เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 394 ชุ่นอี่อี vs จ้าวชิงชิง

บทที่ 394 ชุ่นอี่อี vs จ้าวชิงชิง

บทที่ 394 ชุ่นอี่อี vs จ้าวชิงชิง


เมื่อมองดูซงหมิงเจียงที่เดินจากไป ซูข่านก็เข้าบ้านของเขา

หยางไท่เฉียนมีสิทธิบัตรจำนวนมากจากประเทศในทวีปยุโรป แม้กระทั่งอีริคสันยังให้ความร่วมมือในการพูดคุยกับบริษัทอื่นให้ขายแก่บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถง

ตราบใดที่ตระกูลชุ่นไม่ได้ประกอบธุรกิจที่มีขนาดเล็ก ยังไงหยางไท่เฉียนก็จะต้องเจอบริษัทหรือธุรกิจของพวกเขาอยู่แล้ว

การกลับประเทศจีนของชุ่นอี่อีนั้น เป็นเหตุการณ์ที่ซูข่านไม่เคยเจอมาก่อนในชาติที่แล้วของเขา

ซูข่านรู้สึกว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล็กๆที่ควรจะมองข้าม ยังไงเขาก็ต้องการที่จะตรวจสอบว่ามันเกิดอะไรขึ้นถึงได้เป็นแบบนี้

ภาพจำของซูข่านเกี่ยวกับชุ่นอี่อีก็เพียงแต่วัยเด็กเท่านั้น แล้วเธอก็เอาแต่วิ่งไปตามและประกาศให้กับเด็กๆคนอื่นรู้โตขึ้นจะแต่งงานกับเขา

และชุ่นอี่อีก็ได้โตขึ้นจนสามารถคิดอะไรได้แล้ว ทำไมถึงมีความคิดแบบเดิมอยู่

"หวังว่าจะหาคำตอบเรื่องนี้ได้นะ"

ซูข่านถอนหายใจแล้วก็พูดกับตัวเองเบาๆ

ต่อให้ต้องใช้เวลาเป็นสัปดาห์ เป็นเดือน หรือเป็นปีก็ได้

ซูข่านเองก็ไม่ได้รีบร้อน

เมื่อซูข่านได้เดินเข้าไปในบ้าน ทันใดนั้นเขาก็ได้กลิ่นอาหารอบอวลไปหมด ยายของฉู่เฟิงน่าจะมาทำอาหารเหมือนเดิมที่เธอเคยทำ

"อ้าว…ซิ่วเอ๋อ"

ระหว่างที่เดินเข้าบ้านอยู่นั้น ซูข่านก็เห็นฉู่ซิ่วเอ๋อนั่งอยู่สวนหน้าบ้าน

"พี่สามกลับมาแล้วรึคะ"

ฉู่ซิ่วเอ๋อมองที่ซูข่านด้วยใบหน้าเล็กๆของเธอ

ซูข่านมองดูก็เห็นมีกระเป๋านักเรียนวางอยู่ข้างๆ ตรงหน้าข้างเธอก็มีสมุดและถือปากกาอยู่ ดูเหมือนเธอกำลังนั่งทำการบ้าน

"ตั้งใจทำต่อไปเถอะ"

ซูข่านพูดกับฉู่ซิ่วเอ๋อด้วยรอยยิ้ม

ฉู่ซิ่วเอ๋อเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนมาก นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซูข่านได้เห็นเธอนำการบ้านจากโรงเรียนของเธอมาทำที่บ้านของเขา แม้ว่าเธอจะอายุยังน้อย แต่ก็มีความรับผิดชอบที่ดีเลยทีเดียว

ชีวิตของเธอนั้นน่าสงสารมาก เธอต้องใช้ชีวิตอยู่กับตาและยายตั้งแต่เด็กๆ

หากว่าฉู่เฟิงไม่ได้มาพบกับซูข่าน อนาคตของเด็กสาวคนนี้จะเป็นยังไงซูข่านก็ไม่อาจจะเดาได้

ถึงอย่างนั้นก็เถอะ

ตอนนี้ฉู่เฟิงได้ทำงานให้กับซูข่านแล้ว รายได้ของเขาต่อปีก็สูงพอที่จะซื้ออาหารมาให้ทั้งครอบครัวได้ สภาพความเป็นอยู่ของครอบครัวฉู่ก็ดีขึ้น

หากว่าฉู่ซิ่วเอ๋อยังคงตั้งใจเรียนแบบนี้ต่อไป ยังไงเธอก็สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับประเทศได้แน่นอน ความพยายามไม่เคยทำร้ายใครอยู่แล้ว

"ได้ค่ะพี่สาม เหลืออีกนิดเดียวก็เสร็จแล้ว"

ฉู่ซิ่วเอ๋อพยักหน้าอย่างเชื่อฟังและพูดด้วยรอยยิ้ม

"พยายามเข้าล่ะ"

ซูข่านพูดให้กำลังใจเบาๆ จากนั้นเขาก็เดินต่อเข้าไปในบ้าน

ขณะเดียวกันบนรถยนต์คราวน์สีดำที่กำลังมุ่งหน้าตรงไปยังโรงแรมในตัวเมือง

"มีอยู่คนหนึ่งครับ เธอชื่อว่าจ้าวชิงชิง เป็นผู้หญิงที่มีความสามารถหลากหลายมาก แต่นี้เธอเป็นที่ปรึกษาให้กับมหาวิทยาลัยชิงหวาอยู่"

"แล้วเธอก็กำลังศึกษาต่อในระดับปริญญาโทควบคู่กับการเป็นที่ปรึกษาด้วย ผมไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามหาวิทยาลัยนี้ตั้งอยู่ในเมืองหนานจิงด้วยรึเปล่า? แต่เท่าที่ดูผมว่านายน้อยซูไม่น่าจะสนใจเธอนะครับ"

ชายวัยกลางคนที่นั่งอยู่ข้างคนขับได้หยิบเอกสารออกมาแล้วอ่านให้กับชุ่นอี่อีฟัง

"ลุงหมิง"

ชุ่นอี่อีส่ายหัว

"ลุงหมิงยังไม่รู้พี่ซูข่านดีพอ ห้ามมองว่าพี่เขาอาจไม่สนใจหรืออะไรทำนองนี้ ถ้าสาวที่ชื่อจ้าวชิงชิงนั่นเป็นคนเดียวที่อยู่ใกล้ชิดกับพี่ซูข่าน แสดงว่าเธอจะต้องคิดอะไรกับพี่ซูข่านแน่ๆ"

"เรื่องแบบนี้ฉันยอมรับไม่ได้"

"ตระกูลชุ่นที่ยิ่งใหญ่จะพ่ายแพ้ให้กับนักศึกษาสาวธรรดาเนี่ยนะ? ลุงหมิงรู้ไหมว่าฉันเป็นนักเรียนดีเด่นอันดับต้นๆของมหาวิทยาลัยอิมพีเรียลเลยนะ"

"พวกเขายังขอให้ฉันเรียนปริญญาโทอีกด้วย แต่ฉันก็ไม่ได้อยากเรียนเท่าไหร่ ฉันอยากรีบจบออกมาช่วยงานที่บ้านแล้ว"

"หากว่ารอฉันเรียนต่อปริญญาโท ถึงตอนนั้นตระกูลชุ่นอาจจะไม่อยู่ในโลกนี้อีกแล้วก็ได้"

ลุงหมิงหรือชื่อเต็มของเขาก็คือหลี่หมิง ในตอนที่ตระกูลชุ่นได้เดินทางไปที่ทวีปยุโรปนั้น เขาก็ได้เป็นคนที่ไปจัดการกับนักเลงหรือผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นในเมืองให้

เขาได้รับใช้ตระกูลชุ่นเป็นเวลามากกว่าสิบปีแล้ว

"สำหรับผู้หญิงที่ชื่อจ้าวชิงชิงนั้น ผมว่าเธอก็ยอดเยี่ยมแล้วนะครับสำหรับคนที่นี่ แต่ถ้าเทียบกับคุณหนูที่เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยอิมพีเรียล ไม่ว่ายังไงก็เทียบกับคุณหนูไม่ได้อยู่ดีครับ"

ลุงหมิงได้มองที่เอกสารในมือและพูดกับชุ่นอี่อี

ชุ่นอี่อียิ้มที่มุมปากอย่างชั่วร้าย

"ใช่"

"แล้วทำไมฉันต้องกลัวผู้หญิงคนนี้แย่งพี่ซูข่านไปจากฉันด้วยล่ะ ยังไงพี่ซูข่านก็ต้องไม่เลือกคนแบบนั้นอยู่แล้ว"

"ใช่ครับคุณหนู ทั้งคุณหนูและนายน้อยซูต่างเหมาะสมราวกับเป็นคู่ที่สวรรค์เป็นคนสร้างให้เลย ทั้งสองคนดูเหมาะสมกับมากเลยครับ"

ลุงหมิงพยักหน้าเห็นด้วยกับชุ่นอี่อี

"ไม่!!"

ชุ่นอี่อีส่ายหัว

"ฉันยังไม่ดีพอกับพี่ซูข่าน"

เมื่อถึงคิดถึงซูข่านแล้ว แววตาของชุ่นอี่อีก็เต็มไปด้วยความชื่นชม

"คนอื่นอาจจะคิดว่าหวางเอ๋อเป็นเจ้าของ KFC แต่ฉันรู้ว่าเบื้องหลังของหวางเอ๋อต้องเป็นพี่ซูข่านแน่ หวางเอ๋อได้แต่วิ่งตามพี่ซูข่านตั้งแต่เด็กๆแล้ว เขาไม่มีทางเป็นเจ้าของจริงๆของ KFC ได้หรอก"

"KFC เองก็เปิดกิจการได้มากเป็นสิบสาขา พี่ซูข่านนี่แหละเป็นอัจฉริยะด้านการทำธุรกิจอย่างไม่ต้องสงสัยเลย"

"ไม่อย่างนั้น KFC ก็ไม่สามารถมีเป็นสิบสาขาได้ในเวลาไม่กี่ปีหรอก ยอดขายต่อวันเองก็สูงมากๆเช่นกัน"

"สำหรับคนที่ทำธุรกิจเป็นหรือเชี่ยวชาญในเรื่องพวกนี้จะรู้ดี ว่า KFC นั้นมีโมเดลธุรกิจที่ยอดเยี่ยมขนาดไหน ในอนาคตสาขาจะต้องขึ้นเยอะกว่านี้แน่ และตอนนั้นก็ไม่สามารถซื้อได้ด้วยเงินเพียง 20 ล้านแน่"

"ถึงตอนนั้นมูลค่าอาจจะมากกว่านี้อีกสิบเท่าได้มั้ง"

ขณะที่ชุ่นอี่อีพูดนั้น แววตาของเธอก็เปล่งประกายออกมาตลอดเวลา

"แต่ที่ฉันชื่นชมพี่ซูข่านไม่ได้มีแค่นั้น"

"พี่ซูข่านสามารถมองตลาดของประเทศจีนได้แตกออกเป็นเสี่ยงๆ เขาสามารถทำธุรกิจให้มีกำไรได้ในสถานการณ์ที่ประเทศเป็นแบบนี้"

"รู้ไหมว่าทำไมอาหารฟาสต์ฟู้ดถึงได้ไม่กล้ามาเปิดสาขาที่จีนเลยสักเจ้าเดียว เพราะพวกเขายังคิดว่าประเทศจีนยังเป็นประเทศที่ยากจนอยู่น่ะสิ"

"พี่ซูข่านได้มองจุดตรงนี้ขาดและลงมือจัดการเปิดร้านอาหารฟาสต์ฟู้ดทันที"

ลุงหมิงได้มองกระจกมองหลังของรถแล้วพูดกับชุ่นอี่อีด้วยรอยยิ้ม

"เพราะแบบนี้คุณหนูเลยรักนายน้อยซูใช่ไหมครับ?"

ชุ่นอี่อีเม้มริมฝีปากของเธอเล็กน้อย มันเผยให้เห็นส่วนโค้งที่สวยงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้และพูดว่า

"ก็พี่ซูข่านเป็นผู้ชายที่ยอดเยี่ยมขนาดนั้น ถ้าไม่ใช่หนูก็ไม่มีใครที่จะเหมาะสมไปมากกว่านี้แล้วหล่ะ"

จบบทที่ บทที่ 394 ชุ่นอี่อี vs จ้าวชิงชิง

คัดลอกลิงก์แล้ว