เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 360 - กลายเป็นกระแสฮิตอีกครั้ง

บทที่ 360 - กลายเป็นกระแสฮิตอีกครั้ง

บทที่ 360 - กลายเป็นกระแสฮิตอีกครั้ง


บทที่ 360 - กลายเป็นกระแสฮิตอีกครั้ง

✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿ ✿

"พระเจ้าช่วย ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่การหารายได้สักร้อยล้านกลายเป็นแค่เป้าหมายเล็กๆ เถ้าแก่เซี่ยสุดยอดไปเลย นี่มันไอดอลชัดๆ!" แฟนคลับเข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์เวยป๋อของเซี่ยเจ๋อไคทันที

"คนข้างบนน่ะ เคยได้ยินเรื่องจ่ายภาษีทะลุสิบล้านไหม เถ้าแก่เซี่ยไม่ใช่คนที่พวกคนธรรมดาอย่างเราๆ จะเอามาเปรียบเทียบได้หรอกนะ!"

"ไม่ลองไปสืบดูหน่อยล่ะ ฉันได้ยินข่าววงในสุดยอดความลับมาว่า โรงงานเล็กๆ ที่เถ้าแก่เซี่ยเพิ่งเปิดเมื่อปีที่แล้ว เปิดมาไม่ถึง 10 เดือน รายได้ก็ทะลุ 50 ล้านหยวน จ่ายภาษีไปตั้ง 5 ล้านกว่าหยวน ไปหาข้อมูลมาก่อนไป๊!"

"เอ่อ ตีซะว่า 9 เดือนละกัน 9 เดือนเพิ่งได้แค่นี้ งั้นรายได้ทั้งปีจะทะลุร้อยล้าน จ่ายภาษีทะลุสิบล้านก็ดูจะยากอยู่นะ เถ้าแก่เซี่ยจะขี้โม้เกินไปจนโป๊ะแตกรึเปล่าเนี่ย ระวังจะมีเรื่องเอานะ!"

"คนข้างบนปัญญาอ่อนไม่ต้องอธิบายหรอก ถ้าตาบอดก็ไปหาแว่นมาใส่ซะ ไม่เห็นที่คนข้างบนแกบอกเหรอว่าเป็นโรงงานเล็กๆ ที่เพิ่งเปิด ฉันว่าปีนี้โรงงานของเถ้าแก่เซี่ยรายได้ทะลุร้อยล้านเป็นเรื่องที่ฟันธงได้เลย บางคนก็แค่อิจฉาตาร้อนเห็นคนอื่นดีกว่าไม่ได้ก็แค่นั้นแหละ"

"คนข้างบนพูดถูกเผง!"

ด้านล่างมีแต่คอมเมนต์ของชาวเน็ตที่ตามน้ำกันมาเป็นพรวน ที่เขาว่ากันว่าคนดูไม่กลัวเรื่องใหญ่ก็คงจะประมาณนี้แหละ

เวลานี้เซี่ยเจ๋อไคยังไม่ได้ปิดคอมพิวเตอร์ หน้าเวยป๋อของเขายังเปิดค้างไว้ เขากดปุ่มรีเฟรชไปทีหนึ่ง จากนั้นก็เห็นคอมเมนต์โผล่ขึ้นมาหลายร้อยข้อความ

เซี่ยเจ๋อไคถึงกับอึ้งไปเลย นี่มีคนว่างงานกี่คนกันเนี่ย วันๆ เอาแต่ซุ่มดูความเคลื่อนไหวในบัญชีเวยป๋อของเขาเหรอ

เวลาผ่านไปไม่ถึงไม่กี่นาที ก็มีคอมเมนต์เป็นร้อยข้อความแล้ว นี่ทำให้เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าคนพวกนี้เป็นกองทัพหน้าม้าที่ใครจ้างมาเพื่อดันกระแสให้เขาหรือเปล่า

...

