- หน้าแรก
- ราชันย์ทหารชายแดน
- บทที่ 881 หอเฟิงเสวี่ย, หงเซียว
บทที่ 881 หอเฟิงเสวี่ย, หงเซียว
บทที่ 881 หอเฟิงเสวี่ย, หงเซียว
"ศิษย์พี่!" เซียวเจี้ยนหลีตาแดงก่ำ ร้องเรียกด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
"ทะ... ท่านพ่อ..."
เสิ่นชี่สุ่ยก็สะอื้นไห้ ร้องเรียกคำว่าท่านพ่อออกมาเป็นครั้งแรกในชีวิต คำสองคำนั้นที่เปล่งออกมาจากปากของเขา แฝงไปด้วยเสียงร้องไห้ ความสั่นเทา และความคะนึงหาตลอดจนความน้อยเนื้อต่ำใจตลอดสิบกว่าปีที่ผ่านมา
ภายในใจของเขาสับสนวุ่นวายอย่างหาที่สุดไม่ได้ ตามหลักแล้วเขาควรจะเกลียดชังคนผู้นี้อย่างถึงที่สุด เกลียดที่เขาทอดทิ้งตนเองกับท่านแม่ไป เกลียดที่เขากระทำเรื่องผิดพลาดมากมายถึงเพียงนั้น เกลียดที่เขาทำให้ตนเองต้องถูกคนเยาะเย้ยมาตั้งแต่เด็กว่าไม่มีพ่อ
ทว่าไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อมองดูคนตรงหน้า มองดูรอยยิ้มที่เขาเผยออกมาในวาระสุดท้ายของชีวิต เขากลับเกลียดไม่ลงเลยแม้แต่น้อย
เสิ่นชิงอู๋สิ้นใจแล้ว ทว่ามุมปากของเขากลับประดับด้วยรอยยิ้มจางๆ
หลวงจีนน้อยอีฉานนั่งอยู่ด้านข้าง พนมมือเงียบๆ ท่องมนต์ส่งวิญญาณ เสียงบทสวดนั้นดังก้องกังวานแผ่วเบา ราวกับกำลังชี้นำทางให้กับดวงวิญญาณที่จากไป
นักพรตปู้จือก็เอ่ยคำว่า 'อู๋เลี่ยงเทียนจุน' (อมิตาภพุทธะแห่งวิถีเต๋า) ออกมาเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเวทนาสงสาร
"พากลับไปส่งที่ตำบลเฉินเจียเถอะ!" เซียวเจี้ยนหลีกล่าวเสียงเบา "แม่ของเจ้ารอเขามาแปดปี แต่ก็ไม่ได้เห็นเขากลับไป ตอนนี้ฝังเขาไว้ข้างๆแม่ของเจ้า ให้พวกเขาได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาเถอะ!"
เสิ่นชี่สุ่ยที่มีคราบน้ำตาอาบแก้ม พยักหน้าอย่างหนักแน่น "ขอรับ!"
ไม่นานหลวงจีนน้อยอีฉานก็ไปหาเรือลำเล็กมาได้ลำหนึ่ง เรือไม่ใหญ่นัก พอจุคนได้เพียงไม่กี่คนเท่านั้น พวกเขาช่วยกันย้ายร่างของเสิ่นชิงอู๋ขึ้นไปบนเรือ แล้วเดินทางจากไปทางน้ำ
การต่อสู้ระดับระดับปรมาจารย์ที่มากพอจะสั่นสะเทือนไปทั่วใต้หล้าในครั้งนี้ก็ปิดฉากลงในที่สุด เชื่อว่าอีกไม่นาน ข่าวคราวนี้ก็คงจะแพร่สะพัดไปทั่วทั้งยุทธภพ
ภายในคุกใต้ดินฐานที่มั่นใหญ่พรรคสามมังกร หลิงชวนดูเหมือนจะอ่อนแอจนถึงขีดสุด
ตั้งแต่เมื่อคืนจนถึงตอนนี้ เขายังคงรักษาท่าทีเช่นนี้มาโดยตลอด เขานั่งพิงกำแพง ราวกับแค่ขยับตัวนิดเดียวก็ยังยากลำบากอย่างยิ่ง
ตั้งแต่ที่ไช่อวี้ถังจากไป ก็ไม่มีใครมาถามไถ่เขาอีกเลย แม้กระทั่งยอดฝีมือขอบเขตขั้นห้าสองคน ที่คอยเฝ้าเขาอยู่ก่อนหน้านี้ก็ถูกถอนตัวออกไปจนหมด
