เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 377 ที่ดินมูลค่าทองคำ 10 แท่ง

บทที่ 377 ที่ดินมูลค่าทองคำ 10 แท่ง

บทที่ 377 ที่ดินมูลค่าทองคำ 10 แท่ง


แม้ว่าซงหมิงเจียงจะไม่ได้อยู่ที่บ้านของซูข่าน แต่การรักษาความปลอดภัยนั้นยังคงมีอยู่ตลอด และยังคงมีประสิทธิภาพเช่นเดิม ซึ่งกั๋วเฟ่ยเป็นผู้รับผิดชอบหน้าที่นี้

นอกกั๋วเฟ่ยแล้ว ก็ยังมีคนของซงหมิงเจียงที่ได้เดินทางไปฝึกที่เซียงเจียงมาแล้วด้วย

หลี่เจียงเฝิงก็ต้องเดินทางไปกับเฒ่าหลี่ ซงหมิงเจียงก็พักร้อนแต่งงาน ดังนั้นจำนวนคนที่เปลี่ยนเวรจึงน้อยลง กั๋วเฟ่ยจึงต้องสลับวันหยุดของตัวเองและคนที่เหลือให้ดี

ณ ห้องลับในบ้านของซูข่าน

ซูข่านนั้งมองดูไข่มุกราตรีในมือสลับกับของเก่าที่อยู่ในห้องไปมา ของทุกอย่างภายในห้องนั้นถูกวางไว้จนแทบไม่มีที่จะเดิน

"ดูเหมือนว่าห้องลับนี่จะเล็กเกินไปจริงๆสินะ"

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้

ไม่กี่ปีก่อนห้องลับนี้เป็นเพียงห้องที่มีฝุ่นเกาะอยู่เท่านั้น ตอนนี้มันเต็มไปด้วยวัตถุโบราณจำนวนมาก นี่ขนาดยังไม่ได้เอาที่เป็นพวกเฟอร์นิเจอร์ลงมาเก็บด้วยนะ

ของพวกเขานั้นยังคงกองอยู่ที่สวนหลังบ้าน

เมื่อมองดูของพวกนี้แล้ว ซูข่านก็ได้คิดถึงบ้านอีกหลังของเขาที่เซียงเจียง

บ้านหลังนั้นมีห้องใต้ดินสำหรับเก็บไวน์อยู่ หากว่าปรับเปลี่ยนสักเล็กน้อย ที่นั่นก็สามารถใช้เก็บของเก่าพวกนี้ได้

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ ซูข่านก็ไม่ได้มีแผนที่จะขนย้ายของเก่าจำนวนมากขนาดนี้ไปเก็บที่นั่นเหมือนกัน มันจะดีกว่าถ้าหากของพวกนี้อยู่ในหนานจิง

หากเป็นเวลาอีกสัก 10-20 ปีข้างหน้า บางทีการเปิดพิพิธภัณฑ์ของเก่าก็ดูไม่แย่เลยทีเดียว ไข่มุกราตรีรวมไปถึงเครื่องปั้นดินเผาต่างๆ ทุกอย่างจะถูกนำมาแสดงที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้

แต่ตอนนี้ยังมันเร็วเกินไปที่จะทำแบบนั้น การนำของมีค่ามากขนาดนี้มาเผยแพร่ให้คนอื่นรู้ มันจะเป็นการเรียกโจรมากกว่าเรียกนักท่องเที่ยวซะอีก

ทุกอย่างต้องดำเนินการไปอย่างใจเย็นๆ ยังไงซะมันก็เป็นของเขาอยู่แล้ว

ซูข่านมองดูของเก่ารอบๆห้องอีกครั้ง

ไม่ว่ายังไงก็จะต้องเก็บรวบรวมของเก่าพวกนี้มาอยู่ดี ไม่อย่างงั้นเดี๋ยวของพวกนี้จะตกไปอยู่ในมือของต่างชาติได้

นี่คือสิ่งที่ซูข่านไม่อยากจะให้มันเกิดขึ้น

จริงๆตอนนี้ซูข่านสามารถประกาศหาคนที่จะเดินทางไปต่างประเทศทั่วโลก สำหรับสะสมของเก่าและวัตถุโบราณต่างๆได้

ความคลั่งไคล้ในการสะสมของเก่ายังไม่เป็นที่นิยมเท่าไหร่ในผู้คนสมัยนี้ ดังนั้นของเก่าหรือวัตถุโบราณที่ขายกันทั่วไปในต่างประเทศ

ราคาของมันก็ไม่ได้สูงกว่าที่ประเทศสักเท่าไหร่ เต็มที่เลยก็อาจจะ 1-10 ดอลล่าห์เท่านั้น

แล้วลองคิดดูเงินที่ 1-10 ดอลล่าห์จะกลายเป็น 100 ดอลล่าห์ดูสิ

รู้ไหมว่าเครื่องปั้นดินเผาสมัยโรมันโบราณซื้อ-ขายกันอยู่ที่เท่าไหร่ในปีหลัง 2000

ของบางอย่างมีราคาสูงกว่าสมาร์ทโฟนเครื่องหนึ่งซะอีก

"เกือบลืมไปเลย"

ดวงตาของซูข่านเป็นประกายขึ้นมา

นอกจากของเก่าเหล่านั้นแล้ว ซูข่านได้นึกถึงของเก่าชุดหนึ่งนั่นก็คือ หัวของนักษัตรทั้งสิบสองที่สูญหายไปในต่างประเทศ

หัวนักษัตรนี้นับเป็นสมบัติระดับประเทศเลยทีเดียว

หัวใจของซูข่านเต้นผิดจังหวะเล็กน้อย เขาจำได้ว่าหนึ่งในหัวนักษัตรทั้งสิบสองนี้ มีบางส่วนอยู่อยู่กับนักสะสมคนหนึ่ง และราคามันยังไม่ได้สูงมากด้วย

"ยังมีโอกาสอยู่…"

ซูข่านรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาเล็กน้อย แต่แล้วเขาก็รู้สึกปวดที่ขมับแทนมากกว่า

ไม่ใช่ว่าซูข่านจะไม่สามารถหานักสะสมคนนั้นหรือไม่มีเงินที่จะซื้อ แต่มันไม่มีที่วางต่างหากล่ะ!!

ห้องลับนี่ก็เต็มไปด้วยของจำนวนมากแล้ว หากว่าเอาหัวนักษัตรมาอีก คงจะต้องย้ายบางส่วนออกไปข้างนอก ซึ่งเป็นตัวเลือกที่ซูข่านไม่อยากจะทำ

ซูข่านคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็นำไข่มุกราตรีไปเก็บยังที่เดิม จากนั้นซูข่านก็เดินออกจากห้องลับก่อนจะเดินเข้าไปในตัวบ้าน

เมื่อผ่านสวนหลังบ้านเข้ามาซูข่านก็เห็นกั๋วเฟ่ยยืนอยู่

"พี่สามครับ"

กั๋วเฟ่ยพูดด้วยความเคารพ

"พี่จางเฉียงกับพี่หวางเอ๋อมาหาพี่สามครับ ทั้งสองคนรออยู่ที่ห้องรับแขก"

"สองคนเลยงั้นเหรอ?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย

หวางเอ๋อก็เพิ่งมาเจอกับเขาได้ไม่นานเกี่ยวกับเรื่อง KFC แล้วทำไมตอนนี้หวางเอ๋อต้องมาพร้อมกับจางเฉียงอีกด้วย

จากนั้นซูข่านก็เดินไปยังห้องรับแขก

ที่ห้องรับแขกนั้นจางเฉียงกับหวางเอ๋อได้นั่งรออยู่ แต่หวางเอ๋อกลับมีท่าทีที่แปลกๆไป เขาดูมองซ้ายมองขวาเป็นระยะๆ

ดูเหมือนว่าพวกเขาทั้งสองจะมาที่นี่สักพักหนึ่งแล้ว

นอกจากเฒ่าหลี่แล้ว คนอื่นๆไม่มีใครมีสิทธิที่จะเดินไปยังสวนหลังบ้านของซูข่าน เต็มที่ก็ได้แต่อยู่ในบ้านและตะโกนเรียก

โดยธรรมดาแล้ว ทุกคนต่างรู้ธรรมเนียมปฏิบัติของบ้านซูข่านเป็นอย่างดี ไม่มีใครที่จะกล้าไปกระทั่งส่วนของหลังบ้านด้วยซ้ำ มีแต่เสี่ยวผิงที่มักจะไปตะโกนเรียกเฒ่าหลี่กินข้าวเสมอ

เมื่อซูข่านเดินเข้ามาที่ห้องรับแขกแล้ว ทั้งหวางเอ๋อและจางเฉียงก็รีบมีสีหน้าที่ความสุขพร้อมทั้งลุกขึ้นยืน

"เกิดอะไรขึ้น? ทำไมถึงได้มาพร้อมกัน"

ซูข่านมองทั้งสองคนที่ยืนอยู่ จากนั้นซูข่านก็เดินมานั่งก่อนที่ทั้งสองคนจะนั่งตาม

"ก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ"

หวางเอ๋อพูดด้วยรอยยิ้ม

"เผอิญผมได้ที่ดินใกล้กับเฟิงเหออั่วมาครับ ผมเลยวางแผนจะสร้างบ้านที่นั่นสัก 2-3 หลัง แต่ก่อนจะสร้างผมเลยอยากจะลองคุยกับพี่สามดูก่อนครับ"

"เฟิงเหออั่ว?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อนั้น สถานที่ตรงนั้นมันอยู่ใกล้กับตัวเมืองชั้นในอย่างมาก มูลค่าที่ดินบริเวณนั้นก็สูงกว่าที่อื่นตั้งหลายเท่า

"ดำเนินการเสร็จหมดรึยัง? พร้อมสร้างบ้านเลยไหม?"

ซูข่านถามกับหวางเอ๋อ

"เสร็จหมดทุกอย่างแล้วครับ พร้อมสร้างบ้านได้เลยครับ"

หวางเอ๋อรีบตอบอย่างรวดเร็ว

"ที่ดินตรงนั้นเจ้าของประกาศขายด้วยตัวเอ หากว่าสร้างบ้านหรือทำอะไรก็สามารถทำได้เลยอย่างถูกกฏหมายงครับ"

ดวงตาของซูข่านเบิกกว้างขึ้นเมื่อได้ยิน

ทำไมทุกอย่างถึงได้มาในเวลาที่เหมาะสมแบบนี้ กำลังคิดเรื่องแก้ปัญหาเรื่องที่เก็บของวัตถุโบราณกับของเก่าอยู่ดีเลย

ปกติแล้วหวางเอ๋อกับจางเฉียงจะซื้อที่ดินและนำโฉนดมาให้กับซูข่านเฉยๆ แต่ไม่รู้ว่าอะไรดลบรรดาลให้ครั้งนี้หวางเอ่อกับจางเฉียงถึงได้มาปรึกษากับซูข่าน

ราวกับว่าที่ดินตรงนั้นกำลังร้องเรียกซูข่านอยู่เลย

บอกได้เลยว่าทองคำ 10 แท่งยังไม่สามารถซื้อ 1 ตารางเมตรตรงนั้นได้เลย

"เอาล่ะ เดี่ยวฉันจะให้สูเจิ้งเหมาบอกนักออกแบบให้เขียนพิมพ์เขียวสำหรับบ้านมา สถานที่ตรงนั้นจะสร้างบ้านแบบเรียบร้อย ภายนอกจะไม่ดูหรูหราจนเกินไป พวกนายเข้าใจใช่ไหม?"

"ครับพี่สาม"

หวางเอ๋อกับจางเฉียงมองหน้ากันแล้วก็พยักหน้าลงอย่างรวดเร็ว

บ้านหลังใหญ่ขนาดนั้นยังไงก็ต้องมีห้องใต้ดินสำหรับเก็บไวท์อยู่แล้ว ขนาดที่ใหญ่พอจะสร้างถึง 3 หลังได้จะมีห้องกว้างขนาดไหนกัน

เท่านี้ก็แก้ปัญหาที่เก็บของได้ล่ะ ไม่อย่างงั้นซูข่านคงจะปวดหัวกับเรื่องนี้อยู่ไม่น้อย แถมตึกจงฮงเองก็ยังไม่เสร็จในเร็วๆนี้อีกด้วย

จบบทที่ บทที่ 377 ที่ดินมูลค่าทองคำ 10 แท่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว