เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 274 ความงดงามของสนามบินเซียงเจียง

ตอนที่ 274 ความงดงามของสนามบินเซียงเจียง

ตอนที่ 274 ความงดงามของสนามบินเซียงเจียง


ตอนนี้เป็นเวลา 3 ทุ่มกว่าแล้ว ดูเหมือนว่ามื้อเย็นครั้งนี้จะกินเวลานานถึง 3 ชั่วโมงกว่าเลยทีเดียว

การได้กินหม้อไฟเนื้อแกะฝีมือของเฒ่าจางเมื่อวานนั้น ทำให้อาหารที่เฒ่าจางเสิร์ฟวันนี้ดูธรรมดาไปเลย

ถึงรสชาติมันจะสู้หม้อไฟไม่ได้ก็เถอะ แต่ทุกอย่างก็บอกได้เลยว่าอร่อยไม่แพ้หม้อไฟเลย เพียงแต่หม้อไฟอร่อยกว่าเท่านั้น

สำหรับเนื้อแกะแล้ว น่าจะเหมาะแก่การเอาไปทำหม้อไฟมากที่สุด การไปทำสเต็กหรือว่าผัดคู่กับอย่างอื่นมันไม่สามารถชูกลิ่นของเนื้อแกะได้เลย

แต่ด้วยฝีมือของเฒ่าจางเขาก็ยังดึงรสชาติของเนื้อแกะได้อยู่ดี

นอกจากนี้แล้วเฒ่าจางยังเสิร์ฟเนื้อสเต็กในกระบอกไม้ไผ่ด้วย รสชาติของมันนี่อร่อยไม่แพ้หม้อไฟเลยทีเดียวแหละ เนื้อสัมผัสของมันเองก็นุ่มไม่แพ้กัน

ส่วนขนาดของเนื้อแกะที่ถูกนำมาใช้ในสเต็กนั้นก็ถูกหั่นออกมาได้อย่างดี ฝีมือการหั่นแบบนี้จะต้องเป็นของชูเฟิงไม่ผิดแน่ ฝีมือของเขาพัฒนาได้อย่างรวดเร็วในระยะเวลาอันสั้น

ทุกวันนี้การได้กินเนื้อสัตว์เยอะขนาดนี้จะต้องเป็นครอบครัวที่ร่ำรวยเท่านั้น ถึงแม้ว่าเนื้อสัตว์จะเป็นที่นิยมของคนทั่วไป แต่ด้วยราคาของมันสูงกว่าพวกเครื่องในหรือชิ้นส่วนอื่นๆอยู่มาก

หลายครอบครัวจึงไม่ค่อยได้มีโอกาสกินเนื้อสัตว์พวกนี้กัน โดยเฉพาะคนเฒ่าคนแก่ พวกเขาจะชื่นชอบการกินข้าวเปล่าๆกับผักเคียงไม่กี่อย่างเท่านั้น ยุคต่อมาก็พัฒนาขึ้นมาหน่อยเป็นหมั่นโถ่ว

ไม่ต้องพูดถึงการอาหารซีฟู้ดเลย คนในหนานจิงหลายคนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ารสชาติของกุ้ง หอย ปู หมึกที่อยู่ในทะเลมีรสชาติเป็นยังไง อย่างมากเลยที่พวกเขากินกันก็คือปลาจากแม่น้ำเท่านั้น

วันไหนที่ครอบครัวหาเงินมาได้เยอะหน่อยก็มักจะซื้อปลาและเครื่องในหมูมากินกัน ผักเคียงของพวกเขาก็หนีไม่พ้นกะหล่ำปลีดอง นี่คือมื้ออาหารพิเศษสำหรับหลายครอบครัวในหนานจิงแล้ว

ถ้าสังเกตดีๆเด็กๆที่ในหนานจิงมักจะไม่ค่อยมีเด็กที่อวบหรืออ้วนซักเท่าไหร่ เพราะคุณค่าโภชนาการของเขาไม่ถึงเกณฑ์ยังไงล่ะ วันๆต้องมากินข้าวกับผักอย่างงี้ จะให้ตัวโตยังไงไหว

กว่าที่รัฐบาลจะแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนได้ ก็กินเวลาอีกตั้งหลายปี

การกินเลี้ยงฉลองเทศกาลตรุษจีนในร้านอาหารวังหลวงก็ได้จบลง ต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันกลับบ้านของตัวเอง

เวลาได้ผ่านไปเร็วอย่างกับโกหก

หลายสิบวันได้ผ่านไป

ณ บ้านของซูข่าน

"นายพร้อมยัง?"