ทว่าหลิงชวนรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าอีกฝ่ายเพียงแค่จงใจปล่อยเขาทิ้งเอาไว้ เพื่อต้องการรอดูท่าทีและปฏิกิริยาของเขาเท่านั้น
นี่ไม่ใช่การคาดเดาเลื่อนลอย ทว่าหลังจากที่เขาโคจรคัมภีร์เต้าจ้าง เขาก็สัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า มีสายตาคู่หนึ่งในเงามืดคอยจับจ้องกวาดมองมาที่ตนเองอยู่ตลอดเวลา
สายตานั้นราวกับเข็มแหลมที่ทิ่มแทงจนเขารู้สึกอึดอัดไปทั้งร่าง นั่นไม่ใช่ยอดฝีมือสองคนที่คอยเฝ้าเขาอยู่ก่อนหน้านี้ ทว่ากลับเป็นคนอื่น อีกทั้งพลังฝึกปรือของคนผู้นี้ก็ไม่ต่ำเลยแม้แต่น้อย
ยิ่งในเวลาแบบนี้ หลิงชวนยิ่งต้องเก็บอาการให้มิดชิด เพราะหากเขาเผยพิรุธออกมาแม้เพียงน้อยนิด ก็อาจจะถูกอีกฝ่ายจับสังเกตได้ ซึ่งจะส่งผลให้แผนการทั้งหมดพังทลายลงไม่เป็นท่า
มื้อเที่ยง พรรคสามมังกรส่งอาหารมาให้เขาตามเวลา ทว่าหลิงชวนกลับไม่แม้แต่จะปรายตามอง อาหารเหล่านั้นถูกวางทิ้งไว้ที่หน้าประตูห้องขัง จนค่อยๆ เย็นชืดไป
จนกระทั่งตกดึก ในพริบตาที่แรงกดดันในเงามืดนั้นหายไป หลิงชวนเกือบจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก แต่เขาก็ทนอดกลั้นเอาไว้ และยังคงรักษาสภาพท่าทีที่อ่อนแอเช่นนั้นต่อไป
ไม่นานนักประตูคุกใต้ดินก็ถูกเปิดออกอีกครั้ง ผู้ที่มาคือไช่อวี้ถังและสตรีรูปโฉมงดงามเย้ายวนนางนั้นก็ยังคงเดินตามมาเบื้องหลังเช่นเดิม
ไช่อวี้ถังเดินมาที่หน้าห้องขังเป็นอันดับแรก อาศัยแสงจากคบเพลิงพิจารณาหลิงชวนอย่างละเอียด แววตานั้นแฝงไปด้วยการจับผิดและความสงสัย ราวกับต้องการจะมองหาเบาะแสอะไรบางอย่างจากใบหน้าของเขา
ผ่านไปครู่หนึ่งเขาถึงได้เอ่ยปากขึ้น "ท่านอ๋องน้อย หัวหน้าพรรคของพวกเราขอเชิญ!"
ผ่านไปหลายอึดใจ หลิงชวนถึงค่อยๆลืมตาขึ้น และใช้สายตาอันอ่อนแรงปรายตามองพวกเขาทั้งสองคนแวบหนึ่ง
สายตานั้นขุ่นมัวไร้เรี่ยวแรง ริมฝีปากแห้งผากจนซีดขาว ทั่วทั้งร่างดูราวกับคนป่วยที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสและยังไม่หายดี
"ไม่ไป!" หลิงชวนแค่นคำสองคำออกมาอย่างอ่อนแรง จากนั้นก็หลับตาลงอีกครั้ง
ในแววตาของไช่อวี้ถังสว่างวาบด้วยประกายเย็นเยียบ ทว่าก็ถูกซ่อนเร้นเอาไว้อย่างรวดเร็ว
เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ข่มโทสะในใจลง แล้วกล่าวว่า "ท่านอ๋องน้อย ข้อเสนอของท่านข้าได้รายงานให้ท่านหัวหน้าพรรคทราบแล้ว หัวหน้าพรรคให้ข้ามาเชิญท่านไปปรึกษาหารือ!"
"ไม่เห็นหรือไงว่านายน้อยอย่างข้าบาดเจ็บสาหัสอยู่?" หลิงชวนกล่าวอย่างรำคาญใจสุดๆ "เขาอยากจะคุย ก็ให้เขามาคุยที่นี่ ข้าเดินไม่ไหว!"
เมื่อสตรีรูปโฉมงดงามเย้ายวนนางนั้นเห็นหลิงชวนไม่รู้จักรักษาน้ำใจเช่นนี้ ก็อดไม่ได้ที่จะบันดาลโทสะ ตวาดลั่น "โจวฉวี เจ้าทำความเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ให้ดีอีกหน่อยจะดีกว่า ที่นี่คือฐานที่มั่นใหญ่ของพรรคสามมังกร อย่ารนหาที่ตาย!"
"ไสหัวไป..."
หลิงชวนตวาดลั่น ทว่าเสียงตะโกนนี้ดูเหมือนจะกระทบกระเทือนถึงอาการบาดเจ็บ เขาพลันไอออกมาอย่างรุนแรงในทันที
หลังจากไออยู่สองสามครั้ง ที่มุมปากของหลิงชวนก็มีเลือดไหลซึมออกมา แม้เขาจะเช็ดมันทิ้งไปอย่างแนบเนียน ทว่าก็ยังหลบไม่พ้นสายตาอันเฉียบคมของไช่อวี้ถังที่จับสังเกตได้อยู่ดี
ที่มุมปากของไช่อวี้ถังปรากฏรอยยิ้มพึงพอใจ เขาตบแขนเสื้อ แล้วกล่าวกับสตรีรูปโฉมงดงามเย้ายวนนางนั้นว่า "เจ้าอยู่เป็นเพื่อนท่านอ๋องน้อยที่นี่ ข้าจะไปเชิญท่านหัวหน้าพรรคด้วยตนเอง!"
สตรีนางนั้นกล่าวอย่างหัวเสีย "นายท่านสามต้องรีบหน่อยนะ หากชักช้า ไม่แน่ว่าข้าอาจจะทนไม่ไหวจนเผลอเชือดเขาทิ้งไปเสียก่อน!"
ทว่าเมื่อไช่อวี้ถังจากไป สตรีรูปโฉมงดงามเย้ายวนนางนั้นก็กลับหดรั้งจิตสังหารของตนเองลงอย่างรวดเร็ว
นางมองซ้ายมองขวา เมื่อแน่ใจว่าไม่มีใครแล้ว จึงค่อยๆเดินไปที่หน้าห้องขัง ค่อยๆ ย่อตัวนั่งลงอย่างช้าๆ แนบชิดร่างกายเข้ากับลูกกรงไม้ของห้องขังทันที
"ท่านแม่ทัพคงจะแกล้งทำเป็นบาดเจ็บได้ลำบากแย่เลยใช่หรือไม่?" เสียงที่แฝงแววหยอกล้อของหญิงสาวดังขึ้น กดเสียงต่ำจนได้ยินแค่เพียงสองคน
สิ้นประโยคนี้ เปลือกตาที่ปิดสนิทของหลิงชวนก็สั่นไหวอย่างรุนแรงอยู่หลายครั้ง การสั่นไหวนั้นเล็กน้อยมาก ทว่าก็ไม่อาจเล็ดลอดสายตาที่จ้องมองเขาอยู่ตลอดเวลาไปได้
ทว่าเขาแสร้งทำเป็นไม่ได้ยิน ยังคงหลับตาพักผ่อนต่อไป แม้แต่ลมหายใจก็ไม่ปั่นป่วนเลยแม้แต่น้อย
"ท่านแม่ทัพไม่ต้องระแวงไปหรอก..." หญิงสาวกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา "ผู้น้อยมีนามว่า 'หงเซียว' เป็นคนของหอเฟิงเสวี่ย เมื่อหลายปีก่อนได้รับคำสั่งให้แฝงตัวเข้ามาในพรรคสามมังกร ครั้งนี้ได้รับคำสั่งจากนายหญิงหวัง ให้คอยช่วยเหลือท่านแม่ทัพอย่างสุดความสามารถ!"