ที่ปักกิ่ง บนชั้น 19 ของตึกอุดมคติอินเตอร์เนชั่นแนลพลาซ่าที่วงแหวนรอบสี่ทิศเหนือ พื้นที่ตรงนี้ถูกจัดสรรให้เวยป๋อใช้อย่างเป็นทางการแล้ว

ตอนนี้ภายในห้องทำงานของอวี๋ซูผิง เขากำลังจัดการกับเอกสารปึกหนา เอกสารเหล่านี้ล้วนเป็นข้อมูลการพิจารณาเพื่อการโปรโมตเวยป๋อในขั้นต่อไป

ทุกครั้งที่เปิดถึงจุดสำคัญ เขาจะอ่านอย่างละเอียดถี่ถ้วน ไม่ยอมปล่อยผ่านแม้แต่ตัวอักษรเดียว ด้วยกลัวว่าจะเกิดข้อผิดพลาดขึ้นกลางคัน

ขณะที่เขากำลังอ่านอย่างตั้งใจ ก็มีคนมาเคาะประตูห้องทำงานที่ปิดอยู่ของเขา

"ใครน่ะ เข้ามาได้เลย!" อวี๋ซูผิงตะโกนบอก

วินาทีต่อมาเปียนหนิงก็ผลักประตูเดินเข้ามา

"เสี่ยวเปียน เธอนี่เอง มีธุระอะไรหรือเปล่า" อวี๋ซูผิงถามเขา

เปียนหนิงรีบพยักหน้ารับ "บรรณาธิการใหญ่อวี๋ครับ เถ้าแก่เซี่ยโพสต์เวยป๋อแล้วครับ"

"อ้อ งั้นเหรอ" อวี๋ซูผิงได้ยินเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกสนใจขึ้นมา เขาพูดว่า "สองวันก่อนเขาเพิ่งจะสร้างกระแสในคิวคิวไปหมาดๆ ได้ยินมาว่าคำฮิตนั่นติดชาร์ตคำค้นหายอดนิยมด้วย ทำไมจู่ๆ เขาถึงนึกอยากมาโพสต์ข้อความในเวยป๋อได้ล่ะ"

ขณะที่พูดเขาก็เคาะแป้นพิมพ์ไปทีหนึ่ง หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่ดำสนิทก็สว่างขึ้นมา เขาเปิดหน้าเวยป๋ออย่างชำนาญ แล้วค้นหาบัญชีเวยป๋อของเซี่ยเจ๋อไค จากนั้นก็ได้เห็นโพสต์เวยป๋อล่าสุดของเขา "การเริ่มต้นใหม่ในปีนี้ถือว่าไม่เลวเลย บริษัทจิ้งถงดีเวลลอปเมนต์จำกัดตั้งเป้าจะทำเป้าหมายเล็กๆ ให้สำเร็จสักอย่างก่อน นั่นคือการหารายได้สักร้อยล้านให้ได้ก่อนแล้วกัน!"

แล้วอวี๋ซูผิงก็ช็อกจนสมองค้างไปเลย

หลังจากดึงสติกลับมาได้ พอเขามองดูข้อความนี้ก็รู้สึกหน้ามืดตาลายไปหมด เมื่อดูยอดกดไลก์และยอดคอมเมนต์ด้านล่าง เขาก็มีลางสังหรณ์ว่านี่จะเป็นคำฮิตบนโลกออนไลน์ที่ไม่ด้อยไปกว่าคำว่า ตั้งเป้าจ่ายภาษีให้ทะลุสิบล้านก่อนแล้วกัน บนคิวคิวสเปซเลย

"เสี่ยวเปียน เธอมาดูสิ เถ้าแก่เซี่ยนี่ช่างกล้าคุยโตโอ้อวดจริงๆ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่การหารายได้สักร้อยล้านกลายเป็นเป้าหมายเล็กๆ ในปากของเถ้าแก่เซี่ยไปได้" แม้ปากอวี๋ซูผิงจะพูดแบบนี้ แต่ในใจกลับรู้สึกเปรี้ยวจี๊ดขึ้นมา

ต่อให้ตอนนี้เขาจะเป็นตัวหลักระดับแนวหน้าของเวยป๋อ แต่ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด เขาก็ไม่กล้าบอกหรอกว่าชาตินี้จะสามารถบรรลุ เป้าหมายเล็กๆ นี้ได้

หรือนี่จะเป็นความแตกต่างระหว่าง มนุษย์เงินเดือน กับ เถ้าแก่ กันนะ

หรือว่าเถ้าแก่เซี่ยคนนี้จะดูแตกต่างจาก เถ้าแก่ คนอื่นๆ นิดหน่อย

"บรรณาธิการใหญ่อวี๋ครับ เถ้าแก่เซี่ยพูดจาใหญ่โตก็จริง แต่คุณเห็นไหมครับว่าชาวเน็ตชอบอะไรแบบนี้ ผมคิดว่ากระแสของประโยคนี้ไม่ด้อยไปกว่าสเตตัสโพสต์นั้นของเขาเลย แถมยังมีแนวโน้มว่าจะฮิตกว่าด้วยซ้ำ" เปียนหนิงเอ่ยเตือนอยู่ข้างๆ

แน่นอนว่าอวี๋ซูผิงย่อมรู้ดี ไม่ว่าจะเป็น จ่ายภาษีทะลุสิบล้าน หรือ เป้าหมายเล็กๆ หารายได้สักร้อยล้านก่อน จะต้องถูกส่งต่อและแพร่กระจายไปทั่วโลกอินเทอร์เน็ตอย่างแน่นอน แต่หน่วยสิบล้านกับหน่วยร้อยล้านมันมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่เกิด

คงไม่มีใครกลับไปคำนวณหรอกว่าการจ่ายภาษีสิบล้านหยวน ในปีนั้นเขาอาจจะมีรายได้หลายร้อยล้านหยวนเลยก็ได้

แต่การพูดว่าหารายได้หนึ่งร้อยล้านมันให้ความรู้สึกที่ชัดเจนกว่าเห็นๆ!

"เสี่ยวเปียน ช่วยดันกระแสให้เขาหน่อย เวยป๋อต้องการเกาะกระแสนี้" อวี๋ซูผิงพูดสั่งการไปเช่นนี้

เอกสารปึกหนาที่วางอยู่ข้างๆ ล้วนเป็นข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการโปรโมตเวยป๋อ แต่พอเขาลองคิดดูดีๆ กลับสู้ประโยคที่เซี่ยเจ๋อไคเขียนขึ้นมาลอยๆ ประโยคเดียวไม่ได้เลย!

เขาคิดว่าประโยคนี้น่าจะกลายเป็น ไวรัล แน่นอน ในเมื่อเป็นแบบนี้ทำไมไม่ช่วยดันกระแสไปอีกแรงล่ะ ดันให้เถ้าแก่เซี่ยดังเป็นพลุแตกไปเลยก็ดีเหมือนกัน พอคนมาติดตามเถ้าแก่เซี่ยเยอะขึ้น ในทางกลับกันคนก็จะหันมาใช้เวยป๋อเยอะขึ้นตามไปด้วยไม่ใช่หรือ

หลังจากเปียนหนิงรับทราบคำสั่งก็รีบออกไปจัดการทันที

ภายในห้องทำงานเหลือเพียงอวี๋ซูผิงเพียงลำพัง เขามองดูเอกสารปึกนั้นในมือ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าสิ่งที่ตัวเองทำเมื่อครู่นี้ล้วนสูญเปล่าทั้งสิ้น

ตอนเที่ยง ภายในอาคารสำนักงานเก่าซอมซ่อแห่งหนึ่งในปักกิ่ง จางอี้หมิงกำลังวุ่นอยู่กับงานโปรโมตการตลาดของ จิ่วจิ่วฟาง เหลียงหรู่ปัวก็เข้ามาหาเขา

