เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 317 เหยียดเชื้อชาติ

บทที่ 317 เหยียดเชื้อชาติ

บทที่ 317 เหยียดเชื้อชาติ


พวกเขาทำได้แม้กระทั่งลักลอบเข้าเมืองแบบผิดกฏหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลยคือประเทศสหรัฐอเมริกา

คนจำนวนมากต่างต้องการเดินทางไปเรียนต่อหรือหางานทำที่นั่น พวกเขาคิดว่าประเทศนั้นจะช่วยเหลือพวกเขาได้

แต่สุดท้ายแล้วพวกคนที่ลักลอบเข้าเมือง มักจะโดนผู้มีอิทธิพลหรือมาเฟียขู่รีดไถเงินอยู่ทุกเดือน แถมยังต้องแอบทำงานโดยไม่ให้ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจับได้อีกด้วย

มันเป็นอะไรที่เจ็บปวดใจมากๆถ้ายิ่งรู้ว่าคนพวกนั้นเป็นคนจีน

"เธออยากไปเรียนต่อเมืองนอกจริงเหรอ?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อยและถามลี่ซี

แม้ว่าตระกูลลี่ของเธอจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนสมัยเมื่อก่อน แต่ครอบครัวเธอเองก็ยังพอส่งเธอไปเรียนต่อเมืองนอกได้อยู่

แต่พ่อแม่ของลี่ซีเองคงไม่อยากให้ไป พวกเขากังวลที่ลูกสาวของพวกเขาจะต้องไปเผชิญกับสิ่งที่ไม่อาจคาดเดาได้ในต่างแดน แถมยังเป็นเด็กผู้หญิงอีกต่างหาก

"ใช่ค่ะ"

"แต่พ่อกับแม่ไม่ฟังเหตุผลของหนูเลย"

ลี่ซีพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

ซูข่านส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า

"โลกข้างนอกนั้นกว้างใหญ่กว่าที่เธอคิดเยอะ ที่นั่นไม่ได้สวยงามเหมือนอย่างที่เธอคิดหรอกนะ"

"พี่ซูข่านพูดเหมือนพี่เคยไปอเมริกามาแล้วเลย"

ลี่ซีเถียงกลับอย่างรวดเร็ว

"เพื่อนหนูเล่าให้หนูฟังตลอด ประเทศนั้นค่าแรงสูงมาก ขนาดคนจนยังมีรถขับเลย"

"ทำงานวันหนึ่งก็ได้ตั้งหลายร้อยหยวน บ้านพักของพวกเขาก็กินน้ำจากก็อกได้อีกด้วย"

"เฮ้อ"

ซูข่านถอนหายใจด้วยความเหนื่อยใจ

สิ่งที่ลี่ซีพูดนั้นล้วนแล้วออกมาจากภาพยนตร์ทั้งนั้น นี่คือสิ่งที่คนทั้งโลกต่างคิดว่าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นแบบนั้น หลายๆคนคิดว่าที่นั่นจะเป็นสวรรค์สำหรับพวกเขา

แต่รู้อะไรไหม? ประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีการก่ออาชญากรรมเยอะติดอันดับต้นๆของโลกเลย

ผู้คนจำนวนมากที่หลั่งไหลพากันเข้าไปทำงานที่นั่น รู้ไหมว่าปีๆหนึ่งมีคนหายติดต่อไม่ได้กี่คน?

ก็จริงอยู่ที่เศรษฐกิจของประเทศอเมริกานั่นเป็นที่หนึ่งของโลก แต่สำหรับการอยู่อาศัยนั้นบอกได้เลยว่าตรงข้ามกันอย่างสิ้นเชิง

คนที่นั่นเองก็ยังเหยียดคนจากเอเชียอีกด้วย โดยเฉพาะคนจากประเทศจีน พวกเขาบอกว่าพวกคนจีนเป็นพวกที่ต่ำที่สุดในบรรดาเผ่าพันธุ์ของมนุษย์ มันเป็นอะไรที่น่ารังเกียจมาก

แต่พวกเขาไม่รู้เลยว่าคนจีนที่พวกเขาดูถูกนั้นจะพัฒนาเศรษฐกิจจนมาเป็นยักษ์ใหญ่อันดับ 2 รองจากพวกเขา

ทางการทหารเองก็พัฒนาเช่นกัน ถึงแม้ว่าจะไม่ทันสมัยเท่ากับอันดับหนึ่ง แต่การเติบโตทั้งเศรษฐกิจและทางการทหารก็ใช้เวลาเพียงไม่กี่ปีเท่านั้น ระวังจะโดนประเทศจีนแซงสักวัน

"อย่าเลย"

ซูข่านรู้สึกปวดหัวเล็กน้อยเมื่อมองไปยังลี่ซี เขาไม่สามารถอธิบายเรื่องพวกนี้ให้กับเธอให้เห็นภาพได้ สิ่งพวกนี้เธอจะรับรู้ได้ต่อเมื่อเธอไปเห็นด้วยตาเธอเอง

ซูข่านชอบความคิดที่จะไปเรียนต่อเมืองนอกของลี่ซีมาก การศึกษาของประเทศจีนนั้นยังด้อยกว่าพวกยุโรปหรืออเมริกาหลายเท่า

การไปเรียนต่อที่นั่นและนำความรู้กลับมาพัฒนาประเทศเป็นอะไรที่ดีมากๆ

แต่สำหรับลี่ซีแล้วเธอคลั่งไคล้วัฒนธรรมตะวันตกเกินไป ซูข่านไม่รู้จะทำยังไงให้เปลี่ยนความคิดของเธอได้

สิ่งเดียวที่จะให้เธอรู้คือการที่เธอได้ไปเห็นด้วยสองตาของเธอเอง เธอจะได้รู้ว่าสังคมที่เธอวาดฝันไว้เป็นยังไงถ้าเทียบกับสังคมที่เธอได้โตมา

"ไหนพี่ซูข่านบอกจะช่วยหนูไงคะ"

ลี่ซีถามด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง

หากว่าซูข่านช่วยพูดให้กับพ่อแม่ของเธอ ลี่ซีเองก็สามารถไปเรียนต่อเมืองนอกตามที่ฝันไว้ได้

ตระกูลลี่เองก็ยังนับถือตระกูลซูอยู่ไม่ใช่น้อย หากว่าซูข่านหรือคนในตระกูลซูช่วยเหลือ มันก็เป็นเรื่องง่ายที่ลี่ซีจะได้ไปเรียนต่อเมืองนอก

"ก็ได้ก็ได้ พี่จะช่วยเธอเอง"

ซูข่านพูดกับลี่ซี

เขาไม่อยากให้ความฝันในการไปเรียนต่อเมืองนอกของลูกพี่ลูกน้องคนนี้ต้องจบลง ซูข่านเองก็ยังมีบริษัทที่เปิดในประเทศสหรัฐอเมริกาอยู่

บริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่าน ได้เป็นบริษัทที่น่าจับตามองอย่างมากในประเทศอเมริกาตอนนี้ บริษัทนี้ได้ลงทุนไปกับบริษัทน้อยใหญ่จำนวนมากภายในประเทศ

และด้วยเงินทุนที่สนับสนุนบริษัทน้อยใหญ่เหล่านั้น ตัวบริษัทที่ได้รับเงินสนับสนุนก็เติบโตอย่างรวดเร็วด้วยเงินลงทุน

เมื่อลี่ซีได้ไปที่สหรัฐอเมริกา อย่างน้อยซูข่านก็ไม่ต้องกังวลว่าเธอจะไม่มีเพื่อนหรือคนประเทศจีนที่นั่น ให้หลี่เสว่เอ๋อมาช่วยดูแลก็ยังได้

พอเธอไปถึงที่นั่นแล้ว เธอจะไปเรียนต่อหรือจะทำงานเลยซูข่านก็ไม่ได้ว่าอะไร หรือจะเรียนจบและกลับมาที่ประเทศจีนก็ได้ มันขึ้นอยู่ความตั้งใจอันแน่วแน่ของลี่ซีเอง

ถ้าเธอจะอยากทำงานกับบริษัทการเงินและการลงทุนเฉียนฟ่านซูข่านก็ยินดี จะให้เธอเป็นผู้ถือหุ้นอิสระไม่มีสังกัดไปถือหุ้นแอปเปิ้ลหรือไมโครซอร์ฟก็ยังได้

"เย้!!"

"ขอบคุณมากค่ะพี่ซูข่าน"

ลี่ซีกระโดดด้วยความดีใจ เธอเข้ามากอดแขนซูข่านพร้อมกับเขย่าและพูดต่อว่า

"พี่ซูข่านช่วยเหลือหนูมาตลอดเลย หนูคิดไม่ผิดจริงๆที่มาหนานจิงเพื่อให้พี่ช่วย"

"ต่อไปพี่ซูข่านก็บอกคุณลุงกับคุณป้าให้ช่วยพูดกับพ่อแม่ของหนูด้วยนะคะ"

"นะคะพี่ซูข่าน"

ลี่ซีส่งสายตาออดอ้อนมาที่ซูข่าน

ซูข่านเห็นสายตานั้นก็ส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้และพูดว่า

"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวพี่จะช่วยเธอเอง"

ในชาติก่อนตอนที่ตระกูลซูล้มละลาย ครอบครัวของลี่ซีเองก็ช่วยเหลือซูข่านอย่างมากเช่นกัน ทั้งพ่อแม่ของลี่ซีเองก็ปฏิบัติกับเขาเหมือนเดิม

ตอนที่ซูข่านได้เริ่มธุรกิจใหม่ พ่อของลี่ซีก็ช่วยเหลือในการตั้งต้นอีกด้วย

"เอ่อ..พี่สามคะ"

ทันใดนั้นจ้าวชิงชิงก็มองไปที่ซูข่านและพูดขึ้นมา

"ถ้าลี่ซีต้องการไปเรียนต่อที่อเมริกาจริงๆ ฉันว่าลองคุยกับหวางรุยดูไหมคะ?"

"หวางรุย?"

ซูข่านขมวดคิ้วเล็กน้อย

เขาจำได้ว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นเพื่อนของจ้าวชิงชิง

"ใช่ค่ะ"

จ้าวชิงชิงสูดหายใจเข้าลึกๆและพยายามระงับอารมณ์ของเธอ

แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะไม่ได้ดีเหมือนเก่า แต่พวกเธอเองก็เป็นเพื่อนที่เรียนร่วมกันมา อย่างน้อยก็ยังมีความสัมพันธ์บางอย่างเหลืออยู่

จ้าวชิงชิงได้พูดต่อว่า

"หวางรุยได้มีโอกาสไปเรียนที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเหมือนกันค่ะ เดี๋ยวเดือนหน้าเธอก็ได้จะเดินทางไปที่มหาวิทยาลัยที่นู้นแล้ว"

"ห้ะ?"

ซูข่านอ้าปากค้างด้วยความตกใจ เขาไม่คิดเลยว่าผู้หญิงที่มีหุ่นนางแบบคนนั้นจะได้ไปที่ประเทศอเมริกาด้วย แสดงว่าเธอเองก็มีความสามารถไม่ใช่น้อยเหมือนกัน

ซูข่านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหยิบปากกาและกระดาษออกมา เขาเขียนอะไรบางอย่างลงไปและพูดกับจ้าวชิงชิง

"เธอเอากระดาษนี้ไปให้กับหวางรุยที"

"ถ้าหวางรุยไปถึงที่นั่นแล้วต้องการความช่วยเหลือ ให้โทรไปที่เบอร์นี้แล้วบอกว่าเป็นเพื่อนกับฉัน"

"คนของฉันที่นั่นจะให้การช่วยเหลือเอง"

จบบทที่ บทที่ 317 เหยียดเชื้อชาติ

คัดลอกลิงก์แล้ว