เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 327 หมู่บ้านอันดับหนึ่งของประเทศ

บทที่ 327 หมู่บ้านอันดับหนึ่งของประเทศ

บทที่ 327 หมู่บ้านอันดับหนึ่งของประเทศ


"ไปเอาโต๊ะกับเก้าอี้ของแต่ละบ้านมา ทุกคนจะต้องนั่งกินที่โต๊ะเหมือนกันหมด ห้ามใครนั่งกินกับพื้นเด็ดขาด!!"

ผู้ใหญ่บ้านได้สั่งเสียงเข้ม

"โอ้วววว!!"

เสียงของชาวบ้านตอบรับเสียงดัง

เมื่อทุกคนในหมู่บ้านได้ยินมาว่าจะได้กินเนื้อหมู ทุกคนในหมู่บ้านก็รู้สึกตื่นเต้นและมาช่วยในการจัดเตรียมสถานที่และอุปกรณ์ทันที

ทุกวันนี้ที่บ้านนอกเวลาที่มีงานแต่งงานหรืองานเลี้ยงเฉลิมฉลองต่างๆ ผู้คนในหมู่บ้านไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญู่ ผู้ชายหรือว่าผู้หญิง ทุกคนจะมารวมตัวกันที่สถานที่จัดงานและช่วยเหลือกันอย่างเต็มใจ

แน่นอนว่าทุกคนที่มางานต่างกระตือรือร้นกันอย่างมาก บรรยากาศตรงส่วนกลางของหมู่บ้านตอนนี้เต็มไปด้วยความคึกครื้นขึ้นมาทันทีที่พวกซูข่านมาถึง

มีชาวบ้านคนหนึ่งกำลังถือของอยู่ เขาได้เหลือบมาสบตากับซูข่านเล็กน้อยและก็รีบก้มหัวก่อนจะเดินไปอย่างรวดเร็ว

ซูข่านส่ายหัวเล็กน้อยและหันไปพูดกับผู้ใหญ่บ้าน

"ถ้าผู้ใหญ่มีเวลาพาผมไปเดินเล่นรอบๆหมู่บ้านหน่อยนะครับ ผมอยากรู้ว่าบ้านที่คุณปู่ผมโตมาเป็นบ้านแบบไหน"

"ได้ครับนายน้อย"

ผู้ใหญ่บ้านตอบตกลงทันที จากนั้นเขาได้สั่งให้ชาวบ้านที่เพิ่งมาใหม่ไปจัดการเนื้อหมูกับวุ้นเส้น เสร็จแล้วผู้ใหญ่บ้านก็สังเกตเห็นเส้นหมี่เลยสั่งให้ชาวบ้านคนหนึ่งไปเรียกคนมาจัดการเส้นหมี่นี้

นี่ขนาดไม่ได้จัดงานแต่งงานหรืองานฉลองอะไรนะ แต่อาหารที่กินกันวันนี้กลับเยอะกว่าอาหารที่จัดงานซะอีก

ครั้งล่าสุดที่ผู้ใหญ่บ้านเห็นอาหารเยอะขนาดนี้ ก็คือตอนที่เขาเดินทางไปหานายท่านที่หนานจิง ซึ่งตอนนั้นนายท่านจัดเลี้ยงพวกเราอย่างดี

ซูข่านได้มองดูชาวบ้านที่กำลังจัดการวัตถุดิบอยู่นั้น เสื้อผ้าของพวกเขาทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นเสื้อผ้าที่เก่า ส่วนใหญ่แล้วจะมีรอยปะเต็มทั่วทั้งเสื้อและกางเกง

สีของเสื้อผ้าก็ซีดดูไม่มีชีวิตชีวาเลย แต่พวกเขาก็ยังเลือกที่จะใส่เสื้อผ้าพวกนี้อยู่ ซูข่านเห็นก็รู้สึกสงสารขึ้นมาในใจ

นี่คือคนที่ยากจนมากแบบมากจริงๆ  ขนาดเสื้อผ้าตัวใหม่พวกเขายังไม่สามารถจะซื้อมาใส่ได้เลย กว่าที่รัฐบาลจะช่วยเหลือเรื่องพวกนี้ได้ก็กินเวลาอีกตั้งหลายปี

ซึ่งตอนนั้นแหละที่ประเทศจีนจะเริ่มตั้งหลักได้ จากนั้นประเทศจีนจะเริ่มเข้าสู่การปรับเปลี่ยนรูปแบบใหม่ที่จะนำพาประเทศจีนให้มีเศรษฐกิจที่ดีไม่แพ้พวกต่างชาติ

คนจีนเองมีลักษณะนิสัยที่เย่อหยิ่งและทรนงตัวสูง ในทางกลับกันก็สามารถปรับเปลี่ยนให้เข้าได้กับทุกสถานการณ์ นี่แหละคือจุดแข็งที่ซูข่านชื่นชอบ

"เนื้อพวกนี้เอามาจากไหนน่ะเหรอ?"

ไม่นานก็มีเสียงของผู้ใหญ่บ้านดังขึ้นอีกครั้ง

"ต้องขอบคุณคนนี้เลย เขาคือหลานชายของนายท่านยังไงล่ะ"

"อะไรนะ!!"

"หลานชายนายท่านงั้นเหรอ?"

"นายท่านส่งคนมาที่นี่งั้นเหรอ?"

ชาวบ้านตกใจมากที่ได้ยินการแนะนำตัวของผู้ใหญ่บ้าน พวกเขาทั้งหมดมองมาที่ซูข่านด้วยความอยากรู้อยากเห็นทันที บางคนก็ได้วางของไว้และเดินมาดู

ผู้คนในยุคนนี้นั้นต่างมีความอยากรู้อยากเห็นเกี่ยวกับบุคคลนอกหมู่บ้านตัวเองอย่างมาก เวลาที่มีคนจากต่างเมืองหรือต่างหมู่บ้านมาหา ผู้คนในยุคนี้จะยอมทำทุกวิถึทางเพื่อให้ได้เห็นหน้าของคนที่มาเยี่ยม

ขนาดแค่คนจากต่างเมืองหรือต่างหมู่บ้านมาก็ให้ความสนใจกันมากอยู่แล้ว ไม่ต้องพูดถึงซูข่านที่เป็นหลานของคนที่ทำให้หมู่บ้านนี้มีชื่อเสียงหรอก ความอยากรู้อยากเห็นมันทวีคูณกว่าซะอีก

ซูข่านมองไปที่ผู้ใหญ่บ้านทันทีที่เขาทำอะไรโดยไม่ถามซูข่านสักนิด

"ฮ่ะๆๆ"

ผู้ใหญ่บ้านไม่ได้สนใแต่กลับหัวเราะด้วยความชอบใจด้วยซ้ำ เขาไม่คิดอยู่แล้วการแนะนำซูข่านให้คนอื่นรู้จักมันจะทำให้เขาเดือดร้อนยังไง เขาคิดแค่ว่าเดี๋ยวคนในหมู่บ้านก็รู้จักซูข่านอยู่ดี

"ไปๆรีบไปเตรียมอาหารต่อได้แล้ว"

เมื่อเห็นว่าผู้คนเริ่มมาเยอะขึ้นเรื่อยๆ ผู้ใหญ่บ้านก็ได้โบกมือไล่ผู้คนเหล่านั้น

"เขาเป็นหลานของนายท่านจริงๆเหรอ?"

"ก็จริงนะเซ่ แกไม่เห็นเหรอว่าหน้าตาเขาเหมือนกันขนาดไหน"

"ข้าจะไปเห็นได้ยังไง ข้ายังไม่เคยเจอกันนายท่านนั่นเลย"

"รูปปั้นของนายท่านก็อยู่ที่หน้าหมู่บ้านไง แกวิ่งไปดูเดี๋ยวนี้เลยนะ"

"ช่างมันเถอะน่า รีบทำอาหารต่อได้แล้ว"

ซูข่านแอบได้ยินเสียงที่ชาวบ้านพูดคุยกัน ถึงแม้ว่าชาวบ้านที่กำลังคุยกันอยู่นั้นจะอยู่ไกลแต่ซูข่านเองก็สามารถจับใจความได้อยู่

ไม่คิดมาก่อนเลยว่าเนื้อหมูจะทรงพลังกับหมู่บ้านขนาดนี้ น่าจะไม่มีใครในหมู่บ้านที่อดใจไม่กินเนื้อหมูของซูข่านได้

และถ้ายิ่งเป็นวุ้นเส้นหมูตุ๋นรสชาติแบบดั่งเดิมละก็… แค่คิดก็น้ำลายไหลแล้ว

วันนี้ชาวบ้านจะต้องดีใจที่ได้กินอิ่มท้องกันแน่ๆ

"ไปเถอะครับ"

ระหว่างที่ซูข่านคิดเกี่ยวกับชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้านก็ได้เดินมาข้างๆและพูดกับซูข่าน

"เดี๋ยวผมจะพาไปดูบ้านเก่าของนายท่าน"

ซูข่านพยักหน้าให้เบาๆ

จากนั้นผู้ใหญ่บ้านก็หยิบบุหรี่ขึ้นมาหนึ่งตัวและจุดสูบทันที ผู้ใหญ่บ้านได้เดินนำซูข่านออกจากส่วนกลางหมู่บ้านและตรงไปยังถนนเส้นหนึ่ง ระหว่างทางซูข่านก็มองไปรอบๆ

บ้านของคนที่นี่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นบ้านที่เก่าแก่และทรุดโทรมกันทั้งนั้น ตัวปูนที่ฉาบผนังก็ร่อนออกจนสามารถมองเห็นอิฐแดงด้านใน กระเบื้องที่ปูไว้ตามพื้นหรือกำแพงก็แตกหัก บ้านที่สร้างจากไม้ก็สภาพไม่ต่างกัน

