เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 330 ค่าจ้างเยอะกว่าในเมือง!!

บทที่ 330 ค่าจ้างเยอะกว่าในเมือง!!

บทที่ 330 ค่าจ้างเยอะกว่าในเมือง!!


เมื่อถึงตอนดึก ผู้คนเกือบทั้งหมดในหมู่บ้านได้มาชุมนุมกัน

ผู้คนที่มาก็มีหลากหลายตั้งแต่เด็กยันผู้ใหญ่ ผู้ชายและผู้หญิง

ซูข่านนั่งร่วมโต๊ะกับผู้ใหญ่บ้านแล้วก็ซงหมิงเจียง ส่วนคนที่เหลือก็แยกย้ายกันนั่งกับชาวบ้าน บรรยากาศในส่วนกลางตอนนี้ครึกครื้นราวกับเป็นงานเทศกาล

แต่ความสว่างยังแตกต่างกันอีกเยอะ ถึงแม้ว่าจะมีไฟฟ้าใช้แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะมีหลอดไฟติดเยอะจนทำให้หมู่บ้านสว่างเหมือนกับที่อื่น

"เสร็จแล้วครับ"

จากนั้นก็มีชาวบ้านคนหนึ่งนำชามใหญ่มาเสิร์ฟให้ซูข่าน ของในชามนั้นเป็นวุ้นเส้นหมูตุ๋นที่ใส่ผักกะหล่ำปลีเข้าไปด้วย นอกจากนี้ยังมีมันฝรั่งหั่นเป็นแว่นๆใส่มาอีก

มันฝรั่งนี้ชาวบ้านน่าจะนำจากที่บ้านมาใส่เพิ่มเอง ด้านบนสุดก็มีผักโรยซึ่งมันส่งกลิ่นหอมมาก

นอกจากวุ้นเส้นหมูตุ๋นแล้ว ชาวบ้านก็ยังนำซาลาเปาใส่จานมาเสิร์ฟที่โต๊ะอีก ดูรวมๆแล้วทุกอย่างมันน่ากินมากโดยเฉพาะวุ้นเส้นหมูตุ๋น กลิ่นของมันยั่วยวนจนแทบจะอดใจไม่ไหวแล้ว

"เชิญครับนายน้อย"

ผู้ใหญ่บ้านได้แกะเหล้าออกจากลังมาหนึ่งขวดและรินเหล้าลงในแก้วให้กับซูข่าน ทันทีที่ขวดเหล้าเปิดออก กลิ่นของเหล้าก็ได้ฟุ้งกระจายเพิ่มความอยากอาหารเข้าไปอีก

นี้เป็นมื้ออาหารที่ชาวบ้านซูเจียจะต้องจดจำไปชั่วชีวิต เหล่าเด็กๆที่จะกลายเป็นผู้ใหญ่จะเล่าเรื่องราวจุดเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของหมู่บ้านซูเจียให้ลูกให้หลานได้ฟัง

นับจากวันนี้เป็นต้นไปหมู่บ้านซูเจียจะได้รับเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อย่างที่พวกเขาไม่เคยมีมาก่อน หนึ่งในชาวบ้านเหล่านี้อาจจะมีบางคนที่จะกลายเป็นเศรษฐีชั้นนำของประเทศ

ไม่เพียงเท่านั้น ชาวบ้านที่นี่จะเป็นชาวบ้านกลุ่มแรกที่มีเงินซื้อทั้งบ้าน รถ รวมไปถึงอาหารทุกชนิดตามที่พวกเขาต้องการจะกิน

พวกเขาจะได้กินอาหารเลิศรสทุกชนิดไม่ว่าจะเป็นแมงดาทะเล กุ้งมังกร ปูอลาสก้า หรือแม้กระทั้งหอยเป๋าฮื้อ

อาหารที่ดีที่สุดเท่าที่พวกเขาจะจินตนาการออกจะหลั่งไหลเข้าสู่หมู่บ้านนี้มากมาย หลังจากที่ได้กินอาหารพวกนั้นแล้วบอกได้เลยว่าพวกเขาจะลืมซาลาเปากับไข่ต้มที่กินมาตั้งแต่เด็กไปเลย

คนเฒ่าคนแก่ที่อยู่ในหมู่บ้านก็จะบ่นเสียดายที่เพิ่งจะมีคนที่พวกเขาแก่แล้ว ส่วนคนหนุ่มคนสาวก็จะมีโอกาสเดินตามฝันที่วาดฝันเอาไว้ตั้งแต่เด็กๆ

