่ที่ดินในเมืองนั้นจะสูงขึ้นมาเล็กน้อย แต่มันก็จะแค่ไหนกันเชียว?

ลองคิดเล่นๆเกี่ยวกับการสร้างโรงแรมฮั่นหยู่ในเมืองปักกิ่งดูสิ สมมุติว่าซื้อที่ดินในยุคนี้ที่ราคา 1,000 หยวนแล้วทำการสร้างโรงแรม

ผ่านไปสัก 10-20 ปี ราคาที่ดินตรงนั้นจะมีมูลค่าเท่าไหร่? รู้อะไรไหมว่าทองคำแท่งหนึ่งแท่งยังไม่สามารถซื้อที่ดิน 1 ตารางเมตรในเมืองปักกิ่งได้เลย

เห็นไหมว่าการซื้อที่ดินและสร้างโรงแรมมันคุ้มกว่าการไปเช่าเป็นไหนๆ ไม่ว่าจะคำนวนยังไงก็ไม่สามารถคำนวนให้ขาดทุนได้เลย

ถึงแม้ว่าราคาที่ดินในเมืองปักกิ่งนั้นจะสูงมาก แต่มันนำไปใช้ได้กับทุกเมืองใหญ่ในประเทศจีนเหมือนกัน ส่วนใหญ่แล้วก็มีอีกตั้งหลายเมืองที่ในอนาคตจะมีมูลค่าที่ดินสูงกว่าหนานจิง

ยกตัวอย่างง่ายๆก็ที่เทียนจินเลย ที่นั้นในอนาคตก็จะมีมูลค่าที่ดินสูงติดอันดับต้นๆของประเทศ ยิ่งอยู่ในเมืองเท่าไหร่ก็ยิ่งมีราคามากขึ้นเท่านั้น

"ผมเล็งไว้สองแห่งในเมืองเทียนจินครับ โดยจะเริ่มก่อสร้างโรงแรมฮั่นหยู่ที่แรกก่อน จากนั้นก็จะค่อยเริ่มที่สองตามมาครับ"

จางเฉียงอธิบายด้วยความตื่นเต้นเกี่ยวกับแผนการสร้างโรงแรมฮั่นหยู่เอ็กเพรส

"ดีมาก"

ซูข่านพยักหน้าด้วยความพึงพอใจในการทำงานอันรวดเร็วของจางเฉียง

จางเฉียงมองไปที่ซูข่านและถามด้วยความสงสัย

"พี่สามมีอะไรให้ผมทำอะไรไหมครับ?"

"นายรู้จักหมู่บ้านซีกวนไหม?"

ซูข่านถามเบาๆ

"หมู่บ้านซีกวน?"

จางเฉียงชะงักไปชั่วขณะก่อนจะพูดตอบซูข่านว่า

"ผมเคยได้ยินชื่อของมันอยู่ครับ เห็นว่ามีบริษัทอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากต้องการจะย้ายไปที่นั่น"

ตัวของจางเฉียงเองก็ไม่ได้ทำอะไรที่เกี่ยวกับอิเล็กทรอนิกส์มากนั้น ดังนั้นเขาไม่ได้สนใจเกี่ยวกับข่าวนี้สักเท่าไหร่

ธุรกิจที่อยู่ในมือของจางเฉียงนั้นส่วนใหญ่แล้วจะเป็นโรงแรมกับโลจิสติกส์มากกว่า ตอนนี้เขาเป็นตัวแทนในการจัดจำหน่ายสินค้าไปยังภาคเหนือที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งกำลังแพร่ขยายไปทางตะวันออกและภาคกลางอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ได้ยินซูข่านถามจางเฉียงก็ได้คิดกับตัวเองในใจ

"รึว่าพี่สามต้องการให้เราขยายไปทางหมู่บ้านซีกวนแห่งนั้น"

"ถ้าไม่ใช่แล้วทำไมพี่สามถึงได้ถามถึงหมู่บ้านแห่งนี้กับเรากันล่ะ?"

จากนั้นจางเฉียงก็พยายามพูดด้วยความระมัดระวัง

"พี่สามต้องการให้ผมไปทำอะไรที่หมู่บ้านซีกวนไหมครับ?"

ซูข่านพยักหน้าและพูดด้วยรอยยิ้ม

"ใช่"

"ที่ฉันเรียกนายมาก็เพราะฉันตั้งใจจะให้นายไปที่นั่นแล้วจัดการอะไรบางอย่างให้ฉันหน่อย"

จบบทที่ บทที่ 396 ผู้จัดจำหน่ายรายใหญ่ที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว