เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 242 ส่วนแบ่งล้านล้านหยวน

ตอนที่ 242 ส่วนแบ่งล้านล้านหยวน

ตอนที่ 242 ส่วนแบ่งล้านล้านหยวน


เดี๋ยวหลังจากปี 1990 ค่าโฆษณาในทีวีจะเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะในช่วงเวลาไพร์มไทม์ ราคาสูงจนน่าตกใจเลยทีเดียว

ถ้ายิ่งในปีหลัง 2000 ค่าโฆษณานี่ไม่ต้องพูดถึงเลย บางทีอาจจะสูงเป็นสิบถึงร้อยล้านหยวนได้เลย

แต่ในยุคนี้สื่อบรรเทิงในประเทศจีนจะมีเพียงรายการในทีวีเท่านั้น ค่าโฆษณาราคามันถูกจนจินตนาการไม่ถึงทีเดียว แต่สำหรับคนในยุคนี้ก็คือว่าสูงแหละ

แต่ผลลัพธ์ของโฆษณายุคนี้นั้นดีกว่าการโฆษณาในมือถือซะอีก เพราะเกือบทุกคนจะต้องดูทีวีที่บ้านกัน และโฆษณาของยุคนี้นั้นก็มีเสน่ห์อย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าจะเป็นวลีขายของหรือกระทั่งเพลง

คนในยุคปัจจุบันบางคนยังสามารถฮัมเพลงในโฆษณาได้อยู่เลย เห็นไหมล่ะว่าโฆษณายุคนี้มันมีผลลัพธ์ดีแค่ไหน แล้วถ้ายิ่งมีวลีเด็ดๆติดบ้านละก็ วลีนั้นก็จะพูดต่อกันอีกหลายสิบปีเลย

"ตอนนี้ที่คาร์ฟูร์จะเป็นแหล่งที่ขายพัดลมได้เยอะที่สุดใช่ไหม? แต่ต่อไปเราจะขยายออกจากหนานจิงไปเรื่อยๆ และสุดท้ายพัดลมของเราก็จะขายทั่วประเทศ"

ซูข่านพูดเบาๆ

แน่นอนว่านอกพื้นที่หนานจิงยังไม่มีซุปเปอร์มาร์เก็ต การที่ผู้คนต้องการซื้อพัดลมจะต้องซื้อผ่านคนของจางเฉียงเท่านั้น

"พี่สาม…แล้วพี่กั๋วเฉียงจะคิดยังไงเหรอครับ"

เมื่อรู้ว่าพัดลมที่ผลิตจากโรงงานของลู่กั๋วเฉียงอาจจะอยู่ในทีวี ภายในใจของจางเฉียงก็สว่างขึ้นมาอีกครั้ง ดวงตาของเขาก็ดูเป็นประกายมาก

"อย่าคิดมากน่า"

ซูข่านมองเห็นจางเฉียงแล้วพูดเบาๆ

"ฮัดชิ่วววววววว"

ขณะเดียวกันลู่กั๋วเฉียงก็ได้คัดจมูกขึ้นมาเฉย

ทางด้านฝั่งซูข่าน เขาก็พูดขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้

"นายเป็นแค่คนรับของมาขายไม่ใช่เหรอ? นายไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนผลิตเลยสักหน่อย"

"ลูกค้าจะมาหานายเพื่อซื้อสินค้าอย่างเดียวถูกไหม? แล้วนายต้องไปคุยกับคนพวกนี้เองรึเปล่า?"

"แล้วโฆษณาที่จะลงฟรีไหม? นายไม่ได้ต้องโฆษณาเองสักหน่อยที่ออกอากาศก็มีคนรับจ้างทำ"

หลังจากฟังคำพูดของซูข่าน จางเฉียงก็นึกขึ้นมาได้ว่าเป็นความจริงทุกอย่างแล้วเขาก็หัวเราะอย่างเขินอาย พร้อมกับเอามือมาตบที่หัวตัวเองเบาๆ

"ผมเข้าใจแล้วครับพี่สาม

จางเฉียงเองนั่นแหละที่ตีตนไปก่อนไข้ เขาเห็นว่าการออกทีวีมันเป็นเรื่องที่ใหญ่มากสำหรับเขา

ตอนแรกเขาคิดว่าเขาต้องเป็นคนโฆษณาพัดลมด้วยตัวนี้เองด้วยซ้ำ ถ้าเป็นอย่างงั้นอาจไม่มีใครมาซื้อสักคนเลยแหละ

ซูข่านมองไปยังจางเฉียงและถามต่อ

"แล้วเรื่องที่ดินตรงชานเมืองในหนานจิงเป็นยังไงบ้าง?"

"ผมจัดการเรียบร้อยแล้วครับ"

จางเฉียงตกใจและรีบตอบอย่างรวดเร็ว

"ที่ดิน 100 ไร่ถูกซื้อเรียบร้อยแล้ว และผมก็ได้จดทะเบียนบริษัทแล้วด้วยครับ ตอนนี้เหลือแค่ชื่อบริษัทอย่างเดียวครับ"

"สปีดโลจิสติกส์(Speed Logistics)"

ซูข่านตอบจางเฉียงเบาๆ

"เป็นชื่อที่ดีมากเลยครับ"

จางเฉียงรีบประจบสอพลอทันทีที่ได้ยิน

ซูข่านกลอกตามองบนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เบื่อหน่าย

"นายรู้เหรอว่ามันหมายความว่าอะไร? หื้ม?"

ทุกวันนี้การขนส่งยังไม่ได้พัฒนาสักเท่าไหร่ ซูข่านจึงอยากได้ชื่อที่มันเกี่ยวข้องกับการขนส่งโลจิสติกส์ไว้ก่อน ชื่อนี้จะสอดคล้องกับการพัฒนาอีคอมเมิร์ซในอนาคต

สปีดโลจิสติกส์ก็ตามชื่อของมันเลย คือการขนส่งที่รวดเร็ว ชื่อนี้จะทำให้คนส่งรู้สึกว่าการขนส่งของที่นี่จะเป็นการขนส่งที่รวดเร็วมากๆ

และด้วยการทำโลจิสติกส์มันจะต้องครอบคลุมทุกภาคส่วนทั่วประเทศ ดังนั้นการซื้อที่ชานเมืองไว้สำหรับคลังสินค้าก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกัน

ในพื้นที่ชานเมืองเดี๋ยวก็จะเริ่มมีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ จากที่ดินรกร้างก็จะกลายเป็นเขตเมืองในอีกไม่กี่ปี

ดังนั้นมูลค่าของที่ดินพวกนี้จะเริ่มสูงมากตามลำดับ

ตราบใดที่ตอนนี้ยังมีโอกาสอยู่ ซูข่านก็จะให้จางเฉียงซื้อดินบริเวณชานเมืองไปเรื่อยๆเพื่อสร้างโกดังเก็บของสำหรับจางเฉียงก่อน จากนั้นก็เริ่มพัฒนาให้กลายเป็นคลังสินค้าของสปีดโลจิสติกส์ในอนาคตก็ได้

หากว่ามีคลังสินค้าอยู่ทั่วประเทศแล้ว การเป็นบริษัทขนส่งอันดับ 1 ก็อยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ไม่ว่าจะเป็นพัสดุขนาดเล็กหรือว่าขนาดใหญ่ สปีดโลจิสติกส์ก็สามารถขนส่งได้หมด แถมใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้น

สำหรับพวกโลจิสติกส์ที่ไม่มีคลังสินค้าจนต้องไปเช่าโกดังที่อื่น พวกนี้ก็จะโดนสปีดโลจิสติกส์กลืนกินทั้งหมด

มันไม่ใช่เรื่องที่ซูข่านตั้งใจที่จะทำหรอก แต่มันเป็นเรื่องจริงที่เคยเกิดขึ้นเมื่อชาติก่อน

มันมีบริษัทขนส่งแห่งหนึ่งชื่อดังและมาแรงมากๆในยุคนั้น ตอนนั้นการขนส่งจากเหนือสุดไปใต้สุดบริษัทนี้สามารถใช้เวลาเพียว 1-2 วันเท่านั้นเอง

ผู้คนเลยแห่กันมาใช้บริการขนส่งพัสดุของบริษัทนี้เป็นจำนวนมาก แต่บริษัทนี้เพิ่งก่อตั้งได้ไม่นานไง พวกเขาไม่มีเงินทุนพอที่จะซื้อที่ดินทำคลังสินค้า พวกเขาจึงได้ทุ่มทุนมหาศาลในการเช่าโกดัง

แต่ทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปตามที่พวกเขาหวัง ที่ดินที่พวกเขาเช่านั้นมีขนาดที่จำกัด มันไม่เพียงพอต่อพัสดุที่เข้ามาต่อวันนับพันๆหมื่นๆชิ้น

สุดท้ายแล้วการไม่มีที่เก็บพัสดุมันก็จะทำให้การขนส่งมีระยะเวลาที่นานขึ้น จาก 1-2 วันก็ได้ขยับเป็น 3-5 วัน จาก 3-5 วันก็เริ่มเป็นอาทิตย์จนถึงเป็นเดือนๆ ขนาดจังหวัดใกล้เคียงยังใช้เวลาเป็นเดือนเลย

ด้วยค่าเช่าที่ดินที่ต้องจ่ายมหาศาลทุกๆเดือน รวมกับค่าชดใช้ที่ขนส่งล่าช้า สุดท้ายบริษัทโลจิสติกส์แห่งนี้ก็ได้ขายกิจการต่อในที่สุด

ซูข่านจะไม่ให้เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับสปีดโลจิสติกส์เด็ดขาด หากว่าคุมตลาดตรงนี้ได้ก็สามารถกลืนส่วนแบ่งโลจิสติกส์อื่นๆได้เรื่อยๆ

ต้องรู้ไว้เลยว่ามูลค่าเม็ดเงินที่ไหลเวียนในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์นั้นมีมากถึงล้านล้านหยวน

มันเปรียบเสมือนกับเค้กที่ก้อนใหญ่ๆมากก้อนหนึ่ง สปีดโลจิสติกส์เองก็ต้องการตัดแบ่งชิ้นส่วนเค้กนี้ออกมาบ้าง ถ้ามีโอกาสก็อยากจะตัดชิ้นใหญ่ขึ้นทุกๆปี

"เอ่อ"

"พี่สามครับนอกจากที่ดินในหนานจิงแล้ว เมืองเว่ยที่อยู่ถัดไปผมก็ได้ซื้อที่ดินตรงนั้นประมาณ 100 ไร่แล้วครับ"

จางเฉียงรีบเปลี่ยนเรื่องทันทีที่ซูข่านดุ แต่ซูข่านไม่ได้ดุจางเฉียงด้วยความโกรธ มันเป็นการดุแบบเป็นกันเอง

ปกติแล้วพี่สามจะไม่คุยกับคนอื่นแบบนี้เลย แล้วพี่สามได้พูดแบบนี้เขา จางเฉียงเองรู้สึกมีความสุขมาก

"เมืองเว่ย?"

เมื่อได้ยินซูข่านก็เบิกตากว้างออกมา

"ที่ดินเมืองนั้นนายซื้อไว้สัก 200 ไร่ก็ได้นะ"

จางเฉียงรู้สึกประหลาดใจมากที่ได้รับคำสั่งให้ซื้อที่ดินเมืองเว่ยเยอะขนาดนี้

แต่สำหรับซูข่านแล้วเขาย่อมรู้ดีว่าเมืองนี้เป็นจุดศูนย์กลางของโลจิสติกส์ในอนาคต ที่นี่จะเป็นจุดใหญ่ในการกระจายพัสดุไปยังภาคตะวันออกเฉียงเหนือของจีน

ทุกจังหวัดในตะวันออกเฉียงเหนือจะต้องผ่านเมืองเว่ยแทบทั้งสิ้น ดังนั้นที่แห่งนี้สมควรที่จะมีคลังสินค้าขนาดใหญ่กว่าที่อื่นเล็กน้อย

นอกจากหนานจิงแล้วยังมีเมืองใหญ่อีกหลายเมืองในมณฑลเหอเป่ย์ ที่สามารถทำการเป็นจุดกระจายสินค้าได้ เป็นศูนย์รวมโลจิสติกส์

แต่สำหรับเมืองทั่วไปแล้วใช้พื้นที่ 100 ไร่ก็น่าจะเพียงพอต่อพัสดุที่เข้ามาแล้ว

ซูข่านคิดว่าพื้นที่ 200 ไร่ในเมืองเว่ยจะมีประโยชร์อย่างมากสำหรับสปีดโลจิสติกส์

ถึงแม้ว่ามูลค่าที่ดินของมันจะไม่ได้สูงเท่ากับที่หนานจิงก็เถอะ ที่นั่นเป็นเมืองชั้นรองและยังเป็นชานเมืองอีกด้วย

"นายต้องเร่งหาที่ดินแบบนี้อีก ถ้าเงินส่วนแบ่งของฉันหมดก็ให้มาบอก"

ซูข่านบอกให้จางเฉียงเร่งทำโครงการนี้ให้เร็วขึ้น

จบบทที่ ตอนที่ 242 ส่วนแบ่งล้านล้านหยวน

คัดลอกลิงก์แล้ว