เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 180 กำเริบเสิบสาน เฮ่อเหลาสื่อ!

บทที่ 180 กำเริบเสิบสาน เฮ่อเหลาสื่อ!

บทที่ 180 กำเริบเสิบสาน เฮ่อเหลาสื่อ!


ฝูงชนที่มืดฟ้ามัวดิน แทบจะเบียดเสียดกันจนเต็มทางเดิน

ชายฉกรรจ์ร่างกำยำในชุดสูทสีดำห้าหกสิบคน ตอนนี้ต่างก็หนังตากระตุกกันเป็นแถว

แต่ละคนมีเหงื่อเย็นผุดพรายบนใบหน้า เผยให้เห็นท่าทีตึงเครียดราวกับกำลังเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจ

โดยเฉพาะพวกที่ยืนล้อมอยู่สองวงใกล้ๆ กับลิฟต์

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับผู้ชายที่กำลังก้าวเดินออกจากลิฟต์อย่างช้าๆ คนนี้ ถึงกับตัวสั่นเทาไปทั้งร่าง

ตอนนี้ซูหมิงเปิดใช้งาน 【แรงกดดันของหัวหน้ามหาโจร】 อย่างเต็มรูปแบบ กลิ่นอายมหาโจรแห่งศตวรรษแผ่ซ่านออกไป พวกนักเลงตรงหน้าราวกับกำลังเผชิญหน้ากับทีเร็กซ์ที่หิวโซมาตั้งแต่ยุคครีเทเชียสจนถึงศตวรรษใหม่

ความหวาดกลัว กำลังลุกลามออกไปอย่างรวดเร็ว

และซูหมิงก็เปิดใช้งาน 【เนตรป๋อเล่อ】 กวาดสายตามองไปลวกๆ หลังจากแน่ใจแล้วว่าทั่วทั้งทางเดินล้วนเป็นชื่อสีแดง เขาก็หมุนคอที่แข็งแกร่งราวกับหล่อด้วยเหล็กเส้นของตัวเอง ส่งเสียงดังก๊อบแก๊บจนน่าขนลุกออกมาเป็นชุด

ชายหัวโล้นร่างกำยำผิดมนุษย์มนาคนหนึ่ง หรี่ตาเดินออกมาจากฝูงชน ดูอายุราวๆ สามสิบกว่าปี หน้าตาดูดุร้ายอำมหิตสุดๆ มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ใช่คนดี

เขาก้าวมาหยุดยืนอยู่ห่างจากซูหมิงไม่ถึงยี่สิบเซนติเมตร

ใช้ร่างกายขวางประตูลิฟต์เอาไว้จนมิด ไม่มีทีท่าว่าจะหลีกทางให้บรรดาตำรวจออกจากลิฟต์เลยแม้แต่น้อย

เขาก็เป็นผู้จัดการของไป๋จินฮั่นเหมือนกัน แต่ต่างจากผู้จัดการหลี่ที่ดูแลเรื่องธุรกิจ ชายหัวโล้นคนนี้เป็นหัวหน้าแก๊งที่คอยรับหน้าที่จัดการเรื่องสกปรกๆ ให้กับหวังหลินโดยเฉพาะ และยังคอยดูแลพวกนักเลงอีกเป็นจำนวนมากด้วย

ฉายาในยุทธภพคือ —— เฮ่อเหลาสื่อ (พี่สี่เฮ่อ)

เฮ่อเหลาสื่อไม่ได้ถูกท่าทีน่าเกรงขามของซูหมิงทำให้หวาดกลัวเลย

ด้วยความที่เป็นพวกเดนตายเหมือนกัน เขาจึงเงยหน้าขึ้นมองซูหมิงในชุดเครื่องแบบตำรวจตรงหน้า ก่อนจะปรายตามองหลี่เฉิงที่หมดสภาพราวกับหมาตายอยู่ในลิฟต์ด้วยใบหน้าไร้อารมณ์

ขมวดคิ้วพูดกับจางปัวที่อยู่ด้านหลังซูหมิงว่า "ผู้กำกับจาง ไป๋จินฮั่นของเราเป็นสถานที่ที่ถูกกฎหมายนะครับ ไม่ทราบว่าสถานีตำรวจของพวกคุณแห่กันมาเยอะขนาดนี้ จะมาทำอะไรกันเหรอครับ?"

จางปัวมองดูเฮ่อเหลาสื่อที่ไม่เห็นหัวตำรวจเลยแม้แต่น้อยตรงหน้า

พูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "เกาเฮ่อ ประธานหวังหลินของพวกนายตกเป็นผู้ต้องสงสัยคดีข่มขืน หลักฐานมัดตัวแน่นหนา! ตอนนี้แกหลีกทางไปซะ อย่าหาเรื่องใส่ตัวเลยจะดีกว่า!"

"ข่มขืน? พี่หลินของผมไปข่มขืนใครกันล่ะครับ? เดี๋ยวนี้มันสังคมที่มีกฎหมายนะ! ผู้กำกับจาง คุณอย่าคิดว่าใส่ชุดตำรวจแล้วจะพูดจาซี้ซั้วยังไงก็ได้นะ!" เฮ่อเหลาสื่อหัวเราะหึๆ ท่าทางกร่างสุดๆ พูดต่อว่า "พูดจาซี้ซั้วระวังต้องรับผิดชอบทางกฎหมายด้วยล่ะ!"

"หวัง.. หวังหลินข่มขืนหนูเองค่ะ!" เสียงใสๆ ที่ฟังดูหวาดกลัวดังมาจากด้านหลังสุดของลิฟต์

คนที่พูดก็คือซุนถิงถิงนั่นเอง

อันที่จริงตามธรรมเนียมปฏิบัติแล้ว ปฏิบัติการจับกุมแบบนี้จะไม่มีทางพาตัวผู้เสียหายมาด้วยเด็ดขาด

แต่ก็จนใจที่สถานที่ลับบนชั้นบนสุดของไป๋จินฮั่นแห่งนี้ ทางเข้ามันซ่อนเร้นอย่างมิดชิดสุดๆ

เพื่อความสะดวกในการจับกุม เธอจึงร้องขอซูหมิงและจางปัวอย่างสุดความสามารถ เพื่อขอเข้าร่วมปฏิบัติการจับกุมหวังหลินในครั้งนี้ด้วยตัวเอง

ซุนถิงถิงที่ผ่านความเป็นความตายมาแล้ว ไม่ใช่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ ที่อ่อนแอเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไป

หลังจากที่ทั้งสองคนปรึกษาหารือกันแล้ว ก็เห็นด้วยกับความคิดของเด็กสาว

คำพูดของเธอในตอนนี้ ทำให้คำพูดของไอ้หัวโล้นชะงักไปทันทีอย่างไม่ต้องสงสัย

ไอ้หัวโล้นเอียงคอชะโงกมองลิฟต์ที่อัดแน่นไปด้วยตำรวจอีกครั้ง ถึงได้สังเกตเห็นซุนถิงถิงในชุดเสื้อเกราะกันกระสุน ที่ถูกตำรวจหลายนายคุ้มกันอย่างแน่นหนาอยู่ที่มุมในสุด

"โย่ว! ก็นึกว่าใครซะอีก? นี่มันน้องนักเรียนที่เอาแต่ร้องไห้ขี้มูกโป่งคนนั้นนี่นา! เป็นไง ยังจำคุณอาคนนี้ได้ไหมล่ะ!" เฮ่อเหลาสื่อแสยะยิ้มกว้าง ทำท่าจะเบียดตัวผ่านซูหมิงเข้าไป เขาเผชิญหน้ากับตำรวจเต็มลิฟต์โดยไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย

ถึงขั้นเรียกได้ว่ากำเริบเสิบสานเลยทีเดียว

เฮ่อเหลาสื่อจ้องมองใบหน้าเล็กๆ ที่ซีดเซียวของซุนถิงถิงด้วยรอยยิ้มชั่วร้าย จนกระทั่งเห็นแววตาหวาดกลัวปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเด็กสาว เขาก็ยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจ

"มึงคิดว่าเกาะหลังซูหมิงได้แล้วมึงจะเจ๋งงั้นเหรอ?!"

"ยังไม่ต้องพูดถึงหรอกนะว่ามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นจริงไหม ต่อให้มีจริง คดีข่มขืนมันก็ไม่ใช่หน้าที่ของสถานีตำรวจ!"

"คดีอาญาต้องเป็นหน้าที่ของกองสืบสวนอาชญากรรมไม่ใช่หรือไง?"

เฮ่อเหลาสื่อลูบหัวโล้นของตัวเอง หัวเราะอย่างโอหังสุดๆ "น้องนักเรียนเอ๊ย คลิปวิดีโอพวกนั้นฉันก็เคยดูแล้ว ถ่ายติดหน้าเธอซะชัดแจ๋วเลยนี่ แต่ส่วนอีกคนน่ะ ไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง แล้วเธอจะเอาอะไรมาพิสูจน์ว่าเป็นพี่หลินของพวกเราล่ะ?"

"กะจะพึ่งการตรวจ DNA จากคลิปวิดีโอเหรอ? หรือกะจะใช้ไอ้นั่นในคลิปมายืนยันตัวตนล่ะ? ฮ่าๆๆ..."

"พวกเรา ถอดกางเกงออกให้หมด ให้น้องนักเรียนคนนี้ดูหน่อยสิ ว่าใช่ไอ้นั่นในคืนนั้นหรือเปล่า!"

"ได้เลยครับ ลูกพี่เฮ่อ!"

"ลูกพี่เฮ่อ ของผมมันใหญ่นะเว้ย! ระวังจะทำให้น้องหนูตกใจล่ะ!"

....

เสียงเยาะเย้ยที่โอหังและบาดหูของเฮ่อเหลาสื่อ ลบเอาความกดดันที่ซูหมิงสร้างขึ้นหายไปจนหมดสิ้นในพริบตา

จางปัวมองดูชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สักลายเต็มตัวสี่ห้าสิบคนตรงหน้า ที่ดันเริ่มจะถอดกางเกงลงอย่างหน้าไม่อายจริงๆ ก็โกรธจนหน้าเขียวปัด

มือที่กำกระบองดิ้วไว้แน่นจนเส้นเลือดปูดโปน สั่นระริกน้อยๆ

ส่วนซุนถิงถิงที่หลบอยู่ตรงมุมลิฟต์ เดิมทีคิดว่าตัวเองผ่านความเป็นความตายมาครั้งหนึ่งแล้ว จะสามารถเผชิญหน้ากับเศษสวะพวกนี้ได้อย่างเยือกเย็น

แต่เห็นได้ชัดว่า เด็กสาวยังคงประเมินความหน้าด้านไร้ยางอายของพวกหวังหลินต่ำไป

เมื่อเห็นใบหน้าไร้ยางอายแต่ละคนตรงหน้า ซุนถิงถิงแม้จะอยู่ท่ามกลางการคุ้มกันของตำรวจกลุ่มใหญ่ ก็ยังคงรู้สึกสิ้นหวังอย่างถึงที่สุดจากก้นบึ้งของหัวใจ

ช่วงหลายวันที่ผ่านมา ไอ้ซาลาเปาเพื่อจะควบคุมเธอ ก็เคยเล่าเรื่องจริงให้เธอฟังหลายเรื่อง

ซึ่งหนึ่งในนั้น ซุนถิงถิงถึงกับรู้จักด้วยซ้ำ

เธอเป็นเด็กผู้หญิงที่ชื่อว่าเสี่ยวย่า

ถูกไอ้ซาลาเปาหลอกพามาที่ไป๋จินฮั่น เพื่อ "ขาย" ให้กับหวังหลิน

เสี่ยวย่าถูกหวังหลินและลูกน้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันย่ำยีอยู่สามวันสามคืน ถึงขั้นเพื่อความสนุกสนานสุดเหวี่ยง ยังบังคับให้เธอเสพยาไอซ์อีกด้วย

ตอนที่ออกมาจากไป๋จินฮั่น คนก็กลายเป็นคนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว หลังจากส่งโรงพยาบาลแม้จะพยายามช่วยชีวิตอย่างเต็มที่ แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่คนก็บ้าไปแล้ว

พ่อแม่ของเสี่ยวย่าไปแจ้งความก็ไร้ผล

ในขณะเดียวกัน คืนที่ไปแจ้งความ พ่อของเสี่ยวย่าก็ถูกคนกลุ่มหนึ่งรุมตีจนขาหักแล้วโยนทิ้งไว้กลางถนน

ในคลิปวิดีโอของเสี่ยวย่าบางส่วนที่ไอ้ซาลาเปาเอาให้ซุนถิงถิงดู.

และหนึ่งในเงาร่างในนั้น ก็คือไอ้หัวโล้นตรงหน้า —— เฮ่อเหลาสื่อ

สิ่งที่พวกมันทำลงไปช่างกำเริบเสิบสาน ไร้กฎหมาย ไร้ซึ่งความเป็นคนอย่างแท้จริง!

"น้องนักเรียน... ขอฉันนึกก่อนนะ... ฉันจำได้ว่าเธอเหมือนจะชื่อซุนถิงถิงใช่ไหม? ฉันจำเธอไว้แล้วล่ะ... แล้วเราจะได้เจอกันอีก!" เฮ่อเหลาสื่อยิงฟันเหลืองอ๋อย ไม่เห็นซูหมิงอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย ยังคงหัวเราะอย่างบ้าคลั่งแล้วตะโกนบอก

"ไอ้โล้น มึงลองพูดอีกประโยคดูสิ!"

น้ำเสียงที่ราวกับน้ำแข็งหมื่นปีและดังกังวานราวกับโลหะกระทบกัน ถูกเค้นออกมาจากปากของซูหมิงทีละคำ

ไอ้โล้นงั้นเหรอ?

นี่กำลังเรียกฉันอยู่เหรอ?

เฮ่อเหลาสื่อที่มีความสูงถึงร้อยเก้าสิบกว่าเซนติเมตร เมื่อได้ยินคำเรียกขานอันไพเราะนี้ ก็เงยหน้าขึ้นด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร

สบตากับชายหนุ่มที่ราวกับหมีคลั่งตรงหน้า

สบตากัน เฮ่อเหลาสื่อมองดูสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจิตสังหารของผู้ชายตรงหน้า เขาไม่สงสัยเลยแม้แต่น้อย ว่าผู้ชายที่ชื่อซูหมิงคนนี้เกิดจิตสังหารอยากจะฆ่าเขาขึ้นมาแล้ว

ถ้าซูหมิงเป็นมหาโจรในยุทธภพ เกรงว่าเฮ่อเหลาสื่อคงจะคุกเข่าลงเร็วกว่าใครเพื่อน

ท่าทางที่จิตสังหารพุ่งทะลุฟ้าแบบนี้ ต้องเป็นพวกคนจริงที่แก้แค้นโดยไม่รอข้ามคืนอย่างแน่นอน

ไปล่วงเกินคนดุร้ายแบบนี้ ต่อให้นอนอยู่ท่ามกลางลูกน้องมากมาย เขาก็คงไม่มีความรู้สึกปลอดภัยเลยแม้แต่น้อย

แต่น่าเสียดาย ที่ซูหมิงเป็นตำรวจ

และตัวเขา สิ่งที่ไม่กลัวที่สุดก็คือตำรวจ โดยเฉพาะตำรวจแห่งเมืองเจียงเป่ย!

จบบทที่ บทที่ 180 กำเริบเสิบสาน เฮ่อเหลาสื่อ!

คัดลอกลิงก์แล้ว