- หน้าแรก
- กลยุทธ์การพิชิตหอคอยฉบับคนกาก
- บทที่ 100 (ฟรี)
บทที่ 100 (ฟรี)
บทที่ 100 (ฟรี)
มติจากที่ประชุมคณะกรรมการประจำกรมการเมืองสูงสุดแห่งจีนฟันธงลงมาอย่างเด็ดขาดให้เปิดฉากบุกทะลวงชั้นที่ 70
ในเมื่อสถานการณ์บีบคั้นถึงขีดสุด การปีนป่ายจึงต้องเร่งเครื่องให้ไวชนิดที่ต้องแข่งกับเวลา เพลเยอร์ไป่หลง ยอดฝีมืออันดับหนึ่งของจีนผู้ครอบครองเลเวล 59 ถูกเรียกตัวด่วนเพื่อรับภารกิจพิชิตหอคอยทมิฬ
เขาสามารถเข้าสู่ชั้นที่ 59 ได้ในปัจจุบัน ทว่าการจะบรรลุเงื่อนไขพิชิตชั้นที่ 70 เขาจำต้องเหยียบย่างขึ้นไปให้ถึงชั้นที่ 71... นั่นหมายความว่าเขาต้องกระโดดข้ามด่านถึง 12 ชั้นรวด
"ไป่หลง"
"ครับ"
หัวหน้าตำรวจคอมมิวนิสต์จีนหน่วยพิเศษประจำตัวเพลเยอร์ยื่นตั๋วกระโดดข้ามด่านหอคอยสามใบให้แก่ชายหนุ่มพลางเอ่ยกำชับ
"จำเอาไว้ให้ดี เป้าหมายคือหอคอยหมายเลข 3 จำนวน 12 ชั้น ตั๋วหนึ่งใบสามารถกระโดดข้ามได้สูงสุด 5 ชั้น เพราะฉะนั้นแกแค่ใช้มันกระโดดข้ามไป 12 ชั้นก็พอ"
"...รับทราบครับ"
ไป่หลงเก็บตั๋วเหล่านั้นลงในช่องเก็บของเฉพาะหอคอย ก่อนจะก้าวเท้าเข้าสู่หอคอยทมิฬ
<กำลังเข้าสู่หอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 ชั้นที่ 59>
‘อืมมม’
ชั้นที่ 59 ด่านปราการหินที่เขาไม่สามารถพิชิตได้เสียที แม้จะลงทุนใช้รูนเสริมแกร่งคุณลักษณะเฉพาะไปถึงสองรอบแล้วก็ตาม
ภารกิจของชั้นนี้คือกวาดล้างไวเวิร์นอสนีบาต มอนสเตอร์สายพันธุ์ดุร้ายที่ปลดปล่อยกระแสไฟฟ้าแรงสูงออกมาจากร่างกายตลอดเวลา ซึ่งนับว่าเป็นศัตรูที่แพ้ทางเขาอย่างรุนแรง
คุณลักษณะเฉพาะของไป่หลงคือเคลื่อนที่ฉับไว
การที่เป้าหมายเป็นไวเวิร์นซึ่งใช้กระแสไฟฟ้าห่อหุ้มร่างกายเป็นเกราะป้องกัน ทำให้เพียงแค่เฉียดกรายเข้าไปใกล้ ร่างกายของเขาก็พลันแข็งทื่อเป็นอัมพาต หากพวกมันโจมตีด้วยการพ่นลมหายใจอย่างพ่นไฟหรือพ่นน้ำแข็ง เขาก็คงจะใช้ความเร็วหลบหลีกได้อย่างสบายๆ
ทว่าการต้องเข้าประชิดตัวมอนสเตอร์ที่อาบไล้ไปด้วยสนามแม่เหล็กไฟฟ้าทั่วทั้งร่างโดยไม่ให้เกิดการสัมผัสนั้น... มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย
เขาต้องทนรองรับคำก่นด่าและเสียงวิพากษ์วิจารณ์มามากขนาดไหนกันกับการติดแหง็กอยู่ที่ชั้น 59 ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็เป็นคนทุ่มเทแรงกายแรงใจทะลวงด่านตั้งแต่ชั้น 1 ลากยาวมาจนถึงชั้น 58 ด้วยความเร็วแสง แถมยังเป็นการตะลุยเดี่ยวบุกเบิกหอคอยถึงสามแห่งพร้อมๆ กัน
ทว่าพอความคืบหน้าในการพิชิตชั้นที่ 59 เริ่มหยุดชะงัก รัฐบาลจีนก็เริ่มออกแรงบีบบังคับ จากที่เคยป้อนแครอทอันหอมหวาน พวกมันก็เปลี่ยนมาฟาดฟันด้วยแส้หนาม เหรียญตราและรางวัลเชิดชูเกียรติที่เคยได้รับถูกริบคืนจนหมดสิ้น
คฤหาสน์หรูที่เคยซุกหัวนอน รถยนต์สปอร์ตคันงาม อสังหาริมทรัพย์ ไปจนถึงบัญชีธนาคาร ล้วนถูกอายัดและแช่แข็งอย่างไร้เยื่อใย
มิหนำซ้ำ เขายังถูกข่มขู่หน้าตายว่าหากยังไม่สามารถพิชิตชั้นที่ 59 ได้ ร่างของเขาจะถูกชำแหละไปจัดแสดงในนิทรรศการร่างกายมนุษย์
‘ไอ้พวกชาติหมาเอ๊ย’
ในแผ่นดินจีนแห่งนี้ เพลเยอร์ก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากทาสรับใช้ ยามที่ทำผลงานได้ดีก็ถูกเชิดชูยกย่องให้เป็นวีรบุรุษของปวงชน ทว่าพอก้าวพลาดเพียงก้าวเดียว แรงกดดันและคำก่นด่ามหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่จนแทบจะบดขยี้ให้แหลกเหลว
การที่รัฐบาลจีนใช้วิธีสกปรกอย่างการลักพาตัวเพลเยอร์ต่างชาติมาบังคับให้ลุยหอคอยจึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอันใด ในเมื่อขนาดเพลเยอร์ร่วมชาติยังถูกกระทำย่ำยีเยี่ยงหมูเยี่ยงหมาขนาดนี้
หากเลือกได้ เขาเองก็อยากจะหนีหัวซุกหัวซุนออกนอกประเทศแล้วทำเรื่องโอนสัญชาติไปตั้งรกรากที่อื่นให้รู้แล้วรู้รอด ทว่าในโลกแห่งความเป็นจริง เพลเยอร์ก็เป็นเพียงแค่มนุษย์ธรรมดาที่อ่อนแอและเปราะบาง
เอาเถอะ... ตอนนี้ก้มหน้าก้มตาปีนหอคอยไปก่อนก็แล้วกัน อย่างน้อยๆ ก็เพื่อสลัดตัวเองให้หลุดพ้นจากขุมนรกชั้นที่ 59 อันน่าสะอิดสะเอียนนี่เสียที
แควก!
เขาดึงตั๋วกระโดดข้ามด่านหอคอยออกมาฉีกทิ้งหนึ่งใบ
<คุณได้ใช้งานตั๋วกระโดดข้ามด่านหอคอย>
<โปรดระบุจำนวนชั้นที่ต้องการกระโดดข้าม>
"5 ชั้น"
ข้อความแจ้งเตือนการเคลียร์ด่านดังระงมขึ้นอย่างบ้าคลั่ง บัดนี้เขามายืนอยู่ที่ชั้น 64 แล้ว
ชายหนุ่มหยิบตั๋วใบที่สองขึ้นมาฉีก
แควก! กระโดดข้ามไปอีก 5 ชั้น ทะยานสู่ชั้นที่ 69
และตั๋วใบสุดท้าย... กระโดดข้ามอีกเพียง 2 ชั้น ข้อความระบบก็ไหลพรวดขึ้นมาต้อนรับ
<กำลังเข้าสู่หอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 ชั้นที่ 71>
ในที่สุด ไป่หลงก็เหยียบย่างขึ้นมาถึงชั้นที่ 71 จนได้
<ประกาศระดับโลก: ข้อจำกัดของผลึกมานาระดับสูงในหอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 ถูกปลดล็อกแล้ว>
และในวินาทีนั้นเอง!
<ประกาศระดับโลก: ดยุกคาบาลาน (ร่างก๊อปปี้) ได้ถูกทำลายลงแล้ว ณ หอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 ชั้นที่ 70>
ประกาศกึกก้องที่ป่าวประกาศการพิชิตชั้นที่ 70 สิทธิพิเศษจะถูกนำมาบังคับใช้จริงงั้นหรือ
<ประกาศระดับโลก: ขอมอบสิทธิพิเศษสำหรับการพิชิตหอคอยทมิฬชั้นที่ 70>
<ประกาศระดับโลก: ข้อจำกัดของผลึกมานาระดับสูงในหอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 ถูกปลดล็อกแล้ว>
<ประกาศระดับโลก: ข้อจำกัดของโพชันและเอลิกเซอร์สารพัดชนิดในหอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 ถูกปลดล็อกแล้ว>
<ประกาศระดับโลก: ข้อจำกัดของไอเทมสวมใส่และอาวุธยุทโธปกรณ์ในหอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 ถูกปลดล็อกแล้ว>
‘สำเร็จ’
<ประกาศระดับโลก: สิทธิพิเศษจากการพิชิตด่านจะถูกบังคับใช้กับหอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 ในทุกๆ ชั้น นอกจากนี้ อัตราการดรอปของรางวัลจะเพิ่มสูงขึ้นเพียงเล็กน้อย>
เพิ่มขึ้นเพียงเล็กน้อยงั้นรึ ทีของเกาหลีใต้ดันประกาศว่าเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาลแท้ๆ
แต่จะอย่างไรก็ช่าง ไป่หลงไม่ได้รู้สึกยินดียินร้ายกับไอ้สิทธิพิเศษบ้าบอนี่เลยสักนิด แล้วมันมีผลประโยชน์อะไรตกถึงท้องเขาบ้างล่ะ ไม่มีเลย ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม รังแต่จะถูกรัฐบาลบังคับให้เข้าหอคอยไปขุดผลึกมานาระดับสูงแบบหามรุ่งหามค่ำโดยไม่ได้พักผ่อนเสียมากกว่า
ทว่าจู่ๆ...
<ประกาศระดับโลก: มีเพลเยอร์บรรลุการเข้าสู่หอคอยทมิฬชั้นที่ 71 เป็นคนแรก>
‘...เอ๊ะ?’
เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมีประกาศระดับโลกโผล่มาอีกล่ะ
<ประกาศระดับโลก: ขอมอบเซ็ตของขวัญแสดงความยินดี 4 ชิ้น เข้าสู่ช่องเก็บของเฉพาะหอคอยของเพลเยอร์ผู้บรรลุการเข้าสู่หอคอยทมิฬชั้นที่ 71 เป็นคนแรก>
‘...ของขวัญงั้นเหรอ’
แถมยังเป็นเซ็ต 4 ชิ้นอีกต่างหาก
<ประกาศระดับโลก: มอบ แหวนแปลงโฉม เข้าสู่ช่องเก็บของเฉพาะหอคอย ผู้สวมใส่สามารถปรับเปลี่ยนใบหน้าและรูปร่างได้ตามใจปรารถนา>
<ประกาศระดับโลก: มอบ โพชันรักษาโรค เข้าสู่ช่องเก็บของเฉพาะหอคอย สามารถรักษาโรคภัยไข้เจ็บทุกชนิดได้อย่างถาวร>
<ประกาศระดับโลก: มอบ เอลิกเซอร์แห่งการคืนวัย เข้าสู่ช่องเก็บของเฉพาะหอคอย เมื่อดื่มเข้าไปจะช่วยย้อนวัยให้เด็กลงได้สูงสุดถึง 10 ปี>
<ประกาศระดับโลก: มอบ สร้อยคอรูนแห่งการปลดปล่อย เข้าสู่ช่องเก็บของเฉพาะหอคอย สามารถใช้งานได้ทั้งหมด 3 ครั้ง>
ไป่หลงถึงกับอ้าปากค้างจนคางแทบจะร่วงไปกองกับพื้น ประกาศระดับโลกที่หลุดโลกเกินความคาดหมายไปไกลลิบ
<ประกาศระดับโลก: นับจากนี้เป็นต้นไป เพลเยอร์คนแรกที่สามารถเหยียบย่างเข้าสู่ชั้นที่ 71 ในหอคอยของแต่ละสัญชาติ จะได้รับเซ็ตของขวัญทั้ง 4 ชิ้นนี้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น>
‘...แปลว่าแค่ก้าวเท้าเข้ามาเหยียบชั้นที่ 71 เป็นคนแรก ก็รับของพวกนี้ไปนอนกอดได้เลยงั้นสิ’
ยิ่งไปกว่านั้น...
<ประกาศระดับโลก: ไอเทมทั้ง 4 ชิ้นที่กล่าวมาข้างต้น สามารถสุ่มรับได้จากรางวัลเมื่อทำภารกิจสำเร็จตั้งแต่ชั้นที่ 71 ขึ้นไป>
ดรอปเป็นของรางวัลได้ด้วยงั้นรึ ถึงจะมีข้อแม้ว่าต้องเป็นชั้นที่ 71 ขึ้นไปก็เถอะ
<ประกาศระดับโลก: ทันทีที่มีผู้ก้าวเข้าสู่ชั้นที่ 71 ซีซัน 2 ของการพิชิตหอคอยทมิฬได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว>
<ประกาศระดับโลก: นับจากนี้เป็นต้นไป เมื่อทำภารกิจสำเร็จตั้งแต่ชั้นที่ 71 ขึ้นไป ระยะเวลา 6 เดือนก่อนหอคอยพังทลายจะถูกทบเพิ่มเข้าไปกับระยะเวลาที่เหลืออยู่>
<ประกาศระดับโลก: ยิ่งบุกเบิกชั้นที่ยังไม่มีใครพิชิตได้สูงขึ้นเท่าใด ระยะเวลาก่อนหอคอยพังทลายก็จะยิ่งทอดยาวออกไป และความเสี่ยงในการพังทลายก็จะยิ่งลดน้อยลง>
<ประกาศระดับโลก: การใช้ทางลัดด้วยตั๋วกระโดดข้ามด่านหอคอย จะไม่มีผลตั้งแต่ชั้นที่ 71 ขึ้นไป>
<ประกาศระดับโลก: ขอส่งแรงใจเชียร์เหล่าเพลเยอร์ทุกท่านในการปีนป่ายหอคอยทมิฬ>
คลื่นพายุลูกใหญ่ได้ก่อตัวขึ้น สั่นสะเทือนโลกทั้งใบให้พลิกคว่ำพลิกหงายอีกครา
※※※
ณ ร้านอาหารฮันจองซิกแบบดั้งเดิมย่านชานเมืองกรุงโซล จอนกวังอิลกำลังนั่งเผชิญหน้ากับโกยอนฮา ตัวแทนจากเอชจีแฟชั่น
ใบหน้าของหญิงสาวเรียบตึงและเต็มไปด้วยความหงุดหงิด สืบเนื่องมาจากข้อมูลลับที่หล่อนเพิ่งจะสืบทราบมาได้เมื่อไม่นานมานี้ ข้อมูลที่ว่าอิลซองแอพพาเรลได้แยกตัวออกมาบริหารงานอิสระ เปลี่ยนชื่อบริษัทเป็น ‘ราชิกส์มุลซาน’ และที่สำคัญ... พวกเขากำลังซุ่มเปิดโรงงานแปรรูปหนังมอนสเตอร์อยู่
แล้วทำไมจู่ๆ ถึงหันมาจับธุรกิจแปรรูปหนังล่ะ
จากการส่งสายสืบไปสอดแนม ข้อมูลที่ได้กลับมาก็ชวนให้เส้นเลือดในสมองเต้นตุบๆ หนังมอนสเตอร์ที่กำลังถูกนำมาแปรรูปอยู่นั้นคือหนังไวเวิร์น
แล้วไอ้หนังไวเวิร์นล้ำค่าพวกนั้นมันหลุดรอดไปอยู่ในมือพวกมันได้ยังไงกันล่ะ
คำตอบมันก็มีอยู่แค่ที่เดียว... สำนักงานบริหารจัดการผู้ได้รับการปลุกพลังน่ะสิ
"ท่านรองอธิบดีคะ ทำแบบนี้มันไม่หักหน้ากันเกินไปหน่อยหรือคะ การที่คุณแอบส่งหนังไวเวิร์นไปประเคนให้อิลซองแอพพาเรล... ไม่สิ ราชิกส์มุลซาน ทั้งๆ ที่หนังพวกนั้นควรจะตกเป็นของเอชจีแฟชั่นตามข้อตกลงของเราไม่ใช่หรือคะ"
จอนกวังอิลแค่นเสียงหัวเราะ หึ! ออกมาแผ่วเบา
"ผมไปเซ็นสัญญาจัดส่งหนังไวเวิร์นให้คุณตั้งแต่เมื่อไหร่กันครับ"
"ก็ไม่ได้เซ็นสัญญาเป็นลายลักษณ์อักษรหรอกค่ะ แต่ในเมื่อเราได้สิทธิ์ผูกขาดหนังบาซิลิสก์แล้ว ฉันก็นึกว่าเรื่องหนังไวเวิร์นมันจะเป็นที่รู้ๆ กันอยู่แล้วเสียอีก"
"คุณคิดไปเองทั้งนั้นครับ"
"เฮ้อ..."
โกยอนฮาพรูลมหายใจยาวอย่างหัวเสีย ก่อนจะปรับน้ำเสียงให้เป็นปกติ
"เอาเถอะค่ะ ในเมื่อสิทธิ์ขาดการแจกจ่ายหนังมอนสเตอร์มันอยู่ในมือของสำนักงานจัดการฯ ฉันก็คงไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่ายอะไร แต่ถึงอย่างนั้น ฉันก็ขอร้องให้คุณช่วยจัดสรรหนังไวเวิร์นให้เอชจีแฟชั่นของเราบ้างเถอะนะคะ"
"อืมมม ไหนๆ คุณก็เปิดประเด็นขึ้นมาแล้ว..."
จอนกวังอิลประสานสายตาจ้องมองโกยอนฮาอย่างไม่ลดละ
"นับจากนี้เป็นต้นไป เอชจีแฟชั่นจะถูกตัดสิทธิ์การรับหนังบาซิลิสก์ทั้งหมดครับ"
"...คะ"
ความตกตะลึงพุ่งวาบเข้าเกาะกุมจิตใจ โกยอนฮาเบิกตากว้างด้วยความงุนงง นี่เธอหูแฝดไปหรือเปล่า
"สัญ... สัญญามันระบุไว้อย่างชัดเจนไม่ใช่หรือคะ ทำไมจู่ๆ ถึงมาประกาศยกเลิกกันดื้อๆ แบบนี้ล่ะคะ หรือว่าพวกเราทำอะไรผิดพลาดไป"
ผิดพลาดงั้นรึ ความผิดของพวกคุณน่ะมีเป็นกระบุงเลยล่ะ
"ผมประเมินแล้วว่าเอชจีแฟชั่นไม่มีศักยภาพมากพอที่จะรองรับหนังบาซิลิสก์ได้อีกต่อไปแล้วครับ"
"หมายความว่ายังไงคะ"
"คุณโกยอนฮาคิดว่าผมไม่รู้หรือไงครับว่าพวกคุณจงใจทำอะไร ไม่ว่าจะเป็นตามห้างสรรพสินค้า โลกออนไลน์ ตัวแทนจำหน่าย หรือแม้แต่ป๊อปอัปสโตร์... มันมีผลิตภัณฑ์จากหนังบาซิลิสก์วางขายให้คนทั่วไปได้จับจองบ้างไหมล่ะครับ ยอดขายปลีกมันกลายเป็นศูนย์ไปแล้วนะครับ"
หญิงสาวถึงกับสะอึก มันคือความจริงที่ไม่อาจปฏิเสธได้
สินค้าจากหนังมอนสเตอร์ที่ผลิตในเกาหลีแท้ๆ กลับกลายเป็นของหายากที่คนเกาหลีไม่มีสิทธิ์ได้เชยชม
"นะ... นั่นก็เพราะความต้องการของตลาดมันพุ่งสูงปรี๊ดจนผลิตแทบไม่ทันไงคะ"
"เลิกโกหกได้แล้วครับ คุณโกยอนฮาจงใจจำกัดเพดานการผลิตเพื่อปั่นกระแสความหายาก แล้วเอาความขาดแคลนนั้นไปเล่นแร่แปรธาตุอยู่เบื้องหลัง ผมรู้ไส้รู้พุงพวกคุณหมดแล้วครับ"
"..."
ผลิตภัณฑ์จากหนังบาซิลิสก์ถูกยกระดับให้กลายเป็นสินค้าที่ไม่ได้มีไว้สำหรับคนเดินดินกินข้าวแกงอีกต่อไป การผลิตแบบหยดน้ำก้นแก้วถูกสร้างขึ้นเพื่อปั่นราคาให้พุ่งทะยานสู่ชั้นบรรยากาศ กลายเป็นของเล่นเฉพาะกลุ่มเศรษฐีกระเป๋าหนักเท่านั้น แม้แต่สินค้าเกรดไลท์ควอลิตี้ที่ถูกที่สุด ก็ยังหาซื้อแทบพลิกแผ่นดินในเกาหลีไม่ได้
หน้าเว็บไซต์ทำทีเป็นเปิดให้กดจอง แต่ในความเป็นจริง คนธรรมดากลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะเอาชื่อไปต่อคิว
แล้วกระเป๋าพวกนั้นมันหายไปไหนหมดล่ะ มันก็ถูกนำไปใช้เป็นเครื่องบรรณาการติดสินบนพวกผู้หลักผู้ใหญ่ ใช้เป็นเหยื่อล่อในการเจรจาธุรกิจนำเข้าส่งออก หรือไม่ก็แอบเอาไปเร่ขายหลังร้านให้พวกไฮโซในราคาขูดรีดไงล่ะ
แล้วทำไมเอชจีแฟชั่นถึงต้องดิ้นรนทำเรื่องพรรค์นี้ด้วยล่ะ ก็เพราะว่าส่วนแบ่งกำไรจากการขายกระเป๋ามันน้อยนิดจนแทบจะไม่พอยาไส้ไงล่ะ
ทันทีที่กระเป๋าหนึ่งใบถูกขายออกไป กำไรสุทธิ 95% จะถูกโอนเข้าบัญชีของบงจูฮยอกโดยอัตโนมัติ ในขณะที่เอชจีแฟชั่นได้เศษเนื้อติดมันไปกินแค่ 5% เท่านั้น
ในเมื่อขยันขายไปก็ไม่ได้ทำให้รวยขึ้น พวกมันก็เลยเอากระเป๋าพวกนี้ไปทำเป็นเครื่องมือตกทองเพื่อต่อยอดธุรกิจมืดอื่นๆ แทน
"ขะ... เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วค่ะ ที่กำลังการผลิตมันตกลงก็เพราะเครื่องจักรของเรามันรองรับไม่ไหว..."
"ทั้งๆ ที่ผมอุตส่าห์เอาแร่โลหะจากหอคอยไปตีระฆังหลอมเป็นเครื่องมือช่างให้พวกคุณใช้งานเนี่ยนะ"
"อะ... เอ่อ... ค... คือว่า..."
จอนกวังอิลหยัดกายลุกขึ้นยืนเต็มความสูง พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ
"ผมขอตัวก่อนแล้วกันครับ เดี๋ยวเรามารอดูกันดีกว่า ว่าราชิกส์มุลซานจะสามารถเข็นผลิตภัณฑ์จากหนังบาซิลิสก์และหนังไวเวิร์นออกสู่ตลาดได้มากมายมหาศาลขนาดไหน"
โลกของโกยอนฮาหมุนคว้าง สติสัมปชัญญะแทบจะหลุดลอย อุตส่าห์บากหน้ามาอ้อนวอนขอเอี่ยวหนังไวเวิร์น แต่กลับกลายเป็นว่าโควตาหนังบาซิลิสก์ที่มีอยู่ก็กำลังจะถูกริบคืนไปเสียอย่างนั้น
"ดะ... เดี๋ยวสิคะ จะเดินหนีกันดื้อๆ แบบนี้ไม่ได้นะคะ..."
"ทำไมล่ะครับ มีข้อกังขาอะไรอีกหรือไง"
"ได้โปรดเถอะค่ะ... ขอโอกาสให้เราได้แก้ตัวอีกสักครั้งเถอะนะคะ"
นัยน์ตาของจอนกวังอิลหรี่แคบลงอย่างนึกรำคาญ
"ผมให้เวลาคุณแค่หนึ่งเดือน... ภายในหนึ่งเดือนนี้ ผมจะต้องเห็นผลิตภัณฑ์จากหนังบาซิลิสก์วางขายเกลื่อนตลาดเกาหลีใต้ ถ้าทำไม่ได้ก็เตรียมตัวม้วนเสื่อกลับบ้านได้เลยครับ"
"อ่า..."
จอนกวังอิลหมุนตัวเดินจากไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ทิ้งร่างของหญิงสาวให้นั่งจมจ่อมอยู่กับความสิ้นหวัง
หึ คอยดูเถอะ ถ้าไม่ทำให้ได้อย่างที่ขู่เอาไว้ล่ะก็ อย่าหวังเลยว่าจะได้หนังมอนสเตอร์ไปทำกระเป๋าอีก
การกระตุ้นยอดขายคือหนทางเดียวที่จะสูบฉีดเงินเข้ากระเป๋าของบงจูฮยอกได้ เขาเพิ่งจะเปรยๆ ว่าอยากจะกว้านซื้อตึกหรูๆ สักแห่ง แน่นอนว่าเงินทุนก้อนมหาศาลย่อมเป็นสิ่งจำเป็น
ราคาอสังหาริมทรัพย์ในเกาหลีใต้มันถูกซะที่ไหนล่ะ ตึกบางแห่งราคาหลักแสนล้านวอน บางแห่งก็ทะลุล้านล้านวอน เผลอๆ ที่ดินบางผืนอาจจะปาเข้าไปถึงสิบล้านล้านวอนด้วยซ้ำ
‘ไหนๆ ก็ออกมาข้างนอกแล้ว แวะไปดูลาดเลาที่ราชิกส์มุลซานหน่อยดีกว่า’
ไปดูให้เห็นกับตาว่าสายการผลิตของพวกมันมีปัญหาอะไรหรือเปล่า
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
<ประกาศระดับโลก: ดยุกคาบาลาน (ร่างก๊อปปี้) ได้ถูกทำลายลงแล้ว ณ หอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 ชั้นที่ 70>
"...เอ๊ะ"
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันอีกล่ะเนี่ย จีนงั้นรึ ประเทศที่ยังคลานต้วมเตี้ยมอยู่แค่ชั้น 60 กว่าๆ เนี่ยนะ...
‘อย่าบอกนะว่าพวกมันใช้ตั๋วกระโดดข้ามด่านหอคอย’
หมายความว่าพวกมันกระโดดข้ามทีเดียว 12 ชั้นรวดเลยงั้นสิ
‘แล้วจะตามล้างตามเช็ดผลกระทบที่จะตามมายังไงล่ะวะนั่น’
และประกาศจากระบบก็ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง
"อ่า..."
จอนกวังอิลถึงกับต้องเหยียบเบรกจอดรถเข้าข้างทางอย่างกะทันหัน
‘ไอเทมมันก็ส่วนไอเทมนั่นแหละ แต่ว่า...’
สิ่งที่สะกิดใจเขาที่สุดคือข้อความบรรทัดสุดท้าย
จุดเริ่มต้นของซีซัน 2 แห่งการพิชิตหอคอยทมิฬ
<ประกาศระดับโลก: นับจากนี้เป็นต้นไป เมื่อทำภารกิจสำเร็จตั้งแต่ชั้นที่ 71 ขึ้นไป ระยะเวลา 6 เดือนก่อนหอคอยพังทลายจะถูกทบเพิ่มเข้าไปกับระยะเวลาที่เหลืออยู่>
ทบเวลาเพิ่มงั้นหรือ มันหมายความว่ายังไงกันแน่
สมมติว่าเหลือเวลาอีก 3 เดือนก่อนหอคอยจะถล่ม แล้วมีคนอุตริปีนขึ้นไปเคลียร์ชั้น 71 ได้สำเร็จ เวลามันก็จะถูกบวกเพิ่มเป็น 9 เดือนงั้นสิ
ถ้าเคลียร์ได้อีกชั้นก็บวกเป็น 15 เดือน เคลียร์อีกชั้นก็บวกเป็น 21 เดือน... หมายความว่าทุกๆ ครั้งที่พิชิตชั้นใหม่ได้ เวลาจะถูกยืดออกไปทีละ 6 เดือนอย่างนั้นใช่ไหม
ทั้งไอเทมของขวัญสุดพิสดารที่แจกกันหน้าด้านๆ ทั้งการเปิดม่านเข้าสู่ซีซัน 2
นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นบนโลกใบนี้กันแน่
※※※
หอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 ชั้นที่ 71
เพลเยอร์ไป่หลงยังคงหยัดยืนอยู่ภายในหอคอย เขาไม่ได้กดยกเลิกการเชื่อมต่อ และไม่ได้กดรับภารกิจใหม่
ซีซัน 2 บ้าบออะไรนั่นไม่ได้อยู่ในความสนใจของเขาเลยแม้แต่น้อย สิ่งเดียวที่ดึงดูดสายตาของเขาในตอนนี้คือเซ็ตของขวัญทั้ง 4 ชิ้นที่นอนนิ่งอยู่ในช่องเก็บของต่างหาก
แหวนแปลงโฉม, โพชันรักษาโรค, เอลิกเซอร์แห่งการคืนวัย และ... สร้อยคอรูนแห่งการปลดปล่อย
จุดเด่นที่สะดุดตาที่สุดของไอเทมเหล่านี้ก็คือ... พวกมันไม่มีคำว่า ‘เฉพาะหอคอย’ แปะหลาอยู่บนชื่อ! นั่นหมายความว่ามนุษย์เดินดินธรรมดาๆ ก็สามารถหยิบฉวยมันไปใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริงได้อย่างอิสระเสรี
ของขวัญสามในสี่ชิ้นมีคำอธิบายสรรพคุณที่ชัดเจนแจ่มแจ้ง แค่อ่านชื่อก็รู้แล้วว่ามันทำอะไรได้ แต่ไอ้สร้อยคอรูนแห่งการปลดปล่อยนี่สิ สร้อยคอที่ประดับด้วยจี้รูนสลักอักขระโบราณ มันซุกซ่อนพลังอำนาจอะไรเอาไว้กันแน่
ไป่หลงเพ่งจิตตรวจสอบข้อมูลของมันทันที
<สร้อยคอรูนแห่งการปลดปล่อย>
<ผลลัพธ์: ปลดปล่อยข้อจำกัด ทำให้ผู้สวมใส่สามารถดึงพลังและความสามารถของเพลเยอร์ออกมาใช้งานในโลกแห่งความเป็นจริงได้เป็นระยะเวลา 1 ชั่วโมง>
<ขีดจำกัด: สามารถใช้งานได้สูงสุด 3 ครั้ง เมื่อใช้งานครบกำหนด รูนจะแตกสลายกลายเป็นผุยผง>
"...เชี่ยเอ๊ย!"
ไป่หลงสบถลั่นพลางขยี้ตาตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้อมูลบนหน้าต่างระบบยังคงเด่นหราไม่เปลี่ยนแปลง
การปลดปล่อย... ปลดแอกข้อจำกัดของเพลเยอร์ให้สามารถใช้พลังเหนือมนุษย์ในโลกภายนอกได้
‘ละ... แล้วฉันจะเอายังไงกับของพวกนี้ดีล่ะวะเนี่ย’
ของล้ำค่าระดับนี้ ไม่มีทางที่เขาจะรักษามันเอาไว้ได้หรอก ถ้าระบบไม่ได้ป่าวประกาศให้รู้กันทั่วโลกก็ว่าไปอย่าง แต่ตอนนี้ความลับมันแตกดังโพละไปแล้ว ทันทีที่เขาก้าวเท้าออกจากหอคอย ไอ้พวกรัฐบาลหน้าเลือดนั่นจะต้องมารุมทึ้งแย่งชิงของพวกนี้ไปจากเขาแน่นอน
ใครบ้างล่ะที่จะไม่ตาลุกวาวกับยาอายุวัฒนะที่ช่วยย้อนวัยให้เด็กลง หรือโพชันที่สามารถรักษาโรคร้ายได้ทุกชนิด
‘บัดซบเอ๊ย’
ความโลภเริ่มกัดกินหัวใจ เขาไม่อยากยกของพวกนี้ให้ใครทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นโพชัน เอลิกเซอร์ แหวนแปลงโฉม หรือแม้แต่สร้อยคอรูนแห่งการปลดปล่อย
ความสับสนและลังเลก่อตัวเป็นพายุหมุนอยู่ในหัว เขาตั้งคำถามกับตัวเองอย่างหนักหน่วง... เขาหลงเหลือความจงรักภักดีต่อมาตุภูมิแห่งนี้อยู่บ้างไหม
‘มันจะไปมีได้ยังไงล่ะวะ’
นัยน์ตาของชายหนุ่มทอประกายวาววับ เขาตัดสินใจได้อย่างเด็ดขาดแล้ว
‘ของพวกนี้มันต้องเป็นของฉันคนเดียว’
รวมถึงของขวัญจากหอคอยแห่งอื่นด้วยเช่นกัน
※※※
หวังหยวน ประธานาธิบดีคนใหม่ป้ายแดงแห่งประเทศจีน รีบรุดเดินทางมายังจุดที่ไป่หลงเชื่อมต่อเข้าสู่หอคอยอย่างเร่งด่วน พร้อมด้วยกองทัพตำรวจคอมมิวนิสต์อาวุธครบมือและบอดี้การ์ดส่วนตัว
เอลิกเซอร์แห่งการคืนวัย... ยาผีบอกที่สามารถย้อนเวลาให้ร่างกายกลับไปหนุ่มแน่นได้ถึง 10 ปีเชียวนะ แล้วไอ้ของชิ้นอื่นๆ อีกล่ะ แค่คิดก็เนื้อเต้นแล้ว แถมไอเทมพวกนั้นยังไม่มีคำว่า ‘เฉพาะหอคอย’ กำกับไว้ด้วย ซึ่งหมายความว่ามนุษย์ธรรมดาอย่างเขาก็สามารถเสพสุขจากพลังของมันได้
‘ตัดสินใจถูกจริงๆ ที่สั่งให้บุกทะลวงชั้นที่ 71’
นี่มันหมากตานี้โคตรจะคุ้มค่า ใครจะไปตรัสรู้ล่ะว่าจะมีของวิเศษหล่นทับแบบนี้ ยิ่งไปกว่านั้น ประเทศจีนยังมีหอคอยทมิฬให้กอบโกยถึง 3 แห่ง นั่นหมายความว่าถ้าเขาส่งคนไปพิชิตชั้นที่ 71 ของหอคอยอีกสองแห่งที่เหลือ เขาก็จะได้ของขวัญพวกนี้เพิ่มอีกอย่างละ 3 ชิ้น
และแน่นอน... ของวิเศษทั้งหมดนี้จะต้องตกเป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว ทั้งเอลิกเซอร์แห่งการคืนวัย โพชันรักษาโรค และแหวนแปลงโฉม ส่วนไอ้สร้อยคอรูนแห่งการปลดปล่อยนั่น ถึงจะไม่รู้ว่ามันมีสรรพคุณอะไร แต่ถ้าเขายึดมาตรวจสอบดูเดี๋ยวก็รู้เองนั่นแหละ
ประกอบกับการเปิดฉากซีซัน 2 ของการพิชิตหอคอยทมิฬ ตั้งแต่ชั้นที่ 71 เป็นต้นไป ระยะเวลาก่อนหอคอยถล่มจะถูกทบเพิ่มเข้าไปเรื่อยๆ
เพราะฉะนั้น นับจากวินาทีนี้เป็นต้นไป ประเทศจีนจะต้องเดินหน้าลุยด่านอย่างบ้าคลั่ง
ในเมื่อโพชันและเอลิกเซอร์สามารถดรอปเป็นของรางวัลได้ เป้าหมายต่อไปก็คือการผลักดันให้หอคอยทมิฬทั้ง 3 แห่งทะลวงขึ้นสู่ชั้นที่ 71 ให้จงได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีสกปรกโสมมแค่ไหนก็ตาม ในเมื่อตั๋วกระโดดข้ามด่านหอคอยยังสามารถใช้งานได้จนถึงชั้นที่ 71
‘ว่าแต่ ทำไมไอ้ไป่หลงมันยังไม่โผล่หัวออกมาอีกวะเนี่ย’
ความกระวนกระวายใจเริ่มกัดกินหัวใจของหวังหยวน ยังไงซะ ทันทีที่ไป่หลงกดยกเลิกการเชื่อมต่อ ร่างของมันก็ต้องกลับมาปรากฏตัวที่เดิมอยู่ดี เขาแค่ต้องจับตัวมันไว้ไม่ให้เล่นตุกติก แล้วรีดไถเอาไอเทมทั้งหมดมาให้ได้ก็พอ
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง
วิ้งงง!
แสงสว่างวาบขึ้น พร้อมกับร่างของไป่หลงที่ปรากฏตัวออกมาจากความว่างเปล่า หวังหยวนยิ้มกริ่ม รีบถลันเข้าไปต้อนรับขับสู้ทันที
"โอ้ เพลเยอร์ไป่หลง เหนื่อยหน่อยนะ ฉันได้ยินประกาศระดับโลกหมดแล้วล่ะ"
"ครับ ทำภารกิจเสร็จสิ้นแล้วครับ"
"ถ้างั้นก็รีบๆ เอาออกมาให้ฉันดูหน่อยสิ"
"...เอาอะไรหรือครับ"
"ก็เซ็ตของขวัญ 4 ชิ้นนั่นไงล่ะ"
กะไว้แล้วเชียวว่าต้องมาไม้นี้ ไป่หลงแค่นเสียงหัวเราะ หึ! ออกมาทางจมูก
"แล้วทำไมผมต้องเอาของพวกนั้นไปให้ท่านประธานาธิบดีดูด้วยล่ะครับ"
"...อะไรนะ"
"ก็ในเมื่อของพวกนั้นมันเป็นรางวัลของผมนี่นา"
"กะ... แกกล้าดียังไง..."
ฟุ่บ!
พลังอำนาจแห่งคุณลักษณะเคลื่อนที่ฉับไวของไป่หลงถูกปลดปล่อยออกมาในโลกแห่งความเป็นจริง! ร่างของเขาพุ่งทะยานอ้อมไปโผล่ด้านหลังของหวังหยวนด้วยความเร็วที่เหนือจินตนาการ
หมับ!
"เฮือก!"
มือทั้งสองข้างคว้าหมับเข้าที่ลำคอของหวังหยวน ก่อนจะ...
กร็อบ!
เขาบิดกระชากคอของท่านประธานาธิบดีจนหมุนครบรอบราวกับตุ๊กตาไขลานที่พังทลาย ร่างของผู้นำสูงสุดแห่งประเทศจีนร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น สิ้นลมหายใจคาที่
ใบหน้าของกองทัพตำรวจคอมมิวนิสต์และบอดี้การ์ดส่วนตัวซีดเผือดไร้สีเลือด
"เฮือก!"
"ปะ... ไป่หลง"
"ทำไม มีปัญหาหรือไง"
ผู้นำสูงสุดของแผ่นดินมังกรถูกฆ่าตายโหงต่อหน้าต่อตา แถมคนลงมือยังเป็นแค่เพลเยอร์กระจอกๆ คนหนึ่งเท่านั้น
"จะ... จับตัวมันไว้!"
"จัดการมันซะ!"
ทว่าชะตากรรมของพวกมันก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากเจ้านายของมันเลยแม้แต่น้อย
ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ร่างของไป่หลงพุ่งทะยานหลบหลีกการโจมตีด้วยความเร็วที่ดวงตามนุษย์ไม่อาจจับจ้องได้ทัน
กร็อบ! กร็อบ! กร็อบ!
เขาไล่หักคอพวกตำรวจคอมมิวนิสต์และบอดี้การ์ดอย่างเหี้ยมโหด พลังของเพลเยอร์ที่ถูกปลดปล่อยออกมาในโลกแห่งความเป็นจริง มันช่างทรงอานุภาพเกินกว่าที่มนุษย์ธรรมดาจะต่อกรได้
มุมปากของชายหนุ่มกระตุกยิ้มอย่างเลือดเย็น สร้อยคอรูนแห่งการปลดปล่อย... ประสิทธิภาพของมันเจ๋งเป้งกว่าที่เขาคิดไว้เยอะเลยแฮะ
ทว่าเขาจะมัวชักช้าโอ้เอ้ไม่ได้แล้ว เวลาหนึ่งชั่วโมงมันเดินไปเร็วกว่าที่คิด เขาต้องรีบหลบหนีออกจากประเทศจีนให้เร็วที่สุด ในเมื่อมีแหวนแปลงโฉมอยู่กับตัว การจะซ่อนตัวหลบหนีก็ไม่ใช่เรื่องยากเย็นอะไร
แล้วครอบครัวของเขาล่ะ
ช่างหัวพวกมันสิ ไอ้พวกปลิงดูดเลือดที่คอยแต่จะเกาะเขากินมาตลอดชีวิต จะอยู่หรือตายก็ไม่ใช่กงการอะไรของเขาอีกต่อไป
และแล้ว...
การปฏิวัติอันบ้าคลั่งของมวลหมู่เพลเยอร์ก็ได้อุบัติขึ้น ณ หอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 แห่งนี้ พร้อมๆ กับการเปิดม่านเข้าสู่ซีซัน 2 อย่างเป็นทางการ
※※※
ณ เพนต์เฮาส์สุดหรูของบงจูฮยอก
จอห์น โกซัคยังคงนั่งกอดอกทำหน้างอเป็นม้าหมากรุกอยู่บนโซฟา ปล่อยให้บงจูฮยอกนั่งล้อมวงเม้ามอยพูดคุยอย่างออกรสออกชาติอยู่กับเหล่าผู้ถูกอัญเชิญคนอื่นๆ โดยไม่สนใจไยดีเขาเลยสักนิด
"พอมานั่งนึกย้อนดูแล้วมันก็เหมือนฝันไปเลยนะครับเนี่ย เมื่อไม่กี่เดือนก่อนผมยังเป็นแค่ไอ้ขี้แพ้ที่ต้องปากกัดตีนถีบหาเช้ากินค่ำอยู่เลย ที่ผมมีชีวิตที่สุขสบายแบบนี้ได้ก็เพราะพวกคุณทุกคนเลยนะครับ..."
คยอนดัลแรตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนหวานเจือความประจบประแจง
"โซนยอว่าในโลกใบนี้มันไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ หรอกเจ้าค่ะ นี่มันก็แค่ผลตอบแทนจากผลบุญและกุศลกรรมที่คุณชายได้สั่งสมมาต่างหากล่ะเจ้าคะ"
"ขนาดนั้นเลยเหรอครับ ฮ่าๆๆ"
"แน่นอนสิเจ้าคะ โฮะๆๆ"
ทางด้านโกซัคก็ยังคงนั่งนิ่งเป็นรูปปั้นหิน
"ฉันคิดว่าผู้อัญเชิญเหมาะสมแล้ว ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขยิ่งขึ้นไปอีก" โกบังเอ่ยด้วยน้ำเสียงทื่อๆ ตามสไตล์
"สิบเอกเวโรนิก้า คาลิเบอร์! ดิฉันจะคอยยืนหยัดอยู่เคียงข้างท่านผู้บัญชาการเสมอค่ะ"
"มายลอร์ด ความปิติของนายท่านคือความปิติของข้าเช่นกันขอรับ" เบอร์ดินเสริม
"โฮเอเอ๊ง!"
บรรยากาศภายในห้องชื่นมื่นและอบอวลไปด้วยความสุข ทว่าโกซัคก็ยังคงเล่นตัวไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน บงจูฮยอกลอบยิ้มกริ่มในใจ ถ้างั้นก็ต้องงัดไม้ตายออกมาใช้สักหน่อยแล้ว
"แต่ถึงยังไง คนที่ผมรู้สึกขอบคุณมากที่สุดก็คือคุณโกซัคนั่นแหละครับ"
ขวับ!
ใบหูของโกซัคกระดิกดิ๊กๆ อย่างเห็นได้ชัด
"เขาคือผู้ถูกอัญเชิญคนแรกที่ผมได้พบ แล้วเขาก็เป็นคนช่วยชีวิตผมให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของพวกแก๊งทวงหนี้นอกระบบด้วย"
กึก!
สะโพกของโกซัคเริ่มขยับยุกยิกไปมาอยู่บนโซฟา
"เขาเป็นคนสอนสกิลก้าวเงาให้ผม แถมยังเป็นคนริเริ่มไอเดียเจ๋งๆ เรื่องการเอาของจากหอคอยมาขายทำกำไรด้วยนะครับ"
"โซนยอเองก็เห็นด้วยในจุดนี้เจ้าค่ะ" คยอนดัลแรสำทับ
"ถ้าไม่ได้นักฆ่าโรคจิตคนนั้น ป่านนี้คุณชายก็คงยังไม่มีปัญญาซื้อคฤหาสน์หรูๆ แบบนี้หรอกขอรับ" เบอร์ดินพยักหน้าเห็นด้วย
ครืดดด... ครืดดด...
โกซัคเริ่มใช้สะโพกไถลกระดึ๊บๆ ขยับตัวเข้ามาใกล้เจ้านายของตนทีละนิด... ทีละนิด... โดยที่ก้นยังไม่ทันได้ลุกจากโซฟา
"พูดกันตามตรง ตอนที่เราบุกไปถล่มโกดังรกร้างเพื่อช่วยเพลเยอร์ที่ถูกลักพาตัว คุณโกซัคก็แทบจะเหมาจัดการคนเดียวหมดเลยนี่นา"
"สิบเอกเวโรนิก้า คาลิเบอร์! เห็นด้วยอย่างยิ่งค่ะ ดิฉันก็แค่คอยยิงสนับสนุนอยู่ห่างๆ เท่านั้นเอง"
ครืดดด... ครืดดด...