เฒ่าเหลียงดูเหมือนจะเจอเรื่องขบขันอะไรเข้า สีหน้าท่าทางของเขาดูตลกดี แต่ก็พยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้อย่างเต็มที่

เขาเคาะประตูห้องทำงานที่เปิดอยู่ของจางอี้หมิง ก๊อกก๊อก พอเห็นจางอี้หมิงเงยหน้าขึ้นมา เขาก็เดินเข้าไปแล้วพูดว่า "อี้หมิง นายได้ดูข่าวบนอินเทอร์เน็ตช่วงนี้บ้างไหม"

"นายหมายถึงประโยคที่เถ้าแก่เซี่ยพูดเมื่อสองวันก่อนน่ะเหรอ" จางอี้หมิงไม่ใช่พวกที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาอ่านหนังสือโดยไม่สนใจโลกภายนอก

เขาจะเปิดดูข้อมูลข่าวสารบนอินเทอร์เน็ตอยู่เป็นระยะ เพื่อติดตามข่าวสารที่ล้ำหน้าที่สุดในวงการอินเทอร์เน็ต ย่อมต้องรู้คำฮิตที่กำลังระบาดบนอินเทอร์เน็ตตอนนี้อยู่แล้ว

เขาพูดว่า "ตามที่ฉันเห็นนะ เขาก็แค่ว่างจัด ไม่ยอมคิดว่าบริษัทจะพัฒนาไปทางไหนในอนาคต แต่กลับมีเวลามาเล่นคิวคิวสเปซ ปัญญาอ่อน!"

เหลียงหรู่ปัวส่ายหน้าแล้วพูดว่า "ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันหมายถึงเมื่อเช้านี้เถ้าแก่เซี่ยเพิ่งโพสต์ข้อความบนเวยป๋อ ตอนนี้กำลังดังระเบิดบนอินเทอร์เน็ตเลยล่ะ"

"..." จางอี้หมิงเงียบไปราวกับขาดอากาศหายใจ นี่เซี่ยเจ๋อไคว่างจัดถึงขนาดนี้เชียวหรือ

เขาถามว่า "แล้วเถ้าแก่เซี่ยโพสต์ข้อความอะไรอีกล่ะ"

ขณะที่พูด มือของจางอี้หมิงก็ไม่ชักช้า เขารีบเปิดคอมพิวเตอร์ล็อกอินเข้าบัญชีเวยป๋อทันที เขาเองก็ติดตามบัญชีเวยป๋อของเซี่ยเจ๋อไคอยู่ ใช้เวลาไม่นานก็หาเวยป๋อของเซี่ยเจ๋อไคเจอ

พอเห็นข้อความเวยป๋อล่าสุดบนนั้น พอเห็นประโยคที่ว่า ตั้งเป้าจะทำเป้าหมายเล็กๆ ให้สำเร็จสักอย่างก่อน นั่นคือการหารายได้สักร้อยล้านให้ได้ก่อนแล้วกัน จางอี้หมิงก็รู้สึกจุกจนพูดไม่ออก

เวรเอ๊ย เซี่ยเจ๋อไคหมอนี่มันมีพิษหรือไง จะบ้าตายอยู่แล้ว!

เหลียงหรู่ปัวมองดูเพื่อนเก่าที่จู่ๆ ก็นิ่งเงียบไป เขาจะเงียบตามไม่ได้ จึงพูดต่อว่า "อี้หมิง นายคิดว่าด้วยความนิยมในเวยป๋อของเถ้าแก่เซี่ยตอนนี้ ถ้าขอให้เขาโพสต์ข้อความโปรโมต จิ่วจิ่วฟาง ให้เราโดยเฉพาะ มันจะได้ผลลัพธ์เป็นยังไง"

จางอี้หมิงได้ยินข้อเสนอของเหลียงหรู่ปัว ดวงตาเขาก็เป็นประกาย "ใช่เลย นายดูสิ ความนิยมในเวยป๋อของเขาตอนนี้ไม่เบาเลยนะ ถ้าขอให้เขาช่วยโปรโมตให้ ถึงตอนนั้นไม่ใช่แค่ปักกิ่ง แต่ชาวเน็ตทั่วประเทศก็จะรู้จักจิ่วจิ่วฟางของเรา แล้วพวกเราก็คอยสนับสนุนออฟไลน์อยู่ที่ปักกิ่ง ผลลัพธ์จะต้องออกมาดีแน่นอน!"