ซูข่านมองไปยังซงหมิงเจียงและถามกับเขาเบาๆ

"ผมพร้อมแล้วครับ"

ซงหมิงเจียงตอบอย่างเข้มแข็ง

"ที่เหลือจัดการเรียบร้อยแล้วด้วยใช่ไหม?"

"ครับ"

"อืม"

ซูข่านพยักหน้า

ซูข่านได้บอกให้ซงหมิงเจียงหาคนไปฝึกการรักษาความปลอดภัยที่เซียงเจียงด้วย หลังจากที่กลับมาซงหมิงเจียงจะได้มีคนหมุนเวียนในการทำหน้าที่เฝ้าระวังความปลอดภัย

ในช่วงที่หลี่เจียงเฝิงไปทำงานที่พรมแดนเองนั้น ซงหมิงเจียงเองต้องทำหน้าที่เฝ้าระวังความปลอดภัยให้กับบ้านของซูข่านตลอด 7 วัน กลายเป็นตัวเขาเองจะไม่มีเวลาพักผ่อน

ถ้าได้คนมาหมุนเวียนทำหน้าที่นี้เพิ่มสักหน่อย อาจจะแบ่งวันกันคนละ 3 วันผลัดกันก็ได้

ในหนึ่งเดือนเองพวกเขาก็จะได้มีวันหยุดกลับไปหาครอบครัวหรือไปทำธุระของตัวเองได้

"ตอนนี้พวกเขาได้เดินทางไปเผิงเฉิงแล้วครับ หัวหน้าสูบอกว่าจะรับพวกเขาและส่งไปที่เซียงเจียงเพื่อรับการอบรมแบบผมในครั้งก่อน"

ซงหมิงเจียงอธิบายช้าๆ

สูเจิ้งเหมาตอนนี้คงกำลังเฝ้าดูการสร้างตึกซิงซีอยู่ การไปเซียงเจียงครั้งนี้ให้ความรู้สึกต่างจากก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัดเลย

"เอกสารของนายเรียบร้อยแล้วใช่ไหม?"

ซูข่านมองดูซงหมิงเจียงและพูดต่อ

"เตรียมเอกสารของนายไว้ดีๆละกัน เก็บไว้ติดตัวอย่าให้หายเลยนะ"

"ครับพี่สาม"

ซงหมิงเจียงตอบด้วยน้ำเสียงที่ดีใจ

เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าหลังจากที่ทำงานกับซูข่านมาเกือบปี เขาจะได้มีโอกาสขึ้นเครื่องบินจริงๆ

ในตอนที่เขาเดินทางไปทำช่วยประเทศในการทำสงคราม ตอนนั้นเขาก็เดินทางด้วยรถไฟกับเรือเท่านั้น

ครั้งนี้ซูข่านเองไม่ต้องการขึ้นรถไฟไปแบบครั้งก่อนแล้ว การไปเซียงเจียงด้วยเครื่องบินนั้นสะดวกสบายกว่ากันมาก ด้วยตัวของซูข่านเองการขึ้นเครื่องบินไม่ใช่ปัญหาอะไรหรอก

แต่ซงหมิงเจียงเองต้องใช้เอกสารเยอะกว่าที่คิดไว้เล็กน้อย

แต่ซูข่านก็บอกให้หวางเอ๋อจัดการทุกอย่างที่หน่วยงานของสนามบินต้องการจากซงหมิงเจียง เขาเลยสามารถเดินทางด้วยเครื่องบินได้เช่นเดียวกับซูข่าน

หวางเอ๋อเองก็พอรู้จักการทำงานภายในนั้นเล็กน้อย เขาจึงพอจะรู้ว่าต้องใช้เอกสารแบบไหนกับซงหมิงเจียงบ้างถึงจะผ่านหน่วยงานของสนามบินได้

ทั้งสองคนมาที่สนามบินก่อนเวลา 2 ชั่วโมงเพื่อเช็คอิน จริงๆซูข่านเองก็ได้เผื่อเวลาไว้สำหรับเอกสารของซงหมิงเจียงมีปัญหาด้วย แต่เขาก็ผ่านมาได้สบาย

พวกเขาทั้งสองขึ้นเครื่องบินมุ่งหน้าสู่เซียงเจียงทันทีในวันนั้นทันที

การเดินทางด้วยเครื่องบินสมัยนี้ไม่เหมือนกับในยุคปัจจุบัน เครื่องบินเองก็เสี่ยงที่จะมีปัญหามากมาย มันไม่ค่อยปลอดภัยสักเท่าไหร่

แต่การบริการบนเครื่องบินนั้นบอกได้เลยดีมากๆ พนักงานต้อนรับบนเครื่องบินเองก็บริการผู้โดยสารราวกับเป็นพระเจ้า อาหารบนเครื่องบินนั้นก็ถูกเลือกสรรมาเป็นอย่างดี

ซูข่านได้สั่งกุ้งก้ามกรามตัวใหญ่กับเหล้าเหมาไถมากินระหว่างเดินทาง พนักงานบนเครื่องเองก็บริการรินเหล้าเหมาไถให้ซูข่านตลอดทั้งเที่ยวบินโดยที่ซูข่านไม่ได้รินเองเลย

สำหรับกุ้งก้ามกรามแล้วตัวของมันถึงจะไม่ใหญ่เท่ากับกุ้งล็อบสเตอร์แต่รสชาติของมันก็ดีไม่แพ้กันเลย การได้กินกุ้งตัวใหญ่คู่กับเหล้าเหมาไถนี่เป็นอะไรที่ดีสุดๆ

เนื้อของกุ้งเองก็สดจนมีรสหวานออกมา คุณภาพอาหารบนเครื่องบินเองก็ถือว่าดีในระดับใช้ได้เลยทีเดียว

หลังจากที่กินกุ้งกรามกามกับเหล้าเหมาไถเสร็จแล้ว ซูข่านรู้สึกง่วงนอนเล็กน้อยเลยงีบหลับบนเครื่องบิน

ไม่ช้าเครื่องบินก็ได้มาถึงยังสนามบินเซียงเจียง ซูข่านและซงหมิงเจียงก็ทำการเดินออกจากสนามบินทันที

ทันทีที่เดินมาถึงประตูสนามบิน ทั้งสองคนก็เห็นผู้หญิงผอมสูงสองคนยืนอยู่ คนหนึ่งเปล่งออร่าที่แข็งแกร่งและสง่างาม ส่วนอีกคนหนึ่งก็รู้สึกเย็นชาราวกับก้อนน้ำแข็ง

ผู้คนที่อยู่รอบๆไม่มีใครที่จะไม่มองไปยังผู้หญิงสองคนนี้ แต่ด้วยลักษณะที่โดดเด่นของแต่ละคนมันทำให้ไม่มีใครกล้าที่จะเดินเข้าไปใกล้เลยแม้แต่คนเดียว

เพราะนอกจากออร่าที่ผู้หญิงทั้งสองได้เปล่งออกมาแล้ว ยังมีรถยุโปรหรูอย่างเมอร์เซเดส-เบนซ์จอดอยู่ด้านหลังอีกด้วย

หากว่าจอดเพียงคันเดียวก็ยังพอจะมีคนกล้าเข้าไปคุยอยู่ แต่ยังมีรถยุโรปหรูอีกสองคันจอดต่อกันอีกด้วย

ทำให้พวกผู้ชายที่ผ่านไปผ่านมาไม่มีความมั่นใจที่จะกล้าเข้าไปพูดกับคุยกับสาวทั้งสอง

ทันใดนั้นเองอยู่ผู้หญิงสองคนนั้นที่ยืนนิ่งเฉยกันเป็นเวลา อยู่พวกเธอทั้งสองก็ยิ้มออกมา รอยยิ้มของพวกเธอนั้นสดใสราวกับฤดูใบไม้ผลิที่ดอกไม้พากันเบ่งบานจริงๆ

"อะไรกัน เธอยิ้มให้ผมงั้นเหรอ?"

"บ้าประเนี่ย เธอยิ้มให้ฉันต่างหาก"

"ให้ตายสิ ฉันสามารถตายได้ด้วยรอยยิ้มนั้นเลยนะ อยากเห็นรอยยิ้มนี้ที่บ้านทุกวันเลย"

"ใครอนุญาติให้แกว่ะ? รอยยิ้มนั้นมันต้องเป็นของฉันสิ"

"ไม่ได้สิ มันต้องเป็นของฉัน"

"เดี๋ยวๆพวกนายดูเธอดีสิ พวกเธอกำลังเดินไปหาใครอยู่"

ทันทีที่ทั้งสองสาวปล่อยรอยยิ้มก็ทำให้หนุ่มที่สนามบินพากันคลั่งตาย แต่แล้วหัวใจของพวกเขาก็ต้องแตกสลายลงไปทันที

ภาพที่พวกเขาเห็นตอนนี้ทำให้พวกเขาตกตะลึงอย่างมาก

จบบทที่ ตอนที่ 274 ความงดงามของสนามบินเซียงเจียง

คัดลอกลิงก์แล้ว