"ถ้าไม่มีคุณโกซัคคอยช่วยเหลือ ผมก็คงก้าวมาไม่ถึงจุดนี้หรอกครับ... เฮ้อ คิดถึงจังเลยน้า คิดถึงเสียงหัวเราะบ้าบอและความร่าเริงเกินเบอร์ของคุณโกซัคจังเลย"
ครืดดด... ครืดดด...
"ถึงแม้ว่าตอนนี้ผมคงจะไม่มีโอกาสได้ยินเสียงนั้นอีกแล้วก็เถอะ"
ทว่าในเสี้ยววินาทีนั้นเอง!
ฟุ่บ!
ร่างของจอห์น โกซัคพุ่งพรวดเข้ามาแนบชิดติดลำตัวของบงจูฮยอกด้วยสกิลก้าวเงา!
"อายูววว ท่านผู้อัญเชิญบง!"
"หือ โผล่มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย"
อดีตนักฆ่าฉีกยิ้มกว้างจนเห็นเหงือก พลางหัวเราะร่าด้วยความร่าเริง
"โธ่เอ๊ย! ผมก็ไม่ได้ทำอะไรมากมายขนาดนั้นสักหน่อย! ฮี่ฮี่ฮี่!"
"..."
"ที่ทุกอย่างมันออกมาราบรื่นแบบนี้ ก็เป็นเพราะบารมีของท่านผู้อัญเชิญบงล้วนๆ เลยต่างหากครับผม!"
ช่างเป็นผู้ถูกอัญเชิญที่เดาทางง่ายและหลอกล่อง่ายซะจริงๆ
"อารมณ์ดีแล้วใช่ไหมครับ เลิกงอนแล้วเนอะ"
"เอ๋ ผมไปงอนบอสตอนไหนกันครับ ผมคือจอห์น โกซัคเชียวนะครับ โบราณเขาว่าไว้ว่าผู้อัญเชิญกับผู้ถูกอัญเชิญมักจะมีนิสัยคล้ายคลึงกันไม่ใช่หรือครับ"
มีคำกล่าวบ้าบอแบบนั้นด้วยหรือไงวะ
"ผู้อัญเชิญก็เป็นลูกผู้ชายเต็มตัว ผู้ถูกอัญเชิญอย่างผมก็เป็นชายชาตรีอกสามศอก นี่แหละครับคือสัจธรรมแห่งจักรวาล!"
"ฮ่าๆๆ งั้นก็คงจะจริงอย่างที่คุณว่าแหละครับ เอาล่ะ หลังจากพักผ่อนกันจนหนำใจแล้ว เดี๋ยวพวกเรามาเตรียมตัวออกเดินทางไปลุยด่านกันต..."
ทว่าในวินาทีนั้นเอง!
<ประกาศระดับโลก: ดยุกคาบาลาน (ร่างก๊อปปี้) ได้ถูกทำลายลงแล้ว ณ หอคอยทมิฬแห่งจีน หมายเลข 3 ชั้นที่ 70>
"หา"
ประกาศระดับโลกบ้าบออะไรเนี่ย จู่ๆ ก็เด้งพรวดขึ้นมาซะงั้น แถมยังเป็นหอคอยของประเทศจีนอีกต่างหาก ไอ้พวกที่ยังมุดหัวติดแหง็กอยู่แค่ชั้น 60 ต้นๆ เนี่ยนะ
ทว่าประกาศระดับโลกก็ยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องไม่หยุดหย่อน
<ประกาศระดับโลก: ขอมอบเซ็ตของขวัญแสดงความยินดี 4 ชิ้น เข้าสู่ช่องเก็บของเฉพาะหอคอยของเพลเยอร์ผู้บรรลุการเข้าสู่หอคอยทมิฬชั้นที่ 71 เป็นคนแรก>
ตามมาด้วยคำอธิบายสรรพคุณของไอเทมสุดพิสดารเหล่านั้น
<ประกาศระดับโลก: ทันทีที่มีผู้ก้าวเข้าสู่ชั้นที่ 71 ซีซัน 2 ของการพิชิตหอคอยทมิฬได้เปิดฉากขึ้นอย่างเป็นทางการแล้ว>
และประกาศต้อนรับการเข้าสู่ซีซัน 2 อันแสนดุเดือด
"อืมมม"
ซีซัน 2 จุดเริ่มต้นของมหากาพย์บทใหม่
ถึงจะเคยได้ยินเสียงร่ำลือมาบ้างว่าตั้งแต่ชั้นที่ 71 เป็นต้นไป รูปแบบการเล่นมันจะพลิกแพลงจนแทบจะจำเค้าเดิมไม่ได้... แต่นี่มันก็พลิกผันเกินเบอร์ไปหน่อยมั้ง
"ทุกคนพอจะรู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้บ้างไหมครับ"
เมื่อบงจูฮยอกหันไปถาม คยอนดัลแรก็เป็นคนแรกที่เอื้อนเอ่ยตอบกลับมา
"โซนยอ... พะ เพิ่งจะสัมผัสได้ว่าผนึกข้อจำกัดของซีซันสองถูกปลดออกแล้วเจ้าค่ะ แต่ว่าไอ้ของขวัญพวกนั้นน่ะสิเจ้าคะที่น่าตกใจยิ่งกว่า ไอเทมระดับนั้นมันยังไม่ควรจะโผล่ออกมาในตอนนี้เลยนะเจ้าคะ..."
ผู้ถูกอัญเชิญคนอื่นๆ ต่างก็พยักหน้าหงึกหงัก เห็นด้วยอย่างยิ่งยวดกับคำพูดของคยอนดัลแร สีหน้าของพวกเขาก็บ่งบอกชัดเจนว่า ‘ของพรรค์นั้นมันหลุดออกมาตอนนี้ได้ยังไงวะ’
ของวิเศษพวกนั้นมันไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้พิชิตหอคอยเลยสักนิด!
แต่มันคือไอเทมที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อโลกแห่งความเป็นจริง!
ยิ่งไปกว่านั้น มันยังสามารถดรอปเป็นของรางวัลเมื่อทำภารกิจสำเร็จตั้งแต่ชั้นที่ 71 ขึ้นไปได้อีกต่างหาก
‘สงสัยต้องลองก้าวเท้าเข้าไปเหยียบชั้นที่ 71 ดูสักหน่อยแล้วสิ’
แต่ก่อนหน้านั้น เขาคงต้องอัญเชิญท่านมารคลั่งออกมาปรึกษาหารือกันให้รู้เรื่องเสียก่อน