- หน้าแรก
- ระบบแจ้งเตือนไหกู่: สู่เส้นทางเทพเจ้าวันสิ้นโลก
- บทที่ 10 - กู่วายุคลั่งตัวนี้รักษาได้ ฉันพูดเอง!
บทที่ 10 - กู่วายุคลั่งตัวนี้รักษาได้ ฉันพูดเอง!
บทที่ 10 - กู่วายุคลั่งตัวนี้รักษาได้ ฉันพูดเอง!
บทที่ 10 - กู่วายุคลั่งตัวนี้รักษาได้ ฉันพูดเอง!
อันที่จริงในใจของเยี่ยจื่อชิงยอมรับคำพูดของกู้เหวินไปแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่ค่อยสบอารมณ์อยู่ดีจึงเอ่ยขึ้น
"แล้วยังไงล่ะ?"
"สาเหตุจะเป็นยังไงมันไม่สำคัญหรอก ที่สำคัญคือตอนนี้มันบาดเจ็บไปแล้ว นายรักษามันได้หรือเปล่าล่ะ?"
"บอกตามตรงนะ วันนี้ที่ฉันมาถนนผู้ใช้กู่ ก็เพื่อมาขอพบปรมาจารย์แพทย์กู่อันดับหนึ่งแห่งเมืองอิ๋นเหอ ท่านผู้เฒ่าหลิ่วเชียนฮว่า แต่ท่านผู้เฒ่าหลิ่วเชียนฮว่าได้ตัดสินโทษประหารให้กู่วายุคลั่งไปเรียบร้อยแล้ว"
"ปีกจักจั่นของกู่วายุคลั่งแตกหักละเอียด สูญเสียพลังชีวิตไปจนหมด ไม่มีทางรักษาได้อีกแล้ว"
"มันหมดทางเยียวยาแล้ว ไม่มีใครรักษามันได้เด็ดขาด!"
"เว้นเสียแต่นายจะเป็นปรมาจารย์แพทย์กู่ระดับห้า!"
เยี่ยจื่อชิงพูดจบ แววตาของเธอก็หม่นหมองลง เธอปรารถนาให้คำพูดของกู้เหวินเป็นความจริง ต่อให้ต้องก้มหัวขอโทษเขาต่อหน้าฝูงชนเธอก็ยอม ขอเพียงกู้เหวินสามารถช่วยชีวิตกู่วายุคลั่งของเธอได้
แต่ความจริงที่โหดร้ายก็คือ...
กู่วายุคลั่งหมดทางรอดแล้วจริงๆ
กู้เหวินกลอกตาใส่เยี่ยจื่อชิง ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงยียวน
"ฉันยังไม่ได้บอกสักคำเลยนะว่ากู่วายุคลั่งของเธอรักษาไม่ได้?"
"ไอ้แก่หลิ่วเชียนฮว่าพูดอะไรแล้วมันไปหนักหัวใครวะ?"
"ตาแก่นั่นบอกว่ารักษาไม่ได้ก็แปลว่าต้องรักษาไม่ได้งั้นเหรอ?"
"กู่วายุคลั่งตัวนี้รักษาได้ ฉันเป็นคนพูดเอง!"
สิ้นประโยคนี้
ผู้คนรอบข้างก็ฮือฮากันยกใหญ่ราวกับมีหินก้อนยักษ์หล่นตูมลงกลางผิวน้ำ
ฝูงชนตาลุกวาว พากันแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยถากถางทันที
"เหอะ ทีแรกฉันก็นึกว่าไอ้เด็กนี่มันพอจะมีฝีมืออยู่บ้าง ที่แท้ก็เป็นแค่ไอ้ขี้โม้ตลกคาเฟ่ชัดๆ!"
"กำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว นี่แกคิดว่าตัวเองเก่งกว่าท่านหลิ่วเชียนฮว่างั้นเหรอ?"
"แม่งเอ๊ย ทนฟังไม่ได้แล้ววะ ฉันขอเข้าไปกระทืบมันสักทีได้ไหม? ท่านผู้เฒ่าหลิ่วเชียนฮว่าใช่คนที่มันจะมาดูถูกได้หรือไง?"
"หึ! ท่านหลิ่วเชียนฮว่าคือสัญลักษณ์แห่งวงการแพทย์กู่ของเมืองอิ๋นเหอนะเว้ย ไม่ใช่ขี้ตีนที่ไอ้เด็กเมื่อวานซืนจะมาลบหลู่ได้!"
"มาถึงขั้นนี้แล้ว จุดจบก็มีแค่สองทางเท่านั้นแหละ ไม่ไอ้เด็กนี่รักษากู่วายุคลั่งจนหายและดังเป็นพลุแตก ก็ต้องหอบคางเหลืองๆ ม้วนเสื่อหนีหัวซุกหัวซุน เมืองอิ๋นเหอไม่มีที่ซุกหัวนอนให้มันอีกต่อไปแล้ว!"
ทีแรกฝูงชนรอบข้างก็แค่มุงดูเอาสนุก แต่พอกู้เหวินหลุดปากพูดประโยคนั้นออกมา ความรู้สึกดีๆ ที่ทุกคนมีต่อเขาก็ดิ่งลงเหวทันที
เห็นได้ชัดเลยว่าหลิ่วเชียนฮว่ามีอิทธิพลในใจของคนพวกนี้มากแค่ไหน
กู้เหวินมีสีหน้าราบเรียบ เขากวาดสายตามองฝูงชนรอบตัว มุมปากยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย
"ไอ้พวกงั่งเอ๊ย"
กู้เหวินเดินเข้าไปหาเยี่ยจื่อชิง คว้าหมับเอากู่วายุคลั่งมาวางไว้บนฝ่ามือตัวเอง พลิกซ้ายพลิกขวาดูแวบหนึ่ง ก่อนจะแค่นเสียงหัวเราะเยาะเย้ยออกมา
"แตกหักละเอียด? สูญเสียพลังชีวิต?"
"ไอ้คนที่ชื่อหลิ่วเชียนฮว่านี่ ดูท่าจะเป็นแค่พวกสิบแปดมงกุฎหลอกลวงชาวบ้านล่ะสิไม่ว่า! อาการปีกฉีกขาดธรรมดาๆ ดันโง่มองเป็นแตกหักละเอียด ไอ้หมอเถื่อนเอ๊ย!"
น้ำเสียงของกู้เหวินเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจและเย่อหยิ่งจองหอง
ปรมาจารย์แพทย์กู่อันดับหนึ่งแห่งเมืองอิ๋นเหอแล้วไง?
หลิ่วเชียนฮว่าแล้วไง?
ก็แค่หมอเถื่อนคนนึง ไม่เห็นมีค่าพอให้กู้เหวินต้องไว้หน้าเลยสักนิด!
สิ้นประโยคนี้ หัวใจของคนรอบข้างก็กระตุกวูบอย่างรุนแรง ทุกคนเบิกตาโพลงด้วยความช็อกสุดขีด
เชี่ยเอ๊ย?
ไอ้เด็กนี่มันพ่นบ้าอะไรออกมา?
มันกล้าด่าหลิ่วเชียนฮว่าว่าเป็นหมอเถื่อนกลางสี่แยกเลยเหรอ!
บังอาจ!
บังอาจเกินไปแล้ว!
ในฐานะปรมาจารย์แพทย์กู่อันดับหนึ่งแห่งเมืองอิ๋นเหอ แม้หลิ่วเชียนฮว่าจะมีพลังจิตแต่กำเนิดบกพร่อง ทำให้ทั้งชีวิตเขาหยุดนิ่งอยู่แค่ผู้ใช้กู่ระดับหนึ่งก็ตาม
แต่ทว่า!
หลิ่วเชียนฮว่าคือฟอสซิลมีชีวิตแห่งวงการแพทย์เมืองอิ๋นเหอ เขาอ่านตำราแพทย์และตำรากู่มานับไม่ถ้วน ศึกษาค้นคว้าอาการป่วยและบาดแผลของกู่มาทุกรูปแบบ
ผู้ใช้กู่ในเมืองอิ๋นเหอจำนวนมหาศาลล้วนเคยได้รับความเมตตาจากหลิ่วเชียนฮว่ามาแล้วทั้งนั้น
ไอ้เด็กนี่มันใจกล้าห่อฟ้ามาจากไหน ถึงได้กล้าด่าหลิ่วเชียนฮว่าว่าเป็นหมอเถื่อนต่อหน้าผู้คน มันไม่อยากมีชีวิตรอดในเมืองอิ๋นเหอแล้วหรือไง?
ต่อให้หลิ่วเชียนฮว่าจะใจกว้างดั่งมหาสมุทร ขี้เกียจลดตัวลงมาเอาเรื่อง แต่บรรดาผู้ใช้กู่ที่เคยเป็นหนี้บุญคุณหลิ่วเชียนฮว่า ก็ไม่มีทางปล่อยมันไปแน่!
สีหน้าของเยี่ยจื่อชิงแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อย เธอนึกไม่ถึงเลยว่าสถานการณ์จะบานปลายมาถึงขั้นนี้
ถ้ารู้ล่วงหน้า เธอคงไม่เสนอหน้าออกมาเด็ดขาด!
ถ้าเกิดกู้เหวินเป็นอะไรขึ้นมา เธอนี่แหละคือคนที่เป็นต้นเหตุ
ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของฝูงชน กู้เหวินยังคงทำหน้านิ่ง หันไปมองทุกคนแล้วเอ่ยปาก
"ใครมีน้ำยาพลังชีวิตกู่บ้าง? ขอสักหลอดสิ"
ผู้คนรอบข้างได้ยินก็พากันก้าวถอยหลังกรูด ไม่ว่าพวกมันจะมีหรือไม่มี ก็ไม่มีใครกล้าเอาตัวเองไปพัวพันกับกู้เหวินหรอก
ไอ้เด็กนี่ดันไปลูบคมหลิ่วเชียนฮว่าเข้าแล้ว...
อนาคตมันคงหมดสิทธิ์เดินถนนในเมืองอิ๋นเหอแหงๆ
เยี่ยจื่อชิงดึงสติกลับมาได้ เธอลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้วงเอาน้ำยาพลังชีวิตกู่ออกมาจากอุปกรณ์มิติแล้วเอ่ยขึ้น "ฉันมี แต่น้ำยาพลังชีวิตกู่มันรักษาได้แค่แผลภายนอกกับช่วยฟื้นฟูพลังชีวิตเท่านั้นนะ"
"กู่วายุคลั่งได้รับบาดเจ็บถาวร น้ำยาพลังชีวิตไม่มีประโยชน์หรอก"
กู้เหวินรับน้ำยาพลังชีวิตกู่มาถือไว้ด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ
"ยัยบ๊อง ฉันก็บอกอยู่ว่ากู่วายุคลั่งไม่ได้บาดเจ็บถาวรสักหน่อย แค่ใช้พลังจิตชักนำให้น้ำยาพลังชีวิตเข้าไปหล่อเลี้ยงและซ่อมแซมตรงจุดที่บาดเจ็บก็จบเรื่องแล้ว!"
กู้เหวินเปิดฝาหลอดน้ำยาพลังชีวิตกู่ แล้วสาดโครมรดร่างของกู่วายุคลั่งแบบลวกๆ เหมือนกำลังจับมันอาบน้ำยังไงยังงั้น
เยี่ยจื่อชิงเห็นภาพนั้นแล้วก็อ้าปากค้าง อยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่สุดท้ายก็เลือกที่จะเงียบ
ตามหลักการแล้ว การใช้น้ำยาพลังชีวิตกับกู่ต้องค่อยๆ หยดให้มันกินทีละหยด ไม่อย่างนั้นกู่อาจจะดูดซึมไม่ทันจนเกิดภาวะสารอาหารเกินขนาดได้
แต่ว่า...
กู่วายุคลั่งของเธอมันก็ร่อแร่เต็มทีแล้ว ลองเสี่ยงดูเป็นครั้งสุดท้ายก็คงไม่เสียหายอะไร
ต่อให้กู่วายุคลั่งจะต้องตายไปจริงๆ อย่างน้อยเธอก็ถือว่าได้ให้มันกินอิ่มหนำสำราญเป็นมื้อสุดท้ายล่ะนะ...
คิดได้ดังนั้น
สีหน้าของเยี่ยจื่อชิงก็ยิ่งหม่นหมองลงไปอีก
แต่ทว่าในจังหวะนั้นเอง สิ่งมหัศจรรย์ก็บังเกิดขึ้น!
น้ำยาพลังชีวิตที่ชโลมอยู่บนร่างของกู่วายุคลั่ง ค่อยๆ แตกตัวออกเป็นหยดน้ำเม็ดเล็กๆ ดูมีชีวิตชีวาและใสแจ๋ว หยดน้ำเหล่านั้นค่อยๆ เรียงคิวกันไหลซึมเข้าไปตรงบริเวณปีกจักจั่นของกู่วายุคลั่งทีละหยด
พวกมันพุ่งทะยานเข้าไปในปีกจักจั่นอย่างไม่คิดชีวิตราวกับแมลงเม่าบินเข้ากองไฟ
เมื่อน้ำยาพลังชีวิตถูกฉีดเข้าไป ปีกจักจั่นก็เริ่มแผ่กลิ่นอายแห่งชีวิตออกมาจางๆ ปีกที่เคยแหว่งวิ่นและแห้งเหี่ยวไร้ชีวิตชีวา กลับค่อยๆ เผยให้เห็นสัญญาณแห่งการฟื้นฟู
ยิ่งไปกว่านั้น...
มันเริ่มขยับได้แล้ว!
ภาพตรงหน้าทำเอาเยี่ยจื่อชิงตัวสั่นสะท้าน เธอแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ฝูงชนรอบข้างก็อ้าปากค้างตาเหลือกไปตามๆ กัน
ทุกคนต่างจ้องเขม็งมองปาฏิหาริย์ที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้าโดยไม่กล้ากะพริบตา
เป็นไปไม่ได้น่า...
ขนาดหลิ่วเชียนฮว่ายังบอกว่าหมดทางรักษา แล้วปาฏิหาริย์มันจะเกิดขึ้นได้จริงๆ เหรอ?
ไม่มีทางหรอกมั้ง...
ท่ามกลางสายตานับร้อยคู่ หยดน้ำยาพลังชีวิตซึมซาบเข้าไปในปีกจักจั่นหยดแล้วหยดเล่า ปีกจักจั่นที่เคยแหว่งหายไปก็เริ่มงอกเงยขึ้นมาใหม่อย่างช้าๆ
มันเหมือนกับต้นหญ้าต้นน้อยที่เพิ่งผลิใบ อัตราการเจริญเติบโตค่อยๆ เพิ่มขึ้นจากช้าไปเร็ว!
เวลาผ่านไปเพียงไม่กี่สิบวินาที!
ปีกจักจั่นที่แหว่งวิ่นก็งอกกลับมาจนสมบูรณ์แบบ!
ไร้ที่ติราวกับของใหม่!
กู่วายุคลั่งทำหน้าฟินสุดๆ ดวงตาเล็กจิ๋วของมันฉายแววเบิกบานใจ
"กูจี้..."
ดูเหมือนการรักษาของกู้เหวินจะทำให้มันรู้สึกสบายตัวสุดๆ
เยี่ยจื่อชิงใช้พลังจิตตรวจสอบสภาพของกู่วายุคลั่ง ก็พบว่าบาดแผลบนปีกจักจั่นของมันหายเป็นปลิดทิ้งแล้วจริงๆ!
แถมยังแข็งแรงสุดๆ ด้วย!
รูม่านตาของเยี่ยจื่อชิงเบิกกว้าง เธอจ้องมองกู้เหวินด้วยดวงตากลมโตแสนสวย ลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่ ขบกัดริมฝีปากแน่นก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือไม่อยากจะเชื่อ
"เขา... เขาทำได้จริงๆ ด้วย..."
พวกไทยมุงยิ่งช็อกหนักกว่าเดิม แต่ละคนเบิกตาโพลงแทบถลนออกจากเบ้า
"เชี่ยเอ๊ย ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าวะ? น้ำยาพลังชีวิตกู่มันมีสรรพคุณแบบนี้ด้วยเหรอ? ไม่เห็นเคยมีใครบอกเลยว่าน้ำยาพลังชีวิตมันช่วยต่อปีกได้ด้วย!"
"ไอ้พวกงี่เง่า พวกแกไม่เห็นหรือไง? นั่นมันใช้พลังจิตขั้นเทพควบคุมน้ำยาพลังชีวิตอยู่ต่างหาก ความยากระดับนี้... เชี่ย... ไอ้เด็กนี่มันอาจจะเป็นยอดฝีมือระดับห้าแฝงตัวมาก็ได้นะเว้ย?"
"โรคที่หลิ่วเชียนฮว่ารักษาไม่ได้ แต่มันรักษาได้! ไอ้เด็กนี่มันอาจจะเก่งกว่าหลิ่วเชียนฮว่าด้วยซ้ำ!"
"เชี่ยเอ๊ย พลังควบคุมระดับเทพขนาดนี้ หลิ่วเชียนฮว่ากลายเป็นแค่สวะไปเลย!"
"ตำแหน่งปรมาจารย์แพทย์กู่อันดับหนึ่งแห่งเมืองอิ๋นเหอได้เวลาเปลี่ยนมือแล้วโว้ย!"
"ลูกพี่ โปรดรับการชาบูจากพวกเราด้วยเถอะ!"
"โคตรเทพ!"
กู้เหวินใช้เวลาเพียงสามสิบวินาทีในการซ่อมแซมปีกจักจั่นของกู่วายุคลั่งจนสมบูรณ์
วิชาแพทย์สุดโหดระดับนี้ เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนในที่นี้ยอมศิโรราบ!
แววตาของผู้คนในงานแฝงไปด้วยความคลั่งไคล้
ปรมาจารย์สายฮีลสุดเทพขนาดนี้!
ใครบ้างจะไม่อยากกราบไหว้บูชา!
แต่ว่านะ...
ดูเหมือนวิชาแพทย์จะเป็นแค่หนึ่งในความถนัดหลายๆ อย่างของปรมาจารย์ท่านนี้สินะ?
ผู้คนพากันเบนสายตาไปที่ธงปักข้างกายกู้เหวินอีกครั้ง พอได้อ่านตัวหนังสือบนนั้น ดวงตาของแต่ละคนก็เปล่งประกายวาววับ หัวใจเต้นโครมคราม
ถึงแม้กู่ของพวกเขาส่วนใหญ่จะไม่ได้บาดเจ็บอะไร แต่พวกเขาก็ยังสามารถปรึกษาปัญหาอื่นๆ กับกู้เหวินได้นี่นา!
อย่างเช่นการจัดคอมโบกู่ หรือการวิวัฒนาการกู่ไง!
ปรมาจารย์ระดับนี้ต้องเชี่ยวชาญเรื่องพวกนี้สุดๆ แน่นอน!
ในขณะนั้นเอง
กู้เหวินมีสีหน้าราบเรียบ เขาส่งกู่วายุคลั่งคืนให้เยี่ยจื่อชิงพลางเอ่ยถาม
"เป็นไงล่ะ?"
สำหรับมาตรฐานการแพทย์ในเมืองอิ๋นเหอ กู้เหวินมองว่ามันกระจอกงอกง่อยสุดๆ
ในชาติก่อนเขาไม่ได้เป็นแพทย์กู่มืออาชีพด้วยซ้ำ ก็แค่ยอดฝีมือระดับเจ็ดที่มีความรู้พื้นฐานเรื่องการแพทย์ติดตัวนิดหน่อยเท่านั้น แต่ขนาดเขายังรักษากู่วายุคลั่งตัวนี้ได้เลย
ทว่าในเมืองอิ๋นเหออันกว้างใหญ่ กลับไม่มีใครหน้าไหนทำได้เลยสักคน
ไอ้คนที่ได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์แพทย์กู่อันดับหนึ่ง ดันวินิจฉัยอาการบาดเจ็บของกู่วายุคลั่งผิดไปคนละโยชน์
จิ๊
มีแต่พวกสวะทั้งนั้น!
เยี่ยจื่อชิงตัวสั่นระริก หน้าอกหน้าใจไซส์บึ้มของเธอกระเพื่อมไหวตามแรงอารมณ์ตื่นเต้น ทำเอาสายตาของกู้เหวินเผลอเลื่อนต่ำลงไปมองอย่างห้ามไม่อยู่
อะแฮ่ม...
ไม่ใช่ว่าเขาเป็นตาเฒ่าหัวงูหรอกนะ
แต่สัญชาตญาณลูกผู้ชายมันพาไปต่างหาก
เยี่ยจื่อชิงมองดูกู่วายุคลั่งที่กลับมาสมบูรณ์แข็งแรง ในใจของเธอลิงโลดสุดๆ เธอเงยหน้ามองกู้เหวินด้วยดวงตาคู่สวยที่อัดแน่นไปด้วยความเร่าร้อน ความเลื่อมใสศรัทธา และความตื่นเต้นดีใจ
วินาทีต่อมา
เยี่ยจื่อชิงก็โค้งคำนับให้กู้เหวินอย่างสุดตัว ท่าทีของเธอจริงใจสุดๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
"ขอโทษด้วยนะคะ รุ่นพี่!"
จังหวะที่เธอก้มตัวลงนี่สิ...
วิวทิวทัศน์มันช่างตระการตาเสียเหลือเกิน
กู้เหวินตีหน้านิ่ง เอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"คำขอโทษไม่ต้องหรอก ว่าแต่ค่ารักษาล่ะ?"
เขามาที่นี่เพื่อเอาเงิน ไม่ได้มาเพื่อฟังคำขอโทษสักหน่อย!
"อ๋อ จริงด้วยค่ะ"
เยี่ยจื่อชิงรีบล้วงมือเข้าไปควานหาของในอุปกรณ์มิติ ก่อนที่ใบหน้าของเธอจะแดงซ่าน เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงกระดากอาย
"ขอโทษจริงๆ นะคะรุ่นพี่ ตอนนี้ฉันมีเงินติดตัวอยู่แค่สามล้านกว่าเหรียญเงิน ฉันยกให้รุ่นพี่หมดเลยค่ะ! ฉันรู้ว่าเงินแค่นี้มันไม่พอค่ารักษา แต่ถ้าวันหน้าฉันมีเงินเมื่อไหร่ ฉันจะเอามาจ่ายเพิ่มให้แน่นอนค่ะ!"
"นอกจากนี้ ฉันยังขอติดหนี้บุญคุณรุ่นพี่อีกหนึ่งครั้งด้วยค่ะ!"
ราคาตั๋วเด็กแค่สามล้านเหรียญเงิน ทำเอาเยี่ยจื่อชิงรู้สึกละอายใจจนแทบไม่อยากจะควักออกมาเลยด้วยซ้ำ!
กู่ตัวหลักตัวนี้ร่วมเป็นร่วมตายกับเธอมาตั้งหลายปี อย่าว่าแต่สามล้านเหรียญเงินเลย ต่อให้ต้องจ่ายสิบล้านเหรียญเงิน เธอก็พร้อมจะทุ่มสุดตัวเพื่อรักษามัน!
แค่กู่วายุคลั่งระดับหนึ่งธรรมดาๆ ราคาก็ปาเข้าไปตั้งสามล้านเหรียญเงินแล้ว
นับประสาอะไรกับกู่วายุคลั่งระดับสามที่รู้ใจและผ่านการหลอมรวมกับเธอมาอย่างยาวนานล่ะ!
เปลือกตาของกู้เหวินกระตุกเบาๆ แค่นี้ก็ได้ตั้งสามล้านเหรียญเงินแล้วเหรอ?
อาชีพหมอนี่มันรวยเละขนาดนี้เลย?
จิ๊
มิน่าล่ะไอ้พวกตาแก่จอมปลอมถึงได้ชอบตั้งตนเป็นหมอกันนัก ก็เงินคนไข้มันหลอกง่ายแบบนี้นี่เอง
กู้เหวินมองบัตรเงินฝากที่เยี่ยจื่อชิงยื่นให้ เขารับมาเก็บไว้ทันทีโดยไม่ลังเล นี่มันคือสิ่งที่เขาควรจะได้นี่นา!
"ค่ารักษาฉันขอรับไว้ก็แล้วกัน ส่วนเรื่องบุญคุณอะไรนั่นไม่ต้องหรอก วันหลังก็จำไว้ว่าอย่าขุนกู่วายุคลั่งให้อ้วนขนาดนั้นอีกก็พอ!"
แก้มของเยี่ยจื่อชิงแดงระเรื่อ เธอก้มหน้างุด
"รับทราบค่ะ... รุ่นพี่..."
ตอนนี้เยี่ยจื่อชิงโดนกู้เหวินปราบพยศซะอยู่หมัด ภายในใจของเธอเต็มไปด้วยความเคารพและเลื่อมใสศรัทธาที่มีต่อกู้เหวิน
ในยามที่เธอเผชิญกับความสิ้นหวัง กู้เหวินก็โผล่มาช่วยชีวิตเธอราวกับพระเมสสิยาห์ แถมกู้เหวินยังดูหนุ่มแน่นและหน้าตาหล่อเหลาเอาการขนาดนี้...
ความรู้สึกดีๆ ที่เยี่ยจื่อชิงมีต่อกู้เหวินย่อมพุ่งปรี๊ดทะลุเพดานอย่างไม่ต้องสงสัย
ในขณะนั้นเอง
ชายหนุ่มในเสื้อยืดสีแดงคนหนึ่งก็แหวกวงล้อมฝูงชนเข้ามาหา เขาตัดผมสั้นเกรียนดูหล่อเหลาสดใส เขามองเยี่ยจื่อชิงพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง
"จื่อชิง! เมื่อกี้ฉันเพิ่งไปขอร้องอาจารย์ของฉันมา!"
"อาจารย์ยอมใจอ่อน ตกลงจะลองใช้วัตถุดิบชั้นยอดรักษากู่วายุคลั่งของเธออีกสักตั้ง แต่เขาไม่รับประกันผลการรักษานะ เพราะกู่ของเธอมันเจ็บหนักเกินไป! อาจารย์ทำได้แค่ออกแรงช่วยอย่างสุดความสามารถเท่านั้น"
"ส่วนเรื่องค่ารักษาก็อาจจะแพงหูฉี่สักหน่อย เพราะต้องใช้วัตถุดิบหายากเพียบ เบ็ดเสร็จก็ตกอยู่ที่สามสิบล้านเหรียญเงิน"
"ถ้าเธอหมุนเงินไม่ทัน ฉันให้ยืมก่อนก็ได้นะ!"
สิ้นประโยคนี้
ผู้คนรอบข้างต่างก็ทำหน้าพิลึกพิลั่น มองชายเสื้อแดงคนนี้ราวกับตัวตลก
เพียงไม่นาน ฝูงชนก็จำหน้าเขาได้
ไอ้หมอนี่...
มันคือหลินฮว๋า ลูกศิษย์ของหลิ่วเชียนฮว่านี่หว่า?
เมื่อกี้มันพ่นบ้าอะไรออกมานะ?
อาจารย์ของมันยอมรักษากู่วายุคลั่งให้แล้ว?
แถมยังคิดค่าตัวตั้งสามสิบล้านเหรียญเงินเนี่ยนะ?
พรืด...
ฮุฮุ...
ฮ่าๆๆๆ...
ทุกคนกลั้นขำไว้ไม่อยู่ ปล่อยก๊ากออกมาอย่างพร้อมเพรียง
ไม่ได้ตั้งใจจะหักหน้านะ แต่ขอโทษทีเถอะ!
มันตลกเกินไปแล้วโว้ย!
โขกค่ารักษาตั้งสามสิบล้านเหรียญเงิน แถมยังไม่รับประกันว่าจะหายอีก นี่เหรอวะปรมาจารย์แพทย์กู่อันดับหนึ่งแห่งเมืองอิ๋นเหอ?
ฮ่าๆๆๆๆ
ในวินาทีนี้
พอเอามาเทียบกับกู้เหวินแล้ว พวกเขาก็เพิ่งจะตาสว่าง ว่าไอ้ปรมาจารย์แพทย์กู่อันดับหนึ่งที่เขาลือกันนักหนา แม่งโคตรจะไร้จรรยาบรรณเลยนี่หว่า!
ไม่สิ!
ไม่ใช่แค่ไร้จรรยาบรรณ!
แต่มันหน้าด้านหน้าทนเกินไปแล้ว!
กู้เหวินคิดค่ารักษาแค่สามล้านเหรียญเงินกับน้ำยาพลังชีวิตกู่อีกหลอด ก็ซ่อมปีกจักจั่นของกู่วายุคลั่งได้เนี้ยบกริบ แถมใช้เวลาแค่สามสิบวินาทีแบบชิลๆ!
แต่ไอ้ปรมาจารย์อันดับหนึ่งอย่างแก ไม่เพียงแต่โขกราคาแพงกว่าเขาตั้งสิบเท่า แถมยังหน้าด้านไม่รับประกันผลลัพธ์อีก!
จะมีหมอห่วยๆ แบบแกไว้ทำซากอะไรวะ? ไอ้หมาหมู่เอ๊ย!
แววตาของเยี่ยจื่อชิงเย็นเยียบเป็นน้ำแข็ง เธอมองหลินฮว๋าด้วยสายตารังเกียจเดียดฉันท์ ก่อนหน้านี้เธอตาบอดไปได้ยังไงถึงไม่รู้สันดานของหลิ่วเชียนฮว่ากับลูกศิษย์ว่ามันน่าสะอิดสะเอียนขนาดนี้!
หน้าเงินจนหน้ามืดตามัว!
ไร้ซึ่งจรรยาบรรณแพทย์!
เกือบทำให้เธอถอดใจทิ้งกู่วายุคลั่งไปแล้วเชียว!
หมอพรรค์นี้น่ะเหรอที่สมควรได้ชื่อว่าเป็นปรมาจารย์แพทย์กู่อันดับหนึ่ง?
ถุย!
สายตาของฝูงชนที่มองหลินฮว๋าก็เต็มไปด้วยความเหยียดหยามเย้ยหยันราวกับกำลังมองดูตัวตลกเต้นแร้งเต้นกา
ในฐานะลูกศิษย์ของหลิ่วเชียนฮว่า เมื่อก่อนหลินฮว๋าเคยเป็นที่อิจฉาตาร้อนของใครหลายคน
แต่มาตอนนี้...
จิ๊ๆๆ
มนุษย์เรานี่มันตลบตะแลงกันเก่งจริงๆ
อาจารย์ตกกระป๋องไปแล้ว คนเป็นศิษย์อย่างมันก็อย่าหวังว่าจะได้ลอยหน้าลอยตาอีกเลย!