- หน้าแรก
- สุ่มกาชาเอาชีวิตรอด การันตีการ์ดระดับตำนานทุกวัน
- บทที่ 210 - นี่มันเงินบรรเทาทุกข์จากเบื้องบนเลยนะ!
บทที่ 210 - นี่มันเงินบรรเทาทุกข์จากเบื้องบนเลยนะ!
บทที่ 210 - นี่มันเงินบรรเทาทุกข์จากเบื้องบนเลยนะ!
บทที่ 210 - นี่มันเงินบรรเทาทุกข์จากเบื้องบนเลยนะ!
"พูดจริงๆ นะ ฉันว่ารถคันนี้มันดีกว่าเกวียนไม้เยอะเลย"
"ฉันก็คิดงั้นเหมือนกัน โครงสร้างเป็นโลหะทั้งคัน แถมยังมีปืนกลอีก บรรทุกคนได้ก็ไม่ใช่น้อยๆ ด้วย"
"ถ้าให้ฉันเดานะ รถคันนี้อย่างต่ำๆ ก็น่าจะราคาหลักล้านเหรียญโลหิตแน่ๆ 5 คันก็ปาเข้าไป 5 ล้านแล้วไหม?"
"เชี่ย! งั้นเถ้าแก่ซูก็ขาดทุนยับเลยดิ! พี่แกจะใจป้ำเกินไปแล้วนะเว้ย!"
"ฉันว่าไม่น่าจะเว่อร์ขนาดนั้นหรอก เถ้าแก่ซูก็ไม่ใช่คนโง่นะ คงไม่ยอมขาดทุนย่อยยับหรอกมั้ง ฉันเดาว่าต้นทุนรถคันนึงน่าจะอยู่ที่ไม่กี่แสนแหละ อย่างมากก็แพงกว่าค่าบังคับจัดทีมนิดหน่อย"
"แค่นั้นก็เรียกว่าขาดทุนยับแล้วโว้ย! นายลองดูขบวนรถของหลี่ต้าลี่สิ มีทั้งรถสอดแนม, รถกวาดล้าง, ห้องพักรวม, ห้องเดี่ยว, ระบบพลังงานหมุนเวียน, อุปกรณ์ซ่อมบำรุง... แม่เจ้า! ฟังก์ชันขบวนรถมันจะครบเครื่องเกินไปแล้ว!"
"ตอนมีแค่เกวียนไม้ ก็ช่วยแก้ปัญหาได้แค่เรื่องนอนพัก พอมีเกวียนสั่งทำ ก็ถือว่าอัปเกรดมาเป็นยุคคนป่า... แต่ขบวนรถตระกูลซูเนี่ยแหละ คือวิถีชีวิตไฮเทคของจริง! นี่แหละที่เรียกว่ายานพาหนะ!"
พวกลูกค้าเก่าที่มีขบวนรถต่างพากันอวยยศรถของตัวเองกันสุดฤทธิ์ แทบจะอวยกันจนลอยขึ้นฟ้าอยู่แล้ว
อย่างแรกเลยคือ ฟังก์ชันของขบวนรถมันยอดเยี่ยมมากจริงๆ ทิ้งห่างยานพาหนะแบบเดิมๆ ไปไกลลิบ
อย่างที่สองคือ ถ้าฉันไม่อวยรถตัวเองให้สุด แล้วจะโชว์ฐานะและหน้าตาของความเป็นเจ้าของขบวนรถได้ยังไงล่ะ?
อย่างที่บอกนั่นแหละ: ฉันมี แต่นายไม่มี งั้นฉันก็เหนือกว่านาย
ใครกล้าค้าน ก็แปลว่าอิจฉา! ตาร้อน! อิจฉาจนตัวสั่น!
นายบอกว่าไม่ได้อิจฉาเหรอ?
ขอโทษนะ ฉันไม่เชื่อหรอก ยกเว้นว่านายจะมีขบวนรถเหมือนกัน
ห่วงโซ่การดูถูกแบบใหม่ได้ก่อตัวขึ้นแล้ว แถมครั้งนี้ไม่ต้องมีใครออกมาด่ากราดใครด้วยซ้ำ แค่โยนข้อมูลและรูปภาพของขบวนรถออกไปก็พอ
ไม่ต้องตั้งใจอวด ทุกคนก็มีตาและเห็นกันอยู่แล้ว
นายยังต้องให้ข้ารับใช้แบกวิ่งตอนนอนอีกเหรอ? นายยังต้องนอนตากแดดบนเกวียนไม้อีกเหรอ? นายยังต้องขี้เยี่ยวเรี่ยราดริมถนนแข่งเดินอีกเหรอ? นายยังต้องทนตัวเหม็นเปรี้ยวหาห้องน้ำส่วนตัวไม่ได้อีกเหรอ?
พระเจ้าช่วย!
นี่ยังมีคนใช้ชีวิตแบบคนป่าอยู่อีกเหรอเนี่ย!
น่าสงสารจังเลยน้า~
ไม่มีใครตั้งใจพูดแบบนี้หรอก แต่แค่เห็นบทสนทนาของพวกเขา คนที่นั่งอ่านอยู่เงียบๆ ก็พากันรู้สึกจุกอกไปตามๆ กัน
พูดจริงๆ นะ แค่อ่านที่พวกนั้นคุยกัน ก็รู้สึกว่าตัวเองต่ำต้อยลงไปถนัดตา
จนกระทั่ง...
ฉินซานก็เผลอบ่นขึ้นมาลอยๆ "พวกนายว่า พวกเราถูกจับมาเดินแข่งในที่บ้าๆ นี่ไปเพื่ออะไรวะ? ความหมายของการมีชีวิตอยู่ คือแค่มีชีวิตรอดไปวันๆ งั้นเหรอ?"
"ถ้ามีโอกาส ฉันก็อยากจะใช้ชีวิตให้มันมีรสชาติหน่อย ให้มันสบายขึ้นอีกนิด"
"ยังไงซะไอ้ถนนบ้าๆ นี่ก็ต้องเดินต่อไปอยู่แล้ว ใครจะเดินเร็ว ใครจะเดินช้า มันก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกับฉันเลย ฉันก็ไม่ได้อยากจะเป็นยอดมนุษย์กู้โลกอะไรสักหน่อย"
"เอาจริงๆ นะ ขบวนรถนี่แหละคือที่สุดของฉันแล้ว ฉันพอใจแค่นี้แหละ ปล่อยจอยได้แล้ว ต่อไปนี้ขอแค่ไม่ตายก็พอ อย่างอื่นช่างแม่ง"
เขาแค่บ่นระบายอารมณ์ไปงั้นแหละ แต่คำพูดนี้กลับไปโดนใจผู้ใช้คนอื่นๆ เข้าอย่างจัง
นั่นน่ะสิ!
ฉันมันก็เป็นพวกครึ่งๆ กลางๆ แบบนี้นี่แหละ จะเก่งก็ไม่เก่ง จะกากก็ไม่กาก แม่งติดแหงกอยู่ตรงนี้!
ฉันก็ไม่ใช่แชมป์เปี้ยน แล้วจะวิ่งหน้าตั้งไปเพื่ออะไร? จะเอาเหรียญโลหิตไปละลายเล่นในตู้กาชาทำไม? จะไปหน้าดำคร่ำเครียดสู้กับคนอื่นไปทำไม? มันมีความหมายอะไรวะ?
ยังไงก็ต้องมีชีวิตอยู่ การกัดฟันทนทรมานอยู่ไปวันๆ กับการมีชีวิตอยู่แบบสบายๆ มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยนะโว้ย!
หลังจากที่ฉินซานบ่นจบ ไม่นานก็เริ่มมีคนแท็กหาซูเหยี่ยน
"@ซูเหยี่ยน เถ้าแก่ซู รถรุ่นใหม่นี่ราคาเท่าไหร่ครับ?"
"@ซูเหยี่ยน บอสซู ขบวนรถแยกขายเป็นคันๆ ได้ไหมครับ? หวังว่าจะไม่รังเกียจคนจนๆ อย่างผมนะ ผมจำเป็นต้องใช้มันจริงๆ"
"@ซูเหยี่ยน สนับสนุนโชว์รูมรถตระกูลซูครับ! ผมเป็นแฟนพันธุ์แท้นะ! ขอตารางราคารถใหม่หน่อยครับ!"
ตอนแรกพวกเขาก็กล้าๆ กลัวๆ ค่อยๆ ถามราคาอย่างระมัดระวัง เพราะกลัวว่าจะเจอราคาที่แพงหูฉี่
ก็พวกเขาไม่ได้เหมือนพวกหลี่ต้าลี่นี่นา พวกนั้นใช้ฝีมือ คว้าโอกาสทอง เลยได้ขบวนรถมาแบบแทบจะฟรีๆ!
อะไรนะ?
นายบอกว่าพวกนั้นก็ฆ่าคนให้เถ้าแก่ซูเหมือนกัน ค่าบังคับจัดทีมมันจะสักกี่บาทเชียว!
ตั้งแต่ช่องเปล่งประกายเปิดให้โหวต ขอแค่ผู้ชมฉลาดๆ หน่อยก็ไม่มีใครจนแล้วล่ะ แค่สุ่มเลือกคนเก่งๆ ไปลงพนันสัก 2-3 ครั้ง ตราบใดที่ไม่หน้ามืดเทหมดหน้าตัก ยังไงก็กำไรชัวร์ๆ
ดังนั้น หลายคนเลยมองว่าพวกหลี่ต้าลี่น่ะโชคดีที่ได้อานิสงส์จากการ "สนับสนุนเถ้าแก่ซู" ถึงได้กินผลพลอยได้ก้อนโต ได้ขบวนรถที่คนธรรมดาอย่างพวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะฝันถึง
นี่มันขบวนรถแข่งเดินเชียวนะ! เป็นสิทธิพิเศษระดับ Exclusive ของเถ้าแก่ซู! เป็นประสบการณ์การแข่งเดินที่สบายเหมือนไปปิกนิก!
ยานพาหนะสุดหรูขนาดนี้ ถ้าเอามาขายจริงๆ มันจะไปถูกได้ยังไงล่ะ?
ทางด้านซูเหยี่ยนที่กำลังนั่งกินข้าวเช้าไปพลาง ซุ่มอ่านแชตไปพลาง ก็เห็นลูกค้าเก่าพวกนี้กำลังโอ้อวดกันอย่างเมามัน
พอมีคนถามราคา ซูเหยี่ยนก็ไม่ได้แปลกใจอะไร รีบส่งราคาที่เตรียมไว้ออกไปทันที
ซูเหยี่ยน: "ตอนนี้ธุรกิจรถใหม่มี 3 ซีรีส์คือ A, B และ C สามารถซื้อแยกคันได้ครับ แต่ถ้าซื้อเป็นขบวนรถตั้งแต่ 5 คันขึ้นไป จะมีส่วนลดพิเศษให้"
ซูเหยี่ยน: "รถบ้าน ซีรีส์ A รุ่น 1 ราคา 500,000 เหรียญโลหิต, รุ่น 2 ราคา 600,000 เหรียญโลหิต, รุ่น 3 ราคา 800,000 เหรียญโลหิต"
ซูเหยี่ยน: "รถหุ้มเกราะ ซีรีส์ B รุ่น 1 ราคา 1,000,000 เหรียญโลหิต, รุ่น 2 ราคา 1,200,000 เหรียญโลหิต, รุ่น 3 ราคา 1,500,000 เหรียญโลหิต"
ซูเหยี่ยน: "รถบัญชาการ ซีรีส์ C ราคาเท่ากับซีรีส์ B ส่วนฟังก์ชันและการใช้งานของรถแต่ละคัน เมื่อกี้ทุกคนก็น่าจะคุยกันไปพอสมควรแล้ว คงไม่ต่างจากที่คิดกันไว้เท่าไหร่ ถ้าใครมีข้อสงสัย สามารถขอรายละเอียดฟังก์ชันและข้อมูลเชิงลึกตอนสั่งซื้อได้ครับ"
นี่คือราคาที่ซูเหยี่ยนเพิ่งจะเคาะมาสดๆ ร้อนๆ ซึ่งแพงกว่าราคาที่ตั้งใจไว้ตอนแรกเยอะเลย
แต่เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่น ก็นะ เมื่อกี้พวกคนที่มีขบวนรถเพิ่งจะอวดและคุยกันไปหมาดๆ แทบจะปั่นราคารถบ้านซะพุ่งปรี๊ดไปแล้ว
ทุกคนต่างก็คิดว่า อย่างต่ำๆ รถบ้าน A-1 ก็ต้องราคาหลักแสนขึ้นไปแน่ๆ ซูเหยี่ยนเลยตั้งราคาถูกๆ ไม่ได้แล้ว
นี่คือปรากฏการณ์ยึดติดของตลาด (Anchoring Effect) ลูกค้ามีราคาที่คิดไว้ในใจอยู่แล้วสำหรับสินค้าแต่ละชิ้น โดยไม่สนหรอกว่าต้นทุนหรือกำไรมันจะเท่าไหร่
ถ้าซูเหยี่ยนดันทุรังขายถูกเกินไป ก็มีแต่จะไล่กลุ่มคนที่สนับสนุนเขามากที่สุดไปซะเปล่าๆ
ดังนั้น ซูเหยี่ยนเลยทำได้แค่รับผลกำไรมหาศาลนี้ไว้ทั้งน้ำตา
ช่วยไม่ได้จริงๆ!
เขาก็รู้ดีว่าต้นทุนรถ A-1 มันแค่ 4,000 เหรียญโลหิต การขายในราคา 500,000 มันคือกำไรที่เว่อร์วังอลังการขนาดไหน
แต่ราคาตลาดของยานพาหนะมันก็เป็นแบบนี้แหละ ทุกคนก็มองว่ามันสมราคาแล้ว
แต่ซูเหยี่ยนก็คิดไว้แล้วว่า พอเขาประกาศราคานี้ออกไป คงมีคนซื้อไหวแค่ไม่กี่คนหรอก
เงินตั้งหลายแสนเหรียญโลหิต ต่อให้มีเอฟเฟกต์โอเอซิสช่วย ก็ยังต้องใช้เวลาเก็บหอมรอมริบตั้งหลายวัน ใครมันจะไปควักออกมาจ่ายได้ง่ายๆ ล่ะ
ที่เขายอมประกาศราคาออกไปตอนนี้ หนึ่งคือมีคนถาม สองคือเพื่อสร้างความหวังให้ทุกคนไงล่ะ
ขอแค่ทุกคนตั้งใจเก็บเงิน ก็สามารถเพลิดเพลินกับยานพาหนะที่หรูหราและใช้งานได้จริงแน่นอน
แต่ใครจะไปคิดล่ะ!
พอซูเหยี่ยนเพิ่งจะโยนราคาลงไป ก็มีคนรีบแท็กหาเขาด้วยความกระตือรือร้น พร้อมกับส่งออเดอร์มาให้รัวๆ
"เถ้าแก่ซู! ผมขอ A-1 คันนึง!"
"เถ้าแก่ซู ขอ A-1 คันนึง B-1 คันนึงครับ!"
"เถ้าแก่ซู ผมขอรับ A-1 ไปลองเชิงก่อนคันนึง ถ้าใช้ดีเดี๋ยวมาสอยเพิ่ม!"
แค่ซูเหยี่ยนเหม่อไปแป๊บเดียว ข้อมูลการสั่งซื้อนับร้อยรายการก็เด้งขึ้นมาตรงหน้า
ราคาแพงหูฉี่ขนาดนี้ ยังมีคนอยากซื้อตั้งเยอะแยะเนี่ยนะ?
เดี๋ยวก่อน!
พวกนายไปเอาเงินมาจากไหนกันเยอะแยะวะ?!
ซูเหยี่ยนอึ้งไปเลย อดไม่ได้ที่จะถามออกไป "ราคามันก็ไม่ได้ถูกนะ... นี่กะจะเอาการ์ดกับดักมาเทิร์นเป็นส่วนลดเหรอ?"
"โธ่เอ๊ย เอาการ์ดกับดักมาเทิร์นอะไรล่ะ จ่ายสดเหรียญโลหิตล้วนๆ เลย! เถ้าแก่ซู ผมจ่ายสดเลย!"
"ผมเข้าใจละ เถ้าแก่ซูเป็นผู้ท้าทายช่องเปล่งประกาย แกคงไม่รู้เรื่องสวัสดิการของฝั่งคนดูอย่างพวกเรา พวกเราลงพนันหาเงินได้ไงล่ะ!"
"@ซูเหยี่ยน ระบบรอบนี้ใจป้ำกับพวกเรามาก ขอแค่ตาแหลมๆ เลือกคนเก่งๆ ไปลงพนัน หาเงินเหรียญโลหิตได้โคตรไวเลย"
"ใช่ๆ ตอนนี้ผมมีเงินตั้งล้านกว่าเหรียญแน่ะ กำลังปวดหัวอยู่เลยว่าจะเอาไปสุ่มการ์ดอะไรดี"
เห็นข้อความตอบกลับของทุกคน ซูเหยี่ยนก็ถึงบางอ้อ แต่ไม่นานเขาก็ต้องสะดุ้งตกใจ
ไม่ถูกสิ!
เจตนาของระบบในการทำแบบนี้ ชัดเจนว่าต้องการลดช่องว่างระหว่างคนเก่งกับคนอ่อนแออย่างรวดเร็ว เพื่อให้การแข่งเดินในช่วงหลังมีความยุติธรรมมากขึ้น ให้คนอ่อนแอพอจะมีแรงฮึดสู้กับคนเก่งได้บ้าง
พูดง่ายๆ ก็คือ นี่มันเงินบรรเทาทุกข์ชัดๆ!
แต่ตอนนี้กลายเป็นว่า เงินบรรเทาทุกข์พวกนี้กำลังจะไหลเข้ากระเป๋าเถ้าแก่ซูหมดเลยเนี่ยนะ!