เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 325 ความภาคภูมิใจของคนทั้งหมู่บ้าน

บทที่ 325 ความภาคภูมิใจของคนทั้งหมู่บ้าน

บทที่ 325 ความภาคภูมิใจของคนทั้งหมู่บ้าน


ซูข่านได้พาคนอื่นๆไปยังกิ่วหลู่ด้วย พวกเขาทั้งหมดเดินทางด้วยรถไฟตั้งแต่เช้าตรู่

เมื่อมาถึงยังกิ่วหลู่แล้ว ซูข่านมองไปที่รอบๆสถานีก็ไม่มีใครมารับพวกเขา

"เจียงเฝิงนายไปซื้อเนื้อหมู วุ้นเส้น กระหล่ำปลี เส้นหมี่ และก็เหล้ามาหน่อย"

ซูข่านได้หันไปพูดกับหลี่เจียงเฝิงที่สถานีรถไฟ

ที่กิ่วหลู่นี่ไม่เหมือนกับที่หนานจิง ฉะนั้นแล้วจะต้องเตรียมอาหารไปสักหน่อย

การซื้ออาหารหรือเนื้อในสมัยนี้นั้น ยังคงต้องใช้คูปองอาหารหรือคูปองเนื้ออยู่ ถ้าไม่มีคูปองนี้นั้นคุณจะไม่สามารถซื้ออะไรกินได้เลยในกิ่วหลู่

ยกเว้นก็แต่ไปกินตามร้านอาหารหรือร้านข้างทาง

ซึ่งร้านอาหารในกิ่วหลู่นั้นก็มีจำนวนน้อยซะเหลือเกิน ที่นี่เป็นสถานที่ที่ใช้ชีวิตลำบากโดยแท้ ซูข่านเลยไม่อยากจะไปตายเอาดาบหน้า อย่างน้อยเขาคิดว่าเขาเตรียมไปเผื่อหน่อยมันจะดีซะกว่า

"ครับพี่สาม"

หลี่เจียงเฝิงพยักหน้า

"กั๋วเฟย"

ซูข่านมองไปยังกั๋วเฟยและพูดว่า

"นายไปหาคนขับพร้อมกับรถมา หาคนที่จะไปส่งเราได้ที่หมู่บ้านซูเจีย"

บ้านเกิดของตาเฒ่านั่นอยู่ตั้งนอกเมือง ซึ่งสถานที่บ้านนอกแบบนี้แล้วยิ่งเป็นนอกเมืองอีก บอกได้เลยว่าแทบจะไม่มีรถยนต์หรือรถประจำทางขับผ่านสักคัน

เต็มที่เลยก็มีรถประจำทางของเมืองที่จะรับส่งคนที่นั่นกับตัวเมือง ซึ่งรถประจำทางคันนี้ในหนึ่งอาทิตย์จะวิ่งแค่รอบเดียวเท่านั้น คนที่นี่ส่วนใหญ่เลยจะนิยมการเดินกันมากกว่า

แต่การเดินไปถึงที่นั่นมันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย ระยะทางจากตรงนี้ไปยังหมู่บ้านซูเจียนั้นก็หลายสิบกิโล หากว่าเดินก็ต้องใช้เวลาเป็นชั่วโมงๆเช่นกัน

คนที่มีเงินขึ้นมาหน่อยก็จะมีเกวียนหรือไม่ก็มอเตอร์ไซค์ไว้ใช้

ถ้าสมมุติว่าซูข่านอยู่ที่หมู่บ้านแล้วต้องการใช้ให้หลี่เจียงเฝิงไปซื้อเนื้อหมู หลี่เจียงเฝิงจะต้องเดินทางเป็นสิบกิโลออกมาเพื่อซื้อและเดินทางกลับ ตอนนั้นซูข่านเองคิดว่าเขาคงน่าจะหิวตายไปก่อน

เขาทนใช้ชีวิตแบบคนที่นี่ไม่ได้จริงๆ มันลำบากเกินไป

"ครับพี่สาม"

กั๋วเฟยพยักหน้า เขาเป็นคนที่ซงหมิงเจียงได้พาไปฝึกทักษะการรักษาความปลอดภัยเหมือนกันที่เซียงเจียง

กั๋วเฟยมองไปรอบๆก็เห็นรถแทรกเตอร์ของชาวบ้านแถวนี้ เขาพยายามที่จะมองหารถยนต์หรือรถตู้สักคันที่จะพาพวกเขาไปยังหมู่บ้านที่พี่สามต้องการได้

ซูข่านมองไปกั๋วเฟยที่หันซ้ายหันขวาและก็พูดขึ้นมาว่า

"ไม่จำเป็นต้องหาแถวนี้ก็ได้ นายลองถามพวกคนแถวนี้ดูก่อนว่ามีใครจะพาเราไปที่นั่นไหม"

กว่าที่จะเตรียมทุกอย่างเสร็จก็น่าจะประมาณบ่ายพอดี จากนั้นก็เดินทางไปยังหมู่บ้านซูเจีย ซึ่งก็ใช้เวลาอีกประมาณหนึ่ง เมื่อไปถึงก็น่าจะมื้อค่ำพอดี

ประมาณครึ่งชั่วโมงต่อมากั๋วเฟยก็กลับมาพร้อมกับคนๆหนึ่ง ซึ่งคนๆนั้นได้ขับรถไถขนาดเล็กเก่าๆมาด้วย

กั๋วเฟยได้ใช้เงินมากกว่าสิบหยวนถึงคนๆนี้จะยอมพาซูข่านและพวกเขาไปยังหมู่บ้านนอกเมืองที่ชื่อซูเจีย

ยิ่งบ้านนอกแบบนี้การหาเงินมากกว่าสิบหยวนนั้นเป็นอะไรที่ไม่ง่ายเลย ถึงแม้ว่าเขาจะมีรถไถที่เอาไว้ทำนาก็จริงแต่เขาก็หาเงินได้กี่หยวนต่อวันเท่านั้น

บางวันถ้าไม่มีคนจ้างก็อาจจะไม่ได้เลยสักหยวน

กั๋วเฟยได้ใช้เวลาพูดคุยอยู่นานจนมาถึงตอนตกลงราคากัน ทันทีที่คนขับรถไถคนนี้ได้ยินเขาก็ตอบตกลงแทบจะทันที หมู่บ้านซูเจียนั้นเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงมาก

คนมีชื่อเสียงหลายคนก็มาจากหมู่บ้านนี้ ไม่แปลกที่คนทั่วไปจะรู้จัก

จากนั้นไม่นานหลี่เซียงเฝิงก็ถือเนื้อหมูใส่ถุงมา ส่วนคนที่ไปช่วยก็ได้ถือถุงบะหมี่ วุ่นเส้น และผักกะหล่ำมา

ซงหมิงเจียงและคนอื่นๆก็ได้ขนของทุกอย่างที่เตรียมมาหนานจิงขึ้นรถไถ ตัวรถไถเองไม่ได้กว้างพอที่จะให้ทุกคนนั่งได้ แต่รถไถคันนี้ได้ต่อพ่วงกะบะทำให้มีพื้นที่มากพอ

ทันทีที่ขนของขึ้นรถไถเสร็จนั้น พวกเขาทั้งหมดก็ออกเดินทางทันที เสียงของรถไถดังเหมือนกับปืนกลตลอดเวลา

เป็นเวลาหลายชั่วโมงที่ซูข่านและคนอื่นต้องทนฟังเสียงปืนกลตลอดทาง จากนั้นซูข่านก็เริ่มมองเห็นทางเข้าของหมู่บ้านที่มีป้ายชื่อแขวนอยู่ข้างบน

ซึ่งป้ายชื่อนั้นเป็นป้ายชื่อที่ทำด้วยมือ ตัวอักษรเองก็จะหวัดๆหน่อย

เมื่อเข้าไปในหมู่บ้าน ซูข่านก็เห็นรูปปั้นขนาดใหญ่รูปหนึ่ง ซึ่งมันดูคล้ายกับชายชราที่บ้านตระกูลซูอย่างมาก

"พวกคุณดูรูปปั้นนั่นสิ"

คนขับรถไถตะโกนเสียงดัง เขาต้องใช้พลังอย่างมากในการพูดให้ดังกว่าเสียงเครื่องยนตร์ของรถไถ

"นั่นคือความภาคภูมิใจของพวกเรา ชายผู้ยิ่งใหญ่คนนี้คือคนที่มาจากหมู่บ้านซูเจีย"

"เขาไม่ใช่แค่ความภาคภูมิใจของหมู่บ้านซูเจียเท่านั้นนะ แต่เขาเป็นความภาคภูมิใจของชาวกิ่วหลู่อีกต่างหาก"

เมื่อได้ยินคนขับรถไถพูดเสียงดังเกี่ยวกับความภาคภูมิใจของเขา ซูข่านก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้เบาๆ และยิ้มที่มุมปาก

ตาเฒ่านี่คือความภูมิใจของคนที่นี่จริงๆ

เรื่องนี้ไม่ว่าจะเป็นตอนนี้หรือในอนาคต คนในท้องถิ่นก็มักจะภูมิใจต่างๆนาๆว่าหมู่บ้านหรือบ้านเกิดของพวกเขาได้ให้กำเนิดคนมีชื่อเสียง จริงๆเป็นถึงระดับประเทศเลยด้วยซ้ำ

การได้เห็นดารานักแสดงหรือคนที่มีชื่อเสียงมาจากประเทศของเรา ขนาดเราเองยังรู้สึกภูมิใจเลย

ที่รูปปั้นนั้น ซูข่านยังเป็นชาวบ้านที่เหมือนจะเป็นชาวนาใส่ชุดสีเทาเข้มกำลังสูบบุหรี่อยู่ พวกเขาดูเหมือนกำลังรออะไรบางอย่าง

แต่ดูจากมุมนี้แล้ว ซูข่านรู้สึกคุ้นเคยพวกเขาเล็กน้อย

ชายคนขับรถไถได้ขับรถไปข้างๆก่อนจะหยุดรถและตะโกนถามเสียงดังใส่ชาวนา

"พวกคุณกำลังรอน้องชายคนนี้อยู่เหรอเปล่าครับ? พวกเขาจ้างผมให้ส่งที่หมูบ้านพร้อมทั้งซื้อหมูมาหลายกิโลเลยทีเดียว"

"อะไรนะซื้อหมูเป็นกิโลเลยเหรอ?"

"เขาเป็นใครทำไมถึงรวยขนาดนั้น?"

ชาวนาที่อยู่ข้างๆมองมาที่รถไถด้วยสีหน้าที่งุนงง

แม้ว่าหมู่บ้านซูเจียจะไม่ได้ยากจนที่สุดในมณฑล แต่ก็ไม่ได้ร่ำรวยขนาดที่จะมีเงินซื้อหมู 1 กิโลมากินในครั้งเดียวได้ ขนาดจัดงานแต่งหรืองานเลี้ยงยังไม่มีเนื้อหมูมากขนาดนี้เลย

คนที่กล้าซื้อเนื้อหมูเยอะขนาดนี้จะต้องเป็นลูกหลานของคนรวยแน่ๆ บางทีพวกเขาอาจจะมาที่หมู่บ้านนี้เพื่อเยาะเย้ยพวกเราก็เป็นได้

"นายน่าจะพาคนพวกนี้มาผิดหมู่บ้านแล้วแหละ พวกเขาดูไม่เหมือนกับคนในหมู่บ้านเราสักนิด"

ชาวนาที่อยู่ข้างล่างตะโกนขึ้นมา ถัดจากคนที่สูบบุหรี่ก็มองมาที่ซูข่านแล้วก็ส่ายหัวของเขา

"ถึงหมู่บ้านเราจะมีคนแบบนี้อยู่ แต่ฉันก็จำไม่ได้ว่าพวกเขาอยู่ที่หมู่บ้านซูเจียแห่งนี้ นายพาพวกเขามาส่งผิดที่แล้วแหละ"

"คนพวกนี้จะมาที่หมู่บ้านเราทำไมกัน?"

"นั่นน่ะสิ"

สมัยนี้นั้นคนมักจะนิยมทำงานกันในตัวเมืองอยู่มาก หลายต่อหลายคนได้เดินทางจากบ้านเกิดไปยังจังหวัดอื่นเพื่อทำความฝันของตัวเอง

เมื่อมีเวลาพวกเขาก็จะกลับมาที่บ้านเกิดพร้อมกับหิ้วของฝากมาจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะเป็นช่วงปีใหม่หรือเทศกาล

จบบทที่ บทที่ 325 ความภาคภูมิใจของคนทั้งหมู่บ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว