เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 290 การช่วยเหลือด้วยชื่อเสียง

ตอนที่ 290 การช่วยเหลือด้วยชื่อเสียง

ตอนที่ 290 การช่วยเหลือด้วยชื่อเสียง


"เจ้านายครับ ให้ผมบินไปยุโรปเพื่อคุยกับทางอีริคสันเลยไหมครับ"

หยางไท่เฉียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะถามซูข่าน

"ไม่จำเป็น"

ซูข่านส่ายหัว

"เรื่องนี้นายไม่จำเป็นต้องรีบร้อนเลย หากว่าพวกเขาต้องการสิทธิบัตรจริงเดี๋ยวพวกเขาก็ส่งคนมาที่นี่เองแหละ"

"อะไรนะครับ?"

หยางไท่เฉียนถามซูข่านเสียงดังด้วยความตกใจ

"อีริคสันจะส่งคนมาที่เซียงเจียงเองเลยเหรอครับ?"

ถ้าอีริคสันส่งคนมาที่เซียงเจียงเพื่อคุยเรื่องนี้โดยเฉพาะ แสดงว่าพวกเขาต้องการสิทธิบัตรนี้อย่างมาก ซึ่งพวกเขาน่าจะยอมรับเงื่อนไขของเราโดยง่ายเลย

"ฉันคิดว่าพวกนั้นจะต้องส่งคนมานะ ถ้ามีโอกาสฉันเองก็อยากจะพูดคุยกับตัวแทนของฝั่งนู้นซักหน่อยเหมือนกัน ถ้ายังไงก็ติดต่อฉันมาอีกทีก็ได้"

"ครับเจ้านาย"

หยางไท่เฉียนพยักหน้า

จากนั้นหยางไท่เฉียนกับซูข่านก็ได้พูดคุยกันต่อเล็กน้อยก่อนที่หยางไท่เฉียนจะขอตัวกลับไปทำงานของเขาต่อ ไหนจะต้องไปยังบริษัทว่านเซี่ยงเพื่อพูดคุยเรื่องเงินกับจางหม่านอีก

ซูข่านจิบชาที่เหลือจนหมดก่อนจะเดินขึ้นบันไดไปยังระเบียงบนชั้นสามของบ้าน

ทิวทัศน์ตอนกลางวันเองก็สวยงามมากหากว่ามองลงไปก็สามารถเห็นเมืองเซียงเจียงได้ทั้งเมือง ที่ตรงนี้ยังสามารถเห็นแม่น้ำเจียงเซียงที่ทอดยาวได้อีกด้วย

รอบๆของตัวบ้านก็เป็นภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวชอุ่ม หากว่ามองไปยังทะเลก็สามารถเห็นอ่าววิคตอเรียได้ทั้งหมด

ถึงสายตาของซูข่านจะมองไปยังทิวทัศน์ที่สวยงามเช่นนี้ แต่ในหัวของเขานั้นกำลังคิดถึงภาพการร่วมมือกันระหว่างเขากับบริษัทอีริคสันในอีก 20 ปีข้างหน้า

ช่วงนั้นจะเป็นช่วงที่สมาร์ทโฟนได้กำเนิดขึ้นพอดี จะเป็นยังไงหากว่าเทคโนโลยีของทางอีริคสันกับทางโซนี่ได้ร่วมมือกันพัฒนาในจุดนี้

ผลิตภัณฑ์ที่ทำโดยสองยักษ์ใหญ่จะต้องครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้เป็นจำนวนมากแน่ๆ แต่ก่อนที่จะถึงยุคสมาร์ทโฟน ยังคงมียุคหนึ่งที่ส่วนแบ่งทางการตลาดสูงไม่แพ้กันอยู่

"โทรศัพท์มือถือ"

ซูข่านพูดกับตัวเองเบาๆ จากนั้นก็สูดหายใจเข้าอากาศบริสุทธิ์เข้าเต็มปอดของเขา

"เราจะต้องครองตลาดโทรศัพท์มือถือให้ได้"

ถึงแม้ว่าโทรศัพท์มือถือจะไม่ใช่ปัจจัยที่จำเป็นต่อการอยู่อาศัยก็จริง แต่ในอนาคตมันก็เป็นเรื่องยากที่จะหาสิ่งใดมาแทนอุปกรณ์ที่แสนสะดวกสบายชิ้นนี้

เรียกได้ว่าแทบจะเป็นปัจจัยที่ 5 เลยก็ว่าได้

ซูข่านไม่สนว่าจะต้องทุ่มเงินลงทุนไปเยอะแค่ไหนเพื่อสร้างโทรศัพท์มือถือ เขาต้องการที่จะผลิตมันออกมาให้เร็วที่สุด

วันต่อมาตลาดอสังหาฯในฮ่องกงและเซียงเจียงก็ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปก็ได้ซื้อหุ้นของบริษัทอสังหาฯจงฮงเพิ่มอีกเรื่อยๆเช่นกัน

ตอนนี้ว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้ถือหุ้นเป็นจำนวน 90% แล้ว

ด้วย % ที่เยอะขนาดนี้ซูข่านเลยสั่งการให้ต้าเฟยไปจัดการคุยกับตลาดหลักทรัพย์เพื่อปรับรูปแบบบริษัททันที

สัดส่วนของหุ้นบริษัทกับเงินทุนที่หมุนเวียนภายในนั้นไม่สอดคล้องกันอย่างมาก ดังนั้นพวกเขาจึงต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบของบริษัทเล็กน้อยให้เข้ากับตลาดหลักทรัพย์ได้

จะไม่สอดคล้องกันได้ยังไง ก็เล่นเอาเงินจากว่านเซี่ยงกรุ๊ปมาหมุนเวียนในบริษัทเยอะขนาดนี้ จะเป็นบริษัทอสังหาฯเดียวที่ไม่เดือดร้อนในสถานการณ์นี้ก็ไม่แปลก

ณ บ้านของซูข่าน

"เจ้านายคะ บริษัทอสังหาฯจงฮงได้ผ่านการตรวจสอบจากตลาดหลักทรัพย์แล้ว ตอนนี้กำลังอยู่ในขั้นตอนปรับเปลี่ยนรูปแบบค่ะ"

จางหม่านมองไปยังซูข่านด้วยสายตาที่ตื่นเต้น

"ทางว่านเซี่ยงกรุ๊ปกำลังดำเนินการซื้อหุ้นส่วนที่เหลืออีก 10% เพื่อจะได้ถือหุ้น 100% ของบริษัทอสังหาฯจงฮงค่ะ"

หลู่เฉียนซานพูดเสริมเช่นกัน

บริษัทอสังหาฯจงฮงได้ปรับเปลี่ยนอะไรหลายๆอย่างในช่วงที่ตลาดอสังหาฯกำลังอยู่ในช่วงตกต่ำ ทั้งเปลี่ยนผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ทั้งเปลี่ยนผู้บริหาร

หากว่าเป็นฮงเทียนบริหารบริษัทต่อ เขาคงจะไม่มีนโยบายอะไรออกมาแน่ๆ คนแบบเขาคิดอะไรออกก็แปลกแล้ว

สิ่งที่ฮงเทียนน่าจะทำคือส่งจดหมายให้กับพนักงานในบริษัทนั่นแหละ ไม่ใช่จดหมายแสดงจุดยืนหรืออะไรหรอกนะ แต่เป็นจดหมายปรับลดเงินเดือนในช่วงที่บริษัทขาดทุนต่างหาก

"เจ้านายคะ ใกล้ถึงเวลาที่เราจะยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือตลาดอสังหาฯหรือยังคะ?"

จางหม่านถามด้วยสายตาที่คาดหวัง

ตลาดอสังหาฯกำลังตกต่ำอย่างมาก มันดูไร้วี่แววของการฟื้นตัวเลย หากปล่อยให้กลไลตลาดของมันทำงาน อาจจะต้องใช้เวลาอีกหลายปีเลย

เว้นซะแต่ว่าจะมีภาคเอกชนเข้ามาช่วยเหลือหรือแทรกแซง

"ใกล้แล้ว"

ซูข่านมองไปยังจางหม่านและพูดต่อด้วยรอยยิ้ม

"เราจะใช้ชื่อเสียงเธอให้เป็นประโยชน์ จางหม่าน"

"อย่างบอกนะคะว่าเจ้านายหมายถึง.."

หลู่เฉียนซานมองไปที่ซูข่านด้วยสีหน้าที่ตกใจอย่างสุดขีด

"จะให้ประธานจางผูกมัดกับพวกบริษัทอสังหาฯพวกนั้น"

"ผูกมัด? ผูกมัดอะไร?"

จางหม่ายตกตะลึง

ผูกมัดที่ว่ามานี่ใช่ผิดกฏหมายรึเปล่า?

จากนั้นจางหม่านก็ได้หันหน้ามามองหลู่เฉียนซานแล้วก็เข้าใจได้ทันที ผูกมัดที่หลู่เฉียนซานหมายถึงจะต้องเป็นสัญญาผูกมัดระหว่างบริษัทแน่ๆ

"ก็ไม่เชิง"

ซูข่านพูดด้วยรอยยิ้ม

"เราจะใช้ชื่อเสียงของจางหม่านให้เป็นประโยชน์ ส่วนคนอื่นก็ปล่อยให้เขาทำธุรกิจของพวกเขาต่อไป"

"สุดยอดไปเลยค่ะเจ้านาย"

หลู่เฉียนซานมองไปที่ซูข่านด้วยรอยยิ้ม ใบหน้าแสนเย็นชาของเธอตอนนี้ได้มีรอยยิ้มปรากฏออกมาอีกแล้ว

รอยยิ้มของหลู่เฉียนซานนั้นสามารถทำให้โลกใบนี้ทั้งใบหยุดหมุนได้เลย มันเป็นรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนมาก

จางหม่านมองดูก็กลอกตามองบนอย่างช่วยไม่ได้ ต้องชมเจ้านายของเขาจริงๆเลยที่สามารถทำให้หลู่เฉียนซานผู้ที่ไม่เคยยิ้มกับเธอแม้แต่ครั้งเดียวยิ้มออกมาได้

ขนาดหลู่เฉียนซานยังรับมือกับความฉลาดของเจ้านายไม่ได้ และบวกกับใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาอีก เป็นฉันเองก็ทนไม่ไหวเหมือนกันนั่นแหละ

"เรื่องนี้พวกเราแทบไม่ต้องทำอะไรเลยด้วยซ้ำ"

ซูข่านอธิบายต่อด้วยรอยยิ้ม

จริงๆเรื่องนี้แค่ใช้ชื่อเสียงของว่านเซี่ยงกรุ๊ปให้เป็นประโยชน์เท่านั้นเอง ไม่ต้องเหนื่อยอะไรมากเลย

ผู้คนจำนวนมากพร้อมที่จะฟังประธานบริษัทที่มีมูลค่าเป็นหมื่นล้านอยู่แล้ว นี่จะเป็นหลุมขนาดใหญ่ที่ว่านเซี่ยงกรุ๊ปได้เป็นคนขุด ดูสิจะมีคนตกหลุมนี้เยอะแค่ไหน

แต่ผลลัพธ์ที่ตามมานั้นก็น่าจะช่วยเหลือตลาดอสังหาฯได้อย่างแน่นอน จริงๆแล้วตลาดอสังหาฯเองก็จะไม่ตกต่ำไปกว่านี้อีกแล้ว การช่วยเหลือตลาดก็เป็นแค่ชื่อเรียกให้สวยหรูเท่านั้นแหละ

หลังจากที่ตลาดอสังหาฯฟื้นตัว ราคาอสังหาฯทั่วทั้งเซียงเจียงและฮ่องกงจะเติบโตแบบก้าวกระโดดอย่างมาก การซื้อขายที่ดินก็สามารถทำได้โดยง่าย

จบบทที่ ตอนที่ 290 การช่วยเหลือด้วยชื่อเสียง

คัดลอกลิงก์แล้ว