เหล่าเด็กๆเองก็จะมีอาหารที่สมบูรณ์กินทุกมื้อจนร่างกายไม่ต้องขาดสารอาหาร

เรื่องราวพวกนี้จะต้องถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวางเหมือนกับเป็นนิทานท้องถิ่น คนรุ่นหลังหรือพวกเด็กที่กำลังจะเกิดก็จะได้รับรู้เรื่องการเริ่มต้นความยิ่งใหญ่ของหมู่บ้านซูเจีย

หลังจากที่ผู้ใหญ่บ้านรินเหล้าให้กับซูข่านเสร็จแล้ว เขาก็ยืนขึ้นและยกแก้วของตัวเองขึ้นมาก่อนจะพูดขึ้นว่า

"แด่นายน้อยซู"

ซูข่านไม่รอช้าก็ยกแก้วขึ้นมาทันทีละถือค้างเอาไว้

ผู้ชายเกือบทุกคนในส่วนกลางหมู่บ้านก็ได้ยกแก้วขึ้นมาเช่นกัน จากนั้นทุกคนก็ดื่มจนหมด งานเลี้ยงก็ได้เริ่มต้นขึ้น ผู้คนต่างพากันสนุกสนานไปกับของอร่อยและแอลกอฮอล์

ในฤดูใบไม้ร่วงมีอากาศเริ่มเย็น การดื่มเหล้าลงไปสักหน่อยมันทำให้ร่างกายกระตือรือร้นกันขึ้นมาก ซูข่านรู้สึกได้เลยว่าร่างกายของเขานั้นร้อนผ่าวมาจากข้างใน

แน่นอนว่าชาวบ้านทุกคนที่ดื่มก็รู้สึกแบบเดียวกันกับซูข่าน แต่พวกชาวบ้านเลือกที่จะดื่มกันต่อจนไม่เหลือสติ ในตอนแรกซูข่านคิดว่าเขาจะบอกแผนการให้ชาวบ้านฟังประมาณช่วง 3 ทุ่ม

แต่ดูเหมือนว่าจะมีคนเมามากเกินไป ถ้าซูข่านพูดไปเดี๋ยวพรุ่งนี้ชาวบ้านก็ลืมกันไปหมด

พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่ล่ะกัน วันนี้สนุกให้เต็มที่ดีกว่า

วันถัดมาซูข่านต่อขึ้นมาตอนเช้าตรู่ เมื่อวานดื่มกันไปหนักก็จริงแต่ซูข่านก็รู้สึกเมาค้างเล็กน้อยเท่านั้น

โชคดีที่ทุกวันนี้ยังไม่มีเหล้าปลอมวางขาย สิ่งที่ซูข่านและชาวบ้านดื่มจึงเป็นเหล้าของแท้แน่นอน

ซูข่านยังไม่มีแผนที่จะทำอะไรในวันนี้ เขาเดินออกมาเพื่อที่จะไปล้างหน้าที่บ่อน้ำของหมู่บ้าน ซูข่านไม่เห็นซงหมิงเจียงหรือคนอื่นๆนอนอยู่ เป็นไปได้ว่าพวกเขาตื่นก่อนและออกไปหาอะไรทำแล้ว

ซูข่านเดินมาถึงบ่อน้ำแล้วก็ใช้ถังน้ำตักน้ำขึ้นมาล้างหน้า น้ำจากบ่อน้ำมีอุณหภูมิที่เย็นมาก มันทำให้ซูข่านรู้สึกตื่นตัวและสร่างเมาทันที

"ข้าวเช้าครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงเดินมาพร้อมกับจานอาหาร เมื่อวานที่หมู่บ้านทำอาหารเลี้ยงฉลองเยอะมากซึ่งมันก็ทำให้อาหารเหลืออยู่จำนวนหนึ่ง ผู้ใหญ่บ้านจึงเก็บไว้ให้ซูข่านและพรรคพวกได้กินในเช้าวันนี้

ซูข่านมองดูที่จานก็เห็นก้อนแป้งสีน้ำตาลเกรียมๆอยู่ นี่น่าจะเป็นซาลาเปาของเมื่อวานแน่ๆ จากนั้นซูข่านก็เหลือบไปเห็นกองไฟที่เตาถูกจุด เขาเดาว่าซงหมิงเจียงน่าจะเอาซาลาเปาพวกนี้มาปิ้งให้ร้อน