เหลียงหรู่ปัวก็คิดแบบนี้เหมือนกัน เขาพยักหน้ารัวๆ แล้วพูดต่อว่า "ยังมีอีกเรื่องนะ เถ้าแก่เซี่ยเป็นผู้ถือหุ้นของจิ่วจิ่วฟาง การทำแบบนี้ก็ถือว่าเป็นการช่วยโปรโมตแบบเพื่อนฝูง พูดดีๆ กับเขาสักสองสามประโยค ถึงตอนนั้นก็ไม่ต้องจ่ายเงินแล้วไงล่ะ!"

"เยี่ยมมาก เฒ่าเหลียง ข้อเสนอของนายนี่มันเยี่ยมจริงๆ!" จางอี้หมิงถึงกับอดใจไม่ไหวต้องยกนิ้วให้เขา เรื่องเสียหน้าหรือไม่เสียหน้าไม่อยู่ในขอบเขตการพิจารณาของประธานจางอีกต่อไป

เงินทุนที่ระดมมาได้ก็มีจำกัด ในเมื่อ จิ่วจิ่วฟาง ยังไม่สร้างรายได้ เงินใช้ไปสตางค์นึงก็ลดลงไปสตางค์นึง ตอนนี้อะไรประหยัดได้ก็ต้องประหยัด ตอนไม่มีเงินแล้วต้องไปเที่ยวขอร้องชาวบ้านขอเงินนั่นแหละถึงจะเรียกว่าเสียหน้า

พอนึกถึงผลลัพธ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจากการโปรโมตครั้งนี้ จางอี้หมิงก็ไม่มีอารมณ์จะทำงานอีกต่อไป เขาพูดอย่างอารมณ์ดีว่า "เฒ่าเหลียง คืนนี้ไปดวลเหล้ากันหน่อยไหม"

"ได้เลย จัดไป!" เหลียงหรู่ปัวตอบตกลง

ช่วงบ่าย เซี่ยเจ๋อไคเดินทางจากโรงงานมาที่หน้าประตูโรงเรียนอนุบาลฉียวิ่นการ์เด้น ขณะที่กำลังรอรับลูกสาวเลิกเรียน เขาก็กำลังคุยโม้กับเฒ่าหวังอย่างเบื่อหน่ายอยู่พอดี จู่ๆ ก็ได้รับโทรศัพท์จากจางอี้หมิง

เฒ่าจางโทรมาก็บอกจุดประสงค์ของเขาตรงๆ

หลังจากเซี่ยเจ๋อไคฟังจบ เขาก็พูดกับอีกฝ่ายว่า "เฒ่าจาง ตอนนี้ฉันก็ถือว่าเป็นคนดังระดับบิ๊กเนมที่มีแฟนคลับหลักแสนคนแล้วนะ นายจะให้ฉันช่วยโปรโมตให้ฟรีๆ โดยไม่ตอบแทนอะไรหน่อยเหรอ ทำไมฉันรู้สึกว่าคนดังระดับฉันนี่มันไม่ค่อยมีหน้ามีตาเอาซะเลย"

ไอ้เวรเอ๊ย!

จางอี้หมิงด่ากราดในใจ แต่ปากก็ยังพูดด้วยรอยยิ้มว่า "คราวหน้าถ้านายมาปักกิ่ง ฉันจะเลี้ยงเป็ดปักกิ่งนายเอง"

"ถูกไปหน่อยมั้ง" เซี่ยเจ๋อไคบ่นพึมพำ

จางอี้หมิงเสนอราคาเพิ่มอีก "สองมื้อ แถมสุกี้เนื้อแกะมองโกเลียในให้อีกมื้อนึงด้วย!"

"ตกลง!" คราวนี้เซี่ยเจ๋อไคตอบตกลงอย่างง่ายดาย

เขาไม่ได้ตั้งใจจะเอาเงินจากจางอี้หมิงจริงๆ หรอก ไอ้คนจนเอ๊ย ก่อนหน้านี้ก็เอาแต่วิ่งไล่ตามขอเงินเขา เงินระดมทุนไม่กี่ล้านที่เพิ่งได้มาเมื่อเดือนที่แล้วจะรีดไถอะไรได้ล่ะ เลี้ยงข้าวสองมื้อก็นับว่าคุ้มค่าที่สุดแล้ว

อีกอย่างตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้คิดจะเอาบัญชีเวยป๋อนี้ไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หรือรับจ้างหาเงินค่าโฆษณาอะไรทำนองนั้นด้วย

บางสิ่งบางอย่างก็ควรจะให้มันบริสุทธิ์ไว้หน่อย พอมีเรื่องผลประโยชน์เข้ามาปะปน รสชาติมันก็จะเปลี่ยนไป

ตอนนี้ยังไม่ใช่ยุคที่อินเทอร์เน็ตเฟื่องฟูเหมือนสิบกว่าปีให้หลัง โลกอินเทอร์เน็ตก็ยังไม่ถึงขั้นที่ว่า มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นตอนเช้าก็รู้กันไปทั่วประเทศ ดังนั้นตอนที่เขาไปรับลูกสาวเลิกเรียน คุณครูในโรงเรียนอนุบาลเหล่านี้ก็ไม่ได้ใช้คอมพิวเตอร์ทำงาน จึงยังไม่มีใครรู้เรื่อง วาทะสะท้านโลก ของเขาบนอินเทอร์เน็ต

แต่หลังจากหลัวซีอวิ๋นภรรยาของเขากลับจากบริษัทมาถึงบ้าน สิ่งแรกที่ทำเมื่อถึงบ้านก็คือพูดกับเขาว่า "เจ๋อไค คุณเพิ่งจะสงบเสงี่ยมมาได้ไม่กี่วัน ก็ก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นมาอีกแล้วนะ"

"ฉันพูดความจริงต่างหากล่ะ เป็นเพราะพวกเขาวิสัยทัศน์แคบเกินไป ฉันพูดแค่สองประโยคก็ช่วยเติมเต็มโลกทางจิตวิญญาณอันแสนจะยากไร้ของพวกเขาได้แล้ว ฉันจะไปทำอะไรได้ล่ะ" เซี่ยเจ๋อไคพูดจาเรื่อยเปื่อยเป็นต่อยหอย

หลัวซีอวิ๋นถูกสวนกลับจนจุกไปเลย ถ้าพูดแบบนี้ เธอก็กลายเป็นหนึ่งในชาวเน็ตที่ ยากไร้ทางจิตวิญญาณ ไปด้วยน่ะสิ

"ฉันว่าคุณคงว่างจัดไม่มีอะไรทำแน่ๆ ถ้าเบื่อมากนักก็หาเวลาทำความสะอาดบ้านซะให้หมดเลยนะ ใกล้จะปีใหม่แล้ว ใต้เตียง ใต้โซฟา ในห้องครัวยังไม่ได้ทำความสะอาดเลย!" หลัวซีอวิ๋นจัดหมายงานให้เขาทันที

ถ้าไม่หาอะไรให้เขาทำอีก หลัวซีอวิ๋นรู้สึกว่าเขาคงจะเหาะขึ้นสวรรค์ไปแล้วแน่ๆ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 360 - กลายเป็นกระแสฮิตอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว