เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 278 คฤหาสน์ในเซียงเจียง

ตอนที่ 278 คฤหาสน์ในเซียงเจียง

ตอนที่ 278 คฤหาสน์ในเซียงเจียง


ในเซียงเจียงแล้วทรัพย์ของซูข่านน่าจะติดอยู่ในอันดับต้นๆได้ทีเดียว ถ้าเขาอาศัยอยู่ที่เซียงเจียงละก็ บางทีเขาก็อาจจะซื้อบนภูเขาเช่นเดียวกัน

หลู่เฉียนซานได้ครุ่นคิดก่อนพูดออกมาว่า

"หลังจากที่ตลาดอสังหาฯได้พังทลายลง ที่ดินในเซียงเจียงรวมไปถึงในฮ่องกงก็พากันลดลงเยอะขนาดนี้ บางทีอาจจะมีคนขายบ้านบนภูเขาราคาถูกๆก็ได้นะคะ"

ในเซียงเจียงแล้วคนรวยไม่ได้อยู่ในตัวเมืองเลยสักคนเดียว พวกเขาซื้อบ้านสุดหรูในบนภูเขาที่สามารถมองวิวทั่วเมืองเซียงเจียงได้

แล้วถ้ายิ่งอยู่สูงแค่ไหนก็ยิ่งบ่งบอกถึงความร่ำรายของคนๆได้อย่างดีเลย

ตระกูลฮั่ว ตระกูลหลี่ ตระกูลเลียง และอีกหลายครอบครัวรวยๆก็อยู่บนภูเขากันแทบทั้งนั้น

ส่วนระดับที่รองลงมาก็มักจะซื้อบ้านจัดสรรตามชานเมืองต่างๆ ส่วนคนธรรมดาที่ไม่มีเงินซื้อบ้านนั้นพวกเขาจะนิยมเช่าห้องพักในตึกสูงๆในตัวเมือง

ซึ่งขนาดของห้องนั้นก็เล็กพอๆกับรูหนูเลยทีเดียว

เมื่อปีก่อนนั้นซูข่านได้วางแผนที่จะมอบบ้านหนึ่งหลังเป็นรางวัลให้กับการขยันทำงานของจางหม่าน แต่หลังจากที่เธอรู้ข่าวว่าราคาที่ดินจะตกลง เธอเลยขอให้ซูข่านพักรางวัลนี้ไว้ก่อน

ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นเวลาที่เหมาะสมกับการซื้อบ้านแล้ว จางหม่านเลยได้บอกกับซูข่านอีกครั้ง

"เอาสิ ลองไปหาดู"

ซูข่านพยักหน้า

ในอนาคตถ้าต้องมีธุระเดินทางมาที่เซียงเจียงอีก ซูข่านเองก็ไม่อยากที่จะพักที่โรงแรมเพนนินซูล่าเหมือนกัน มันสะดวกสบายก็จริงอยู่ แต่ความรู้สึกของการนอนโรงแรมมันไม่ได้เหมือนกับการนอนบ้านเลยสักนิด

ซูข่านจัดการกินอาหารบนโต๊ะจนอิ่มและได้ขึ้นไปที่ห้องพักของเขาทันที

วันนี้เดินทางมาทั้งวันแล้ว ซูข่านรู้สึกหมดแรงและอยากจะนอนพักสักหน่อย นี่เป็นครั้งที่สองที่เขาได้มาพักที่โรงแรมแห่งนี้

ทุกๆอย่างในห้องก็ยังคงหรูหราเหมือนเดิม สิ่งอำนวยความสะดวกเองก็ไม่ได้เพิ่มจากก่อนหน้านี้เลย ซูข่านไม่มีกะจิตกะใจมาชมวิวของอ่าววิคตอเรียเขารีบเข้านอนทันที

วันรุ่งขึ้นหลังจากที่ซูข่านตื่น

เขาก็ไปจัดการอาบน้ำเพื่อให้ร่างกายสดชื่น จากนั้นก็สั่งอาหารเช้ามากินที่ห้อง

ระหว่างที่กำลังทานอาหารเช้าซูข่านก็ได้เปิดทีวีเพื่อดูข่าวที่เกิดขึ้น

ไม่ว่าเขาจะเปิดไปดูข่าวช่องไหนก็จะเจอแต่รายงานข่าวของอสังหาฯในเซียงเจียง

ดูเหมือนว่าที่ดินและราคาของบ้านจะปรับตัวลดลงมากถึงประมาณ 30%

ทางหุ้นของบริษัทอสังหาฯเองก็ไม่ได้มีแนวโน้มที่จะดีขึ้นเลย นับวันยิ่งลงเรื่อยๆ

ดูเหมือนว่าการปรับลดของราคาที่ดินนั้นทำให้บางคนที่เพิ่งซื้อบ้านได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมาก และพวกเขาก็ออกมาประท้วงบนถนนกัน

ก็ไม่แปลกที่พวกเขาจะออกมาประท้วง สมมุติเมื่อต้นเดือนทำการกู้ธนาคารมาซื้อบ้านจำนวน 500,000 อย่างนี้ แต่พอถึงสิ้นเดือนราคาบ้านของพวกเขาเหลือแค่ 350,000

ต่อให้ขายบ้านไปก็ยังเป็นหนี้ธนาคารอยู่ดี แถมยังต้องจ่ายดอกเบี้ยอีกด้วย

นี่เป็นแค่ตัวอย่างของคนๆเดียวเท่านั้นเองนะ แต่ยังมีอีกตั้งหลายคนที่ต้องประสบพบเจอแบบนี้ แล้วก็ยังรวมไปถึงบริษัทที่ทำเกี่ยวกับอสังหาฯด้วย

บ้านและที่ดินจำนวนมากไม่สามารถทำกำไรให้กับพวกเขาได้เลย ราคามาร่วงหล่นจนขาดทุนแทบทุกหลัง

ถึงแม้ว่าจะสงสารก็จริง แต่มันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นและไม่สามารถช่วยอะไรได้

หากว่าไม่มีเงินทุนหมุนเวียนในบริษัท พวกเขาก็ไม่สามารถเอาตัวรอดจากสถานการณ์นี้ได้เลย และที่เป็นอยู่ตอนนี้ก็แทบจะไม่มีใครกล้าซื้ออสังหาฯสักคน พวกเขากังวลว่าราคามันจะยิ่งตกต่ำไปเรื่อยๆ

ในทุกๆวันตอนนี้เรียกได้ว่ามีแต่ข่าวลือสารพัดเต็มเซียงเจียงไปหมด และคนที่ได้รับผลกระทบเองก็ยิ่งลำบากมากขึ้นเรื่อยๆ

หากว่าเดินไปตามท้องถนนตอนนี้ น่าจะเจอคนที่แต่งตัวดีแต่ร่างกายไร้วิญญาณเดินอยู่ก็ได้

สภาวะจิตใจของพวกเขาตอนนี้แตกสลายไปหลายคนแล้ว

"กริ๊งๆๆ"

หลังจากที่นั่งไปได้สักพักหนึ่งก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นในห้องของซูข่าน

ซูข่านรีบลุกไปรับโทรศัพท์ ทันทีที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาก็มีเสียงดังขึ้นอย่างรวดเร็ว

"อรุณสวัสดิ์ค่ะเจ้านาย"

เป็นเสียงของจางหม่านนั่นเองแต่น้ำเสียงของเธอฟังดูมีความสุขมาก

ซูข่านส่ายหัวและยิ้มเล็กน้อยก่อนจะตอบเธอ

"ว่าไง?"

"เจ้านายคะฉันได้ยินมาว่ามีคนต้องการขายบ้านบนภูเขาไทปิง บ้านหลังนั้นมีเนื้อที่เกือบ 1,000 ตารางเมตรเลยค่ะ แถมราคาก็ถูกมากด้วย"

จางหม่านพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น

1,000 ตารางเมตร

ซูข่านได้ยินก็คิดในใจทันที

เขาพยายามนึกถึงคำพูดของคนในเซียงเจียงชาติที่แล้ว พวกเขามักจะบอกเสมอว่า

มรดกที่ดีที่สุดก็คือบ้าน ที่เซียงเจียงแห่งนี้ไม่มีอะไรมีค่าไปกว่าบ้านและที่ดินอีกแล้ว

ขนาดคอนโดในย่านกลางเมืองที่มีเนื้อที่ประมาณ 40 ตารางเมตร ในยุคปัจจุบันอาจมีราคาถึง 10 ล้านหยวนเลยทีเดียว

จริงๆบ้านที่มีเนื้อที่เกือบ 1,000 ตารางเมตรนี่ไม่น่าจะเรียกว่าบ้านแล้วนะ มันควรจะเรียกมันว่าคฤหาสน์ซะมากกว่า

ถ้าจำไม่ผิดในชาติที่แล้ว จะมีรองประธานบริษัทที่เกี่ยวกับเทคโนโลยีแห่งนี้เขาได้ซื้อบ้านในเซียงเจียงด้วยเงินถึง 100 ล้าน รู้สึกเนื้อที่ของบ้านเขาจะมีแค่ 300 ตารางเมตรเท่านั้น

ซูข่านรู้สึกพอใจกับสถานที่ตรงนี้อย่างมาก

บ้านที่มีเนื้อที่กว่า 1,000 ตารางเมตรแถมยังตั้งอยู่บนภูเขาไทปิงอีก

ที่ดินตรงนั้นในยุคหลังๆจะมีบ้านขึ้นอีกเพียบเลย แถมเป็นบ้านของคนรวยๆทั้งนั้น

นอกจากนี้แล้วภูเขาไทปิงเป็นภูเขาที่สูงที่สุดในเซียงเจียง ที่นั่นสามารถมองเห็นเมืองทั้งเมืองได้เลย

เคยมีคำกล่าวเอาไว้ว่า ที่เขาไทปิงนั้นเป็นสถานที่ของพระผู้เป็นเจ้าพระทานลงมา ที่นั่นจะเป็นจุดที่ติดต่อระหว่างสรรค์กับโลกมนุษย์ ซึ่งพระเจ้าได้ประทานพรให้มีทะเลโดยรอบอีกด้วย

มีแต่คนบอกว่าถ้าอยู่บนที่แห่งนั้น ชีวิตจะเต็มไปด้วยความโชคดี

"บ้านหลังนี้เคยเป็นของ CEO บริษัทแห่งหนึ่งในเซียงเจียงค่ะ หลังจากที่ตลาดอสังหาได้พังทลายลง ดูเหมือนว่าเขาจะได้รับผลกระทบจนต้องขายบ้านหลังนี้"

จางหม่านพูดต่ออย่างตื่นเต้น เธอรู้สึกดีใจมากที่ได้มาเจอกับบ้านหลังนี้

"อืม"

ซูข่านพูดต่อด้วยรอยิ้ม

"ไปคุยกับนายหน้าได้เลย ฉันอยากเห็นบ้านหลังนี้เหมือนกัน"

"ได้ค่ะเจ้านาย"

จางหม่านพยักหน้าก่อนจะถามด้วยความสงสัย

"เจ้านายอยากมาดูบ้านหลังนี้ด้วยไหม?"

ซูข่านมองไปที่ปฏิทินและตอบด้วยรอยยิ้ม

"เดี๋ยวฉันบอกอีกที"

ถ้าอีกฝ่ายเป็นต้องการขายจริงๆ หากว่าทำสัญญาซื้อขายสำเร็จ พวกเขาจะได้มีเวลาในการเตรียมตัวย้ายออก

จางหม่านหายใจเข้าลึกๆเพื่อระงับความตื่นเต้นภายในใจของเธอก่อนจะตอบซูข่าน

"ได้ค่ะเจ้านาย"

จากนั้นจางหม่านไม่ได้ทำการไปคุยกับนายหน้าขายบ้านอย่างที่ซูข่านได้บอก เนื่องจากเจ้าของบ้านรู้ว่ามีคนต้องการซื้อบ้านของเขา

เขาจึงติดต่อจางหม่านเป็นการส่วนตัวทันที

ในช่วงนี้ตลาดอสังหาฯในเซียงเจียงยังพังทลายอยู่ การที่สามารถขายบ้านได้นับว่าเป็นเรื่องโชคดีของเขาอย่างมาก

จบบทที่ ตอนที่ 278 คฤหาสน์ในเซียงเจียง

คัดลอกลิงก์แล้ว