- หน้าแรก
- สุ่มกาชาเอาชีวิตรอด การันตีการ์ดระดับตำนานทุกวัน
- บทที่ 206 - ย้อมทรายเหลืองด้วยเลือด
บทที่ 206 - ย้อมทรายเหลืองด้วยเลือด
บทที่ 206 - ย้อมทรายเหลืองด้วยเลือด
บทที่ 206 - ย้อมทรายเหลืองด้วยเลือด
"ใช่! ลากคอซูเหยี่ยนออกมา! เมื่อกี้ยังเห็นมันกร่างอยู่เลยไม่ใช่เหรอ? ไหนล่ะบังคับจัดทีม?"
"แชมป์เปี้ยนแล้วไงวะ? มีมงกุฎเปล่งประกายแล้วไงวะ? นึกว่าตัวเองเป็นอมตะรึไง?"
"โคตรตลกเลยว่ะ ผ่านมาตั้งหลายชั่วโมงแล้ว ไอ้ซูเหยี่ยนมันยังมุดหัวอยู่แต่ในกระดอง ฉันก็นึกว่าจะแน่สักแค่ไหน ที่แท้ก็ปอดแหกพอๆ กับไอ้หลี่ต้าลี่นั่นแหละ"
"ฉันเริ่มจะตาสว่างแล้วล่ะ พอพวกเราโดนบีบให้ต้องรวมกลุ่มกัน พวกแกถึงเพิ่งจะรู้ตัวใช่ไหม ว่าเล่นผิดคนแล้ว?"
"คำเดียวสั้นๆ! ตอนนี้พวกเราเป็นคนคุมเกม กฎของช่องนี้ต้องให้พวกเราเป็นคนกำหนด!"
ซูเหยี่ยนมัวแต่วุ่นอยู่กับการจัดการเรื่องในฐานทัพ ไม่ได้โผล่หน้ามาในช่องแชตเลย พวกหน้าใหม่เลยทึกทักเอาเองว่าเขาปอดแหกหนีไปแล้ว
ผู้ใช้รุ่นเดอะบางคนเห็นความห้าวเป้งของพวกหน้าใหม่แล้ว ก็อดรู้สึกคุ้นๆ ไม่ได้ คลับคล้ายคลับคลาว่าเมื่อไม่นานมานี้ ก็เคยมีคนมาทำกร่างใส่เถ้าแก่ซูแบบนี้เป๊ะเลย
แต่ขนาดพวกที่เคยกร่างตอนนั้น ต่อให้มีแชมป์เปี้ยนหนุนหลังตั้งสามคน พวกเขาก็ยังรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัว ไม่เคยห้าวถึงขั้นจะมาตั้งกฎเกณฑ์ใหม่ตั้งแต่ตอนที่ซูเหยี่ยนยังไม่ตายแบบนี้เลย
อย่างว่าแหละ ความอ่อนแอไม่ใช่บาป ความโง่เขลาต่างหากที่น่ากลัว
มีคนทนดูไม่ไหว เลยเตือนด้วยความหวังดี: "ฉันก็ไม่ได้อยากจะยุ่งเรื่องของพวกนายหรอกนะ... แค่อยากจะเตือนสติหน่อย: วีรกรรมของเถ้าแก่ซูน่ะไม่ใช่เรื่องโม้หรอกนะ ไม่เห็นจำเป็นต้องไปรนหาที่ตายกับเขาเลย ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็เจรจาสงบศึกกันดีกว่า"
"สงบศึก? สงบศึกพ่องมึงดิ!"
หน้าใหม่คนนึงด่าสวนกลับมาอย่างจองหอง: "ซูเหยี่ยนมันมีวีรกรรมบ้าบออะไรนักหนา? ก็แค่โดนแชมป์เปี้ยนสามคนรุมสกรัมไม่ใช่เหรอ! ก็แค่โดนคนไม่กี่สิบคนดักตีหน้าโอเอซิสไม่ใช่เหรอ! ตอนนี้พวกเรามีกันตั้งห้าร้อยกว่าคนเว้ย!"
