เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 300 - ถ้ำเทพโบราณ

บทที่ 300 - ถ้ำเทพโบราณ

บทที่ 300 - ถ้ำเทพโบราณ


บทที่ 300 - ถ้ำเทพโบราณ

สวี่หว่านถิงฟังจนหัวหมุนไปหมดแล้ว เธอเอ่ยขึ้น "จางหยวน เรื่องแบบนี้เอามาล้อเล่นไม่ได้นะ"

จางหยวนตอบกลับ "อาจารย์สวี่ ผมไม่ได้ล้อเล่นนะครับ นี่เรื่องจริง เมื่อสองวันก่อนผมเพิ่งไปเจอศิษย์พี่มา เขายังมีชีวิตอยู่สุขสบายดีเลย ที่ผมต้องมาตามหาอาจารย์เยี่ยในครั้งนี้ก็เป็นเรื่องเกี่ยวกับเขานี่แหละครับ"

"จริงเหรอ?"

สวี่หว่านถิงตื่นเต้นขึ้นมาทันที เธอเด้งตัวลุกพรวดขึ้น "พี่ชายฉันยังมีชีวิตอยู่จริงๆ เหรอ? ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน?"

จางหยวนปราม "อาจารย์สวี่ คุณใจเย็นๆ ก่อน ศิษย์พี่ตอนนี้กลายเป็นอาร์คดยุกปีศาจไปแล้ว ช่วงเวลาสั้นๆ นี้พวกคุณคงยังไม่ได้เจอกันหรอกครับ"

"อะ อาร์คดยุกปีศาจ?"

สวี่หว่านถิงฟังแล้วก็ยิ่งมึนงงเข้าไปใหญ่

พี่ชายของเธอกลายเป็นอาร์คดยุกปีศาจไปแล้วเนี่ยนะ?

โลกนี้มันบ้าไปแล้วเหรอ? หรือว่าเธอยังไม่ตื่นกันแน่?

"อาจารย์สวี่ เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ..."

จากนั้นจางหยวนก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เขาไปพบกับบิลลี่ในเมืองปีศาจให้สวี่หว่านถิงฟังอย่างใจเย็น

"สรุปก็คือ ศิษย์พี่เขาเลือกเดินบนเส้นทางอีกสายเพื่อปกป้องเผ่าพันธุ์มนุษย์ ดังนั้นตลอดสามสิบปีที่ผ่านมาเขาเลยต้องพยายามอย่างหนักอยู่ในขุมนรก และตอนนี้ก็มีเทพมารตนหนึ่งกำลังจะไปหาเรื่องเขา ในฐานะศิษย์น้องอย่างผมก็ต้องไปช่วยเขาจัดการฆ่าไอ้เทพมารที่แส่หาเรื่องนั่นทิ้งซะ"

"แต่ว่าตอนนี้อาจารย์เยี่ยยังไม่รู้ข่าวที่ศิษย์พี่ยังมีชีวิตอยู่ ผมก็เลยต้องไปเตือนเขาสักหน่อย เผื่อว่าเขาจะวู่วามจนไปตกหลุมพรางของเทพมารเข้า แล้วมันจะทำให้แผนของพวกเราพังไม่เป็นท่า"

"เดี๋ยวก่อน... ข้อมูลมันเยอะเกินไปแล้ว ขอเวลาฉันทำความเข้าใจแป๊บนะ..."

สวี่หว่านถิงทิ้งตัวลงนั่งอีกครั้ง จู่ๆ ก็ได้รับข้อมูลจำนวนมหาศาลถาโถมเข้ามาในคราวเดียวจนรู้สึกเหมือนสมองใกล้จะระเบิดเต็มที

แค่จะให้เธอยอมรับข่าวช็อกโลกที่ว่าพี่ชายที่ตายไปสามสิบปีแล้วยังมีชีวิตอยู่ ก็ทำเอาเธอต้องใช้เวลาย่อยข้อมูลไปพักใหญ่แล้ว

แล้วจางหยวนยังมาบอกอีกว่าพี่ชายเธอกลายเป็นอาร์คดยุกปีศาจไปแล้ว สร้างเมืองปีศาจขึ้นในขุมนรก แถมยังกำลังวางแผนก่อกบฏอีกต่างหาก

เท่านั้นยังไม่พอ พี่ชายของเธอกำลังร่วมมือกับจางหยวนวางแผนสังหารเทพอีก...

ทุกคำที่จางหยวนพูดเป็นภาษาต้าเซี่ยชัดๆ แต่พอเอาคำพวกนี้มาเรียงต่อกัน สวี่หว่านถิงกลับพบว่าตัวเองฟังไม่รู้เรื่องเลยสักนิดเดียว!

"ไม่เป็นไรครับอาจารย์สวี่ ค่อยๆ ย่อยข้อมูลไป ไม่ต้องรีบร้อนหรอก"

จางหยวนรู้อยู่แก่ใจดีว่าการจะให้สวี่หว่านถิงยอมรับข้อมูลจำนวนมหาศาลแบบนี้ในเวลาอันสั้นคงเป็นเรื่องยาก เผลอๆ อาจส่งผลกระทบต่อจิตใจของเธออย่างรุนแรงจนเกิดผลลัพธ์ที่คาดไม่ถึงด้วยซ้ำ

แต่ถึงอย่างนั้นสวี่หว่านถิงก็เป็นน้องสาวของสวี่เจี้ยนซิน แถมยังต้องทนทุกข์ทรมานมาตลอดสามสิบปี จางหยวนจึงรู้สึกว่าเขาควรจะบอกความจริงให้เธอได้รับรู้

สวี่หว่านถิงนั่งอยู่บนม้านั่งหินพักใหญ่ กว่าจะยอมรับเรื่องที่พี่ชายยังมีชีวิตอยู่และกลายเป็นอาร์คดยุกปีศาจไปแล้วได้อย่างยากลำบาก

"จางหยวน ขอบใจนะที่ยอมบอกเรื่องนี้ให้ฉันรู้"

สวี่หว่านถิงสงบสติอารมณ์ที่พลุ่งพล่านลง เธอลุกขึ้นยืนอีกครั้งพร้อมกล่าวขอบคุณจางหยวน จากนั้นก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง "ฉันตัดสินใจแล้ว... ฉันจะตามรอยพวกนายไปเข้าร่วมกับเมืองปีศาจในขุมนรก จะไปช่วยพวกนายสร้างอาณาจักรปีศาจในขุมนรกเอง"

"อาจารย์สวี่ คุณ..."

สวี่หว่านถิงพูดอย่างหนักแน่น "จางหยวน นายอย่าเห็นว่าฉันดูบอบบางอ่อนแอ เลเวลก็เพิ่งจะ 70 แล้วดูถูกเชียวนะ อาชีพของฉันคือปรมาจารย์หมื่นค่ายกลระดับเทวตำนาน เกิดมาเพื่อบุกเบิกดินแดนและปกป้องประเทศชาติโดยเฉพาะ พวกนายต้องต้องการพลังของฉันแน่"

พอได้ยินคำพูดของสวี่หว่านถิง จางหยวนก็ชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมา "ผมเข้าใจแล้วครับ... ผมสนับสนุนการตัดสินใจของอาจารย์สวี่นะ แต่เรื่องความคิดเห็นของศิษย์พี่ผมก็คงไปบังคับเขาไม่ได้หรอก เพราะเมืองปีศาจเป็นของเขานี่นา"

"วางใจเถอะ รอเจอพี่ชายเมื่อไหร่ฉันจะเกลี้ยกล่อมให้เขายอมรับเอง ตอนนี้พวกเรารีบไปหาอาจารย์เยี่ยกันก่อนดีกว่า"

พูดจบสวี่หว่านถิงก็มีแสงสีอ่อนสว่างวาบขึ้นรอบตัว จากนั้นค่ายกลสีฟ้าก็กางออกใต้เท้าของเธอ คลื่นสีฟ้าแต่ละระลอกแผ่กระจายออกจากค่ายกลราวกับคลื่นเรดาร์แม่เหล็กไฟฟ้าที่กระจายตัวออกไปรอบทิศทาง

"จางหยวน ฉันหาตำแหน่งอาจารย์เยี่ยเจอแล้ว ทางนี้!"

ไม่นานนักสวี่หว่านถิงก็ได้รับสัญญาณตอบรับ เธอมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือทันทีโดยมีจางหยวนเดินตามไปติดๆ

ทั้งสองคนมุ่งหน้าไปทางทิศเหนือตลอดทาง จนกระทั่งไปหยุดอยู่หน้าภูเขาสูงใหญ่สีดำทะมึนลูกหนึ่ง

บริเวณเชิงเขามีถ้ำเล็กๆ อยู่แห่งหนึ่ง ภายในถ้ำมืดสนิทจนมองไม่เห็นเลยว่ามีอะไรอยู่ข้างในบ้าง

"ตำแหน่งที่ค่ายกลระบุเป้าหมายเอาไว้ก็คือตรงนี้แหละ อาจารย์เยี่ยน่าจะอยู่ในถ้ำนี้"

สวี่หว่านถิงเดินไปที่ปากถ้ำและยื่นมือเข้าไปในนั้น ก่อนจะสัมผัสเข้ากับกำแพงโปร่งใสบานหนึ่ง

"เป็นอย่างที่คิด ปากถ้ำนี้มีเขตแดนกางคลุมเอาไว้อยู่ แถมยังแข็งแกร่งมากด้วย... จางหยวนนายถอยไปหน่อย ฉันจะลองดูว่าจะทำลายเขตแดนนี้ด้วยกำลังได้ไหม"

ระหว่างที่พูด สวี่หว่านถิงก็เตรียมจะลงมือพังเขตแดน ทว่าจางหยวนกลับเดินเข้ามาขวางเธอไว้ "อาจารย์สวี่ ไม่ต้องลำบากขนาดนั้นหรอกครับ หลังจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง"

พูดจบจางหยวนก็หยิบกุญแจสารพัดนึกออกมาจิ้มลงไปบนเขตแดนโปร่งใส

พริบตาต่อมา เขตแดนก็เกิดแรงกระเพื่อม ก่อนที่ประตูแสงเสมือนจริงบานหนึ่งจะปรากฏขึ้นบนเขตแดนนั้น

จางหยวนเสียบกุญแจสารพัดนึกลงไปในรูกุญแจของประตูแสง จากนั้นสวี่หว่านถิงก็ได้ยินเสียง "กริ๊ก" ดังขึ้นเบาๆ ประตูบานนั้นบนเขตแดนก็ถูกเปิดออก

จางหยวนยิ้มกว้าง "อาจารย์สวี่ คุณดูสิ เรียบร้อยแล้วครับ"

"นี่มัน..."

เมื่อสวี่หว่านถิงเห็นจางหยวนเปิดประตูบนเขตแดนได้ดื้อๆ เธอก็ตกตะลึงไปทั้งตัว หันไปมองจางหยวนด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "นายทำอะไรลงไปน่ะ?"

ในฐานะปรมาจารย์หมื่นค่ายกล เธอเคยเห็นค่ายกลบนโลกนี้มานับไม่ถ้วน และยังรู้วิธีทำลายเขตแดนอีกมากมายก่ายกอง...

แต่วิธีการวาดประตูลงบนเขตแดนดื้อๆ แล้วใช้กุญแจไขเปิดเข้าไปแบบที่จางหยวนทำเนี่ย เธอไม่เคยเห็นหรือได้ยินมาก่อนเลยในชีวิต!

จางหยวนหัวเราะพลางอธิบาย "นี่คืออาวุธเทพของเทพแห่งประตูครับ ชื่อว่ากุญแจสารพัดนึก มันสามารถเปิดประตูได้ทุกบานบนโลกใบนี้ เขตแดนที่กั้นโลกภายนอกแบบนี้ก็ถือว่าเป็น 'ประตู' ชนิดหนึ่งเหมือนกัน กุญแจสารพัดนึกเปิดได้ก็ไม่แปลกหรอกครับ"

สวี่หว่านถิงอุทานด้วยความทึ่ง "จางหยวน นายมีของวิเศษเยอะเหมือนกันนะเนี่ย มูลค่าของกุญแจดอกนี้ถึงขั้นเทียบชั้นกับหอคอยทดสอบส่วนกลางที่เป็นสมบัติพิทักษ์ชาติของต้าเซี่ยเราได้สบายๆ เลย"

ในฐานะปรมาจารย์ค่ายกลระดับท็อป เธอรู้ซึ้งเป็นอย่างดีว่ากุญแจที่สามารถไขผนึกได้ทุกชนิดบนโลกใบนี้มีมูลค่ามหาศาลขนาดไหน!

"ฮ่าๆ อาวุธเทพชิ้นนี้ผมก็ยืมเขามาเหมือนกันครับ" จางหยวนหัวเราะ "อาจารย์สวี่ พวกเราเข้าไปกันเถอะ"

"อืม"

สวี่หว่านถิงดึงสติกลับมา ก่อนจะเดินผ่านเขตแดนเข้าไปในถ้ำพร้อมกับจางหยวน

ปากถ้ำแห่งนี้คับแคบมาก สามารถเดินเข้าไปได้แค่ทีละคนเท่านั้น จางหยวนกับสวี่หว่านถิงจึงเดินเรียงแถวตอนเรียงหนึ่งเข้าไปในถ้ำอย่างเชื่องช้า

จางหยวนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายอันหนาวเหน็บที่แผ่ซ่านมาจากส่วนลึกของถ้ำ แววตาของเขาฉายความสงสัยออกมาวูบหนึ่ง "ทำไมอาจารย์เยี่ยถึงมาที่แบบนี้ได้นะ?"

สวี่หว่านถิงที่เดินตามมาข้างหลังเอ่ยเตือนเสียงแผ่ว "จางหยวน ฉันสัมผัสได้ว่าในส่วนลึกของถ้ำแห่งนี้มีค่ายกลผนึกที่ทรงพลังมากซ่อนอยู่ ข้างในนั้นอาจจะผนึกมอนสเตอร์อะไรสักอย่างเอาไว้ นายระวังตัวหน่อยนะ"

"ครับ"

จางหยวนพยักหน้าเบาๆ พลางรวบรวมสมาธิแล้วเดินลึกเข้าไปเรื่อยๆ

ทั้งสองคนเดินผ่านถ้ำแคบๆ เข้าไปนับร้อยก้าว ในที่สุดก็มองเห็นแสงสว่างอยู่เบื้องหน้า

"อาจารย์ สุดทางแล้วครับ"

จางหยวนพูดเสียงเบา ทันทีที่เขาก้าวออกจากปากถ้ำอันคับแคบ ทัศนวิสัยเบื้องหน้าก็เปิดกว้างและสว่างไสวขึ้นมาทันตาเห็น

อีกฝั่งของปากถ้ำเป็นพื้นที่ที่กว้างขวางไร้ขอบเขต และตอนนี้พวกเขาก็กำลังยืนอยู่บนลานหินที่ยื่นออกมาจากผนังภูเขา

เบื้องล่างของพวกเขา ตรงใจกลางถ้ำ มีรูปปั้นเทพโบราณสีดำทะมึนที่สูงนับร้อยเมตรตั้งตระหง่านอยู่

เบื้องหน้ารูปปั้นเทพโบราณ เยี่ยชิงซงกำลังนั่งขัดสมาธิหลับตาทำสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง

พลังเทพโบราณอันน่าสะพรึงกลัวแผ่กระจายออกมาจากรูปปั้นเทพโบราณ หมุนวนปกคลุมอยู่รอบตัวของเยี่ยชิงซง

"อาจารย์เยี่ย?"

เมื่อจางหยวนและสวี่หว่านถิงเห็นฉากนี้ก็ตกตะลึงไปจนหมดสิ้น!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 300 - ถ้ำเทพโบราณ

คัดลอกลิงก์แล้ว