เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - หยางซิว หมากที่ถูกทิ้ง!

บทที่ 1 - หยางซิว หมากที่ถูกทิ้ง!

บทที่ 1 - หยางซิว หมากที่ถูกทิ้ง!


บทที่ 1 - หยางซิว หมากที่ถูกทิ้ง!

"อ๊าก!" เสียงกรีดร้องโหยหวนดังระงมมาจากส่วนลึกที่สุดของคุกใต้ดินอันมืดมิดและหนาวเหน็บ!

สิ้นเสียงแผดร้องหยางซิวเบิกตากว้างด้วยความโกรธแค้น ความเกลียดชังฝังลึกทะลักล้นออกมาจากแววตา!

"สองพ่อลูกตระกูลหยาง พวกเจ้าชิงชีพจรยุทธ์ ทำลายรากฐานของข้า ช่างเหี้ยมโหดนัก!"

หยางซิวคือบุตรบุญธรรมแห่งตระกูลหยางในเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว!

เมื่อไม่กี่วันก่อนเขาเพิ่งทะลวงผ่านระดับวังชะตาขั้นเก้าและปลุกชีพจรยุทธ์ระดับเก้าได้สำเร็จ!

เก้าขอบเขตเทพยุทธ์ใช้ชีพจรยุทธ์เป็นสะพานเชื่อม!

โดยทั่วไปชีพจรยุทธ์จะตื่นขึ้นเมื่อถึงระดับวิญญาณยุทธ์ขั้นเก้า แบ่งเป็นระดับหนึ่งถึงเก้า ยิ่งระดับสูงเท่าใดพรสวรรค์ก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากเท่านั้น!

ทว่าสิ่งที่เขาปลุกขึ้นมาได้กลับเป็นชีพจรยุทธ์ระดับเก้าอันสูงสุดที่หาได้ยากยิ่งในรอบร้อยปีของราชวงศ์! หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาดในอนาคตเขาจะต้องกลายเป็นยอดฝีมือผู้เลื่องชื่อ เป็นยอดคนผู้สะเทือนเลื่อนลั่นไปทั่วทั้งราชวงศ์อย่างแน่นอน!

อนาคตของเขาควรจะไร้ขีดจำกัด ทว่าในขณะที่เขากำลังดื่มด่ำกับความปีติยินดีหยางเทียนหมิงผู้เป็นบิดาบุญธรรมกลับปรากฏตัวขึ้น ลอบจู่โจมจนเขาบาดเจ็บสาหัสและลากตัวลงมายังคุกใต้ดินอันมืดมิดแห่งนี้!

บิดาบุญธรรมแสนดีผู้นี้ไม่เพียงลงมือทำลายตบะของเขา แต่ยังควักเอาชีพจรยุทธ์ออกไปทั้งเป็น ซ้ำยังให้หยางเทียนเจียวบุตรชายแท้ๆ ของตนหลอมรวมมันต่อหน้าต่อตา!

อัจฉริยะผู้ปลุกชีพจรยุทธ์ระดับสูงสุดและควรจะมีอนาคตรุ่งโรจน์ กลับตกต่ำกลายเป็นเศษขยะที่รอวันถูกเชือดทิ้งในคุกใต้ดินเพียงชั่วพริบตา!

ส่วนหยางเทียนเจียวพี่ชายแสนดีของเขากลับได้ครอบครองชีพจรยุทธ์ระดับเก้า พุ่งทะยานกลายเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งแห่งเมืองโบราณอวิ๋นลั่วอย่างสง่างามไร้ผู้ทัดเทียม!

"โอ้ บาดเจ็บเจียนตายขนาดนี้ยังรอดมาได้อีก สุนัขไร้ค่าอย่างเจ้านี่ดวงแข็งเสียจริงนะ!"

ประตูคุกใต้ดินถูกผลักออกพร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยัน ชายหนุ่มในชุดหรูหราอายุราวสิบแปดสิบเก้าปีปรากฏตัวขึ้น เขาปรายตามองหยางซิวด้วยแววตาขบขันราวกับกำลังมองกองขยะ

ข้างกายเขามีชายวัยกลางคนเดินตามมาด้วย ใบหน้านั้นเปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มและท่าทีสดใส ทว่าเมื่อสายตาตวัดมามองหยางซิวก็พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาและโหดเหี้ยมในทันที!

เขาผู้นี้ก็คือผู้นำตระกูลหยางแห่งเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว หยางเทียนหมิง!

ส่วนชายหนุ่มข้างกายคือคนที่พรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขา หยางเทียนเจียว!

"สองพ่อลูกตระกูลหยาง ทำลายตบะข้า ชิงชีพจรยุทธ์ข้า ทำไมกัน!" เมื่อเห็นทั้งสองคนหยางซิวก็ดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง โซ่ตรวนบนร่างกระทบกันส่งเสียงดังกังวาน เสียงคำรามดังกึกก้องไปทั่วคุกใต้ดิน

หลายปีมานี้เขามองหยางเทียนหมิงประดุจบิดาบังเกิดเกล้า ยอมอุทิศทุกสิ่งให้ตระกูลหยาง ไม่ว่าจะถูกรังแก ถูกเมินเฉย หรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรมเพียงใดเขาก็ยอมทน!

ดวงตาของหยางซิวแดงก่ำไปด้วยเส้นเลือด ทำไมเขาถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ทำไมต้องถูกควักชีพจรยุทธ์จนกลายเป็นคนพิการ!

"ทำไมงั้นหรือ ก็เพราะเจ้ามันเป็นแค่สุนัขที่พวกเราเลี้ยงไว้ยังไงล่ะ! ตั้งแต่วินาทีที่แม่ชั้นต่ำของเจ้าอุ้มเจ้ากลับมา เจ้าก็เป็นแค่ของบำรุงสำหรับการบ่มเพาะของข้าหยางเทียนเจียวเท่านั้น! เพื่อการนี้ข้าถึงกับต้องทุ่มเทฝึกฝนวิชาลับช่วงชิงร่างมานานถึงสิบปีเชียวนะ!"

"แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะปลุกชีพจรยุทธ์ระดับเก้าขั้นสูงสุดได้ สวรรค์ช่างเข้าข้างข้าจริงๆ!"

"ยามนี้หยางเทียนเจียวผู้นี้ครอบครองชีพจรยุทธ์ระดับเก้า ได้รับความโปรดปรานจากสำนักมังกรฟ้า นับแต่นี้ข้าคืออัจฉริยะที่แท้จริง!"

หยางเทียนเจียวเผยสีหน้าบิดเบี้ยวอำมหิต นานมาแล้วที่นายน้อยตระกูลหยางแห่งเมืองโบราณอวิ๋นลั่วอย่างเขาต้องถูกไอ้ลูกไม่มีพ่อที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้กดขี่ข่มเหงและต้องใช้ชีวิตอยู่ใต้ร่มเงาของมันมาตลอด

ตอนนี้ความฝันกลายเป็นจริงเสียที เขาได้โบยบินออกจากรังแล้ว!

"ท่านแม่อุ้มข้ากลับมา..." หยางซิวชะงักงัน

"ถูกต้อง เมื่อสิบห้าปีก่อนตอนที่เจ้าปรากฏตัวพร้อมกับนิมิตฟ้าดิน ข้าก็รู้ทันทีว่าเจ้าไม่ใช่คนธรรมดา จึงเก็บเจ้าไว้ในตระกูลหยางเพื่อเป็นของบำรุงให้เทียนเจียว! หากไม่ใช่เพราะเหตุนี้ เจ้าคิดจริงๆ หรือว่าข้าจะยอมรับเลี้ยงเด็กไม่มีหัวนอนปลายเท้าอย่างเจ้า"

หยางเทียนหมิงเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเย็นชา แววตาเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและเหยียดหยาม

"แค่กๆ หลายปีมานี้ข้าทุ่มเทฝึกฝน ยอมเป็นวัวเป็นม้า ทนรับความอัปยศอดสูพร้อมกับท่านแม่! เวลาผ่านไปสิบห้าปีกลับกลายเป็นแค่หมากในกำมือ ช่างน่าขัน น่าขันเสียจริง" หยางซิวไอออกมาอย่างอ่อนแรงพร้อมกับกระอักเลือด ใบหน้าหล่อเหลาซีดเผือดราวกับคนป่วยหนัก

เขาหัวเราะเยาะตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่า ที่แท้ตั้งแต่ต้นจนจบก็เป็นแค่แผนการของสองพ่อลูกตระกูลหยาง ความพยายามทั้งหมดของเขามีไว้เพื่อปูทางให้คนอื่นก้าวเดินเท่านั้น!

เขาข่มความโกรธแค้นเอาไว้ "แล้วแม่ของข้าล่ะ"

"หึ ตัวเองก็จะตายอยู่รอดมะร่อยังจะห่วงนังบ่าวรับใช้นั่นอีกหรือ"

ใบหน้าของหยางเทียนเจียวฉายแววเย้ยหยันมากยิ่งขึ้น "นังบ่าวนั่นตายไปตั้งแต่ครึ่งเดือนก่อนแล้ว ที่ไม่บอกก็เพราะอยากให้เจ้ามีสมาธิกับการปลุกชีพจรยุทธ์เท่านั้นแหละ"

"อะไรนะ!" ภายในคุกใต้ดินเด็กหนุ่มถึงกับนิ่งอึ้ง

ภูเขาด้านหลังจวนตระกูลหยางถูกปกคลุมไปด้วยหิมะขาวโพลน ลมหนาวพัดกระหน่ำอย่างรุนแรง

"ท่านแม่ วันข้างหน้าข้าจะต้องเป็นยอดฝีมือให้ได้ ข้าจะได้ปกป้องท่าน!"

หน้ากระท่อมฟางซอมซ่อหยางซิวในวัยเยาว์จ้องมองสตรีที่กำลังซักผ้าในน้ำเย็นจัดท่ามกลางกองหิมะเพียงเพื่อแลกอาหารเศษเสี้ยวมาประทังชีวิตเขา น้ำที่เย็นเฉียบจนบาดลึกถึงกระดูกทำให้มือของนางแดงก่ำ

เด็กน้อยกำหมัดแน่นจนมือแดงเถือก สาบานในใจว่าจะต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อเปลี่ยนแปลงทุกสิ่ง

เมล็ดพันธุ์แห่งยอดฝีมือหยั่งรากลึกลงในจิตใจ ไม่ว่ากาลเวลาจะผันผ่านไปนานเพียงใดก็ไม่มีวันแปรเปลี่ยน!

สุขภาพของมารดานั้นย่ำแย่มาแต่ไหนแต่ไรแถมยังมีโรคร้ายรุมเร้า หยางเทียนหมิงเคยสัญญากับเขาว่าหากเขาสามารถทะลวงเข้าสู่ระดับอีหยวนและกลายเป็นนักรบได้เมื่อใดก็จะช่วยรักษานางให้

ใครจะคาดคิดว่าจุดจบกลับกลายเป็นเช่นนี้!

ท่านแม่ต้องถูกไอ้พวกสารเลวกลุ่มนี้ทำร้ายจนตายแน่!

"พวกเจ้าสมควรตาย!" ดวงตาทั้งสองข้างแดงฉานในพริบตา น้ำตาไหลรินลงมา โซ่ตรวนส่งเสียงกระทบกันอย่างรุนแรงตามแรงสั่นสะเทือนของร่างกาย

ความโศกเศร้าสุดแสนอาดูรแผ่ซ่านไปทั่วทั่งคุกใต้ดิน!

"อย่าเพิ่งโมโหไปสิท่านอัจฉริยะหยางซิว ข้ายังมีจดหมายอีกฉบับ จะอ่านให้เจ้าฟังกับหูเลย!"

เห็นท่าทางเจ็บปวดของหยางซิวแล้วหยางเทียนเจียวไม่เพียงไม่รู้สึกละอายใจหรือสงสารเลยแม้แต่น้อย กลับยิ่งทำหน้าเยาะเย้ยและสะใจมากยิ่งขึ้น

ไม่รอให้อีกฝ่ายเอ่ยปากเขาก็ล้วงจดหมายออกมาสะบัดเบาๆ แล้วอ่านออกเสียงดังลั่น "กราบเรียนท่านลุงหยาง ผู้น้อยมู่หรงอวิ๋นเหยาส่งจดหมายมาจากจวนมู่หรงแห่งเมืองหลวง..."

"เหยาเอ๋อร์!"

ทันทีที่ได้ยินชื่อมู่หรงอวิ๋นเหยา ภาพเรือนร่างงดงามเหนือจินตนาการก็ปรากฏขึ้นตรงหน้าหยางซิวทันที

มู่หรงอวิ๋นเหยาคือคู่หมั้นของเขานั่นเอง!

ทั้งสองบังเอิญพบกันและตกหลุมรักกันตั้งแต่แรกเห็น ต่างฝ่ายต่างมีใจให้กัน ตระกูลมู่หรงนั้นเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่แห่งเมืองหลวง ถือเป็นตระกูลผู้ลากมากดีของราชวงศ์ที่มีฐานะไม่ธรรมดา

แต่หยางซิวในตอนนั้นก็ถือเป็นอัจฉริยะอันดับหนึ่งของเมืองโบราณอวิ๋นลั่วที่ฉายแววพรสวรรค์อันโดดเด่น ตระกูลมู่หรงจึงยอมตกลงรับการหมั้นหมายในครั้งนี้

และเพราะการเกี่ยวดองกับตระกูลใหญ่อย่างตระกูลมู่หรงนี่เอง ตระกูลหยางแห่งเมืองโบราณอวิ๋นลั่วจึงทำให้ตระกูลอื่นๆ ในเมืองพากันหวาดหวั่นและผงาดขึ้นเป็นตระกูลอันดับหนึ่งของเมืองได้อย่างรวดเร็วในเวลาเพียงไม่กี่ปี!

หยางเทียนเจียวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา สีหน้าเต็มไปด้วยความขบขันก่อนจะอ่านต่อเสียงดัง "บัดนี้ได้ข่าวการเปลี่ยนแปลงในตระกูลหยาง หยางซิวสูญเสียชีพจรยุทธ์กลายเป็นคนพิการไปแล้ว!"

"แต่โบราณกาลมาการครองคู่ต้องเหมาะสมฐานะกัน เมื่อเรื่องดำเนินมาถึงขั้นนี้ก็ไม่มีอะไรต้องพูดให้มากความอีก"

"ขอยกเลิกสัญญาหมั้นหมาย!"

ครืน!

สิ้นเสียงอ่านจดหมายหยางซิวรู้สึกราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ เขาเบิกตากว้างด้วยความตกตะลึงไม่อยากจะเชื่อ!

เนื้อความในจดหมายสั้นกระชับมีเพียงไม่กี่คำ คู่หมั้นของเขาส่งจดหมายมาด้วยใจความเดียวเท่านั้น นั่นคือตระกูลมู่หรงขอถอนหมั้น! ซ้ำยังไม่มีแม้แต่คำถามไถ่สารทุกข์สุกดิบสักครึ่งคำ!

"หยางซิว ได้ยินชัดแล้วใช่ไหม ตระกูลมู่หรงถอนหมั้นแล้ว! ขยะอย่างเจ้าไม่มีที่พึ่งพาใดๆ อีกต่อไป!"

หยางเทียนเจียวกล่าวเย้ยหยันต่อไป "เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดมู่หรงอวิ๋นเหยาถึงยอมถอนหมั้น เพียงเพราะเจ้ากลายเป็นคนพิการอย่างนั้นหรือ"

"ผิดแล้ว!"

"มู่หรงอวิ๋นเหยาเป็นใครกัน นางคือทายาทตระกูลมู่หรงแห่งเมืองหลวงและเป็นศิษย์อัจฉริยะแห่งสำนักมังกรฟ้า เศษขยะอย่างเจ้ามีสิทธิ์อะไรไปคู่ควรกับคุณหนูอวิ๋นเหยา"

"เมื่อครึ่งปีก่อนนางได้สานสัมพันธ์กับหยางหลางเทียนอัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลหยางสายหลักในเมืองหลวงไปเรียบร้อยแล้ว"

ตระกูลหยางแห่งเมืองหลวงคือสายหลักของตระกูลหยางในเมืองโบราณอวิ๋นลั่ว อีกทั้งยังเป็นหนึ่งในห้าตระกูลใหญ่ของราชวงศ์ที่มีอำนาจมหาศาล

และหยางหลางเทียนก็คืออัจฉริยะอันดับหนึ่งของตระกูลหยางแห่งเมืองหลวงในปัจจุบัน ซ้ำยังเป็นผู้ที่มีวิทยายุทธ์ล้ำเลิศที่สุดในหมู่คนรุ่นเยาว์ของราชวงศ์นี้อีกด้วย!

"อวิ๋นเหยา ความรักความผูกพันหลายปีที่ผ่านมาเทียบไม่ได้กับหยางหลางเทียนเพียงคนเดียวเลยอย่างนั้นหรือ" หยางซิวรู้สึกปวดร้าวราวกับมีเลือดหลั่งรินออกจากหัวใจ

"เทียนเจียว ไปกันเถอะ พวกเรายังมีเรื่องต้องทำอีกเยอะ"

หยางเทียนหมิงเอ่ยเรียบๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไป ตั้งแต่ต้นจนจบเขาไม่เคยแม้แต่จะปรายตามองหยางซิวเลยสักนิด

ก่อนที่หยางเทียนเจียวจะผลักประตูเดินออกไปเขาก็หันกลับมาแสยะยิ้มอำมหิต "จริงสิ ข้ามีข่าวดีจะบอกเจ้าอีกเรื่อง เจ้ายังมีน้องสาวแสนดีชื่อหยางหลิงเอ๋อร์อยู่ไม่ใช่หรือ"

"จิ๊ๆ ต้องยอมรับเลยนะว่าแม่หนูนั่นหน้าตาสะสวยผุดผ่องใช้ได้เลย ตั้งแต่เจ้ากลายเป็นคนพิการและหายตัวไป นางก็เอาแต่ร้องห่มร้องไห้ทั้งวัน เห็นแล้วข้าล่ะปวดใจจริงๆ!"

"เพื่อเป็นการปลอบขวัญนาง ข้าเลยตัดสินใจไปกราบเรียนท่านบรรพบุรุษว่าจะรับหยางหลิงเอ๋อร์มาเป็นอนุภรรยา! วางใจเถอะ ข้าจะดูแลนางเป็นอย่างดี... ในทุกๆ ด้านเลยล่ะ!"

"ไอ้เดรัจฉาน เจ้ากล้าเรอะ!" หยางซิวถลึงตาจนแทบถลนพร้อมกับแผดเสียงคำรามอย่างโกรธแค้น

หยางหลิงเอ๋อร์ก็เป็นเด็กกำพร้าที่มารดาของเขารับเลี้ยงเอาไว้ แม้ทั้งสองจะไม่มีสายเลือดเดียวกันแต่ก็เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เล็ก หยางซิวถือว่าหยางหลิงเอ๋อร์เป็นคนในครอบครัวที่แท้จริงมานานแล้วและสาบานว่าจะปกป้องนางให้ดีที่สุด

หยางเทียนเจียวกุมท้องระเบิดเสียงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง "ฮ่าฮ่าฮ่า ทำไมข้าจะไม่กล้า ไอ้สวะอย่างเจ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นเหมือนเมื่อก่อนอยู่อีกหรือ ตอนนี้เจ้ามันก็เป็นแค่ปลาบนเขียง นอนตายอยู่ในคุกใต้ดินนี่ไปเงียบๆ เถอะ!"

เมื่อสองพ่อลูกตระกูลหยางจากไปภายในคุกใต้ดินก็เหลือเพียงเสียงโซ่ตรวนที่สั่นสะเทือนด้วยความโกรธแค้นเท่านั้น!

"หึ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!"

ครู่ต่อมาหยางซิวก็ระเบิดเสียงหัวเราะออกมา เสียงหัวเราะนั้นดังกึกก้องไปทั่วคุกใต้ดิน เต็มไปด้วยความเศร้าสลดระทมขมขื่น

ท่านแม่ตายจาก!

ตบะถูกทำลาย!

ชีพจรยุทธ์ถูกชิง!

คู่หมั้นหักหลัง!

แม้แต่น้องสาวก็กำลังจะถูกย่ำยี!

พากเพียรฝึกฝนมาหลายปีไม่เคยกล้าเกียจคร้านแม้แต่น้อย หวังเพียงว่าจะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ แต่สุดท้ายก็กลายเป็นแค่บันไดให้คนอื่นเหยียบย่ำขึ้นไป! ช่างน่าขัน น่าขันสิ้นดี!

โกรธแค้น! โกรธแค้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน!

"ไม่! ข้าไม่ยอม! หยางซิวผู้นี้จะกลายเป็นบันไดให้คนอื่นแล้วมาตายอยู่ในคุกใต้ดินนี่ได้อย่างไร"

หยางซิวแหงนหน้าคำรามก้องฟ้า

"ข้าต้องเป็นยอดฝีมือ เป็นยอดฝีมือผู้ไร้เทียมทานที่จะเหยียบย่ำทะลวงสวรรค์ทุกชั้นฟ้า!"

"หากสวรรค์ขัดขวาง ข้าก็จะพลิกฟ้า!"

"หากผู้ใดขัดขวาง ข้าก็จะสังหารมันให้สิ้น!"

วินาทีนี้ทั่วทั้งร่างของหยางซิวแผ่กลิ่นอายสังหารอันไร้ที่สิ้นสุด เขาสูดหายใจเข้าลึก น้ำเสียงเยือกเย็นยะเยือกถึงขีดสุด "ข้าคิดตกแล้ว ออกมาเถอะ!"

"ไอ้หนู คิดตกแล้วจริงๆ หรือ"

ทันใดนั้นแสงมารสีดำขลับก็ปะทุพวยพุ่งออกมาจากร่างของเขา ภายในคุกใต้ดินพลันสว่างวาบไปด้วยแสงมารที่พุ่งทะยานขึ้นสู่เบื้องบนราวกับความมืดมิดอันไร้ที่สิ้นสุดกำลังเข้าปกคลุม ท่ามกลางแสงมารที่ม้วนตัวไปมา เงาร่างมารสูงใหญ่กำยำปรากฏขึ้นลางๆ

"ฟ้าดินไร้เมตตา ผู้แข็งแกร่งคือผู้รอด!"

หยางซิวพ่นเลือดคำใหญ่ออกมา เมื่อเผชิญหน้ากับเงาร่างมารอันน่าสะพรึงกลัวใบหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวอำมหิต "นี่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าพร่ำบอกข้ามาตลอดงั้นหรือ มหาจักรพรรดิเฟิงหมัว!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1 - หยางซิว หมากที่ถูกทิ้ง!

คัดลอกลิงก์แล้ว