หลิงชวนตกใจขึ้นมาทันที คิดไม่ถึงเลยว่าสตรีรูปโฉมงดงามเย้ายวนนางนี้กลับเป็นคนของหอเฟิงเสวี่ย มิน่าเล่าท่าทางก่อนหน้านี้ของนาง แววตาที่มีความหมายแฝงเร้น การบอกใบ้ที่เหมือนมีเหมือนไม่มีนั้น แท้จริงแล้วล้วนมีความหมายแอบแฝงอยู่ทั้งสิ้น
ทว่าเขากลับไม่ได้รีบร้อนตอบสนอง หรือไม่แม้แต่จะลืมตามอง แต่กลับใช้ความคิดอย่างรวดเร็วเพื่อแยกแยะความจริงเท็จในเรื่องนี้
ประการแรก คนที่รู้ว่าเขาปลอมตัวแฝงเข้ามาในพรรคสามมังกร มีเพียงคนสนิทที่เขาไว้ใจที่สุดไม่กี่คนเท่านั้น ทว่าก็ไม่อาจตัดความเป็นไปได้ที่อีกฝ่ายกำลังหลอกล่อเขาอยู่
ประการที่สอง แม้สาขาย่อยของหอเฟิงเสวี่ยจะมีอยู่ทั่วทุกแคว้นในจักรวรรดิ แต่การที่ส่งคนเข้ามาแฝงตัวในพรรคสามมังกรตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อน แล้วดันมาบังเอิญให้ความร่วมมือกับเขาในเวลานี้เข้าพอดี จังหวะเวลามันช่างประจวบเหมาะเกินไป ทำให้หลิงชวนยังคงมีความหวาดระแวงอยู่บ้าง
ทว่าเพียงแค่นี้ก็ยังไม่อาจด่วนสรุปอีกฝ่ายได้ ท้ายที่สุดแล้วองค์กรอย่างหอเฟิงเสวี่ย การส่งคนเข้ามาแฝงตัวไว้ในขั้วอำนาจอื่น ก็ถือว่าเป็นเรื่องปกติและเป็นวิธีที่ใช้กันทั่วไป การวางหมากเตรียมไว้ล่วงหน้าก็ถือว่าเป็นเรื่องสมเหตุสมผล
เมื่อเห็นหลิงชวนยังคงไม่เอ่ยปาก หงเซียวก็ไม่ได้อธิบายให้มากความ ทำเพียงกล่าวต่อไปว่า "เวลาเหลือน้อยแล้ว ข้าจะนำคำพูดของนายหญิงหวังมาถ่ายทอดให้ท่านแม่ทัพฟัง นายหญิงหวังกล่าวว่า ภายนอกทุกอย่างเตรียมการไว้พร้อมสรรพแล้ว ขอให้ท่านแม่ทัพรักษาความปลอดภัยของตนเองให้ดี!"
จากนั้นนางก็กล่าวต่อ "นอกจากนี้ ผู้น้อยยังสืบรู้มาว่าในหมู่ระดับสูงของพรรคสามมังกร มีคนของ 'องครักษ์กระจกส่องสวรรค์' แฝงตัวอยู่ด้วย ทว่าอีกฝ่ายซ่อนตัวได้ลึกซึ้งยิ่งนัก ตอนนี้ผู้น้อยยังไม่อาจยืนยันตัวตนของเขาได้ในเวลานี้ แต่นายหญิงหวังได้ให้ 'สำนักถิงเว่ย' ส่งจดหมายไปหาเขาแล้ว ถึงเวลานั้นเขาจะคอยประสานงานร่วมลงมือพร้อมกันกับพวกเรา!"
สุดท้าย หงเซียวก็เปิดเผยข่าวสารอีกเรื่องหนึ่งว่า "ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว พรรคสามมังกรจะต้องลงมือปล้นเครื่องบรรณาการเหล่านั้นอย่างแน่นอน ทว่าหัวหน้าพรรค 'ทูลหลง' นั้นมีนิสัยขี้ระแวงอยู่ไม่น้อย หลังจากนี้คงหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องทดสอบหยั่งเชิงท่านอีกสักครั้ง หวังว่าท่านแม่ทัพจะเตรียมใจรับมือเอาไว้ให้ดี!"