บนท้องถนนเองก็เต็มไปด้วยเศษดินและมูลสัตว์จรจัดจำนวนมาก เรียกได้ว่าสถานที่ตรงนี้มันทั้งสกปรกและไม่เป็นระเบียบสุดๆ ถ้าได้มาอยู่ที่นี่มันจะต้องเป็นฝันร้ายสำหรับซูข่านแน่

เดินต่อไปอีกประมาณ 3 นาทีก็ถึงบ้านหลังหนึ่ง บ้านหลังนี้ดูโดดเด่นกว่าบ้านหลังอื่นมาก ตัวบ้านนั้นถูกซ่อมแซมเป็นอย่างดี เห็นได้ชัดว่ามันเป็นบ้านที่ดีที่สุดในหมู่บ้าน

เมื่อมาถึงผู้ใหญ่บ้านก็ได้อธิบาย

"ทางเขตได้ส่งเงินและคนมาดูแลบ้านหลังนี้อยู่เสมอ พวกเราให้ความสำคัญและจะรักษาบ้านหลังนี้ไว้ให้นานที่สุดเท่าที่พวกเราจะทำได้ครับ"

ซูข่านมองดูที่บ้านแล้วก็พยักหน้าเบาๆ

ทุกวันนี้ก็ยังมีคนที่ชื่นชมและศรัทธาในตัวของตาเฒ่าอยู่มาก

ซูข่านมองไปยังสวนที่หน้าบ้านก็รู้สึกประหลาดใจขึ้นมา ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันที่เขามีความรู้สึกนี้ มันเป็นความรู้สึกที่ใจมันหวิวแปลกๆ

ซูข่านรีบสูดหายใจเข้าลึกๆเพื่อสลัดความรู้สึกนี้ออกไป จากนั้นเขาก็หันไปพูดกับผู้ใหญ่บ้านข้างๆ

"ไปกันเถอะครับ"

ผู้ใหญ่บ้านยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยและเริ่มออกเดินอีกครั้งช้าๆ

"นายน้อยซูเองก็เติบโตมาในบ้านหลังใหม่ของนายท่านสินะครับ"

ซูข่านไม่ได้ตอบอะไรเขาถอนหายใจเล็กน้อยและพูดขึ้นมาว่า

"อย่างที่คิดไว้เลย หมู่บ้านนี้มันยากจนเกินไป"

"ยากจน?"

ผู้ใหญ่บ้านทำหน้ามึนงงและพูดกับซูข่านด้วยความสงสัยว่า

"หมู่บ้านของเราถือว่าร่ำรวยกว่าหมู่บ้านอื่นแล้วนะครับ ถ้าหมู่บ้านเราเรียกว่ายากจนหมู่บ้านอื่นไม่เรียกขัดสนเลยเหรอ?"

ซูข่านมองไปที่ผู้ใหญ่บ้านและส่ายหน้าเล็กน้อย

"ถ้าเทียบกับหมู่บ้านอื่นแล้วถือว่าร่ำรวยอย่างงั้นเหรอครับ?"

"ผู้ใหญ่ต้องยอมรับความจริงหน่อยนะครับว่าหมู่บ้านของผู้ใหญ่นั้นยังยากจนอยู่"

"เว้นก็แต่บ้านทุกหลังในหมู่บ้านนี้มีเนื้อสัตว์กินทุกวันและทุกมื้อ บ้านแต่ละหลังก็ต้องมีสภาพเหมือนกับบ้านของปู่ผม มีโรงเรียนสำหรับเด็กเล็กและเบี้ยเลี้ยงผู้สูงอายุมีไว้ใช้ยามแก่"

"ถ้าหมู่บ้านของผู้ใหญ่เป็นอย่างที่ผมพูดมานั่นแหละครับคือหมู่บ้านที่ร่ำรวย"

"ผมมาที่นี่ก็เพื่อเปลี่ยนหมู่บ้านนี้ให้เป็นอย่างที่ผมพูดมาครับ"

เมื่อได้ยินซูข่านพูด ผู้ใหญ่บ้านก็อ้าปากค้าง เขาจ้องมองซูข่านจนตาแทบถลนออกมา

"นะ…นายน้อยจะทำได้จริงๆเหรอครับ?"

"ถ้าหมู่บ้านนี้เป็นเหมือนกับที่นายน้อยบอก หมู่บ้านนี้จะต้องเป็นหมู่บ้านอันหนึ่งของจังหวัดได้แน่ๆเลย ไม่สิต้องเป็นอันหนึ่งของประเทศ"

นี่เป็นความฝันที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนมาจะเกิดขึ้นได้

จบบทที่ บทที่ 327 หมู่บ้านอันดับหนึ่งของประเทศ

คัดลอกลิงก์แล้ว