"ไอ้ซูเหยี่ยนตัวคนเดียวมันจะเอาปัญญาที่ไหนมาฆ่าคนตั้งห้าร้อยคน? อย่าว่าแต่ซูเหยี่ยนเลย ต่อให้แชมป์เปี้ยนสามคนนั่นฟื้นคืนชีพกลับมาก็ยังเอาไม่อยู่เลยเว้ย!"
"เป็นเพราะพวกแกนั่นแหละที่ไล่บี้พวกเราก่อน แกก็อย่ามาทำเป็นพ่อพระหน่อยเลย เริ่มจากแกก่อนเลย! จ่ายมา 200,000 เหรียญโลหิตเป็นค่าคุ้มครอง ไม่งั้นพวกเราห้าร้อยคนจะรุมบังคับจัดทีมแก!"
"ใช่! ต้องจ่ายทุกคน! ไม่งั้นฆ่าเรียบ!"
คำพูดของหน้าใหม่ทำเอาพวกรุ่นเดอะอึ้งกิมกี่
สมกับเป็นพวกหน้าใหม่ ใจเด็ดจริงๆ เพิ่งจะรวมตัวกันได้ไม่ทันไร ก็ริอ่านจะมาเก็บค่าคุ้มครองจากทุกคนในช่องซะแล้ว
บางคนทนไม่ไหว ขี้เกียจต่อปากต่อคำด้วย แท็กหาซูเหยี่ยนรัวๆ
และในจังหวะนั้นเอง ซูเหยี่ยนก็เพิ่งจะวางสมุดจดลง เงยหน้าขึ้นมาเห็นข้อความพอดี
"โอ้โห จะลากคอฉันออกไปเชือดงั้นเหรอ?"
ซูเหยี่ยนหัวเราะร่า เดินไปทางช่องทางเชื่อมต่อด่วนของฐานทัพ พลางส่งสัญญาณให้ชีเค่อไปตามหลัวต้าซานมา
ส่วนในช่องแชต ซูเหยี่ยนก็พิมพ์ตอบกลับไปสั้นๆ
ซูเหยี่ยน: "จัดมา"
แค่สองคำสั้นๆ แต่บ่งบอกถึงความคันไม้คันมือ และจุดยืนที่อยากจะจบเรื่องนี้ให้ไวที่สุด
เจอเรื่องพรรค์นี้มาบ่อย ซูเหยี่ยนขี้เกียจเสียเวลาแล้ว
รีบๆ ลุยให้จบๆ จะได้พักผ่อน ดึกดื่นป่านนี้ทุกคนก็เหนื่อยกันหมดแล้ว
พอข้อความของซูเหยี่ยนเด้งขึ้นมา ผู้ใช้รุ่นเดอะก็ตาสว่างวาบ ไม่มีใครพิมพ์อะไรแทรก ตั้งหน้าตั้งตารอดูของดี
ส่วนพวกหน้าใหม่ที่กำลังเหิมเกริมอยู่เมื่อกี้ จู่ๆ ก็ใบ้แดกกันหมด
ถึงเมื่อกี้จะปากดีแค่ไหน แต่พอเจอตัวจริงของซูเหยี่ยนเข้าให้ ลึกๆ ในใจก็แอบสั่นเหมือนกันแหละ
ซูเหยี่ยนขี้เกียจจะต่อปากต่อคำ ยื่นข้อเสนอให้สองทาง
ซูเหยี่ยน: "จะให้พวกแกห้าร้อยคนมาบังคับจัดทีมฉัน หรือจะให้ฉันบังคับจัดทีมพวกแกทั้งห้าร้อยคน"
ซูเหยี่ยน: "อย่ามัวแต่มุดหัว รีบๆ ตัดสินใจมา"
เด็ดขาด ฉับไว!
เถ้าแก่ซูยังคงเป็นคนเดิมไม่เปลี่ยน พวกรุ่นเดอะก็รอดูความชิบหายอย่างเมามันส์
แถมพอเห็นพวกหน้าใหม่เงียบกริบ ก็มีคนแกล้งเข้าไปแท็กถาม: "เมื่อกี้ไม่ใช่บอกว่าจะมาคิดบัญชีกับซูเหยี่ยนเหรอ? เอาเลยดิ รออะไรอยู่ล่ะ? พวกเราปูเสื่อรอดูอยู่นะเว้ย!"
"ฆ่าเลย! แม่งเอ๊ย รีบๆ ไปฆ่าซูเหยี่ยนสักทีดิ! ถ้าฆ่ามันได้ เดี๋ยวฉันจะจ่ายค่าคุ้มครองให้เลย! จ่ายให้สองเท่าด้วยเอ้า!"
"สองเท่า? กระจอกว่ะ ฉันให้สิบเท่าเลย! 500 ยอดมนุษย์ปะทะเถ้าแก่ซู!"
การประชดประชันของพวกรุ่นเดอะ ทำเอาพวกหน้าใหม่ที่เพิ่งจะเริ่มใจเย็นลง กลับมาเลือดขึ้นหน้าอีกรอบ
พูดอวดดีไปขนาดนั้นแล้ว ถ้าขืนมาปอดแหกตอนนี้ ไอ้กลุ่ม 500 คนที่เพิ่งจะรวมตัวกันได้ก็คงแตกกระจายแหงๆ
ถ้าขาดความสามัคคี อีกไม่นาน 500 คนนี้ก็ต้องโดนเชือดทิ้งทีละคนอยู่ดี
"ลุยแม่งเลย!"
"ฉันไม่เชื่อหรอกเว้ย ว่าไอ้ซูเหยี่ยนมันจะเก่งกาจขนาดฆ่าพวกเราได้ตั้ง 500 คนจริงๆ?!"
หน้าใหม่คนนึงกัดฟันกรอด ทุ่มเงิน 200,000 เหรียญโลหิต บังคับดึงซูเหยี่ยนเข้าร่วมทีมทันที
และในจังหวะนั้นเอง ซูเหยี่ยนที่เพิ่งจะเก็บหลัวต้าซานและยอดการ์ดหลักเข้าคลังสมบัติเสร็จ ก็เห็นข้อความแจ้งเตือนจัดทีมเด้งขึ้นมาพอดี
วินาทีต่อมา ร่างของซูเหยี่ยนก็เริ่มจางหายไปอย่างรวดเร็ว ขบวนรถและข้ารับใช้ในฐานทัพก็ถูกบังคับให้กลายสภาพเป็นการ์ด แล้วพุ่งกลับเข้าไปในคลังสมบัติอย่างว่องไว
"บังคับจัดทีมนี่มันยุ่งยากเหมือนกันแฮะ ต้องบังคับเอาการ์ดติดตัวไปด้วยหมดเลยเหรอ?"
นี่เป็นครั้งแรกที่ซูเหยี่ยนโดนบังคับจัดทีม รู้สึกแปลกใหม่ดี แต่ก็แอบรำคาญนิดๆ
แค่ไปฆ่าพวกไก่อ่อนเนี่ยนะ ถึงกับต้องทำให้งานภาคค่ำของฐานทัพต้องชะงักไปเลย เดี๋ยวกลับมาต้องโดนจิงบ่นหูชาแน่ๆ
ไม่กี่อึดใจ ร่างของซูเหยี่ยนก็มาโผล่ในเขตทะเลทราย
ที่นี่ไม่ใช่ถนนแข่งเดิน ไม่มีเพดานจำกัดคน 100 คน เลยเหมาะเจาะพอดีที่จะให้กองทัพ 500 กว่าคนสำแดงเดชได้เต็มที่
และทันทีที่ซูเหยี่ยนยืนทรงตัวได้ เขาก็สัมผัสได้ถึงสายตานับร้อยคู่ที่จ้องเขม็งมาจากทุกสารทิศ
ซูเหยี่ยนเงยหน้าขึ้น ก็เห็นผู้ใช้หลายร้อยคนยืนถือการ์ดเตรียมพร้อม ล้อมกรอบเขาไว้ทุกทิศทาง ปิดทางหนีทีไล่ซะมิดเลย
"ซูเหยี่ยน! ใจกล้าหน้าด้านดีนี่ ที่ยังกล้าเสนอหน้ามาอีก!"
ชายหนุ่มคนนึงก้าวออกมาจากฝูงชน เขายืนจังก้าอยู่บนยอดเนินทราย ในมือถือการ์ดไว้สองข้าง ตีหน้าขรึม ก้มมองซูเหยี่ยนราวกับเป็นผู้ชนะ: "ฉันจะให้โอกาสแกสำนึกผิด คุกเข่าอ้อนวอนซะ! แล้วก็ไปขอโทษต่อหน้าทุกคนในช่องแชต! จากนั้นก็ส่งการ์ดทั้งหมดที่มีมาให้พวกเรา! แล้วพวกเราจะยอมไว้ชีวิตแก!"
"......"
ซูเหยี่ยนกวาดตามองรอบๆ ตบเบาๆ ที่คลังสมบัติบนข้อมือ การ์ดข้ารับใช้ใบหนึ่งก็หมุนติ้วออกมา ชายหัวโล้นปรากฏกายขึ้นท่ามกลางหมอกสีเลือด
"เจ้านาย?"
หลัวต้าซานกวาดตามองรอบๆ มุมปากแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียมและตื่นเต้น
แต่เขาก็ยังไม่ผลีผลามทำอะไร ส่งสายตาถามความเห็นซูเหยี่ยนก่อน
"โห? ยังกล้าเรียกข้ารับใช้ออกมาอีกเหรอ?!"
ชายหนุ่มคนนั้นหัวเราะเยาะ มองเหยียดๆ: "นี่น่ะเหรอขุนพลคู่ใจของแก? ได้ยินมาว่าฝีมือดีนี่ แต่ต่อให้เก่งแค่ไหนก็มีแค่คนเดียว! ช่างเถอะ เห็นแก่ที่แกก็เคยเป็นแชมป์เปี้ยนมาก่อน วันนี้ฉันจะสงเคราะห์ให้แกรู้ตัวตาย ชื่อของฉันคือ......"
"ฆ่าให้หมด"
ซูเหยี่ยนนั่งลงบนพื้นทราย ยกมือส่งสัญญาณให้หลัวต้าซานลุย: "ขี้เกียจฟังมันเห่า"
"โพละ!!"
ชายหนุ่มคนนั้นพูดยังไม่ทันจบประโยค หัวก็ระเบิดกระจาย! เลือดสาดกระเซ็น ร่างไร้หัวกระเด็นปลิวลอยไปตามแรงอัด!
"เฮ้ย!" ผู้ใช้รอบข้างถึงกับสะดุ้งโหยง ถอยกรูดกันเป็นแถว ถึงตอนนี้พวกเขาเพิ่งจะเห็นชัดๆ ว่าตรงจุดที่ชายหนุ่มคนนั้นเคยยืนอยู่ ตอนนี้มีชายหัวโล้นหน้าตาถมึงทึงยืนจังก้าอยู่แทน
"ขยะอะไรวะเนี่ย อ่อนปวกเปียกชิบเป๋ง"
หลัวต้าซานแคะหู มองกวาดไปรอบๆ อย่างดูแคลน ก่อนจะกระดิกนิ้วท้าทาย: "ไอ้พวกสวะ เข้ามาพร้อมกันเลย!"
สิ้นเสียงหลัวต้าซาน แสงวูบวาบจากการ์ดสกิลและการ์ดพรสวรรค์ก็พุ่งทะยานมาจากทั่วทุกสารทิศ โจมตีใส่หลัวต้าซานแบบไม่ยั้ง แถมยังลามไปถึงซูเหยี่ยนด้วย
ไอ้พวกนี้ก็ไม่ได้โง่นะ พอเห็นความโหดของหลัวต้าซาน พวกมันก็ไม่กั๊กฝีมืออีกต่อไป แถมยังกะจะเล่นงานซูเหยี่ยนที่เป็นหัวหน้าให้ตายตกไปตามกัน
แต่เสียใจด้วย รอบตัวซูเหยี่ยนมีข้ารับใช้โผล่มาคุ้มกันอีกหลายสิบคน พวกเขาถือโล่ยักษ์ นี่คือทหารจากกองทัพสีเหล็ก ที่มาตั้งแถวป้องกันซูเหยี่ยนไว้อย่างแน่นหนา
ดาเมจจากการ์ดจำนวนมหาศาลถูกหารเฉลี่ยและดูดซับไปโดยทหารหน่วยรบ ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนไปถึงซูเหยี่ยนที่อยู่ตรงกลางเลยสักนิด
และในช่วงเวลาเดียวกันนั้น หลัวต้าซานก็เริ่มออกล่าแล้ว
เขาเคลื่อนที่ไวปานสายฟ้าแลบ พุ่งทะยานเข้าไปในดงศัตรู แป๊บเดียวก็สร้างพายุเลือดและชิ้นส่วนอวัยวะปลิวว่อนไปทั่ว พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนที่ดังระงมไม่ขาดสาย
ไม่มีใครต้านทานการโจมตีของหลัวต้าซานได้ เผลอๆ ยังมองไม่ทันความเร็วของเขาด้วยซ้ำ
"อ่อนจริงๆ ด้วยว่ะ"
ซูเหยี่ยนดูอยู่แป๊บเดียว ก็ขี้เกียจจะสนใจแล้ว
มิน่าล่ะไอ้พวกหน้าใหม่พวกนี้ถึงปีนขึ้นมาอยู่หัวแถวไม่ได้สักที ศักยภาพโดยรวมเทียบกับพวกรุ่นเดอะไม่ได้เลยสักนิด
อุตส่าห์ดึงซูเหยี่ยนมาถึงที่ แต่แทนที่จะรีบเปิดฉากโจมตี ดันมัวแต่พล่ามน้ำลายฟูฟ่อง หวังจะข่มขวัญเขาเนี่ยนะ
เอาจริงๆ ถ้าฝีมือเจ๋งพอ การโชว์พาวข่มขวัญศัตรูก่อนสู้มันก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอก แต่ประเด็นคือไอ้พวกนี้กระจอกเกินไป กระจอกขนาดที่รับมือหลัวต้าซานในโหมดเจ้าทัพหน้ายังไม่ได้เลย
การ์ดแห่งการตัดสินไม่ต้องงัดออกมาใช้ การ์ดบัลลังก์เทพใบใหม่ก็ไม่ต้องพึ่ง
แค่หลัวต้าซานในโหมดปกติ ที่ผ่านการเพาะปลูกมานับไม่ถ้วน บวกกับบัฟจากคุณลักษณะเจ้าทัพหน้า ก็มีพลังเทียบเท่ากับการ์ด UR ระดับท็อปแล้ว แค่นี้ก็ล้างบางพวกมันทั้ง 500 คนได้สบายๆ
ใช้เวลาไปแค่ไม่ถึงนาทีครึ่ง ซากศพก็เกลื่อนกลาดไปทั่ว แสงจันทร์สาดส่องลงมากระทบผืนทรายที่บัดนี้ถูกย้อมไปด้วยสีเลือดจนแดงฉาน