- หน้าแรก
- ระบบตบหน้าเทพเซียน: ข้าคือมารร้ายที่โลกต้องจดจำ
- บทที่ 1 - หยางซิว หมากที่ถูกทิ้ง!
บทที่ 1 - หยางซิว หมากที่ถูกทิ้ง!
บทที่ 1 - หยางซิว หมากที่ถูกทิ้ง!
บทที่ 1 - หยางซิว หมากที่ถูกทิ้ง!
"อ๊าก!" เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมมาจากส่วนลึกที่สุดของคุกใต้ดินอันมืดมิดและหนาวเหน็บ!
สิ้นเสียงแผดร้องหยางซิวเบิกตากว้างด้วยความโกรธแค้น ความเกลียดชังฝังลึกทะลักล้นออกมาจากแววตา!
"สองพ่อลูกตระกูลหยาง พวกเจ้าชิงชีพจรยุทธ์ ทำลายรากฐานของข้า ช่างเหี้ยมโหดนัก!"
หยางซิวคือบุตรบุญธรรมแห่งตระกูลหยางในเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว!
เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเพิ่งทะลวงผ่านระดับวังชะตาขั้นเก้าและปลุกชีพจรยุทธ์ระดับเก้าได้สำเร็จ!
เก้าขอบเขตเทพยุทธ์ใช้ชีพจรยุทธ์เป็นสะพานเชื่อม!
โดยทั่วไปชีพจรยุทธ์จะตื่นขึ้นเมื่อถึงระดับวิญญาณยุทธ์ขั้นเก้า แบ่งเป็นระดับหนึ่งถึงเก้า ยิ่งระดับสูงเท่าใดพรสวรรค์ก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากเท่านั้น!
ทว่าสิ่งที่เขาปลุกขึ้นมาได้กลับเป็นชีพจรยุทธ์ระดับเก้าอันสูงสุดที่หาได้ยากยิ่งในรอบร้อยปีของราชวงศ์! หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดในอนาคตเขาจะต้องกลายเป็นยอดฝีมือผู้เลื่องชื่อ เป็นยอดคนผู้สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งราชวงศ์อย่างแน่นอน!
อนาคตของเขาควรจะไร้ขีดจำกัด ทว่าในขณะที่เขากำลังดื่มด่ำกับความปีติยินดีหยางเทียนหมิงผู้เป็นบิดาบุญธรรมกลับปรากฏตัวขึ้น ลอบจู่โจมจนเขาบาดเจ็บสาหัสและลากตัวลงมายังคุกใต้ดินอันมืดมิดแห่งนี้!
บิดาบุญธรรมแสนดีผู้นี้ไม่เพียงลงมือทำลายตบะของเขา แต่ยังควักเอาชีพจรยุทธ์ออกไปทั้งเป็น ซ้ำยังให้หยางเทียนเจียวบุตรชายแท้ๆ ของตนหลอมรวมมันต่อหน้าต่อตา!
อัจฉริยะผู้ปลุกชีพจรยุทธ์ระดับสูงสุดและควรจะมีอนาคตรุ่งโรจน์ กลับตกต่ำกลายเป็นเศษขยะที่รอวันถูกเชือดทิ้งในคุกใต้ดินเพียงชั่วพริบตา!
ส่วนหยางเทียนเจียวพี่ชายแสนดีของเขากลับได้ครอบครองชีพจรยุทธ์ระดับเก้า พุ่งทะยานกลายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองโบราณอวิ๋นลั่วอย่างสง่างามไร้ผู้ทัดเทียม!
"โอ้ บาดเจ็บเจียนตายขนาดนี้ยังรอดมาได้อีก สุนัขไร้ค่าอย่างเจ้านี่ดวงแข็งเสียจริงนะ!"
ประตูคุกใต้ดินถูกผลักออกพร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยัน ชายหนุ่มในชุดหรูหราอายุราวสิบแปดสิบเก้าปีปรากฏตัวขึ้น เขาปรายตามองหยางซิวด้วยแววตาขบขันราวกับกำลังมองกองขยะ
ข้างกายเขามีชายวัยกลางคนเดินตามมาด้วย ใบหน้านั้นเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและท่าทีสดใส ทว่าเมื่อสายตาตวัดมามองหยางซิวก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและโหดเหี้ยมในทันที!
