เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 322 แย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด

บทที่ 322 แย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด

บทที่ 322 แย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด


"คนจะซื้อผมปลอมหรือวิกของลูกไปใช้ทำอะไรเหรอ?"

แม่ซูข่านถามด้วยสีหน้างุนงง

ดวงตาของลี่ซีเป็นประกายขึ้นและพูดด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น

"พี่ซูข่านกำลังวางแผนจะขายวิกให้กับกองถ่ายภาพยนตร์ในเซียงเจียงเหรอคะ"

แค่กองถ่ายภาพยนตร์งั้นเหรอ?

แสดงว่าซูข่านจะเจาะตลาดพวกวงการบันเทิงอย่างเดียวงั้นสิ

ซูเจียงกัวคิดตามแล้วก็ส่ายหัวเล็กน้อย เขารู้สึกนี่ว่ามันไม่ใช่สไตล์ที่ลูกชายเขาเคยทำมาก่อน สิ่งที่ซูข่านกำลังคิดอยู่จะต้องเป็นตลาดที่ใหญ่กว่าวงการบันเทิงแน่ๆ

ไม่อย่างนั้นจะเสียแรงทำไปทำไมเพื่อเจาะกลุ่มตลาดเล็กๆแค่นี้

อย่างกองถ่ายหนึ่งกองจะซื้อวิกผมเท่าไหร่กันเชียว เต็มที่เลยก็ไม่เกิน 10 อันหรอก

ซูข่านมองทั้งสามคนที่ทำหน้าตางุนงงก่อนจะพูดด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก

"พี่ไม่ได้คิดจะขายให้แค่กองถ่ายภาพยนตร์อย่างเดียวหรอก"

"เอ๋!!"

แม่ซูข่านอุทานออกมาด้วยน้ำเสียงที่ประหลาดใจ

"แล้วลูกตั้งใจจะขายให้ใครเหรอจ๊ะ? ขายให้กับคนหัวล้านอย่างงั้นเหรอ แต่คนส่วนใหญ่เขาก็มีผมกันอยู่แล้วนะ"

ในยุคที่ไม่มีอินเตอร์เน็ตแบบนี้ มีคนมากมายในประเทศจีนฝั่งแผ่นดินใหญ่ที่ไม่รู้จักวิกหรือผมปลอม

อุตสาหกรรมหรือธุรกิจที่ทำเกี่ยวกับวิกนั้นได้รับความนิยมมาเป็นเวลานานก่อนที่จะมีอินเตอร์เน็ตซะอีก ส่วนแบ่งทางการตลาดอาจจะสูงถึง 100,000 ล้านได้เลยทีเดียว

ซึ่งแน่นอนส่วนแบ่งเยอะขนาดนี้มันครอบคลุมทั่วทั้งโลกอยู่แล้ว ซึ่งพวกคนยุโรปหรืออเมริกาจะนิยมใช้วิกกันมากกว่าคนเอเซีย

ซูข่านจำได้ว่าสมัยก่อนคนจะไม่นิยมไว้ผมยาวกันซะเท่าไหร่ เวลาที่ไปร้านตัดผม ช่างก็มักจะเอาผมที่ตัดนั้นไปขายต่อเสมอ

มีบางครั้งที่ซูข่านเห็นช่างตัดผมตะเวณไปตามบ้านเพื่อหาคนที่ผมยาวและบริการตัดให้ฟรี

ผมที่ช่างตัดผมตัดไปนั้นจะส่งไปให้โรงงานเพื่อผลิตวิกออกมา ซึ่งรูปแบบของวิกนั้นก็มีหลากหลายรูปแบบตามที่คนต้องการจะซื้อ

ในเซียงเจียงเองก็นิยมใช้วิกเช่นเดียวกัน นี่เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลาช้านาน เพียงแต่คนส่วนใหญ่มักจะไม่รู้ว่าจะต้องไปหาซื้อที่ไหนเท่านั้นเอง

ดังนั้นหากว่าเริ่มต้นตอนนี้มันอาจจะเป็นโอกาสที่สามารถเติบโตและไปแย่งส่วนแบ่ง 100,000 ล้านนั้นมาได้แน่ ต่อให้แบ่งได้แค่ 5% ก็เป็นมูลค่า 5,000 ล้านแล้ว

และที่สำคัญเลยคือธุรกิจนี้ไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องจักรที่มีเทคโนโลยีอะไรสูงขนาดนั้น เครื่องจักรบางตัวของสูเจิ้งเหมายังสามารถนำมาประยุกต์ทำวิกผมได้ด้วย

ยิ่งถ้าหากเป็นวิกผมที่ได้รับมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับ บอกได้เลยว่าต่างประเทศจะต้องออเดอร์สินค้าเข้ามาจนล้นหลามแน่

ในประเทศจีนนั้นเส้นผมแทบจะไม่มีค่าอะไรเลย ดังนั้นจึงสามารถรับซื้อผมที่มีคุณภาพและความยาวตามกำหนดได้มากเท่าที่ต้องการ แค่เส้นผมยาวสัก 30-40 เซนติเมตร แค่นี้ก็สามารถทำวิกได้ 5-6 อันแล้ว

ต้นทุนต่ำจนแทบจะไม่น่าเชื่อ

จากนั้นก็นำวิกผมที่ต้นทุนต่ำส่งออก ประเทศที่น่าจะได้ความนิยมเลยก็คือประเทศสหรัฐอเมริกา แล้วถ้ายิ่งตั้งราคาวิกผมไม่กี่ดอลล่าห์ บอกได้เลยว่าขายดีเป็นเทน้ำเทท่าแน่ๆ

กำไรของวิกผมหนึ่งอันนั้นสูงกว่าต้นทุนหลายต่อหลายเท่า ค่าแรงงานก็ไม่ได้สูงเหมือนกับประเทศอื่นเขา นี่จะเป็นจุดแข็งแบบเดียวกับโรงงานของสูเจิ้งเหมา

โรงงานทอผ้าของยุโรปไม่สามารถสู้ราคาต้นทุนการผลิตที่สูงอย่างต่อเนื่องได้ ดังนั้นโรงงานของสูเจิ้งเหมาจึงตีตลาดยุโปรแตกออกเป็นเสี่ยงๆ

และช่องทางการขายวิกนั้น ก็สามารถฝากขายผ่านทางตัวแทนที่มารับเสื้อผ้าจากสูเจิ้งเหมาได้อีกด้วย

สินค้าที่มีคุณภาพและราคาถูก ใครล่ะจะไม่ชอบ

มีหลายต่อหลายคนที่มักจะด้อยค่าของที่ผลิตจากประเทศจีน แต่รู้อะไรไหมสินค้าจากประเทศจีนนั้นเรียกได้ว่าแทบจะครองตลาดหมดแล้ว หนีไปทางไหนก็ไม่รอดหรอก

นอกจากเสื้อผ้าของสูเจิ้งเหมาที่ผลิตจากประเทศจีนแล้ว เครื่องใช้ไฟฟ้ายอดนิยมอย่างตู้เย็น โทรทัศน์ ส่วนใหญ่แล้วก็ผลิตที่จีนซะส่วนมาก

วิกผมเองที่ได้ความนิยมก็ไม่ต่างกัน หากว่าทำการทำวิกผมที่ต้นทุนต่ำได้นั้น แม้ว่ามูลค่าการขนส่งจะเยอะหน่อย แต่ยังไงก็ยังได้กำไรมากอยู่ดี

ซูข่านพยักหน้าให้แม่และตอบช้าๆ

"ส่งออกไปต่างประเทศครับ"

แม่ของซูข่านตกใจมากที่ได้ยิน

เธอรู้ดีว่าการค้าขายกับต่างประเทศนั้นจะเป็นการทำเงินที่มหาศาลมากๆ แต่ประเทศจีนยังต้องพัฒนาเครื่องจักรและมาตรฐานอีกเยอะจึงจะสามารถไปอยู่จุดนั้นได้

ซึ่งการที่จะทำให้ได้มาตรฐานั้นจะต้องใช้เงินทุนจำนวนมหาศาล ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีแต่ชาวต่างชาติมาลงทุนสร้างโรงงานที่จีนและส่งออกสินค้าของพวกเขา

ถ้าหากว่ามีเงินทุนหนาเท่ากับต่างชาติจริงๆ เพื่อนๆหรือนักลงทุนในประเทศก็จะมาหาถึงหน้าบ้านเลยที่เดียวเพื่อจุดประสงค์ที่ต่างกัน

มันเป็นไปไม่ได้เลยที่ญาติจะไม่ขอมีส่วนร่วมในธุรกิจที่กำลังจะสร้างขึ้น ซึ่งเห็นได้ทั่วไปในหลายต่อหลายธุรกิจที่มักจะมีคนนามสกุลเดียวกันทำงานในบริษัท

สรุปง่ายๆแล้วประเทศจีนยังไม่พร้อมที่จะทำอะไรแบบนั้น เศรษฐกิจของเราก็ยังอยู่ในช่วงอ่อนแออยู่ การที่เศรษฐกิจของประเทศจะมั่นคงได้ จำเป็นต้องพึ่งพลังของคนหนุ่มคนสาวสมัยนี้

ซูข่านได้พูดต่อว่า

"วิกผมยังไม่ได้รับความนิยมมากในประเทศจีน ถ้าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับมัน จำเป็นต้องส่งไปขายต่างประเทศอย่างเดียวเลยครับ"

"ธุรกิจนี้จะเป็นธุรกิจที่ดึงเงินของต่างประเทศให้ไหลเข้าสู่ประเทศจีนได้"

ซูเจียงกัวได้ยินก็ยิ้มด้วยความภาคภูมิใจ

"มันทำเงินได้เยอะขึ้นนั้นเชียวเหรอ?"

แม่ของซูข่านไม่อยากจะเชื่อที่ได้ยินเหมือนกัน เธอไม่คิดมาก่อนเลยว่าลูกชายของเธอนั้นจะมีวิธีหาเงินจากต่างประเทศแบบนี้ด้วย

เขาทำเหมือนทุกอย่างมันง่ายไปหมด

"ใช่ครับ"

ซูข่านตอบด้วยรอยยิ้ม

"ผมรู้จักกับสูเจิ้งเหมาแห่งซีงซีกรุ๊ปอยู่ ผมคิดว่าเขาสามารถช่วยผมในการส่งวิกไปขายต่างประเทศได้"

"อะไรนะ!!"

แม่ซูข่านอุทานออกมาด้วยความตกใจ

"นักธุรกิจจากเซียงเจียงที่รักชาติคนนั้นน่ะเหรอ?"

ซูเจียงกัวก็รู้สึกประหลาดใจและมองไปที่ซูข่าน

ดูเหมือนว่าลูกชายคนนี้จะมีอำนาจมากกว่าที่เขาคิดซะอีก เป็นไปได้ว่าที่หนานจิงอาจจะเป็นธุรกิจบังหน้าก็ได้

บางทีลูกชายของเราอาจจะมีธุรกิจที่ดำเนินการทั่วประเทศไปแล้วโดยที่เราไม่รู้

เมื่อซูเจียงกัวคิดเรื่องพวกนี้แล้ว เขาก็รู้สึกมีความสุขขึ้นมา

จบบทที่ บทที่ 322 แย่งชิงส่วนแบ่งทางการตลาด

คัดลอกลิงก์แล้ว