เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 16 - มรดกทวยเทพ

บทที่ 16 - มรดกทวยเทพ

บทที่ 16 - มรดกทวยเทพ


บทที่ 16 - มรดกทวยเทพ

ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นกล่าวอยู่บนเวที

"ประการแรก ช่วงกลางเทอมของทุกปีทางโรงเรียนจะจัดการแข่งขัน 'ถ้วยอีลีท' ขึ้น"

"นี่คือการแข่งขันขนาดใหญ่ระดับโรงเรียนที่จัดขึ้นโดยมี 'ชมรมนักเรียน' เป็นตัวแทนเข้าร่วม"

"หากนักเรียนใหม่คนไหนสนใจอยากเข้าร่วม สามารถไปสอบถามรายละเอียดได้จากประธาน 'สามชมรมใหญ่' ของโรงเรียนเราได้เลย อ้อใช่ พวกเธอคงได้เจอกับตัวแทนสองคนในนั้นไปแล้วตอนเข้ารับการทดสอบสองรอบแรก"

โจวเค่อก้มหน้าทบทวนความจำ ตอนที่เขาเข้ารับการทดสอบนักเรียนใหม่ก็มีรุ่นพี่สองคนมาชวนเขาเข้าชมรมจริงๆ

คนหนึ่งคือรุ่นพี่ตัวสูงผิวคล้ำ หลี่หานเฟิง ส่วนอีกคนคือรุ่นพี่สาวผมสั้นมาดเย็นชา จวงซิงเหยา

ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นกล่าวต่อไป

"ประการที่สอง ตามธรรมเนียมแล้วก่อนเข้าเรียนนักเรียนใหม่จะต้องผ่านการทดสอบสามรอบ แต่เนื่องจากเหตุสุดวิสัยบางประการ เราจึงทำการทดสอบไปได้แค่สองรอบก็ต้องยุติลงกลางคัน..."

เมื่อพูดถึงตรงนี้ ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นก็หยุดชะงักไปสองสามวินาที

โจวเค่อรู้สึกเหมือนเธอส่งยิ้มและปรายตามองมาทางเขา จึงกะพริบตาปริบๆ ตอบรับ

"...ดังนั้น การทดสอบรอบที่สามซึ่งสำคัญที่สุดอย่าง 'การทดสอบแบบองค์รวม' จะถูกจัดขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากเปิดเรียน"

"การทดสอบครั้งนี้จะใช้เป็นเพียงการจัดอันดับความสามารถของนักเรียนใหม่เท่านั้น จะไม่มีการคัดใครออกทั้งสิ้น"

"นอกจากนี้... ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการทดสอบแบบองค์รวม จะได้รับรางวัลเป็น 'มรดกทวยเทพ' หนึ่งชิ้น"

สิ้นประโยคนั้น ทั่วทั้งหอประชุมใหญ่ก็แตกตื่นราวกับผึ้งแตกรัง

นักเรียนส่วนหนึ่งเริ่มพูดคุยกันอย่างออกรส

"มรดกทวยเทพงั้นเหรอ ยกให้พวกเราเนี่ยนะ"

"อะไรๆๆ มรดกทวยเทพคืออะไรวะ"

"พระเจ้าช่วย ถ้าได้มาสักชิ้นแล้วเอาไปขาย ชาตินี้ก็รวยเละแล้วสิโว้ย!"

"ความคิดแกมีแค่นี้เองเหรอวะ มรดกทวยเทพจะเอาเงินตรามาประเมินค่าได้ยังไง!"

"สรุปแล้วมรดกทวยเทพมันเอาไว้ทำอะไรกันแน่วะ"

"ได้ยินมาว่ามันเป็นของวิเศษที่เหล่าทวยเทพแห่งไพ่ป๊อกทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ยุคบรรพกาล ในนั้นมีพลังงานมหาศาลซ่อนอยู่!"

"ตกลงว่าไอ้ของพรรค์นั้นมันเอาไว้ทำอะไรกันแน่เนี่ย"

นักเรียนกลุ่มเล็กๆ ถกเถียงกันอย่างเมามัน แต่นักเรียนส่วนใหญ่ยังคงมีสีหน้างุนงง

เสียงพูดคุยแว่วเข้าหู โจวเค่อจึงกระซิบถาม

"จางหยาง นายรู้จักมรดกทวยเทพหรือเปล่า"

ตอนแรกเขาคิดว่าจางหยางจะบ่นเรื่องที่เขาอ่อนต่อโลกใบนี้อีก แต่ผิดคาด...

จางหยางเองก็ส่ายหน้าด้วยความมึนงง "ฉันก็เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ"

ซูเฉินซีที่นั่งอยู่ข้างๆ ถอนหายใจออกมา

"พวกนายไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก"

"ความหายากของมรดกทวยเทพน่ะ ยิ่งกว่าไพ่ดอกจิกของนายซะอีกนะ"

"พูดง่ายๆ ก็คือ มรดกทวยเทพ... เป็นของวิเศษระดับ 'เปลี่ยนแปลงแนวคิดตรรกะ'"

โจวเค่อหันไปมององค์หญิง "อย่างเช่นอะไรล่ะครับ"

"ก็อย่างเช่น คมมีดที่ปลิดชีพได้ในดาบเดียว นาฬิกาที่ย้อนเวลาได้ หรือไม่ก็อัญมณีที่ชุบชีวิตคนตาย..."

"แต่นั่นก็เป็นแค่ตำนานเล่าขาน น้อยคนนักที่จะเคยเห็นของจริง แต่ว่า..."

"ในเมื่อศาสตราจารย์พูดขนาดนี้แล้ว มันก็ต้องเป็นเรื่องจริง แถมโรงเรียนก็น่าจะมีของแบบนั้นเก็บไว้ด้วย"

"ไม่นึกเลยว่าปีนี้ทางโรงเรียนจะใจป้ำเอามรดกทวยเทพมาเป็นรางวัลสำหรับแชมป์การทดสอบนักเรียนใหม่"

จู่ๆ ซูเฉินซีก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา

"โจวเค่อ นายอยากลงแข่งเพื่อแย่งชิงของวิเศษชิ้นนั้นไหม"

เธอโพล่งถามขึ้นมาดื้อๆ

"ทำไมถึงถามผมล่ะครับ" โจวเค่อชะงักไปครู่หนึ่ง

"ฉันก็แค่รู้สึกว่า... ถ้านายอยากชนะ คนชนะจะต้องเป็นนายแน่นอน"

"แต่ผมเป็นแค่สามัญชนนะ ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง"

"นายไม่จำเป็นต้องทำอะไรเป็นหรอก ระดับอณูเวทต่างหากคือความแข็งแกร่งที่แท้จริง อณูเวทสี่สิบสามแต้มของนาย มันสูงกว่ารุ่นพี่หลายคนไปไกลลิบแล้วนะ"

โจวเค่อไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาเอาแต่ก้มหน้าครุ่นคิด

ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ให้คำตอบ

"ใช่ครับ ผมอยากได้ของวิเศษชิ้นนั้น"

สายตาของโจวเค่อทอดมองไปยังโซนที่นั่งของตระกูลขุนนางใหญ่ด้านหน้าสุด

ตรงนั้น เยี่ยหลิงเทียนกำลังคุยโวโอ้อวดกับพวกลูกหลานขุนนางคนอื่นๆ ว่าตัวเองจะต้องคว้าแชมป์แล้วชิงมรดกทวยเทพชิ้นนั้นมาครองให้จงได้

"อะแฮ่ม ฉันรู้ว่าทุกคนกำลังตื่นเต้นกับมรดกทวยเทพ แต่สิ่งที่ฉันกำลังจะพูดเป็นเรื่องที่สามต่างหากที่เป็นไฮไลต์ตัวจริง"

ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นระบายยิ้ม

"นักเรียนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมในช่วงปลายเทอม จะได้รับสิทธิ์ในการ 'เลื่อนขั้นไพ่เทวะ' ค่ะ!"

อะไรนะ

คราวนี้ทั่วทั้งงานเดือดพล่านขึ้นมาทันที

จางหยางถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ ชูไม้ชูมือขึ้นฟ้า

"การเลื่อนขั้นไพ่เทวะ นี่มันความฝันอันสูงสุดของใครหลายคนเลยนะ!"

แม้แต่ซูเฉินซีที่มักจะสำรวมกิริยาอยู่เสมอ วินาทีนี้ยังเผลอโน้มตัวไปข้างหน้า นัยน์ตาทอประกายคาดหวังอย่างเปี่ยมล้น

มีเพียงโจวเค่อคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย

ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยาก 'เลื่อนขั้นไพ่เทวะ' หรอกนะ เพียงแต่...

เขาไม่รู้เลยสักนิดว่า 'การเลื่อนขั้นไพ่เทวะ' มันเอาไว้ทำอะไรกันแน่

"อะแฮ่ม" โจวเค่อกดเสียงต่ำ "องค์หญิง ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหมครับว่าการเลื่อนขั้นไพ่เทวะคืออะไร"

ซูเฉินซีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งยิ้มให้

"ได้สิ ในเมื่อฉันรับปากไปแล้วว่าถ้านายมีอะไรไม่เข้าใจในโลกใบนี้ก็ถามฉันได้ตลอด"

จากนั้นเธอก็ค่อยๆ อธิบายให้ฟัง

"ถ้าเปรียบมรดกทวยเทพเป็นโอกาสที่มนุษย์จะได้ใกล้ชิดกับเทพเจ้า การเลื่อนขั้นไพ่เทวะก็คือการยกระดับชนชั้น จากขุนนางชั้นผู้น้อยกลายเป็นขุนนางชั้นสูง เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ ก้าวขึ้นเป็นพระราชา... หรือแม้กระทั่งจุติเป็นเทพเจ้าเสียเอง"

"ทุกคนล้วนมีอณูเวทอยู่ในร่างกาย เมื่อระดับอณูเวทสูงถึงจุดหนึ่งในตอนที่อายุครบสิบแปดปี ก็จะได้รับวัตถุเวทมนตร์จากทวยเทพ ซึ่งก็คือไพ่เทวะ"

"ทว่า ความแข็งแกร่งของไพ่เทวะไม่ได้ถูกจำกัดตายตัว พลังพิเศษสามารถอัปเกรดได้ กระบวนการนี้เรียกว่าการเลื่อนขั้นไพ่เทวะ"

"ระดับของไพ่เทวะจะเป็นตัวกำหนดสมรรถภาพทางกายโดยรวม รวมถึงความแข็งแกร่งของพลังพิเศษ ซึ่งท้ายที่สุดมันก็จะสะท้อนไปถึงสถานะทางสังคม"

โจวเค่อซักต่อ "พูดให้ชัดเจนกว่านี้หน่อยได้ไหมครับ"

ซูเฉินซีกระซิบเสียงแผ่ว

"ถ้านายสามารถเลื่อนขั้นไพ่เทวะไปสู่ระดับต่อไปได้ นายจะได้รับการแต่งตั้งจากฝ่าบาท... หรือก็คือเสด็จพ่อของฉันด้วยพระองค์เอง"

"นายจะไม่ใช่สามัญชนอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นหนึ่งในขุนนาง 'โจว' จะกลายเป็นนามสกุลใหม่ของตระกูลขุนนาง"

"นายจะได้รับพระราชทานรางวัลจากเสด็จพ่อ อาจจะเป็นกิจการเล็กๆ สักแห่ง"

"และถ้านายสามารถเลื่อนขั้นไพ่เทวะไปจนถึงระดับสูงสุดได้ นายก็จะจุติเป็นเทพเจ้าองค์ใหม่"

"...ว่ากันว่าตลอดประวัติศาสตร์ของอาณาจักรมังกร มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เคยทำได้"

หลังจากโจวเค่อฟังจบ เขาก็ลูบคลำไพ่เทวะ JOKER ในกระเป๋าเสื้อเงียบๆ

เขาทนมีชีวิตยากจนข้นแค้นแบบสามัญชนมามากพอแล้ว

เขานับครั้งไม่ถ้วนที่เฝ้าฝันว่าตัวเองจะมีนามสกุลขุนนาง มีอำนาจบารมี และมีเงินทองล้นฟ้า

และตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้น

แม้กระทั่งการที่เขาจะจุติเป็นเทพเจ้าในอนาคต

การเลื่อนขั้นไพ่เทวะ...

วินาทีนี้ โจวเค่อปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเรียนรู้โลกใบนี้ให้มากขึ้น ศึกษาเรื่องราวของไพ่เทวะให้ถ่องแท้ เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเอง

"...พิธีปฐมนิเทศขอจบลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณค่ะ!" บนเวที ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นกล่าวปิดท้าย

เหล่านักเรียนจับกลุ่มกันเป็นก๊กเป็นเหล่า ทยอยลุกขึ้นแล้วเดินออกจากหอประชุมใหญ่ไปทีละคน

"ไปกันเถอะ ไปดูหอพักกัน! อยากรู้จังว่าสภาพหอพักของโรงเรียนจะเป็นยังไงบ้าง!" จางหยางตื่นเต้นสุดๆ

พวกเขาเดินออกจากหอประชุม

เนื่องจากซูเฉินซีต้องไปที่หอพักหญิง เธอจึงแยกทางกับพวกเขาสองคนกลางทาง

โจวเค่อกับจางหยางมุ่งหน้าไปยังโซนหอพักชาย

"เดี๋ยวก่อน นายนี่เอง โจวเค่อ"

จู่ๆ เสียงของนักเรียนชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 16 - มรดกทวยเทพ

คัดลอกลิงก์แล้ว