ซูข่านไม่รอช้าหยิบซาลาเปาขึ้นมากินทันที

"กร๊อบบบบ"

ผิวชั้นนอกของซาลาเปามันกรอบมาก แต่ด้านในยังคงนิ่มและได้รสชาติของแป้งอยู่ รสชาตินี้ถ้าได้กินคู่กับน้ำเต้าหู้อร่อยๆมันจะเป็นมื้อเช้าที่สมบูรณ์

หลังจากที่กินข้าวเช้าเสร็จแล้วซูข่านก็เห็นผู้ใหญ่บ้านเดินมากับคนจำนวนหนึ่ง ถ้าเขาจำไม่ผิดดูเหมือนผู้ใหญ่บ้านจะแนะนำคนพวกนี้ให้กับซูข่านแล้วเมื่อวาน ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกที่ตำแหน่งในหมู่บ้านทั้งนั้น

"อรุณสวัสดิ์ครับนายน้อยซู"

ผู้ใหญ่บ้านที่เดินนำมาก็ได้ทักทายซูข่าน

"ผู้ใหญ่บ้านตื่นเช้าจังเลยครับ สงสัยเมื่อคืนคงกินไม่อิ่มแน่ๆ"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้มกับผู้ใหญ่บ้าน เขามองที่ผู้ใหญ่บ้านก็รู้ได้ทันทีว่าผู้ใหญ่บ้านดูเหมือนจะอดใจกับเรื่องที่ได้ยินเมื่อวานไม่ไหวแล้ว

"ฮ่ะๆๆ"

ผู้ใหญ่บ้านหัวเราะแห้งๆและยิ้มหน้าเจื่อน

ซูข่านรู้ได้ทันทีว่าผู้ใหญ่บ้านกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงพูดต่อทันที

"เรามาคุยรายละเอียดกันดีกว่าครับผู้ใหญ่ พอจะมีห้องว่างสำหรับพวกเราทุกคนไหม?"

"มีอยู่ที่หนึ่งครับ ที่นั่นมีโต๊ะกับเก้าอี้อยู่ ผมคิดว่าน่าจะเอาไว้คุยได้"

ผู้ใหญ่บ้านชี้ยังท้ายของหมู่บ้าน

"นำไปได้เลยครับ"

ซูข่านพยักหน้า

จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็เดินนำขบวนทันที ซูข่านและคนอื่นๆก็เดินตามผู้ใหญ่บ้านไปยังท้ายหมู่บ้าน เมื่อมาถึงแล้วผู้ใหญ่บ้านก็เปิดประตูและเข้าไปในข้างในทันที

ซูข่านเดินตามเข้ามาก็เห็นห้องข้างในมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่มันดูสะอาดราวกับว่าถูกใช้งานเป็นประจำ ผู้ใหญ่บ้านและคนอื่นได้ยืนรอให้ซูข่านนั่งก่อน หลังจากนั้นพวกเขาจึงนั่งตาม

เมื่อทุกคนนั่งกันหมดแล้วผู้ใหญ่บ้านก็กระแฮม 1-2 ครั้งก่อนจะเริ่มพูดว่า

"นายน้อยซูได้มีแผนการที่จะพัฒนาหมู่บ้านของเรา เขามีความฝันที่พาหมู่บ้านของเราให้เป็นอันดับหนึ่งของประเทศ วันนี้เราจะมาฟังแผนของนายน้อยซูกัน"

ผู้ใหญ่บ้านหันไปพูดกับชาวบ้านก่อนจะหันมาพูดกับซูข่าน

"เชิญนายน้อยซูครับ"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะพูดอย่างช้าๆ

"มีนายทุนใหญ่จากเซียงเจียงที่ต้องการจะลงทุนที่นี่ เขามีแผนที่จะสร้างโรงงานแห่งใหม่ในหมู่บ้านซูเจียแห่งนี้ ซึ่งโรงงานนี้จำเป็นต้องใช้ที่ดินและแรงงานจำนวนมาก"

"พูดง่ายๆคือโรงงานที่กำลังจะสร้างนั้นจะเป็นส่วนรวมของทุกคนในหมู่บ้านนี้"

"ชาวบ้านทุกคนสามารถที่จะทำงานกับโรงงานแห่งนี้ได้โดยค่าจ้างจะไม่ได้น้อยไปกว่าโรงงานในเมือง"

จบบทที่ บทที่ 330 ค่าจ้างเยอะกว่าในเมือง!!

คัดลอกลิงก์แล้ว