เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 10 - งูเขียวพิษมรกต!

บทที่ 10 - งูเขียวพิษมรกต!

บทที่ 10 - งูเขียวพิษมรกต!


บทที่ 10 - งูเขียวพิษมรกต!

งานเลี้ยงตระกูลหยางตกอยู่ในความเงียบงันราวกับป่าช้า

แขกเหรื่อทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ยืนอึ้งอยู่กับที่ ยังไม่อาจดึงสติกลับมาจากเหตุการณ์พลิกผันเมื่อครู่ได้

งานเลี้ยงของตระกูลหยางในวันนี้เดิมทีควรจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ตระกูลหยางผงาดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นวันมงคลอันเป็นที่น่ายินดี!

ทว่าใครเลยจะคาดคิดว่าการปรากฏตัวของเด็กหนุ่มเพียงคนเดียว จะปัดเป่าบรรยากาศแห่งความปีติยินดีของตระกูลหยางจนมลายหายไปสิ้น

สองพ่อลูกตระกูลหยางใช้วิธีการอันโหดเหี้ยมทารุณควักชีพจรยุทธ์ของหยางซิว ผู้เฒ่าทัณฑ์สวรรค์ออกหน้าไกล่เกลี่ยให้หยางซิวด้วยตัวเอง ลากยาวไปจนถึงสัญญานัดหมายในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า...

เหตุการณ์พลิกผันมากมายที่เกิดขึ้นในตระกูลหยางวันนี้ เปรียบประดุจก้อนหินยักษ์ที่ถูกโยนลงผืนทะเลสาบอันเงียบสงบ ก่อให้เกิดคลื่นลูกใหญ่ซัดสาดไปทั่วเมืองโบราณ!

และเมื่อเทียบกับงานเลี้ยงของตระกูลหยาง ยามนี้ความสนใจของผู้คนทั่วทั้งเมืองโบราณกลับมุ่งเป้าไปที่การตั้งตารอคอยงานประลองยุทธ์ประจำตระกูลหยางในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า ซึ่งจะเป็นการดวลเป็นตายระหว่างหยางซิวกับหยางเทียนเจียวมากกว่า!

เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวก็ล่วงเลยมาแล้วสามวัน!

ฟุ่บ——

ณ ส่วนลึกของเทือกเขาสัตว์อสูรที่ทอดยาวเป็นพันลี้บริเวณนอกเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว เด็กหนุ่มคนหนึ่งกำลังเร่งฝีเท้าทะยานร่างไปตามเรือนยอดไม้อย่างสุดชีวิต เงาร่างของเขาสะท้อนไปมาระหว่างต้นไม้ยักษ์ประดุจภูตผีปีศาจ

"โฮก!"

ต้นไม้ใหญ่ขนาดที่คนโอบไม่มิดด้านหลังเด็กหนุ่มหักโค่นลง เศษไม้กระเด็นว่อนปะปนไปกับฝุ่นควันที่คละคลุ้ง!

"ฟ่อ!" ท่ามกลางฝุ่นควันที่ฟุ้งกระจาย เงางูตัวหนึ่งที่มีเขาสองเขาบนหัว นัยน์ตาสีมรกตและเกล็ดสีเขียวทะยานร่างตามหลังเด็กหนุ่มมาอย่างเกรี้ยวกราดด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ!

ท่าทีที่ตามกัดไม่ปล่อยเช่นนั้น บ่งบอกชัดเจนว่ามันเตรียมจะสู้ยิบตาชนิดที่ว่าถ้าไม่ตายก็ไม่เลิกรา

หากยามนี้มีทหารรับจ้างผู้มากประสบการณ์ผ่านมาพบเห็นเข้า พวกเขาคงต้องตกใจจนแทบสิ้นสติเป็นแน่ เพราะสัตว์อสูรที่กำลังตามล่าเด็กหนุ่มอยู่นั้นคือ งูเขียวพิษมรกต!

