เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 232 รายได้คาร์ฟูร์วันแรก

ตอนที่ 232 รายได้คาร์ฟูร์วันแรก

ตอนที่ 232 รายได้คาร์ฟูร์วันแรก


เมื่อวานนี้เป็นวันที่คาร์ฟูร์เปิดวันแรก ผลประกอบการวันแรกสำคัญมากๆ หากเป็นไปตามเป้าหมายที่วางเอาไว้ก็จะทำให้ผู้คนมีความกระตือรือร้นในการทำงานต่อไป

แต่ถ้าหากว่ายอดไม่ถึงเป้าที่วางไว้ จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนโครงสร้างหรือแผนการโดยการด่วน เพื่อส่งเสริมและหาข้อผิดพลาดที่เกิดขึ้น

ในยุคนี้มีการโฆษณามีค่าใช้จ่ายที่ต่ำแต่กลับไปประสิทธิภาพที่สูง มันต่างการยุคที่มีอินเตอร์เน็ตอย่างมาก

ยุคที่การแข่งขันกำลังแย่งลูกค้ากันอย่างบ้าคลั่ง การโฆษณาต่างๆจึงมีราคาที่สูงตามไปด้วย การโฆษณาบนป้ายประกาศขนาดใหญ่ที่ผู้คนผ่านจำนวนมาก อาจสูงถึงปีละ 10 ล้านหยวนเลยก็ได้

เป็นตัวเลขที่น่ากลัวอย่างมาก เพราะว่านี่เป็นแค่ค่าโฆษณาเพียงอย่างเดียว

การโฆษณาที่ดีไม่จำเป็นต้องทำให้มันเวอร์วังอลังการ หากว่ารู้จุดก็สามารถโฆษณาให้ถึงกลุ่มลูกค้าของเราได้

ซูข่านเคยเห็นโฆษณาคลาสสิกมากมาย พวกเขาแทบจะไม่เปลี่ยนรูปลักษณ์ของพรีเซนเตอร์หรือว่าผลิตภัณฑ์เลย เนื่องจากมันทำให้คนติดตากับภาพเหล่านี้ไปแล้วหากเปลี่ยนเป็นโฆษณาสมัยใหม่อาจจะทำกำไรได้น้อยลงก็เป็นได้

"สักครู่ครับพี่สาม"

หวงเสี่ยวเว่ยหยิบสมุดโน้ตออกมาแล้วรีบเปิดสมุดของเขา สีหน้าของหวงเสี่ยวเว่ยดูตื่นเต้นอย่างมาก ไม่ต้องบอกก็รู้ได้เลยว่าผลประกอบการของเมื่อวานเป็นยังไง

"ผมไม่คิดเลยว่ายอดขายของเมื่อวานจะสูงขนาดนี้ เมื่อคืนผมก็ได้ลองคำนวนไปหลายรอบให้มั่นแล้วด้วยครับ"

"ตอนแรกผมคิดวา่าผมคิดผิด แต่ผมก็ได้ลองคำนวนใหม่อีก 4 ครั้งแต่ผลลัพธ์ก็ยังออกมาเหมือนเดิม"

เมื่อคืนนี้หวงเสี่ยวเว่ยได้ทำการคำนวนยอดขายจำนวนทั้งหมด 5 ครั้ง และผลลัพธ์ของทั้ง 5 ครั้งก็เหมือนกันหมด ไม่มีความแตกต่างแม้แต่นิดเดียว

ด้วยตัวเลขนี้มันแสดงให้เห็นเลยว่าหวงเสี่ยวเว่ยไม่ได้คิดเลขผิดไป มันเป็นตัวเลขจริงๆที่ของผลประกอบการวันแรกของคาร์ฟูร์

หวงเสี่ยวเว่ยได้สูดหายใจเข้าลึกๆและพูดต่อว่า

"ยอดขายของต่างๆมีมูลค่ารวมประมาณเกือบ 40,000 หยวนครับ แต่ก็มีเศษออกมาด้วยเล็กน้อย"

หลังจากที่หวงเสี่ยวเว่ยพูดจบ เขาก็ตื่นเต้นอย่างมาก

ยอดขายเกือบ 40,000 หยวนภายในหนึ่งวัน

บ้าไปแล้ว!!

หากว่าขายได้แบบนี้ทุกวันเป็นเวลาหนึ่งปีจะเป็นยังไง? เอาแค่ยอดขาย 1 เดือนก็เป็นล้านไปแล้ว

"ยอดขายเยอะใช้ได้"

ซูข่านรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย เขาไม่คิดเลยว่ายอดขายวันแรกของคาร์ฟูร์จะสูงขนาดนี้

มันทำให้ซูข่านประหลาดใจอย่างมาก

ในยุคที่เงินเดือนเฉลี่ยอยู่แค่ไม่กี่สิบหยวนกับมูลค่าการซื้อขายวันเดียวหลายหมื่นหยวน มันช่างต่างกันราวฟ้ากับเหว

เขาคิดว่ายอดขายของซุปเปอร์มาร์เก็ตในยุคนนี้จะเยอะขนาดนี้ แสดงว่าภายใต้แรงกดดันของพวกผู้คนในหนานจิง พวกเขาคงมีสิ่งที่ต้องการอยู่เป็นจำนวนมาก

"เสื้อผ้าขายได้เท่าไหร๋?"

ซูข่านถามกับหวงเสี่ยวเว่ย

ในบรรดาผลิตภัณฑ์เหล่านี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่ายอดขายของเสื้อผ้าน่าจะสูงเป็นอันดับต้นๆ การที่ผู้คนจะซื้อเสื้อผ้าได้จำเป็นต้องใช้คูปองเสื้อผ้า ซึ่งมันหาได้ยากยิ่งกว่าคูปองเครื่องใช้ไฟฟ้าอีก

หวงเสี่ยวเว่ยมองไปยังสมุดก่อนจะตอบซูข่าน

"ยอดขายเสื้อผ้าคิดเป็น 30% ของยอดขายทั้งหมดครับ"

"รวมๆแล้วก็ประมาณ 10,000 กว่าหยวนครับ"

มันเป็นไปตามที่ซูข่านได้คาดการณ์ไว้อยู่แล้ว สินค้าที่ขายดีอันดับต้นๆก็คงหนีไม่พ้นเสื้อผ้า

คนที่มีเสื้อผ้าหรือเครื่องนุ่งห่มในยุคนี้มาไม่มาก เวลาที่พวกเขาอยากได้เสื้อผ้าใหม่ ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะนำเศษผ้ามาเย็บปักกับเสื้อตัวเก่าของพวกเขา

แม้ว่าจะเป็นเสื้อผ้าตัวใหม่แล้วก็ตาม แต่มันคือเสื้อตัวเก่าที่มีเศษผ้ามาปักเพิ่มเฉยๆ

เช่นเดียวกันกับกางเกงยีนส์ มีร่องรอยเศษผ้าเย็บทั่วกางเกงเต็มไปหมด เสื้อผ้าดีๆใหม่ๆก็มักจะไปอยู่พวกคนมีเงินเสมอ

ซูข่านเลยไม่กังวลเกี่ยวกับยอดขายเสื้อผ้าของคาร์ฟูร์เลย มันไม่มีทางลดลงได้อย่างแน่นอน ผู้คนที่อยู่ในหนานจิงต่างต้องการเสื้อผ้าใหม่มาก แล้วในหนานจิงมีคนอยู่ทั้งหมดกี่คน?

ถึงแม้ว่ายอดซื้อจะไม่ได้เยอะเท่ากับยุคหลังๆ แต่ภายใต้ฐานที่ใหญ่โตแบบนี้ ผู้คนต่างก็ต้องการเสื้อผ้าใหม่เป็นจำนวนมาก ไม่ต้องพูดถึงบ้านที่มีเด็กเลย ความต้องการเสื้อผ้าย่อมเยอะกว่าบ้านทั่วไปอยู่แล้ว

ในตลาดของประเทศจีนตอนนี้ยังไม่มีแบรนด์เสื้อผ้าไหนตีตลาดได้แตก ซูข่านจึงอยากจะให้สูเจิ้งเหมารีบเข้ามาตีตลาดแห่งนี้ โดยเริ่มใช้คาร์ฟูร์ของเขาเป็นจุดแรกในการขาย

หลังจากนั้นอีกไม่กี่ปี อุตสาหกรรมสิ่งทอจากต่างประเทศก็จะเริ่มเข้ามา ตอนนั้นที่พวกเราก็จะได้นำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้กับพวกเสื้อผ้า แล้วราคาสินค้าที่ผลิตออกมาก็จะเริ่มถูกลงเรื่อยๆ

ซูข่านได้เตือนหวงเสี่ยวเว่ย

"ถึงแม้ว่ายอดขายวันแรกจะดี แต่นายก็ต้องพยายามต่อไป ระยะเวลาจะเป็นตัวพิสูจน์ว่าคาร์ฟูร์ของนายจะยิ่งใหญ่ได้ไหม"

"ครับพี่สาม"

หวงเสี่ยวเว่ยได้ยินคำพูดของซูข่าน ความคิดที่กำลังจะเป็นใหญ่ของเขาก็ได้หายไป ตอนที่เขาเดินทางไปเซียงเจียงกับซูขานครั้งแรก หวงเสี่ยวเว่ยรู้ดีกว่าซูข่านเป็นคนยังไง

ตอนนั้นซูข่ายได้ซื้อนาฬิการาคาหลายแสน ไม่ได้ซื้อเพียงเรือนเดียวด้วย แต่กลับซื้อถึงสองเรือน

นอกจากนั้นก็ยังได้ใช้จ่ายเงินมากมายในห้างสรรพสินค้าจนคนภายในห้างต้องตกตะลึงและออกกฏมาเพื่อซูข่านโดยเฉพาะ

หวงเสี่ยวเว่ยเองก็อยู่ในเหตุการณ์ทั้งหมด เขาจึงรู้ดีว่าพี่สามของเขานั้นยิ่งใหญ่ขนาดไหน

และตอนนี้พี่สามกำลังมอบโอกาสและสิ่งดีๆให้กับเขาอยู่ หากไม่มีพี่สาม หวงเสี่ยวเว่ยเองก็ยังคงเป็นเด็กเก็บขยะหาข้าวกินไปวันๆ

ในทุกวันก่อนหน้านี้ เขาต้องเดินออกตามซอยหรือตามถนนต่างๆเพื่อหาของไปขาย ถ้าวันไหนโชคดีก็จะได้ของไปแลกกับข้าว 2 มื้อ ถ้าวันไหนฝนตกหนักก็ต้องอดกินข้าวไป เป็นเรื่องที่น่าเศร้าอย่างมาก

"ผมจะพยายามให้มากขึ้นครับ เพื่อให้ซุปเปอร์มาร์เก็ตคาร์ฟูร์ประสบความสำเร็จให้เร็วที่สุด"

หวงเสี่ยวเว่ยพูดอย่างหนักแน่น

"ดีมาก ไว้นายค่อยกลับมารายงานกับฉันอีกหนึ่งเดือนละกัน ไปทำงานของนายได้แล้ว"

ซูข่านโบกมือไล่หวงเสี่ยวเว่ยออกไป

ที่นั่นมีเพียงแค่ซู่เฟิงที่คอยทำงานร่วมกับหวงเสี่ยวเว่ยเท่านั้น แต่ซู่เฟิงเองก็ยังไม่เคยเห็นซุปเปอร์มาร์เก็ตของจริงมาก่อน

ดังนั้นการที่ซู่เฟิงและหวงเสี่ยวเว่ยไปจัดการการห้างคาร์ฟูร์ที่ยอดขายต่อวันเยอะแบบนี้ หากว่าได้ยอดนี้ตลอดทั้งเดือนก็จะมีรายได้สูงถึงเดือนละ 1 ล้านหยวน

ซูข่านครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาก็หรี่ตาลงเล็กน้อย

ในเวลานี้ซุปเปอร์มาร์เก็ตได้เปิดทำการแล้วที่หนานจิง อุปทานของสินค้าก็จะถูกเริ่มแก้ไขได้ในอีกไม่นาน

การแก้ปัญหาก็สามารถทำได้เพียงใช้เงินเท่านั้น อยากได้ตอนไหนก็สามารถเดินมาซื้อได้เลยที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต

จบบทที่ ตอนที่ 232 รายได้คาร์ฟูร์วันแรก

คัดลอกลิงก์แล้ว