เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 265 โรงแรมในเครือ

ตอนที่ 265 โรงแรมในเครือ

ตอนที่ 265 โรงแรมในเครือ


ซูข่านอ่านทวนอีกรอบเพื่อความแน่ใจ และเขาเองตะลึงที่ข้อความนั้นเป็นความจริง

ราคาของหุ้นแอปเปิ้ลมันสูงกว่าชาติที่แล้วจริงๆด้วย เขาจำได้ราคาของหุ้นแอปเปิ้ลมันน้อยกว่านี้ประมาณ 3 เท่า

โดยรวมแล้วมันสูงกว่าเดิมอีกตั้ง 1 ดอลลาห์ และทีมงานของแอปเปิ้ลเองก็ได้เปลี่ยนไปจากเดิมด้วย ดูเหมือนจะเกิดเรื่องอะไรบางอย่างในช่วงเวลา 1 เดือนที่ผ่านมา

แต่โชคดียังดีที่การเปลี่ยนแปลงพวกนี้มันยังแตกต่างจากเดิมแค่เล็กน้อยเท่านั้น โชคตะชาที่ซูข่านได้เปลี่ยนมันไม่ได้แตกต่างจากเดิมไปสักเท่าไหร่

เช่นเดียวกับคลื่นในมหาสมุทรแปซิฟิกที่ซัดเข้าสู่ชายฝั่ง มันสามารถซัดคลื่นให้สูงหลายเมตรได้ แต่สุดท้ายน้ำก็จะไหลคืนสู่มหาสมุทรอยู่ดี

ราคาหุ้นของแอปเปิ้ลเองก็เช่นกัน ตอนนี้มันสูงกว่าชาติก่อนก็จริงอยู่ แต่ตามหลักแล้วหุ้นของแอปเปิ้ลมันจะสูงขึ้นไปเรื่อยๆจนถึงหลักร้อยดอลลาห์เลยทีเดียว จะช้าหรือเร็วหุ้นก็จะราคาขึ้นอยู่ดี

แล้วการที่บริษัทเฉียนฟ่านได้ซื้อหุ้นเพิ่มจากบริษัทแอปเปิ้ลอีก 200,000 หุ้นจนกลายเป็น 300,000 หุ้น หากว่าขายตอนนี้ก็อาจจะได้สักประมาณ 2 ล้านดอลลาห์

เงินจำนวนแค่นี้มันไม่ได้มีความหมายอะไรกับซูข่านเลยแม้แต่น้อย แต่ถ้าในเรื่องของการลงทุนแล้วบริษัทเฉียนฟ่านก็จะทำกำไรได้อย่างมหาศาลเลย

อย่างไรก็ตามการที่บริษัทเฉียนฟ่านเองได้ซื้อหุ้นของบริษัทแอปเปิ้ล และหุ้นของแอปเปิ้ลก็ได้ขึ้นทันทีหลังจากนั้นไม่กี่วัน ทำให้บริษัทหลักทรัพย์ต่างๆจับตามองมาที่บริษัทเฉียนฟ่านกันยกใหญ่

สำหรับบริษัทที่ทำเกี่ยวกับการลงทุนนั้น วิสัยทัศน์ของพวกเขาที่จะอ่านตลาดของหุ้นสำคัญมาก การลงทุนเองไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่ใครก็สามารถทำตามกันได้ ต้องใช้ไหวพริบและประสบกาณณ์พอสมควร

ผู้คนในยุคหลังที่สนใจเริ่มจะหันมาลงทุน ส่วนมากก็มักจะไปลงทุนร่วมกับบริษัทหลักทรัพย์ใหญ่ๆที่มีชื่อเสียงอยู่แล้ว ไม่ก็ลงทุนกับพวกธนาคารต่างๆโดยส่วนแบ่งหรือค่าธรรมเนียมก็แล้วผู้ให้บริการ

ยกตัวอย่างเช่นธนาคารชื่อดังอย่างโกลด์แมน ซาคส์(Goldman Sachs) แม้ว่าค่าธรรมเนียมในการซื้อขายหุ้นกับทางโกลด์แมนจะไม่ได้ดีเหมือนกับธนาคารเจ้าอื่น แต่ก็ยังมีนักลงทุนมากมายต่างต้องการเล่นผ่านทางโกลด์แมนทั้งนั้น

น่าเสียดายมากที่ในวงการนี้ไม่ค่อยมีคนจีนอยู่ กระทั่งในทศวรรษที่ 1990 หรือ 2000 เองก็ตาม มีอยู่เพียงจำนวนหยิบมือเดียวเท่านั้น

แนวคิดเรื่องการลงทุนยังไม่ค่อยเป็นที่นิยมกันเท่าไหร่ในประเทศจีน คนในประเทศตอนนี้มักจะคิดว่างานอะไรที่ได้เงินเยอะที่สุดนั่นคือดี พวกเขาไม่รู้จักการลงทุนอะไรนั่นเลยแม้แต่นิด

แต่ต่อมาไม่นานก็จะมีเศรษฐีผู้มีอำนาจคนหนึ่ง เขาได้พูดถึงเรื่องราวชีวิตของเขาที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ และเล่าถึงตอนที่เขาไต่เต้าขึ้นมาจนกลายมาเป็นเศรษฐีได้

เขาได้เดินทางพูดประโยคนี้สร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้คนนับไม่ถ้วน เขาบอกว่าการลงทุนนี่แหละคือทางที่ดีที่สุดแล้ว

บางคนก็ได้ลาออกจากงานประจำเพื่อมาลงทุนแบบเศรษฐีคนนี้ บางคนก็ประสบความสำเร็จ บางคนก็ล้มเหลวจนต้องกลับไปสมัครงานใหม่ นี่ก็เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้นมาแล้ว

ซูข่านยิ้มเล็กน้อยเมื่อคิดถึงเรื่องพวกนี้

ในอีกไม่กี่ข้างหน้านี้ กลุ่มนักลงทุนที่มาจากเมืองจีนก็จะสามารถลงทุนผ่านทางบริษัทเฉียนฟ่านได้แล้ว

ในอนาคตเองเหล่ากลุ่มผู้นำในโลกแห่งการลงทุน พวกเขาเองก็จะมีชื่อเสียงจนกระทั่ง…

เมื่อครุ่นคิดถึงเรื่องนี้แล้วซูข่านก็ตัวสั่นเล็กน้อย

จนกระทั่งพวกเขาได้เริ่มสร้างอะไรใหม่ๆเป็นของตัวเองหรือไปซื้อกิจการต่อจากคนอื่น

ซูข่านรีบอ่านโทรเลขต่อทันทีเพราะว่ามันมีรายละเอียดข่าวของทางอเมริกาอีกด้วย แล้วซูข่านเองก็เจอบริษัทสัญชาติอเมริกาอีกหลายชื่อที่เพิ่งจดทะเบียน

ชื่อพวกนี้มันดูคุ้นเคยเล็กน้อย บริษัทที่ส่วนใหญ่ที่โดนซื้อกิจการไปก็มักจะโดนเปลี่ยนอยู่แล้ว ยกเว้นบริษัทที่มีชื่อเสียงตั้งแต่ก่อตั้งเลย

ก่อนที่จะเข้าสู่ฤดูหนาว บริษัทเหล่านี้ต้องการเงินมหาศาลเพื่องานวิจัยของพวกเขา มันเป็นเรื่องที่บ้ามากสำหรับนักลงทุนที่จะต้องลงเงินให้กับงานวิจัยที่ยังไม่มีผลลัพธ์อะไรแน่นอน

แต่ช่วงเวลาฤดูหนาวนี่แหละเหมาะต่อการทำงานวิจัยที่สุดแล้ว หลายผลิตภัณฑ์ๆต่างๆก็ชอบจะเปิดตัวและขายกันในฤดูหนาว ส่วนยอดขายที่เปิดตัวในฤดูหนาวก็มักจะขายได้ดีกว่าเปิดตัวในฤดูใบไม้ผลิอีกด้วย

โดยบริษัทที่มีแววน่าสนใจทั้งหลาย พวกเขามักจะมีผลิตภัณฑ์ที่วิจัยเสร็จแล้ว ไม่ก็มีเทคโนโลยีเด็ดๆอยู่

ซูข่านอ่านโทรเลขจนถึงบรรทัดสุดท้ายแล้วเขาก็ได้คิดกับตัวเอง

"ดูเหมือนว่าจะต้องซื้อหุ้นแอปเปิ้ลอีกสัก 50,000 หุ้นในตอนที่ตลาดเปิด"

ถ้าซื้อเพิ่มอีก 50,000 เท่ากับว่าบริษัทเฉียนฟ่านก็จะถือหุ้น 350,000 ของบริษัทแอปเปิ้ล ถึงมันจะเทียบไม่ได้กับจำนวนหุ้นแอปเปิ้ลขายไปทั้งหมดก็เถอะ

และยังเทียบไม่ได้กับพวกโกลด์แมนหรือว่าโบรกเกอร์รายใหญ่อื่นๆอีก น่าเสียดายครั้งนี้มีหุ้นอีกเป็นพันๆตัวเลยที่น่าจะลงทุนตอนนี้

ซูข่านได้สั่งเน้นย้ำกับทางหลี่เสว่เอ๋อว่าห้ามขายหุ้นของแอปเปิ้ลเด็ดขาก ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

หากว่าทางบริษัทเฉียนฟ่านเป็นอะไรขึ้นมาทางบริษัทว่านเซี่ยงที่อยู่ในฮ่องกงก็จะได้รับผลกระทบด้วย

ก่อนวิกฤตฟองสบู่มีคนจำนวนมากมีเงินที่จะลงทุนไปกับหุ้นพวกนี้มากมาย พวกเขาไม่มีปัญหาเลยที่จะซื้อด้วยราคาเท่าไหร่

แต่ถึงขายมันก็ทำกำไรไม่กี่ล้านดอลลาห์เท่านั้น จะเอาทำไมกับแค่เงินไม่กี่ล้านเอง

ซูข่านเก็บโทรเลขลงและมองไปที่จางเฉียงก่อนจะพูดกับเขาช้าๆ

"ได้ยินมาว่านายวางแผนที่จะเปิดโรงแรมงั้นเหรอ?"

ซงหมิงเจียงเองเป็นคนที่รายงานข่าวนี้กับซูข่าน จางเฉียงไม่ได้ปกปิดข่าวนี้แต่อย่างใด

เขาได้ใช้บริษัทที่จัดตั้งขึ้นมาใหม่ในการเปิดโรงแรมด้วย ซึ่งซูข่านเองก็ไม่ได้จะว่าอะไรจางเฉียงหรอก

จางเฉียงเองเป็นคนที่ควบคุมช่องทางส่งสินค้าจากทางภาคใต้มายังหนานจิงก่อนจะกระจายไปยังภาคเหนือ นอกจากนี้แล้วเขายังได้สั่งสินค้าบางอย่างมาให้กับครอบครัวของเขาด้วย

แล้วดูเหมือนว่าครอบครัวของเขาจะเปิดร้านเล็กๆในหนานจิงเพื่อขายสินค้าพวกนี้ ส่วนราคาเองก็ไม่ได้บวกเพิ่มมาก

ซูข่านรู้ทุกเรื่องที่จางเฉียงไม่ได้บอกผ่านทางซงหมิงเจียง แต่เขาเลือกที่หลับตาข้างหนึ่งเท่านั้น

ในเมื่องานหลักของจางเฉียงก็สามารถทำหน้าที่ของเขาได้เป็นอย่างดี แถมไม่มีปัญหาอะไรด้วย คงไม่แปลกที่เขาจะมีแนวคิดในการหารายได้เสริมบ้าง

ซูข่านรู้สึกสนใจเล็กน้อย ไม่คิดเลยว่าในยุคนี้จะมีคนที่คิดเรื่องแบบนี้ได้ด้วย

การหารายได้เสริมที่ทำใกล้เคียงกับงานประจำมันก็ไม่มีอะไรหรอก แต่การเปิดโรงแรมนี้สิมันค่อนข้างแตกต่างจากเป็นคนคุมสินค้าเลย

ธุรกิจโรงแรมนั้นจะเรียกได้ว่าเป็นเสือนอนกินก็ไม่แปลก ในช่วง 20-30 ปีข้างหน้า มันเป็นธุรกิจที่หาเงินเข้ากระเป๋าได้อย่างดีเลย

ที่ไหนมีโรงแรมที่นั่นก็จะมีนักท่องเที่ยวมาอยู่แล้ว แต่ต้องเลือกสถานที่ตั้งกับการดูแลโรงเแรมให้ดีเท่านั้นเอง

แต่ในเมืองหนานจิงแห่งนี้ ผู้คนจำนวนมากได้หลั่งไหลกันเข้ามาเยี่ยมชมเมืองเก่าหรือวังเก่ามากมาย บางทีอาจจะยกขบวนกันมาที 30-50 คนเลยทีเดียว

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วคณะทัวน์พวกนี้ก็มักจะจองโรงแรมที่เดียวกัน ซึ่งมันก็จะทำเม็ดเงินมหาศาลให้กับโรงแรมแห่งนั้นได้

ในธุรกิจโรงแรมนี้อาจมีมูลค่าตลาดสูงถึงหมื่นล้านหยวนได้เลย หรือไม่ก็อาจจะถึงแสนล้านหยวนได้

หนึ่งในเครือโรงแรมที่มีชื่อเสียงมากที่สุดก็คือแชงกรี-ลา นี่เป็นโรงแรมระดับไฮเอนด์ที่เรียกได้ว่าประสบความสำเร็จที่สุดที่หนึ่ง

คำว่าแชงกรี-ลานี่ดูแปลกๆไปก็จริง มันดูเหมือนเป็นชื่อของพวกตะวันตก แต่คนที่ให้กำเนิดเครือโรงแรมนี้ก็คือชายที่มาจากเมืองจีน

จบบทที่ ตอนที่ 265 โรงแรมในเครือ

คัดลอกลิงก์แล้ว