งูเขียวพิษมรกตเป็นสัตว์อสูรที่พบเห็นได้ยากยิ่งในเทือกเขาสัตว์อสูร โดยปกติพวกมันมักจะซุ่มซ่อนตัวอยู่ตามป่าทึบในส่วนลึกของเทือกเขา ต่อให้เป็นทหารรับจ้างที่เข้าออกเทือกเขาแห่งนี้เป็นประจำก็ยังมีโอกาสพบเจอพวกมันได้น้อยมาก

พวกมันมีสัญชาตญาณความเจ้าเล่ห์ เชี่ยวชาญการลอบโจมตี ซ้ำยังเป็นสัตว์อสูรมีพิษระดับแนวหน้าของเทือกเขาสัตว์อสูร แม้แต่สัตว์อสูรที่แข็งแกร่งกว่าพวกมันก็ยังไม่กล้าตอแยพวกมันสุ่มสี่สุ่มห้า

ยิ่งไปกว่านั้นงูเขียวพิษมรกตตัวที่กำลังตามล่าเด็กหนุ่มอยู่นี้ยังงอกเขาสองเขาออกมาแล้ว แสดงว่ามันกำลังจะกลายร่างเป็นเจียว ซึ่งเทียบเท่ากับสัตว์อสูรระดับสองที่มีพลังเทียบเคียงจอมยุทธ์เผ่ามนุษย์ระดับวิญญาณยุทธ์ขั้นที่สาม! ผนวกกับพิษร้ายกาจที่สามารถปลิดชีพได้ในชั่วพริบตา ต่อให้เป็นยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ระดับวิญญาณยุทธ์ขั้นที่ห้ามาเผชิญหน้าก็ยังไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย!

"โฮก!"

งูเขียวพิษมรกตด้านหลังส่งเสียงคำรามด้วยความเกรี้ยวกราดพร้อมกับพ่นหมอกพิษสีเขียวออกมาจากลิ้นงู

เด็กหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา เขาเร่งฝีเท้าขึ้นอีกขั้นแล้วเบี่ยงตัวหลบหลีกไปได้อย่างหวุดหวิด ทว่าต้นไม้ที่เขาเพิ่งเหยียบไปเมื่อครู่กลับถูกพิษกัดกร่อนจนกลายเป็นเถ้าธุลีไปแล้ว!

"บัดซบ! ไอ้สัตว์หน้าขน นี่ยังไม่เลิกตามอีกใช่ไหม!"

เมื่อเห็นดังนั้นเด็กหนุ่มก็อดไม่ได้ที่จะสบถด่าออกมา เขาผู้นั้นก็คือหยางซิวนั่นเอง!

นับตั้งแต่ก้าวเท้าออกจากตระกูลหยาง หยางซิวก็มุ่งหน้าเข้าสู่เทือกเขาสัตว์อสูรอันกว้างใหญ่ไพศาลที่อยู่ด้านนอกเมืองโบราณอวิ๋นลั่วในทันที

ในฐานะสถานที่อันตรายเลื่องชื่อแห่งราชวงศ์เสวียนหลง ภายในเทือกเขาแห่งนี้ย่อมเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายกระหายเลือดที่จ้องจะเล่นงานมนุษย์ตามสัญชาตญาณอยู่มากมาย!

ดังนั้นสำหรับจอมยุทธ์ส่วนใหญ่แล้ว ที่นี่คือดินแดนอันตรายสุดขีด เป็นพื้นที่ต้องห้ามโดยเด็ดขาด

ซ้ำร้ายภูมิประเทศภายในเทือกเขายังสลับซับซ้อนและเต็มไปด้วยภยันตราย นอกเหนือจากพวกทหารรับจ้างที่หาเลี้ยงชีพด้วยการล่าสัตว์อสูรเป็นการเฉพาะแล้ว แทบจะไม่มีใครเฉียดกรายเข้ามาในสถานที่แห่งนี้เลย

แต่สำหรับหยางซิวแล้ว เทือกเขาสัตว์อสูรคือสถานที่ฝึกฝนที่ดีที่สุดสำหรับเขา!

เหลือเวลาอีกเพียงครึ่งเดือนก็จะถึงงานประลองยุทธ์ตระกูลหยาง ในระยะเวลาอันสั้นเพียงเท่านี้เขาจะต้องหาวิธีแข็งแกร่งขึ้นให้เร็วที่สุด เพื่อที่จะสามารถเอาชนะหยางเทียนเจียวและช่วยเหลือหลิงเอ๋อร์ออกมาให้จงได้!

และวิธีที่จะทำให้แข็งแกร่งขึ้นได้รวดเร็วที่สุดก็คือการต่อสู้!

บรรดาสัตว์อสูรในเทือกเขาสัตว์อสูรนี่แหละคือเป้าหมายในการฝึกฝนชั้นยอดของเขา!

แต่การต้องมาเผชิญหน้ากับเจ้างูเขียวพิษมรกตระดับสองที่มีพลังเทียบเคียงจอมยุทธ์เผ่ามนุษย์ระดับวิญญาณยุทธ์ขั้นที่สามตัวนี้ นับเป็นเรื่องที่อยู่นอกเหนือความคาดหมายของหยางซิวอย่างแท้จริง

"เวรเอ๊ย! เลิกตามได้แล้ว! ใครใช้ให้เจ้ามานอนอุตุอยู่ใต้ต้นไม้เล่า ข้าก็แค่ขึ้นไปยืนฉี่บนต้นไม้เท่านั้น ใครจะไปรู้ล่ะว่ามันจะรดลงไปบนตัวเจ้าพอดี!"

ความเร็วของงูเขียวพิษมรกตด้านหลังเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อยเขาไปแม้แต่น้อย หยางซิวจึงอดไม่ได้ที่จะตะโกนด่าทอ "ไอ้สัตว์เดรัจฉาน! ข้าไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย ทำไมต้องเอาเป็นเอาตายกันขนาดนี้ด้วย!"

"โฮก!"

ราวกับงูเขียวพิษมรกตด้านหลังจะฟังคำพูดของหยางซิวรู้เรื่อง มันส่งเสียงขู่ฟ่ออย่างดุร้ายและบ้าคลั่ง ความเร็วเพิ่มสูงขึ้นอีกระดับจนใกล้จะตามทันอยู่รอมร่อ!

"สู้เว้ย!"

เมื่อเห็นดังนั้นหยางซิวก็ชักน้ำโหขึ้นมา ในหัวของเขาหวนนึกถึงทักษะยุทธ์ชุดหนึ่งที่มหาจักรพรรดิเฟิงหมัวถ่ายทอดให้ในขณะที่อีกฝ่ายตื่นขึ้นมาช่วงสั้นๆ ตอนที่เขาเดินทางออกจากตระกูลหยาง

ในเสี้ยววินาทีที่เงามืดของเจ้างูร้ายกำลังจะพุ่งเข้าโจมตี ปราณมารเร้นลับก็หลอมรวมกันที่ปลายนิ้วชี้ขวาจนเกิดเป็นความร้อนระอุ ก่อนที่เขาจะตวัดนิ้วชี้ไปด้านหลังอย่างแรง!

"ดัชนีสามสุริยัน! หนึ่งสุริยันเบิกฟ้า!"

สิ้นเสียงปัง พลังดัชนีสองสายก็กระเพื่อมไหวอยู่ที่ปลายนิ้วของหยางซิว ก่อนจะหมุนวนก่อตัวเป็นเปลวเพลิงสุริยัน ราวกับดวงตะวันที่เพิ่งทอแสง สาดส่องแสงสว่างเจิดจ้าและร้อนแรงสุดขีดพุ่งทะยานออกไป!

ชั่วพริบตานั้นพื้นที่ระหว่างหนึ่งคนกับหนึ่งงูก็ถูกอาบย้อมไปด้วยแสงสว่างเจิดจ้าของพลังสุริยัน แม้แต่อุณหภูมิรอบด้านก็ยังพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

จากคำบอกเล่าของมหาจักรพรรดิเฟิงหมัว ดัชนีสามสุริยันคือทักษะยุทธ์ระดับห้า!

หากมองไปทั่วทั้งราชวงศ์ ทักษะยุทธ์ระดับห้าย่อมนับเป็นทักษะยุทธ์ชั้นยอดอย่างไม่ต้องสงสัย ซ้ำยังมีจำนวนน้อยยิ่งกว่าน้อย

นอกจากสำนักมังกรฟ้าแล้วก็คงมีเพียงตระกูลใหญ่ในเมืองหลวงเท่านั้นที่จะมีไว้ครอบครอง และพวกเขาก็มักจะเก็บซ่อนมันไว้ประดุจสมบัติประจำตระกูล อนุญาตให้เด็กรุ่นเยาว์ที่มีพรสวรรค์สูงส่งที่สุดในตระกูลได้ฝึกฝนเท่านั้น!

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทักษะยุทธ์ระดับห้าก็คือสิ่งค้ำจุนที่ทำให้ตระกูลหนึ่งสามารถยืนหยัดผงาดอยู่บนโลกใบนี้ได้นั่นเอง!

การใช้ทักษะยุทธ์ระดับห้าสูบพลังของจอมยุทธ์ไปอย่างมหาศาล โดยทั่วไปแล้วมีเพียงจอมยุทธ์ที่ก้าวเข้าสู่ระดับวิญญาณยุทธ์อีหยวนแล้วเท่านั้นจึงจะสามารถฝึกฝนได้

แต่ดัชนีสามสุริยันนั้นแตกต่างออกไป ตามคำอธิบายของมหาจักรพรรดิเฟิงหมัว ดัชนีสามสุริยันแบ่งออกเป็นสามขั้น อานุภาพของมันจะเพิ่มพูนขึ้นตามระดับขั้น ดัชนีสามสุริยันขั้นสมบูรณ์คือทักษะยุทธ์ระดับห้า ในขณะที่ดัชนีสามสุริยันขั้นแรกมีพลังเทียบเท่ากับทักษะยุทธ์ระดับสาม

ซึ่งนั่นคือขีดจำกัดสูงสุดของจอมยุทธ์ระดับวังชะตาเก้าดาราพอดี!

พลังเพลิงสุริยันสาดซัดเข้ามาประดุจดวงตะวันกลางเวหา ก่อให้เกิดคลื่นแสงสาดกระเซ็นเป็นพันเป็นหมื่นชั้น!

ม่านตาของงูเขียวพิษมรกตหดเกร็ง ในฐานะสัตว์อสูรที่มีพลังเทียบเคียงจอมยุทธ์ระดับวิญญาณยุทธ์ขั้นที่สาม มันย่อมมีสติปัญญาอยู่บ้าง เมื่อเผชิญหน้ากับการโจมตีนี้มันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแห่งความอันตราย มันจึงหยุดชะงักการเคลื่อนไหวตามสัญชาตญาณและพ่นหมอกพิษออกมา!

ครืน!

หมอกพิษปะทะเข้ากับเพลิงสุริยันอย่างจังจนเกิดเสียงดังฟู่ฟู่ ก่อนที่หมอกพิษจะระเหยกลายเป็นไอและแตกสลายกลายเป็นควันสีขาวลอยคลุ้งไปทั่วบริเวณ

"หึ ติดกับข้าแล้ว!"

หยางซิวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ในเสี้ยววินาทีที่การโจมตีของทั้งสองฝ่ายปะทะกัน เขาก็พุ่งทะยานร่างเข้าประชิดตัวทันที โดยอาศัยความเร็วปานสายฟ้าแลบแทรกตัวเข้าไปอยู่ใต้ท้องของเจ้างูเขียว

หลังจากถูกไอ้สัตว์เดรัจฉานตัวนี้ไล่กวดมาตั้งนาน เขาก็สังเกตเห็นว่าทุกครั้งที่งูเขียวพิษมรกตโจมตีด้วยหมอกพิษ ร่างกายของมันจะแข็งทื่อจนขยับเขยื้อนไม่ได้ และแต่ละครั้งมันจะต้องใช้เวลาฟื้นตัวประมาณสองลมหายใจ

และช่วงเวลานี้นี่แหละคือโอกาสทองในการลงมือ!

"ดัชนีสามสุริยัน! หนึ่งสุริยันเบิกฟ้า!"

จู่ๆ พลังแห่งสุริยันสวรรค์ก็ระเบิดออกจากมือของหยางซิวพุ่งเข้ากระแทกใส่ร่างของเจ้างูเขียวอย่างแรง ร่างอันใหญ่โตของมันถูกระเบิดจนเลือดเนื้อสาดกระจาย เกิดเป็นบาดแผลเหวอะหวะน่ากลัว!

มันส่งเสียงร้องด้วยความหวาดกลัวพลางจ้องมองเด็กหนุ่มเผ่ามนุษย์ผู้มีพลังระดับวังชะตาตรงหน้า ในใจของมันเกิดความหวาดหวั่นขึ้นมาตามสัญชาตญาณ!

เดิมทีมันก็เป็นเพียงงูที่เพิ่งจะกลายร่างเป็นเจียว ร่างกายยังอยู่ในช่วงอ่อนแอ เมื่อถูกโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสเช่นนี้ มันก็ไร้ซึ่งเจตจำนงในการต่อสู้อีกต่อไป มันแผดเสียงร้องคำรามก่อนจะบิดตัวเตรียมจะหลบหนี

"คิดจะหนีงั้นหรือ เมื่อกี้ตอนไล่ฆ่าข้ายังทำท่าทางสนุกสนานอยู่เลยไม่ใช่หรือไง!"

ดวงตาของหยางซิวหรี่แคบลง งูเขียวพิษมรกตทั้งตัวล้วนเป็นของล้ำค่า ชิ้นส่วนต่างๆ ในร่างกายสามารถนำไปขายได้ราคาดี ยิ่งไปกว่านั้นภายในร่างกายของสัตว์อสูรระดับสองตัวนี้ ยังอาจจะก่อกำเนิดแก่นอสูรขึ้นมาแล้วก็ได้!

ร่างของหยางซิวขยับเขยื้อนติดตามการเคลื่อนไหวของเจ้างูเขียว อาศัยจังหวะนี้พุ่งเข้าไปอยู่ใต้จุดตายบริเวณเจ็ดชุ่นของมัน เจตจำนงกระบี่เทพสังหารถูกปลดปล่อยออกมา กระบี่ในมือระเบิดปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวออกมากะทันหัน!

"เคล็ดวิชากระบี่เทพสังหาร กระบี่เดียวทำลายหมื่นวิถี!"

ประกายความหนาวเหน็บสว่างวาบ ปราณกระบี่แหวกว่ายฉีกกระชากห้วงอากาศ ชั่วพริบตาก็ขยายขนาดจนกลายเป็นคมกระบี่ยาวหลายจ้าง

สถานที่ที่มันพาดผ่านมิติล้วนถูกฉีกขาด ทำลายล้างทุกสิ่งทุกอย่าง แฝงไว้ด้วยอานุภาพแห่งกระบี่เดียวทำลายหมื่นวิถีอย่างแท้จริง!

"ฉัวะ!"

ปราณกระบี่ฟาดฟันลงบนจุดตายเจ็ดชุ่นของเจ้างูเขียวอย่างแม่นยำ ผ่าร่างของมันออกเป็นสองท่อนในพริบตา ศีรษะของมันร่วงหล่นลงกระแทกพื้นอย่างแรง!

"กระบี่เมื่อครู่นี้..."

หยางซิวพยักหน้าเล็กน้อย แม้ศีรษะอันใหญ่โตของเจ้างูเขียวจะตกลงพื้นไปแล้ว แต่เขาก็ยังคงจมดิ่งอยู่กับกระบวนท่ากระบี่ที่เพิ่งใช้ออกไปเมื่อครู่

กระบวนท่าแรกของเคล็ดวิชากระบี่เทพสังหาร กระบี่เดียวทำลายหมื่นวิถี เดิมทีก็เป็นการใช้เจตจำนงกระบี่เป็นสื่อนำ ดึงดูดพลังแห่งฟ้าดินมาผสานเข้ากับท่วงท่ากระบี่ เพื่อให้บรรลุถึงขั้นคนและกระบี่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับฟ้าดิน บังเกิดอานุภาพฟาดฟันทำลายหมื่นวิถีแห่งฟ้าดิน!

และในกระบี่เมื่อครู่นี้ เขากลับสัมผัสได้ถึงสิ่งที่เรียกว่าพลังแห่งฟ้าดินจริงๆ ความรู้สึกเช่นนี้ไม่เคยเกิดขึ้นกับเขามาก่อน

ในชั่วพริบตานั้น ความเข้าใจในวิถีกระบี่ของเขาก็ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น!

หยางซิวปรายตามองศีรษะอันใหญ่โตของเจ้างูเขียวด้วยท่าทีเรียบเฉย สัตว์อสูรจำพวกงูนั้นแม้จะตายไปแล้วแต่ส่วนหัวของมันก็ยังคงมีความสามารถในการโจมตีไปได้อีกพักหนึ่ง เขาไม่อยากถูกงูตายกัดเอาหรอกนะ จึงหันไปชำแหละถลกหนังและควักดีของเจ้างูเขียวพิษมรกตแทน

ของพวกนี้ถือเป็นวัตถุดิบหายาก มีมูลค่าไม่ใช่น้อยๆ

รอจนกระทั่งเวลาผ่านไปอีกครู่ใหญ่ หยางซิวจึงเดินไปที่ศีรษะของเจ้างูเขียวพิษมรกต ใช้เท้าเขี่ยดูอย่างระมัดระวังเพื่อความแน่ใจว่ามันตายสนิทแล้วจริงๆ จากนั้นจึงใช้กระบี่ผ่าศีรษะของมันออก

โดยปกติแล้วสัตว์อสูรที่บำเพ็ญเพียรจนถึงระดับสอง มักจะมีโอกาสเกิดสิ่งที่เรียกว่าแก่นอสูรขึ้นภายในหัวของพวกมัน

สรรพคุณของแก่นอสูรนั้นคล้ายคลึงกับตันเถียนของจอมยุทธ์ ภายในกักเก็บพลังบริสุทธิ์ส่วนใหญ่ของสัตว์อสูรเอาไว้ หากนำไปผ่านกระบวนการสกัดก็จะเป็นวัตถุดิบชั้นยอดสำหรับการบ่มเพาะ

ทว่าโอกาสที่สัตว์อสูรจะก่อกำเนิดแก่นอสูรได้นั้นมีน้อยนิด ด้วยเหตุนี้มันจึงมีราคาแพงลิ่วและเป็นที่ต้องการอย่างมากในตลาดของราชวงศ์

"หืม"

ในขณะที่เขากำลังตั้งหน้าตั้งตาค้นหาอยู่ภายในหัวของเจ้างูเขียว จู่ๆ วัตถุผลึกสีเขียวชิ้นหนึ่งก็ปรากฏขึ้นแก่สายตา

"แก่นอสูร!"

หยางซิวดีใจเป็นอย่างยิ่ง เมื่อประเมินจากคลื่นพลังที่แผ่ซ่านออกมาจางๆ จากแก่นอสูรชิ้นนี้แล้ว คุณภาพของแก่นอสูรตรงหน้าเขาคงใกล้จะทะลวงถึงระดับสามเต็มทีแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 10 - งูเขียวพิษมรกต!

คัดลอกลิงก์แล้ว