เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 388 เซฟในตำนาน

บทที่ 388 เซฟในตำนาน

บทที่ 388 เซฟในตำนาน


"ข่าวของศาสตราจารย์ฮู่เร็วมากเลยนะครับ"

ซูข่านเอนหลังพิงกับเก้าอี้เล็กน้อยและพูดด้วยรอยยิ้ม

"ไม่หรอกครับคุณซู"

ศาสตราจารย์ฮู่พูดอย่างถ่อมตัว

"ไม่กี่วันก่อนในงานประชุมของทางมหาวิทยาลัย ผมมีโอกาสได้เจอคนในวงการนิดหน่อยครับ เขาเลยเล่าให้ผมฟังเกี่ยวกับการตั้งเขตอุตสาหกรรมขึ้น"

ฟังจากคำพูดของศาสตราจารย์ฮู่แล้ว ซูข่านก็รู้เลยว่าศาสตราจารย์ฮู่บอกเขาด้วยความปรารถนาดี เขาต้องการเปิดเผยข่าววงในให้ซูข่านรู้โดยเฉพาะ

"ขอบคุณสำหรับข่าวนี้นะครับ ศาสตราจารย์ฮู่"

ซูข่านพูดขอบคุณศาสตราารย์ฮู่ด้วยความสุภาพ

ตอนแรกซูข่านได้ลืมเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้ว แต่การทักของศาสตราจารย์ฮู่ทำให้ซูข่านได้นึกขึ้นมาได้อีกครั้ง

หมู่บ้านซีกวนจะเป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์ที่สำคัญที่สุดในประเทศจีน ไม่เพียงแต่เป็นศูนย์รวมเทคโนโลยีอย่างเดียว แต่ที่นั่นเป็นแหล่งกำเนิดของอุปกรณ์เทคโนโลยีต่างๆในประเทศจีนอีกด้วย

นักธุรกิจระดับประเทศหลายคนก็มาจากที่หมู่บ้านซีกวนแห่งนี้

ที่มีชื่อเสียงที่สุดก็หนีไม่พ้นหลิวจิงตง ธุรกิจของเขาได้เริ่มต้นในช่วงปี 1990

ในเวลาเพียงไม่กี่ปี ธุรกิจของหลิวจิงตงก็มีมูลค่าเป็นล้านๆ

ซูช่านรู้สึกสนใจเล็กน้อยเกี่ยวกับข่าวที่ศาสตราจารย์ฮู่ได้บอก เขาสามารถเตรียมการในหมู่บ้านซีกวนล่วงหน้าได้

เทคโนโลยีสมัยใหม่รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ใช้งานเทคโนโลยีเหล่านี้ เป็นสิ่งที่ซูข่านไม่เชี่ยวชาญสักเท่าไหร่ด้วย

ต้องเข้าใจด้วยความประเทศจีนในปัจจุบันนั้นมีนักศึกษาที่ทำเกี่ยวกับวิชาการพวกนี้ไม่มากพอ อีกทั้งมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนเกี่ยวด้านนี้ก็ยังไม่มี สถาบันวิจัยเองก็มีอยู่น้อยมาก

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาก็มีนักวิทยาศาสตร์หรือผู้เชี่ยวชาญไม่ได้เยอะ ดังนั้นซูข่านจึงยังไม่ได้มีแผนการอะไรเกี่ยวกับหมู่บ้านซีกวนสักเท่าไหร่

สิ่งที่หมู่บ้านซีกวนต้องการมากที่สุดก็คือเงินทุนสำหรับการวิจัย การลงทุนให้กับพวกเขาเป็นสิ่งที่จะทำให้เทคโนโลยีในประเทศก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

แต่ซูข่านเองก็มีบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงอยู่ สิทธิบัตรที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีที่สามารถผลิตออกมาได้มาก็มีอยู่เป็นจำนวนมาก ซูข่านจึงไม่ได้รีบร้อนสักเท่าไหร่เกี่ยวกับด้านนี้

ยังไงซะประเทศจีนก็ไม่ได้เหมาะสมที่จะเป็นเจ้าของทุกอย่างบนโลกใบนี้ บางสิ่งบางอย่างก็ไม่ได้เอื้ออำนวยในประเทศจีนสักเท่าไหร่อยู่แล้ว

ต้องรอเวลาอีกให้บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงโตกว่านี้อีกสักหน่อยก่อน จากนั้นก็ค่อยวางแผนขั้นตอนไปก็ได้

"แกร๊ก"

ทันใดนั้นเสียงประตูของดังขึ้น จางต้าได้เดินเข้ามาพร้อมกับพนักงานอีก 2-3 คน โดยทั้งหมดถืออาหารอยู่ในมือ

"อาหารพร้อมแล้วครับ"

จางต้าค่อยๆยกอาหารวางบนโต๊ะของทีละจานด้วยความปราณีต

ทันทีที่อาหารได้วางลงบนโต๊ะ กลิ่นอันแสนหอมก็ได้จู่โจมเข้าจมูกของซูข่านทันที เขารู้ได้ทันทีว่าอาหารพวกนี้จะต้องเป็นฝีมือของเฒ่าจางแน่

แค่กลิ่นก็แตกต่างจากเซฟคนอื่นภายในร้านแล้ว นี่นับเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเฒ่าจางเลยก็ว่าได้

"เชิญทุกท่านทานอาหารได้เลยนะคะ"

จ้าวชิงชิงในฐานะที่เป็นเจ้าภาพของวันนี้ เธอได้พูดอย่างเร่งรีบ

หลี่ชิงเยว่เอามือขึ้นมากุมที่ปากของเธอ ดูเหมือนว่าเธอจะอดใจไม่ไว้ไม่ไหวแล้ว

ซูข่านหันไปมองทั้งคู่ก็หัวเราะเล็กน้อยในลำคอของเขา

ศาสตราจารย์ฮู่ชำเลืองมองไปที่ซูข่านเล็กน้อย เขามีความลังเลที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา จากนั้นเขาก็ส่ายหน้าและพูดกับตัวเองเบาๆ

"ถ้ามีโอกาสผมจะช่วยคุณแน่นอนครับ ศาสตราจารย์หนี่"

จากนั้นทุกคนบนโต๊ะอาหารก็เริ่มกินอาหารกันด้วยความเอร็ดอร่อย

"หื้ม?"

หลี่ชิงเยว่พูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ

"ทำไมวันนี้อาหารอร่อยจัง? มันอร่อยกว่าที่เรามากินครั้งก่อนอีก"

"ก็จริง"

ศาสตราจารย์ฮู่เองก็มีสีหน้าที่ประหลาดใจเช่นเดียวกัน

ตอนนี้ศาสตราจารย์ฮู่ไม่ได้ขาดแคลนเงินเหมือนกับในอดีตแล้ว เงินปันผลที่เขาได้จากปีล่าสุดก็รวมๆแล้วกว่า 5 แสนหยวน

เรียกได้ว่าตอนนี้ศาสตราจารย์ฮู่ก็เป็นเศรษฐีคนหนึ่งในเมืองหนานจิง ด้วยรายได้จากสิทธิบัตรของเขาอย่างเดียวในปีที่แล้ว เขาสามารถมากินที่ร้านอาหารวังหลวงได้ทุกวันเป็นเวลาสิบๆปีเลยด้วย

ถึงแม้ว่าอาหารจากร้านอาหารวังหลวงจะแพงกว่าข้างนอกก็ตาม แต่เงินที่ศาสตราจารย์ฮู่หาได้นั้น ต่อให้กินอีกสิบปีเขาก็ยังมีเงินเหลือ

ในช่วงที่ผ่านมา ศาสตราจารย์ฮู่ก็ได้พาครอบครัวและลูกศิษย์มากินที่ร้านนี้หลายครั้ง แต่เขารู้สึกได้เลยว่ารสชาติของอาหารวันนี้นั้นแตกต่างออกไปอย่างเห็นได้ชัด

รสชาติมันดีกว่าที่เขาเคยมากินอีก ร้านอาหารวังหลวงเปลี่ยนเซฟงั้นเหรอ?

เมื่อเห็นทุกคนต่างชื่นชมอาหารแล้ว ซูข่านก็ยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนหน้านี้พวกเขาคงกินฝีมือของเซฟคนอื่นมาโดยตลอด ฝีมือของเฒ่าจางนั้นแตกต่างจากเซฟคนอื่นภายในร้านอย่างเห็นได้ชัด

โดยทั่วไปแล้วเฒ่าจางแทบจะไม่ค่อยลงมือทำอาหารด้วยตัวเองสักเท่าไหร่ มีเพียงแค่ไม่กี่คนเท่านั้นทีเฒ่าจางจะทำให้

"จานนี้รสชาติอร่อยมากเลย"

"จานนี้ก็อร่อย

"อันนี้ก็ด้วย"

หลี่ชิงเยว่ทำตัวเหมือนกับนักชิมอาหารชื่อดัง เธอต่างเพลิดเพลินไปกับการกินอาหารอย่างนิดละหน่อยเพื่อเปรียบเทียบกัน

ในห้องนี้มีเพียงจ้าวชิงชิงเท่านั้นที่กินฝีมืออาหารของเฒ่าจางแล้วไม่ได้แปลกใจ

ทันใดนั้นเอง ศาสตราจารย์ฮู่ก็หยุดชะงักและพูดด้วยความตกใจ

"หรือว่าเซฟในตำนานคนนั้นเป็นคนปรุงอาหารทั้งนี้ด้วยตัวเอง"

หลี่ชิงเยว่หันไปมองศาสตราจารย์ฮู่ทันที

"เป็นไปไม่ได้หรอกค่ะศาสตราจารย์ บางทีวันนี้อาจจะได้วัตถุดิบดีๆมาก็ได้นะคะ"

"ไม่"

ศาสตราจารย์ฮู่ส่ายหน้าและพูดกับหลี่ชิงเสว่

"ผมได้ยินมาว่า เซฟคนหนึ่งในร้านอาหารแห่งนี้ได้เรียนรู้สูตรอาหารต่างๆมาจากทางราชวัง อาหารที่เขาปรุงนั้นจะอร่อยเป็นพิเศษ ซึ่งปกติแล้วเขาจะไม่ค่อยได้ทำอาหารสักเท่าไหร่"

"โดยทั่วไปเซฟคนนี้จะทำอาหารนานๆที ส่วนใหญ่แล้วมื้อใหญ่สักหนึ่งมื้อจะมีฝีมือของเซฟคนนี้อยู่ประมาณ 1 จานด้วยกัน"

"แม้ว่าทางร้านจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ก็ตาม แต่ผู้คนจำนวนมากก็ยังแห่มากินที่ร้านอาหารวังหลวงแห่งนี้"

"หากว่ามีวันไหนโชคดีได้ลิ้มรสฝีมือของเซฟในตำนานคนนั้น พวกเขาก็จะรู้สึกตัวเองได้รับเกียรติเช่นเดียวกับคนในราชวัง"

"ซึ่งตอนนี้…อาหารบนโต๊ะของพวกเราแตกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด รสชาติของมันดีมาก มากเกินไปด้วยซ้ำ"

"ถ้ารสชาติของมันแตกต่างแค่ 1-2 จานผมเองก็ไม่แปลกใจหรอก แต่นี้มันแตกต่างกันทุกจานเลยนี่สิ"

ศาสตราจารย์ฮู่ยังคงตะลึงกับอาหารที่แสนอร่อยบนโต๊ะ เขากำลังคิดว่าเซฟในตำนานคนนั้นได้ทำอาหารมาเสิร์ฟกับเขาทั้งหมด

ถ้าออกไปพูดให้ใครฟังคงไม่มีใครเชื่อเขาแน่

หลี่ชิงเยว่ได้ยินคำพูดของศาสตราจารย์ฮู่ เธอก็ค่อยๆชำเลืองมองที่ซูข่านช้าๆ

จบบทที่ บทที่ 388 เซฟในตำนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว