เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 255 ข่าวจากรัฐเซีย

ตอนที่ 255 ข่าวจากรัฐเซีย

ตอนที่ 255 ข่าวจากรัฐเซีย


ในช่วงที่ผ่านมานี้จางเฉียงได้ซื้อที่ดินเป็นจำนวนมาก ก่อนหน้านี้เขาก็ได้ตะเวณไปทั่วเมืองหนานจิงๆและเมืองรอบๆเพื่อหาที่ดินตามที่ซูข่านได้บอก

ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะมีผิวเข้มขึ้น คงทำงานกลางแดดเป็นเวลาหลายวันติด

ซูข่านมองไปยังจางเฉียงและถามเบาๆ

"นายรู้จักหนานจิงดีแค่ไหน?"

จางเฉียงตะลึงไปชั่วขณะก่อนจะตอบซูข่านว่า

"รู้จักเป็นอย่างดีเลยครับ ในช่วงเวลาที่ผ่านมาผมก็ได้เดินทางไปทั่วจนถึงมณฑลเหอเป่ย์เลย"

"โอเค"

ซูข่านพยักหน้าเล็กน้อยแล้วถามต่อ

"เมืองใหญ่ๆในแถวนี้มีโรงเรียนประถมมากน้อยแค่ไหนแล้ว? แล้วเด็กๆเดินทางไปโรงเรียนกันยังไง?"

"เฉพาะโรงเรียนประถมนะ"

"ก็มีอยู่ไม่มากในแต่ละเมืองครับ แล้วพวกเด็กๆก็ต้องเดินทางกันวันละหลายสิบกิโลเพื่อไปเรียน"

จางเฉียงประหลาดใจมาก ทำไมจู่ๆพี่สามถึงได้สนใจเด็กนักเรียนประถมหรือโรงเรียนประถมพวกนี้

ซูข่านได้พูดว่า

"บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงจะร่วมมือกับทางมหาวิทยาลัยชิงหวาเพื่อโรงเรียนประถม 20 แห่ง ฉันอยากจะรู้ว่าที่ไหนมีเด็กที่เดินทางไปโรงเรียนเยอะบ้าง จะได้สร้างโรงเรียนใกล้ๆให้กับพวกเขา"

จางเฉียงประหลาดใจขึ้นไปอีก

ตั้งแต่สมัยโบราณแล้ว การสร้างถนนหรือว่าการสร้างสะพานให้กับนักเรียนนับเป็นบุญอันยิ่งใหญ่มาก ไม่มีอะไรน่านับถือไปกว่าคนพวกนี้อีกแล้ว

แล้วนี่ยังสร้างโรงเรียนประถมเพื่อไม่ให้เด็กนักเรียนเดินทางไปเรียนไกลๆอีก การกระทำครั้งนี้ควรจะต้องถูกยกย่องชั่วลูกชั่วหลาน

"ได้ครับ"

จางเฉียงพยักหน้า

"เมื่อไม่นานมานี้ผมได้ไปที่ตัวเมืองและชานเมืองรอบๆมา ที่ชานเมืองไม่มีโรงเรียนประถมเลย พวกเด็กๆที่นั่นต้องรวมตัวและเดินมาโรงเรียนพร้อมกัน วันไหนพายุเข้าก็ไม่สามารถไปโรงเรียนได้"

จากนั้นจางเฉียงก็ได้หยิบกระดาษกับปากกาขึ้นมา

"เดี๋ยวผมเขียนบอกให้ครับ"

จุดเด่นของคนยุคนี้ก็คือการพกกระดาษกับปากกาไว้ในกระเป๋านั่นแหละ บางคนก็ได้รักษานี้ไว้ไปจนถึงยุคปัจจุบันเลยก็มี แต่การมาของสมาร์ทโฟนทำให้สิ่งต่างๆพวกนี้หายไปทีละน้อย

จางเฉียงได้ขีดเขียนตัวอักษรลงในกระดาษอย่างรวดเร็ว ซูข่านเห็นลายมือก็รู้สึกเหนื่อยใจขึ้นมาทันที

ในยุคนี้จะมีคนอ่านออกเขียนได้ไม่เยอะก็จริง แต่คนที่เขียนลายมือให้สวยนั้นหาได้ยากยิ่งกว่า กว่าจางเฉียงจะเขียนลงไปครบก็ใช้เวลาสักพักหนึ่ง

เขาต้องเขียนไปนึกไปอยู่เหมือนกัน ไม่ใช่ว่านึกแผนที่หรือสถานที่นะ จางเฉียงกำลังนึกตัวอักษรที่จะเขียนต่อไปอยู่

ซูข่านมองดูกระดาษที่จางเฉียงเขียน ดูแล้วรอบๆน่าจะเป็นหมู่บ้านแล้วดูเหมือนจะมีโรงเรียนประถมแห่งเดียวในหมู่บ้านแห่งนี้

แล้วการที่เด็กจากท้ายหมู่บ้านต้องเดินทางข้ามหมู่บ้านไปเรียนเนี่ย ต้องเดินทางกี่กิโลกันเนี่ย? บางคนน่าจะต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อเดินทางไปโรงเรียนเลยมั้ง

"นี่ครับพี่สาม"

จางเฉียนยื่นกระดาษที่เขียนเสร็จให้กับซูข่าน เขารู้สึกดีมากที่เห็นรายละเอียดเยอะขนาดนี้

ซูข่านหยิบกระดาษมาก็กลอกตามองบนอย่างช่วยไม่ได้ แม้ว่าลายมือจะดูไม่ค่อยได้ก็ตามแต่อย่างน้อยมันยังพออ่านออก

ซูข่านพยายามนับหมู่บ้านที่อยู่รอบๆแห่งนี้ว่ามีกี่หมู่บ้าน

"พี่สามครับ รวมๆแล้วจะมีประมาณ 30 หมู่บ้านที่อยู่รอบๆโรงเรียนประถมแห่งเดียว พวกเด็กๆทั้งหมดจะต้องไปโรงเรียนที่ตรงนี้ครับ"

จากนั้นจางเฉียงก็ชี้ไปที่ส่วนหนึ่งของกระดาษ

ซูข่านพยักหน้า

"แล้วตัวแทนในการนำสินค้าไปที่ต่างๆอยู่ตรงนี้ด้วยไหม?"

"ใช่ครับพี่สาม ตัวแทนที่รับสินค้าไปก็มีกระจายแล้วก็อยู่ตรงใกล้กับโรงเรียนประถมด้วยครับ รวมถึงในหมู่บ้านด้วย"

จางเฉียงตอบด้วยรอยยิ้มที่ภาคภูมิใจ

จางเฉียงเองได้แบ่งตัวแทนของเขาออกเป็นระดับจังหวัด ระดับเขต และรองลงมาอีกด้วย เขาแบ่งออกเป็นระดับชั้น

คนระดับชั้นสูงก็จะมาหาจางเฉียงเพื่อรับสินค้าของเขาไป จากนั้นก็กระจายต่อลงมาเรื่อยๆตามระดับชั้นของเขา ตัวแทนคนชั้นท้ายสุดก็จะเป็นคนขายสินค้าให้กับผู้คนโดยตรง

"ดีมาก โรงเรียนที่จะตั้งขึ้นในอนาคตนายสั่งให้พวกเขาจับตาดูด้วย อย่าให้มีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น"

"ครับพี่สาม"

จางเฉียงพยักหน้า

จากนั้นจ้าวชิงชิงก็ได้มาบอกข่าวแก่ซูข่านว่า อธิบดีของมหาวิทยาลัยชิงหวาตกลงยอมร่วมมือกับโครงการของบริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงแล้ว

จากนั้นก็ได้มีคำเชิญจากนักข่าวให้ออกรายการแต่ซูข่านก็ได้ปฏิเสธคำเชิญนั้นทันทีและแจ้งให้หยางไท่เฉียนรู้

หยางไท่เฉียนเลยได้ไปออกรายการสัมภาษณ์ในรายการทีวีโดยรายการทีวีได้เชิญอธิบดีของมหาวิทยาลัยชิงหวาด้วย

ทันทีที่ข่าวนี้ได้เผยแพร่ออกไปคนทั้งประเทศต่างตกตะลึงกับข่าวนี้

บริษัทสิทธิบัตรฮั่วถงเป็นที่รู้จักทันทีในชั่วข้ามคืน หยางไท่เฉียนก็กลายเป็นนักธุรกิจผู้รักประเทศไปอีกคน

หยางไท่เฉียนไม่กลัวการออกทีวีเลย เรารู้อยู่แล้วว่าชื่อเสียงที่อยู่ฝั่งนี้ใช้ไม่ได้กับที่เซียงเจียง

แต่ตัวของหยางไท่เฉียนก็ได้รับจดหมายชื่นชมจากคณะครูทั่วประเทศ

ในเวลา 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา ด้วยรายละเอียดที่จางเฉียงได้บอกกับเขา ซูข่านก็ได้บอกให้จ้าวชิงชิงตกลงกับอธิบดีว่าจะสร้างโรงเรียนที่ไหนบ้าง

หลังจากนั้นหยางไท่เฉียนก็เดินทางไปเซียงเจียงเพื่อจัดการหน้าที่ของเขาต่อ และดูเหมือนว่าจะได้เวลาบินไปที่ยุโรปพอดิบพอดี

ชีวิตของซูข่านนั้นสุขสบายเอามากๆ เขาทำทุกอย่างเหมือนเป็นปกติทุกอย่าง โชคดีที่ชื่อเสียงของเขาไม่ดังมากเลยทำให้ไม่มีใครมาสนใจเขา

วันหนึ่งขณะที่ซูข่านนั่งอยู่ในสวนหน้าบ้าน ซงหมิงเจียงก็ได้ออกไปข้างนอกและกลับมาพร้อมกับโทรเลข เขาได้มอบมันให้กับซูข่านทันที

"พี่สามครับไทเกอร์กับเสี่ยวจุนส่งข่าวมาบอกครับ"

หัวใจของซูข่านเต้นเร็วขึ้นอีกครั้ง

ไทเกอร์กับเสี่ยวจุนได้ไปที่ชายแดนระหว่างจีนกับรัฐเซียแล้ว เป็นเวลานานที่พวกเขาไม่ได้ส่งข่าวกลับมาเลย

การใช้โทรศัพท์อาจจะเป็นอันตรายอย่างมากสำหรับพวกเขา ซูข่านเลยสั่งให้พวกเขาติดต่อทางโทรเลขเท่านั้น

และการที่ส่งโทรเลขกลับมาแบบนี้ แสดงว่าต้องมีอะไรบางอย่างเกิดขึ้น

"อืม"

ซูข่านเอื้อมมือออกไปแล้วหยิบโทรเลขจากซงหมิงเจียงมา

"ครับ"

ซงหมิงเจียงยิ้มอย่างมีความสุข สายตาของเขาดูมีความคาดหวังเล็กน้อย

ซูข่านเงยหน้ามองซงหมิงเจียงเล็กน้อยก่อนจะมาอ่านข้อความในโทรเลข จากนั้นดวงตาของซูข่านก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที

"ทำได้ดีมาก"

จบบทที่ ตอนที่ 255 ข่าวจากรัฐเซีย

คัดลอกลิงก์แล้ว