เขาผู้นี้ก็คือผู้นำตระกูลหยางแห่งเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว หยางเทียนหมิง!
ส่วนชายหนุ่มข้างกายคือคนที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา หยางเทียนเจียว!
"สองพ่อลูกตระกูลหยาง ทำลายตบะข้า ชิงชีพจรยุทธ์ข้า ทำไมกัน!" เมื่อเห็นทั้งสองคนหยางซิวก็ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง โซ่ตรวนบนร่างกระทบกันส่งเสียงดังกังวาน เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วคุกใต้ดิน
หลายปีมานี้เขามองหยางเทียนหมิงประดุจบิดาบังเกิดเกล้า ยอมอุทิศทุกสิ่งให้ตระกูลหยาง ไม่ว่าจะถูกรังแก ถูกเมินเฉย หรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเพียงใดเขาก็ยอมทน!
ดวงตาของหยางซิวแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด ทำไมเขาถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ทำไมต้องถูกควักชีพจรยุทธ์จนกลายเป็นคนพิการ!
"ทำไมงั้นหรือ ก็เพราะเจ้ามันเป็นแค่สุนัขที่พวกเราเลี้ยงไว้ยังไงล่ะ! ตั้งแต่วินาทีที่แม่ชั้นต่ำของเจ้าอุ้มเจ้ากลับมา เจ้าก็เป็นแค่ของบำรุงสำหรับการบ่มเพาะของข้าหยางเทียนเจียวเท่านั้น! เพื่อการนี้ข้าถึงกับต้องทุ่มเทฝึกฝนวิชาลับช่วงชิงร่างมานานถึงสิบปีเชียวนะ!"
"แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะปลุกชีพจรยุทธ์ระดับเก้าขั้นสูงสุดได้ สวรรค์ช่างเข้าข้างข้าจริงๆ!"
"ยามนี้หยางเทียนเจียวผู้นี้ครอบครองชีพจรยุทธ์ระดับเก้า ได้รับความโปรดปรานจากสำนักมังกรฟ้า นับแต่นี้ข้าคืออัจฉริยะที่แท้จริง!"
หยางเทียนเจียวเผยสีหน้าบิดเบี้ยวอำมหิต นานมาแล้วที่นายน้อยตระกูลหยางแห่งเมืองโบราณอวิ๋นลั่วอย่างเขาต้องถูกไอ้ลูกไม่มีพ่อที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้กดขี่ข่มเหงและต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ร่มเงาของมันมาตลอด
ตอนนี้ความฝันกลายเป็นจริงเสียที เขาได้โบยบินออกจากรังแล้ว!
"ท่านแม่อุ้มข้ากลับมา..." หยางซิวชะงักงัน
"ถูกต้อง เมื่อสิบห้าปีก่อนตอนที่เจ้าปรากฏตัวพร้อมกับนิมิตฟ้าดิน ข้าก็รู้ทันทีว่าเจ้าไม่ใช่คนธรรมดา จึงเก็บเจ้าไว้ในตระกูลหยางเพื่อเป็นของบำรุงให้เทียนเจียว! หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะยอมรับเลี้ยงเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเจ้า"
หยางเทียนหมิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและเหยียดหยาม
"แค่กๆ หลายปีมานี้ข้าทุ่มเทฝึกฝน ยอมเป็นวัวเป็นม้า ทนรับความอัปยศอดสูพร้อมกับท่านแม่! เวลาผ่านไปสิบห้าปีกลับกลายเป็นแค่หมากในกำมือ ช่างน่าขัน น่าขันเสียจริง" หยางซิวไอออกมาอย่างอ่อนแรงพร้อมกับกระอักเลือด ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดราวกับคนป่วยหนัก
เขาหัวเราะเยาะตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่แท้ตั้งแต่ต้นจนจบก็เป็นแค่แผนการของสองพ่อลูกตระกูลหยาง ความพยายามทั้งหมดของเขามีไว้เพื่อปูทางให้คนอื่นก้าวเดินเท่านั้น!
เขาข่มความโกรธแค้นเอาไว้ "แล้วแม่ของข้าล่ะ"
"หึ ตัวเองก็จะตายอยู่รอดมะร่อยังจะห่วงนังบ่าวรับใช้นั่นอีกหรือ"
ใบหน้าของหยางเทียนเจียวฉายแววเย้ยหยันมากยิ่งขึ้น "นังบ่าวนั่นตายไปตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว ที่ไม่บอกก็เพราะอยากให้เจ้ามีสมาธิกับการปลุกชีพจรยุทธ์เท่านั้นแหละ"
"อะไรนะ!" ภายในคุกใต้ดินเด็กหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้ง
ภูเขาด้านหลังจวนตระกูลหยางถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ลมหนาวพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง
"ท่านแม่ วันข้างหน้าข้าจะต้องเป็นยอดฝีมือให้ได้ ข้าจะได้ปกป้องท่าน!"
หน้ากระท่อมฟางซอมซ่อหยางซิวในวัยเยาว์จ้องมองสตรีที่กำลังซักผ้าในน้ำเย็นจัดท่ามกลางกองหิมะเพียงเพื่อแลกอาหารเศษเสี้ยวมาประทังชีวิตเขา น้ำที่เย็นเฉียบจนบาดลึกถึงกระดูกทำให้มือของนางแดงก่ำ
เด็กน้อยกำหมัดแน่นจนมือแดงเถือก สาบานในใจว่าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง
เมล็ดพันธุ์แห่งยอดฝีมือหยั่งรากลึกลงในจิตใจ ไม่ว่ากาลเวลาจะผันผ่านไปนานเพียงใดก็ไม่มีวันแปรเปลี่ยน!
สุขภาพของมารดานั้นย่ำแย่มาแต่ไหนแต่ไรแถมยังมีโรคร้ายรุมเร้า หยางเทียนหมิงเคยสัญญากับเขาว่าหากเขาสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับอีหยวนและกลายเป็นนักรบได้เมื่อใดก็จะช่วยรักษานางให้
ใครจะคาดคิดว่าจุดจบกลับกลายเป็นเช่นนี้!
ท่านแม่ต้องถูกไอ้พวกสารเลวกลุ่มนี้ทำร้ายจนตายแน่!
"พวกเจ้าสมควรตาย!" ดวงตาทั้งสองข้างแดงฉานในพริบตา น้ำตาไหลรินลงมา โซ่ตรวนส่งเสียงกระทบกันอย่างรุนแรงตามแรงสั่นสะเทือนของร่างกาย
ความโศกเศร้าสุดแสนอาดูรแผ่ซ่านไปทั่วทั่งคุกใต้ดิน!
"อย่าเพิ่งโมโหไปสิท่านอัจฉริยะหยางซิว ข้ายังมีจดหมายอีกฉบับ จะอ่านให้เจ้าฟังกับหูเลย!"
เห็นท่าทางเจ็บปวดของหยางซิวแล้วหยางเทียนเจียวไม่เพียงไม่รู้สึกละอายใจหรือสงสารเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำหน้าเยาะเย้ยและสะใจมากยิ่งขึ้น
ไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากเขาก็ล้วงจดหมายออกมาสะบัดเบาๆ แล้วอ่านออกเสียงดังลั่น "กราบเรียนท่านลุงหยาง ผู้น้อยมู่หรงอวิ๋นเหยาส่งจดหมายมาจากจวนมู่หรงแห่งเมืองหลวง..."
"เหยาเอ๋อร์!"
ทันทีที่ได้ยินชื่อมู่หรงอวิ๋นเหยา ภาพเรือนร่างงดงามเหนือจินตนาการก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหยางซิวทันที
มู่หรงอวิ๋นเหยาคือคู่หมั้นของเขานั่นเอง!
ทั้งสองบังเอิญพบกันและตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกเห็น ต่างฝ่ายต่างมีใจให้กัน ตระกูลมู่หรงนั้นเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวง ถือเป็นตระกูลผู้ลากมากดีของราชวงศ์ที่มีฐานะไม่ธรรมดา
แต่หยางซิวในตอนนั้นก็ถือเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองโบราณอวิ๋นลั่วที่ฉายแววพรสวรรค์อันโดดเด่น ตระกูลมู่หรงจึงยอมตกลงรับการหมั้นหมายในครั้งนี้
และเพราะการเกี่ยวดองกับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลมู่หรงนี่เอง ตระกูลหยางแห่งเมืองโบราณอวิ๋นลั่วจึงทำให้ตระกูลอื่นๆ ในเมืองพากันหวาดหวั่นและผงาดขึ้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่ปี!
หยางเทียนเจียวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา สีหน้าเต็มไปด้วยความขบขันก่อนจะอ่านต่อเสียงดัง "บัดนี้ได้ข่าวการเปลี่ยนแปลงในตระกูลหยาง หยางซิวสูญเสียชีพจรยุทธ์กลายเป็นคนพิการไปแล้ว!"
"แต่โบราณกาลมาการครองคู่ต้องเหมาะสมฐานะกัน เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ก็ไม่มีอะไรต้องพูดให้มากความอีก"
"ขอยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย!"
ครืน!
สิ้นเสียงอ่านจดหมายหยางซิวรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อ!
เนื้อความในจดหมายสั้นกระชับมีเพียงไม่กี่คำ คู่หมั้นของเขาส่งจดหมายมาด้วยใจความเดียวเท่านั้น นั่นคือตระกูลมู่หรงขอถอนหมั้น! ซ้ำยังไม่มีแม้แต่คำถามไถ่สารทุกข์สุกดิบสักครึ่งคำ!
"หยางซิว ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม ตระกูลมู่หรงถอนหมั้นแล้ว! ขยะอย่างเจ้าไม่มีที่พึ่งพาใดๆ อีกต่อไป!"
หยางเทียนเจียวกล่าวเย้ยหยันต่อไป "เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดมู่หรงอวิ๋นเหยาถึงยอมถอนหมั้น เพียงเพราะเจ้ากลายเป็นคนพิการอย่างนั้นหรือ"
"ผิดแล้ว!"
"มู่หรงอวิ๋นเหยาเป็นใครกัน นางคือทายาทตระกูลมู่หรงแห่งเมืองหลวงและเป็นศิษย์อัจฉริยะแห่งสำนักมังกรฟ้า เศษขยะอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรไปคู่ควรกับคุณหนูอวิ๋นเหยา"
"เมื่อครึ่งปีก่อนนางได้สานสัมพันธ์กับหยางหลางเทียนอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลหยางสายหลักในเมืองหลวงไปเรียบร้อยแล้ว"
ตระกูลหยางแห่งเมืองหลวงคือสายหลักของตระกูลหยางในเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของราชวงศ์ที่มีอำนาจมหาศาล
และหยางหลางเทียนก็คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลหยางแห่งเมืองหลวงในปัจจุบัน ซ้ำยังเป็นผู้ที่มีวิทยายุทธ์ล้ำเลิศที่สุดในหมู่คนรุ่นเยาว์ของราชวงศ์นี้อีกด้วย!
"อวิ๋นเหยา ความรักความผูกพันหลายปีที่ผ่านมาเทียบไม่ได้กับหยางหลางเทียนเพียงคนเดียวเลยอย่างนั้นหรือ" หยางซิวรู้สึกปวดร้าวราวกับมีเลือดหลั่งรินออกจากหัวใจ
"เทียนเจียว ไปกันเถอะ พวกเรายังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ"
หยางเทียนหมิงเอ่ยเรียบๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่เคยแม้แต่จะปรายตามองหยางซิวเลยสักนิด
ก่อนที่หยางเทียนเจียวจะผลักประตูเดินออกไปเขาก็หันกลับมาแสยะยิ้มอำมหิต "จริงสิ ข้ามีข่าวดีจะบอกเจ้าอีกเรื่อง เจ้ายังมีน้องสาวแสนดีชื่อหยางหลิงเอ๋อร์อยู่ไม่ใช่หรือ"
"จิ๊ๆ ต้องยอมรับเลยนะว่าแม่หนูนั่นหน้าตาสะสวยผุดผ่องใช้ได้เลย ตั้งแต่เจ้ากลายเป็นคนพิการและหายตัวไป นางก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้ทั้งวัน เห็นแล้วข้าล่ะปวดใจจริงๆ!"
"เพื่อเป็นการปลอบขวัญนาง ข้าเลยตัดสินใจไปกราบเรียนท่านบรรพบุรุษว่าจะรับหยางหลิงเอ๋อร์มาเป็นอนุภรรยา! วางใจเถอะ ข้าจะดูแลนางเป็นอย่างดี... ในทุกๆ ด้านเลยล่ะ!"
"ไอ้เดรัจฉาน เจ้ากล้าเรอะ!" หยางซิวถลึงตาจนแทบถลนพร้อมกับแผดเสียงคำรามอย่างโกรธแค้น
หยางหลิงเอ๋อร์ก็เป็นเด็กกำพร้าที่มารดาของเขารับเลี้ยงเอาไว้ แม้ทั้งสองจะไม่มีสายเลือดเดียวกันแต่ก็เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก หยางซิวถือว่าหยางหลิงเอ๋อร์เป็นคนในครอบครัวที่แท้จริงมานานแล้วและสาบานว่าจะปกป้องนางให้ดีที่สุด
หยางเทียนเจียวกุมท้องระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าฮ่าฮ่า ทำไมข้าจะไม่กล้า ไอ้สวะอย่างเจ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นเหมือนเมื่อก่อนอยู่อีกหรือ ตอนนี้เจ้ามันก็เป็นแค่ปลาบนเขียง นอนตายอยู่ในคุกใต้ดินนี่ไปเงียบๆ เถอะ!"
เมื่อสองพ่อลูกตระกูลหยางจากไปภายในคุกใต้ดินก็เหลือเพียงเสียงโซ่ตรวนที่สั่นสะเทือนด้วยความโกรธแค้นเท่านั้น!
"หึ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"
ครู่ต่อมาหยางซิวก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนั้นดังกึกก้องไปทั่วคุกใต้ดิน เต็มไปด้วยความเศร้าสลดระทมขมขื่น
ท่านแม่ตายจาก!
ตบะถูกทำลาย!
ชีพจรยุทธ์ถูกชิง!
คู่หมั้นหักหลัง!
แม้แต่น้องสาวก็กำลังจะถูกย่ำยี!
พากเพียรฝึกฝนมาหลายปีไม่เคยกล้าเกียจคร้านแม้แต่น้อย หวังเพียงว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ แต่สุดท้ายก็กลายเป็นแค่บันไดให้คนอื่นเหยียบย่ำขึ้นไป! ช่างน่าขัน น่าขันสิ้นดี!
โกรธแค้น! โกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!
"ไม่! ข้าไม่ยอม! หยางซิวผู้นี้จะกลายเป็นบันไดให้คนอื่นแล้วมาตายอยู่ในคุกใต้ดินนี่ได้อย่างไร"
หยางซิวแหงนหน้าคำรามก้องฟ้า
"ข้าต้องเป็นยอดฝีมือ เป็นยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานที่จะเหยียบย่ำทะลวงสวรรค์ทุกชั้นฟ้า!"
"หากสวรรค์ขัดขวาง ข้าก็จะพลิกฟ้า!"
"หากผู้ใดขัดขวาง ข้าก็จะสังหารมันให้สิ้น!"
วินาทีนี้ทั่วทั้งร่างของหยางซิวแผ่กลิ่นอายสังหารอันไร้ที่สิ้นสุด เขาสูดหายใจเข้าลึก น้ำเสียงเยือกเย็นยะเยือกถึงขีดสุด "ข้าคิดตกแล้ว ออกมาเถอะ!"
"ไอ้หนู คิดตกแล้วจริงๆ หรือ"
ทันใดนั้นแสงมารสีดำขลับก็ปะทุพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา ภายในคุกใต้ดินพลันสว่างวาบไปด้วยแสงมารที่พุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบนราวกับความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดกำลังเข้าปกคลุม ท่ามกลางแสงมารที่ม้วนตัวไปมา เงาร่างมารสูงใหญ่กำยำปรากฏขึ้นลางๆ
"ฟ้าดินไร้เมตตา ผู้แข็งแกร่งคือผู้รอด!"
หยางซิวพ่นเลือดคำใหญ่ออกมา เมื่อเผชิญหน้ากับเงาร่างมารอันน่าสะพรึงกลัวใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวอำมหิต "นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าพร่ำบอกข้ามาตลอดงั้นหรือ มหาจักรพรรดิเฟิงหมัว!"
[จบแล้ว]