- หน้าแรก
- แค่ถูกปฏิเสธ พลังก็ไร้ขีดจำกัด
- ตอนที่ 11: ผมจะหึงเอานะ
ตอนที่ 11: ผมจะหึงเอานะ
ตอนที่ 11: ผมจะหึงเอานะ
ตอนที่ 11: ผมจะหึงเอานะ
วันต่อมา
วันศุกร์
ป้ายรถเมล์
"รุ่นน้อง ทางนี้ ทางนี้!"
ทันทีที่ซูเฉิงขึ้นรถเมล์ เขาก็เห็นหลิวชิงเยว่โบกมือให้ทันที ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความประหลาดใจและดีใจ เธอพอดูมีความสุขมาก
"อรุณสวัสดิ์ครับรุ่นพี่"
ซูเฉิงเดินเข้าไปหาด้วยรอยยิ้มและนั่งลงที่นั่งข้างๆ เธอ
"อรุณสวัสดิ์จ้ะรุ่นน้อง ไม่คิดเลยว่าจะบังเอิญเจอเธอวันนี้ บังเอิญจริงๆ"
รุ่นพี่หลิวปรายตามองซูเฉิง นัยน์ตาของเธอเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้ม
ทว่า ทันทีที่เขานั่งลง ม่านตาของซูเฉิงก็หดเกร็งวูบ เมื่อตระหนักถึงบางอย่าง เขาก็เงยหน้าขึ้นมองเครื่องหมายคำถามอันเบ้อเริ่มบนหัวของรุ่นพี่หลิวด้วยความไม่อยากจะเชื่อ!!!
"มีอะไรติดอยู่บนหัวฉันหรือเปล่า"
เมื่อสังเกตเห็นท่าทีแปลกๆ ของซูเฉิง หลิวชิงเยว่ก็ลูบผมตัวเองโดยสัญชาตญาณและเอ่ยล้อเล่นด้วยรอยยิ้ม
แต่ทว่า ทันทีที่พูดจบ เธอก็เพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้เช่นกัน สีหน้าของเธอแข็งค้างไปในทันที ดวงตากลมโตคู่สวยจดจ้องมองสีหน้าของซูเฉิงอย่างไม่วางตา
เธอจำได้ว่าเป้าหมายในการสารภาพรักของซูเฉิงนั้น เรียงลำดับตามสถานะจากน้อยไปมาก
ดังนั้น คนที่เขาสารภาพรักด้วยจะต้องมีสถานะหรือภูมิหลังบางอย่าง
ยิ่งไปกว่านั้น การสารภาพรักของเขายังเกิดขึ้นแค่วันละครั้ง ไม่มีขาดตกบกพร่อง
นั่นหมายความว่ามันน่าจะมีกลไกการให้รางวัลบางอย่างที่ถูกกระตุ้นให้ทำงานวันละครั้ง
เหตุผลที่ก่อนหน้านี้เขาไม่เคยแสดงสีหน้าแบบนี้กับเธอ ก็เพราะว่าโควตาการสารภาพรักในวันนั้นของเขายังเหลืออยู่ และเธอก็บังเอิญเป็นตัวละครที่เขาสามารถสารภาพรักได้พอดี!
แต่เธอเคยบอกซูเฉิงไปแล้วว่าเธอเป็นแค่คนธรรมดา
นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมเขาถึงได้แสดงสีหน้าตกตะลึงและประหลาดใจขนาดนี้!
"ความแตกซะแล้ว..."
หลิวชิงเยว่คิดในใจว่าแย่แล้ว แต่เธอก็ยังคงรักษารอยยิ้มสงบนิ่งไว้บนใบหน้า
"ผมแค่ปวดคอเฉยๆ ครับ เมื่อกี้เผลอหันผิดจังหวะไปหน่อย"
ซูเฉิงฝืนเก็บซ่อนความตื่นตระหนกในใจ พยายามอย่างเต็มที่ที่จะทำตัวให้ดูผ่อนคลายและเป็นธรรมชาติ เขาทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นและตอบกลับด้วยรอยยิ้มบางๆ
ทว่า ห่วงโซ่แห่งความสงสัยได้เริ่มก่อตัวขึ้นในหัวของเขาแล้ว สมองของเขาทำงานอย่างหนักเพื่อคิดหาหนทางว่าจะทำอย่างไรต่อไป
รุ่นพี่คนนี้มีความลับซ่อนอยู่จริงๆ!
หรือว่าเธอจะถูก S คนนั้นส่งมาอยู่ข้างๆ ฉัน?
ความผิดหวังและความขุ่นเคือง คือความรู้สึกที่เขากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้
"บ้าเอ๊ย!"
ซูเฉิงสบถในใจขณะก้มหน้าลง รู้สึกได้ถึงความหวาดหวั่น ท้ายที่สุดแล้ว เธอก็เลือกที่จะโกหกตั้งแต่ตอนที่เข้ามาตีสนิทกับเขา
จริงสิ สารภาพรัก แค่เขาสารภาพรัก เขาก็จะรู้ทุกอย่าง!
แต่เงื่อนไขก็คือ อีกฝ่ายต้องปฏิเสธเขา
เมื่อคิดได้ดังนั้น เขาก็รีบเงยหน้าขึ้นมองหลิวชิงเยว่ หัวใจของเขาเต้นระรัว ลมหายใจเริ่มหอบถี่ เขาเอ่ยขึ้น "รุ่นพี่ครับ ผมชอ—"
แต่ในวินาทีต่อมา เขากลับพูดไม่ออก เพราะจู่ๆ หลิวชิงเยว่ก็ลุกขึ้นยืน ใช้มือข้างหนึ่งปิดปากเขาไว้ ส่วนอีกข้างก็กดลงที่หลังคอของเขา
จากนั้น น้ำเสียงอ่อนโยนของเธอก็ดังขึ้น "ถึงฉันจะเป็นแค่คนธรรมดา แต่ฉันก็มาจากตระกูลแพทย์นะ อาการปวดคอแค่นี้ ฉันจัดการได้สบายมาก"
น้ำเสียงของหลิวชิงเยว่นั้นทั้งหวานละมุนและเย้ายวนใจ โดยเฉพาะเมื่อปากของเขาถูกปิดด้วยมือนุ่มนิ่มและหอมกรุ่นของเธอ เขาก็เผลอลืมที่จะขัดขืนหรือพูดอะไรไปชั่วขณะ
"เกือบไปแล้ว ขอบคุณสวรรค์"
ดูเหมือนว่าจะมีข้อมูลบางอย่างปรากฏขึ้นหลังจากที่เขาสารภาพรัก ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมาสารภาพรักอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยหรอก
หลิวชิงเยว่รู้สึกโล่งใจ เธอค่อยๆ นวดคลึงที่หลังคอของซูเฉิงอย่างแผ่วเบา และเพื่อเพิ่มแรงกดดัน เธอจึงจงใจประทับริมฝีปากลงบนติ่งหูของเขา
"อืม! รู้สึกดีขึ้นไหม"
"ครับ"
ความรู้สึกซาบซ่านแผ่ซ่านจากใบหูไปทั่วทั้งร่าง ซูเฉิงอดไม่ได้ที่จะสั่นสะท้าน หัวใจของเขาเต้นรัวแรง และใบหน้าก็แดงก่ำราวกับเลือด เขาไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะประหม่าได้ขนาดนี้ จนถึงขั้นหยุดหายใจไปชั่วขณะ
สำหรับคนโสดแล้ว ดาเมจนี้มันรุนแรงเกินจะรับไหวจริงๆ
"รุ่นพี่!"
ซูเฉิงเค้นคำสองคำนั้นออกมาด้วยความยากลำบาก
"ไม่เจ็บแล้วนะ เพี้ยงๆ หายเจ็บนะ"
หลิวชิงเยว่ลูบหลังเขาเบาๆ เพื่อปลอบโยน ก่อนจะถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น "เมื่อกี้เธอพยายามจะพูดอะไรเหรอ"
หลังจากพูดจบ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกประหม่า กลัวว่าซูเฉิงจะเริ่มสารภาพรักอีกครั้ง แบบนั้นคงแย่แน่
"ไม่มีอะไรครับ ฝีมือการนวดของรุ่นพี่ดีมากเลยครับ"
เมื่อได้ยินดังนั้น ในที่สุดหลิวชิงเยว่ก็รู้สึกโล่งใจ แต่เธอก็ยังไม่กล้าผ่อนคลายอย่างเต็มที่ เธอเพียงแค่ยิ้ม ลูบหัวเขาเบาๆ แล้วพูดว่า "เธอจะไปพูดแบบนี้กับผู้หญิงคนอื่นมั่วซั่วไม่ได้นะ รู้ไหม"
"ครับ"
ซูเฉิงก้มหน้าลง จมดิ่งลงสู่ห้วงความคิดอันปวดร้าว เขาสงบสติอารมณ์ลงได้แล้วเช่นกัน
"ตระกูลแพทย์เหรอ"
"ส่วนฉันมาจากตระกูลเด็กกำพร้าเนี่ยนะ"
เอ๊ะ เดี๋ยวก่อน!
จู่ๆ ซูเฉิงก็ตระหนักถึงบางอย่าง
ตามกฎข้อแรกของนิยายเน็ต เมื่อมีผู้หญิงถูกส่งมาอยู่ข้างกายผู้ทะลุมิติ สุดท้ายเธอก็จะกลายเป็น... เมื่อคิดได้ดังนั้น สีหน้าของซูเฉิงก็แปลกไป เขายังรู้สึกคาดหวังลึกๆ อีกต่างหาก ว่าพวกเขาจะส่งมาให้อีกสักสองสามคนได้ไหมนะ
ถ้าเลือกได้...
เขาอยากได้เศรษฐีนีมาดเย็นชาที่อ่อนโยนกับเขาแค่คนเดียว
อีกอย่าง ถ้าเรื่องนี้เป็นอันตรายที่ S นำมาให้จริงๆ ผลที่ตามมาจากการแตกหักก็คงไม่ใช่สิ่งที่เขารับมือไหวในตอนนี้ อีกฝ่ายสามารถทำได้ถึงขั้นบล็อกสัญญาณเสาส่งโทรศัพท์ ส่วนตัวเขาในตอนนี้มีแค่บุหรี่ฮว๋าจื่อ ไม่มีปัญญาไปสู้กลับหรอก
เมื่อใจเย็นลง เขาก็รู้เรื่องนี้ดี
สู้แกล้งโง่ทั้งๆ ที่รู้ความจริงน่าจะดีกว่า
บางทีอาจจะสัมผัสได้ถึงอารมณ์ของซูเฉิง จู่ๆ หลิวชิงเยว่ก็เอื้อมมือมาตบไหล่เขาเบาๆ แล้วพูดอย่างอ่อนโยนว่า "ว่าแต่ ถ้ารุ่นน้องอยากจะสารภาพรักกับรุ่นพี่ล่ะก็..."
ถึงตรงนี้ หลิวชิงเยว่ก็ขยิบตาให้อย่างซุกซน "เพื่อเห็นแก่ชื่อเสียงของเธอ ฉันจะยอมตกลงจริงๆ นะ ท้ายที่สุดแล้ว พอเธอมีแฟน เธอก็ไปสารภาพรักกับผู้หญิงคนอื่นไม่ได้อีกแล้วไง"
หลังจากพูดจบ เธอก็ยังทำปากยื่นปากยาวอย่างน่ารักน่าหยิก ดูน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ
"รุ่นพี่เหมาะที่จะเป็นแค่เพื่อนครับ"
ซูเฉิงสูดหายใจลึก เงยหน้าขึ้นมองหลิวชิงเยว่ และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ท้ายที่สุดแล้ว หลิวชิงเยว่บอกว่าเธอจะตกลง ถ้าการสารภาพรักสำเร็จ หน้าต่างข้อมูลตัวละครก็จะไม่ปรากฏขึ้น
เมื่อไม่มีหน้าต่างข้อมูลตัวละคร ก็ไม่มีทางได้หลักฐานที่แน่ชัดมา
ดังนั้น เขาจึงวางแผนที่จะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แกล้งโง่ไปก่อน แล้วค่อยทำให้ทุกคนตะลึงเมื่อเขาแข็งแกร่งขึ้น
ในตอนนี้ เขาจะทำเหมือนว่าเธอเป็นแค่รุ่นพี่ที่อ่อนโยนและคอยเอาใจใส่เขาเท่านั้น
หลิวชิงเยว่อึ้งไปชั่วขณะ ก่อนจะยกมือขึ้นกุมหัวใจ ทำท่าทางเหมือนเจ็บปวด เธอพูดอย่างน้อยใจว่า "แบบนี้มันทำร้ายจิตใจฉันมากเลยนะ! ฉันก็ยังนับว่าเป็นผู้หญิงสวยที่ป๊อปมากในโรงเรียนเชียวนะ!"
"รุ่นพี่อ่อนโยนกับทุกคน แต่ผมเป็นคนใจแคบครับ ผมจะหึงเอานะ"
"เธอนี่มันจริงๆ เลย..."
เมื่อได้ยินแบบนี้ หลิวชิงเยว่ก็ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ...