- หน้าแรก
- เนตรจุติสะเทือนโลกนินจา
- บทที่ 211 - เผชิญหน้าตามคาด
บทที่ 211 - เผชิญหน้าตามคาด
บทที่ 211 - เผชิญหน้าตามคาด
บทที่ 211 - เผชิญหน้าตามคาด
หลักการที่ว่าตาอินกับตานาแย่งปลา ตาอยู่ชุบมือเปิบนั้น ระดับสูงของแคว้นลมเหล่านี้ต่างก็เข้าใจกันดี แต่ไดเมียวเอาความมั่นใจมาจากไหนถึงคิดว่าตัวเองจะได้เป็นตาอยู่ เพียงแค่พึ่งพากองกำลังนินจาที่ประจำการอยู่รอบๆ จวนไดเมียวอย่างนั้นหรือ
เพื่อที่จะบีบให้กองทัพทั้งสองฝ่ายไปเผชิญหน้ากัน ท่านถึงกับสั่งให้กองกำลังป้องกันเมืองต่างๆ ถอนกำลังออกไป นี่ท่านกลัวตายช้าไปใช่ไหม!
บางคนแอบส่ายหน้าและหันไปสบตากัน ก่อนจะลอบวางแผนในใจ
ในเมื่อไดเมียวสิ้นหวังจนสติฟั่นเฟือนไปแล้ว เรือผุๆ อย่างแคว้นลมลำนี้พวกเขาก็ไม่ขอร่วมหัวจมท้ายด้วยอีกต่อไป ต้องรีบหาทางหนีทีไล่ก่อนที่กองทัพศัตรูทั้งสองฝ่ายจะบุกทะลวงเข้ามาถึงจวนไดเมียว
ยังมีอีกหลายคนที่ลอบมองไปที่ลำคอของไดเมียว สลับกับหันไปมองอุจิโนะ ชินจิด้วยแววตาหม่นทะมึน
หากจวนไดเมียวถูกตีแตก ไดเมียวอาจจะเอาชีวิตไม่รอด แต่พวกเขาเอาตัวรอดได้นี่นา
ในขณะที่คนเหล่านี้ต่างก็ซ่อนแผนการร้ายไว้ในใจ อุจิโนะ ชินจิก็ก้าวออกไปข้างหน้าด้วยสีหน้าเรียบเฉยและโค้งคำนับให้ไดเมียว "ท่านไดเมียวช่างปรีชาสามารถยิ่งนัก"
เมื่อมีคนนำ เหล่าขุนนางและนินจาไม่ว่าจะคิดอะไรอยู่ในใจก็ต่างพากันโค้งคำนับตาม "ท่านไดเมียวช่างปรีชาสามารถยิ่งนัก"
ไดเมียวแคว้นลมนั่งอยู่บนบัลลังก์สูงตระหง่าน เขามองดูผู้คนที่อยู่เบื้องล่างก่อนจะหัวเราะร่วนออกมา
ใครจะรอดชีวิตก็ช่าง แต่มีเพียงเขาเท่านั้นที่ตายไม่ได้
ต่อให้ยอมจำนน ก็ไม่มีใครเชื่อใจไดเมียวที่คิดจะรวบอำนาจทหารและการเมืองเข้าไว้ด้วยกันว่าจะยอมอยู่อย่างสงบเสงี่ยมตลอดไปหรอก เว้นเสียแต่ว่า... เขาจะตายไปแล้วจริงๆ!
...
เมื่อเดินทางมาถึงเมืองคาเซะโทนาริ คาคาชิมองดูกำแพงเมืองที่อยู่ห่างออกไปหกร้อยเมตรเบื้องหน้าด้วยแววตาเคร่งเครียด
นอกจากคำสั่งพิเศษที่อุจิโนะ ชินจิประกาศไปตามเมืองต่างๆ ซึ่งสร้างความยุ่งยากให้เล็กน้อยแล้ว ตลอดเส้นทางที่ผ่านมา การเดินทัพของพวกเขาราบรื่นมาก การต่อต้านที่พบเจอก็สามารถปราบปรามได้อย่างง่ายดาย และการซุ่มโจมตีจากซึนะก็ลดน้อยลงเรื่อยๆ จนทำให้คาคาชิเริ่มรู้สึกกระวนกระวายใจ
ตอนนั้นเองก็มีนินจาเข้ามารายงาน "ท่านคาคาชิครับ ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือมีกองกำลังนินจากำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ ภายในระยะตรวจจับพบว่ามีนินจาประมาณหนึ่งพันนาย ผู้นำทัพคือ... มิซึคาเงะรุ่นที่สองครับ!"
เป็นกองทัพนี้เองสินะที่ทำให้ฉันรู้สึกกระวนกระวายใจ คาคาชิขมวดคิ้วแน่น "รวมพล เตรียมรับมือศัตรู"
เวลาผ่านไปไม่กี่นาที ฝุ่นทรายในระยะไกลก็พัดตลบเงาร่างคนลางๆ ปรากฏขึ้นในสายตาและหยุดลงที่ระยะห่างหกร้อยเมตรในที่สุด
ท่ามกลางสายตาตึงเครียดของกองทหารซึนะที่เฝ้ากำแพงเมือง ในที่สุดกองทัพทั้งสองฝ่ายก็เผชิญหน้ากัน
คาคาชิยืนอยู่หน้าสุดของขบวน แม้ภายในใจจะยังคงรู้สึกกระวนกระวาย แต่สีหน้าของเขากลับไม่เผยให้เห็นความตื่นตระหนกเลยแม้แต่น้อย
เหล่านินจาที่อยู่เบื้องหลังเขาจัดขบวนอย่างเป็นระเบียบ ทุกคนเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ อาวุธในมือสะท้อนแสงแดดเป็นประกายวาววับ
'ถ้าดูจากจำนวนคน พวกเราได้เปรียบกว่า'
สายตาของคาคาชิกวาดมองกองทัพนินจาฝ่ายตรงข้ามที่จัดทัพเตรียมพร้อมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
แต่พวกเขาก็ได้เปรียบแค่เรื่องจำนวนคนเท่านั้นแหละ
ต่อให้ฮิวงะ ฮาเนะจะลดมาตรฐานลงมานิดหน่อย แต่เขาก็เลือกที่จะชุบชีวิตเฉพาะคนที่เข้าตาเท่านั้น
จากการสังเกตของคาคาชิ ในบรรดานินจาฝั่งตรงข้าม น่าจะมีระดับโจนินไม่ต่ำกว่าห้าสิบคน ซึ่งนับเป็นจำนวนราวหนึ่งในสี่ของหมู่บ้านนินจาแห่งหนึ่งเลยทีเดียว
หากไม่ใช่เพราะเขาเป็นพลังสถิตร่าง ซึ่งสามารถปลดปล่อยพลังทำลายล้างมหาศาลในสนามรบขนาดใหญ่แบบนี้ได้ เขาก็คงจะสั่งให้ถอยทัพไปนานแล้ว
"โฮ่ ชื่อนายคือคาคาชิสินะ"
มิซึคาเงะรุ่นที่สองยืนอยู่หน้าสุดของขบวนเช่นกัน เขาใช้สายตาอันเฉียบคมพินิจพิจารณาคาคาชิ ราวกับกำลังประเมินอะไรบางอย่าง "ลูกชายของเขี้ยวสีขาว... ไม่เลวเลยจริงๆ"
เมื่อมองไปที่ตาขาวสีดำขลับของโฮซึกิ เก็นเก็ตสึ คาคาชิก็รู้สึกสะกิดใจ "มิซึคาเงะรุ่นที่สอง ในฐานะอดีตคาเงะผู้นำหมู่บ้าน ท่านยอมถูกฮิวงะ ฮาเนะควบคุมแบบนี้จริงๆ หรือ"
ถึงแม้ความเป็นไปได้จะน้อยมาก แต่ในเมื่อเป็นวิชาสัมภเวสีคืนชีพ โฮซึกิ เก็นเก็ตสึก็อาจจะแค่ถูกฮิวงะ ฮาเนะบังคับควบคุมร่างกายอยู่ ไม่ได้ยอมสวามิภักดิ์ด้วยใจจริง
"ฉันกลับรู้สึกว่ามันก็ไม่ได้แย่อะไรหรอกนะ ก็แค่บรรยากาศเหมือนตอนนั้นไม่มีผิด"
โฮซึกิ เก็นเก็ตสึมองความคิดของคาคาชิออก เขาไม่ได้ปิดบังและพูดตรงๆ ว่า "โฮคาเงะรุ่นที่หนึ่งเคยใช้ความแข็งแกร่งกดข่มยุคสมัยนั้น จนทำให้หมู่บ้านนินจาอื่นๆ ไม่กล้าขยับเขยื้อน ฉันเป็นคนที่เคยสัมผัสยุคสมัยนั้นมากับตัว ก็แค่ต้องเจอเหตุการณ์แบบเดิมซ้ำอีกครั้งเท่านั้นเอง"
ใจของคาคาชิหล่นวูบ "ดูเหมือนคงต้องสู้กันสักตั้งสินะ"
ตอนนี้รากฐานทั้งหมดของหมู่บ้านซึนะงาคุเระรวมอยู่ที่จวนไดเมียวหมดแล้ว ขอเพียงยึดจวนไดเมียวได้ ก็จะได้รับความรู้เรื่องวิชานินจาและวิชาหุ่นเชิดต่างๆ ของซึนะ เขาไม่มีทางยอมยกมันให้คนอื่นเด็ดขาด
ใบหน้าของโฮซึกิ เก็นเก็ตสึประดับด้วยรอยยิ้ม "นายก็น่าจะรู้ความแข็งแกร่งของฉันดีนี่นา ในสนามรบขนาดใหญ่ พลังข่มขวัญของฉันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าพลังสถิตร่างหรอกนะ ความห่างชั้นของทั้งสองฝ่ายก็มีมากขนาดนี้ ฉันเองก็ไม่อยากจะรังแกเด็กรุ่นหลังอย่างนายหรอก เป็นไง ยอมแพ้ไปซะดีๆ ไหมล่ะ ด้วยบารมีของฮาตาเกะ ซาคุโมะ นายมาอยู่ฝั่งนี้ก็เอาตัวรอดได้สบายๆ อยู่แล้ว"
"ขออภัยด้วย ข้อมูลเกี่ยวกับท่าน ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไรหรอก ถ้าท่านยินดีที่จะเล่าให้ฟัง ฉันก็จะขอบคุณมากเลยทีเดียว"
เมื่อเห็นว่าโฮซึกิ เก็นเก็ตสึไม่มีความคิดที่จะแปรพักตร์ แถมยังเอาแต่พูดถึงพ่อของเขาจนทำให้นินจาโคโนฮะที่อ่อนไหวกับข่าวลือเริ่มไขว้เขว น้ำเสียงของคาคาชิกเริ่มไม่เป็นมิตรอีกต่อไป
"ฉันจะใช้ข้อมูลที่ท่านให้มา ส่งท่านกลับไปอยู่ในที่ที่ควรอยู่เอง!"
"..."
โฮซึกิ เก็นเก็ตสึทำหน้าประหลาดใจ เขาตะโกนออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อ "นายว่าไงนะ!"
เขาไม่ได้สนใจน้ำเสียงของคาคาชิเลย แต่กลับไปสะดุดกับอีกความหมายที่คาคาชิต้องการจะสื่อ
บอกว่าไม่รู้เรื่องความแข็งแกร่งของเขางั้นหรือ
คนยุคนี้ไม่เรียนประวัติศาสตร์กันหรือยังไง หรือว่าตำนานที่เขาทิ้งไว้มันมีน้อยเกินไป
เขาคือบุคคลระดับตำนานของคิริงาคุเระที่เป็นรองเพียงแค่มิซึคาเงะรุ่นที่หนึ่ง เป็นถึงมิซึคาเงะรุ่นที่สองที่แย่งตำแหน่งมาจากมิซึคาเงะรุ่นที่สามเลยเชียวนะ!
"เทียบกับท่านแล้ว ในบรรดาคาเงะรุ่นที่สอง ฉันคุ้นเคยกับสึจิคาเงะรุ่นที่สองมากกว่า ถึงอย่างไรคาถาธุลีของเขาก็โด่งดังไปทั่วโลกนินจา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าสึจิคาเงะรุ่นที่สามยังเป็นลูกศิษย์ของเขาอีก"
คาคาชิเอามีดแทงใจโฮซึกิ เก็นเก็ตสึซ้ำเข้าไปอีกแผล
'ระบบรักษาความลับของคิริงาคุเระมันดีเกินไปแน่ๆ ต้องเป็นแบบนี้แน่! ฉันจะไปสู้เจ้านั่นไม่ได้ได้ยังไงล่ะ!'
โฮซึกิ เก็นเก็ตสึถลึงตาใส่คาคาชิอย่างดุเดือด "ตอนแรกก็กะว่าจะออมมือให้เห็นแก่หน้าฮาตาเกะ ซาคุโมะเสียหน่อย ในเมื่อนายไม่ต้องการ ถ้าอย่างนั้นก็จงลิ้มรสการต่อสู้หลังจากนี้ให้เต็มที่เถอะ!"
"?"
ขณะที่คาคาชิกำลังรู้สึกกระวนกระวายใจ โฮซึกิ เก็นเก็ตสึก็ประสานอินอย่างรวดเร็ว "คาถาอัญเชิญ!"
ควันสีขาวพวยพุ่งขึ้นมา หอยกาบขนาดยักษ์ที่ชื่อว่าชินปรากฏตัวขึ้นกลางสมรภูมิ และก่อนที่คาคาชิจะทันได้ตอบสนอง มันก็ยืดรยางค์ขนาดยักษ์ทั้งสี่เส้นออกมาและพ่นควันสีขาวเข้าปกคลุมทั่วทั้งสนามรบ
ควันสีขาวจางหายไปอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนว่าในสนามรบจะไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปเลย
เกิดอะไรขึ้นกันแน่
คาคาชิอดไม่ได้ที่จะหันไปมองโฮซึกิ เก็นเก็ตสึ และในที่สุดเขาก็พบจุดที่ผิดปกติเพียงจุดเดียว นั่นคือข้างกายโฮซึกิ เก็นเก็ตสึมีร่างแยกอ้วนฉุหน้าตาประหลาดปรากฏขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้
สัตว์อัญเชิญตัวนั้นมีหน้าที่แค่ช่วยอำพรางขั้นตอนการสร้างร่างแยกงั้นหรือ
"อีกเดี๋ยวแกก็จะเข้าใจเองแหละ เตรียมรับมือกับความแข็งแกร่งของฉันให้ดี ฉันน่ะเก่งกว่ามูตั้งเยอะ!"
มิซึคาเงะรุ่นที่สองส่งสัญญาณโจมตีด้วยรอยยิ้มแป้นแล้น
"ฆ่ามัน!"
ท่ามกลางเสียงโห่ร้องฆ่าฟันที่ดังกึกก้อง ร่างแยกอ้วนฉุก็พุ่งเข้าไปเปิดฉากโจมตีใส่คาคาชิเป็นคนแรก
...
ณ ทะเลทรายที่อยู่ห่างไกลจากสนามรบออกไป โอบิโตะและเซ็ตสึที่กำลังเฝ้าดูการต่อสู้ครั้งนี้อยู่ เซ็ตสึเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกทึ่ง "ช่างเป็นการต่อสู้ที่ดุเดือดเสียจริง"
มันเป็นการต่อสู้ที่แทบจะเรียกได้ว่าพับกระดานบุกอยู่ฝ่ายเดียว คาคาชิที่ยังอ่อนประสบการณ์ถูกกดข่มจนโงหัวไม่ขึ้นเลย
สนามรบเบื้องล่างก็เช่นกัน โคโนฮะกำลังตกเป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำ
"มิซึคาเงะรุ่นที่สอง... นายมีข้อมูลของเขาไหม"
สีหน้าของโอบิโตะเริ่มเคร่งเครียดขึ้นมา
ในสายตาของเขา ร่างกายของโฮซึกิ เก็นเก็ตสึคนนั้นเหมือนกับตอนที่เขาใช้วิชาทะลุผ่านไม่มีผิด การโจมตีทั้งหมดทะลุผ่านตัวเขาไปจนหมด แต่โฮซึกิ เก็นเก็ตสึกลับสามารถใช้วิชากระสุนน้ำโจมตีโต้กลับได้
แถมร่างแยกของโฮซึกิ เก็นเก็ตสึดูเหมือนจะถูกสร้างขึ้นจากน้ำมันและน้ำ ทั้งความเร็วและพละกำลังก็ถือว่าไม่เลว เมื่อเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วงก็จะพองตัวและเกิดการระเบิดขึ้น ทำให้คาคาชิต้องรับมืออย่างยากลำบาก
สมแล้วที่เป็นมิซึคาเงะรุ่นที่สองที่โลดแล่นมาตั้งแต่ยุคสงคราม ความแข็งแกร่งของเขาประมาทไม่ได้เลยจริงๆ
[จบแล้ว]