- หน้าแรก
- ระบบไพ่โจ๊กเกอร์
- บทที่ 16 - มรดกทวยเทพ
บทที่ 16 - มรดกทวยเทพ
บทที่ 16 - มรดกทวยเทพ
บทที่ 16 - มรดกทวยเทพ
ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นกล่าวอยู่บนเวที
"ประการแรก ช่วงกลางเทอมของทุกปีทางโรงเรียนจะจัดการแข่งขัน 'ถ้วยอีลีท' ขึ้น"
"นี่คือการแข่งขันขนาดใหญ่ระดับโรงเรียนที่จัดขึ้นโดยมี 'ชมรมนักเรียน' เป็นตัวแทนเข้าร่วม"
"หากนักเรียนใหม่คนไหนสนใจอยากเข้าร่วม สามารถไปสอบถามรายละเอียดได้จากประธาน 'สามชมรมใหญ่' ของโรงเรียนเราได้เลย อ้อใช่ พวกเธอคงได้เจอกับตัวแทนสองคนในนั้นไปแล้วตอนเข้ารับการทดสอบสองรอบแรก"
โจวเค่อก้มหน้าทบทวนความจำ ตอนที่เขาเข้ารับการทดสอบนักเรียนใหม่ก็มีรุ่นพี่สองคนมาชวนเขาเข้าชมรมจริงๆ
คนหนึ่งคือรุ่นพี่ตัวสูงผิวคล้ำ หลี่หานเฟิง ส่วนอีกคนคือรุ่นพี่สาวผมสั้นมาดเย็นชา จวงซิงเหยา
ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นกล่าวต่อไป
"ประการที่สอง ตามธรรมเนียมแล้วก่อนเข้าเรียนนักเรียนใหม่จะต้องผ่านการทดสอบสามรอบ แต่เนื่องจากเหตุสุดวิสัยบางประการ เราจึงทำการทดสอบไปได้แค่สองรอบก็ต้องยุติลงกลางคัน..."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นก็หยุดชะงักไปสองสามวินาที
โจวเค่อรู้สึกเหมือนเธอส่งยิ้มและปรายตามองมาทางเขา จึงกะพริบตาปริบๆ ตอบรับ
"...ดังนั้น การทดสอบรอบที่สามซึ่งสำคัญที่สุดอย่าง 'การทดสอบแบบองค์รวม' จะถูกจัดขึ้นในอีกหนึ่งสัปดาห์หลังจากเปิดเรียน"
"การทดสอบครั้งนี้จะใช้เป็นเพียงการจัดอันดับความสามารถของนักเรียนใหม่เท่านั้น จะไม่มีการคัดใครออกทั้งสิ้น"
"นอกจากนี้... ผู้ที่ได้อันดับหนึ่งในการทดสอบแบบองค์รวม จะได้รับรางวัลเป็น 'มรดกทวยเทพ' หนึ่งชิ้น"
สิ้นประโยคนั้น ทั่วทั้งหอประชุมใหญ่ก็แตกตื่นราวกับผึ้งแตกรัง
นักเรียนส่วนหนึ่งเริ่มพูดคุยกันอย่างออกรส
"มรดกทวยเทพงั้นเหรอ ยกให้พวกเราเนี่ยนะ"
"อะไรๆๆ มรดกทวยเทพคืออะไรวะ"
"พระเจ้าช่วย ถ้าได้มาสักชิ้นแล้วเอาไปขาย ชาตินี้ก็รวยเละแล้วสิโว้ย!"
"ความคิดแกมีแค่นี้เองเหรอวะ มรดกทวยเทพจะเอาเงินตรามาประเมินค่าได้ยังไง!"
"สรุปแล้วมรดกทวยเทพมันเอาไว้ทำอะไรกันแน่วะ"
"ได้ยินมาว่ามันเป็นของวิเศษที่เหล่าทวยเทพแห่งไพ่ป๊อกทิ้งเอาไว้ตั้งแต่ยุคบรรพกาล ในนั้นมีพลังงานมหาศาลซ่อนอยู่!"
"ตกลงว่าไอ้ของพรรค์นั้นมันเอาไว้ทำอะไรกันแน่เนี่ย"
นักเรียนกลุ่มเล็กๆ ถกเถียงกันอย่างเมามัน แต่นักเรียนส่วนใหญ่ยังคงมีสีหน้างุนงง
เสียงพูดคุยแว่วเข้าหู โจวเค่อจึงกระซิบถาม
"จางหยาง นายรู้จักมรดกทวยเทพหรือเปล่า"
ตอนแรกเขาคิดว่าจางหยางจะบ่นเรื่องที่เขาอ่อนต่อโลกใบนี้อีก แต่ผิดคาด...
จางหยางเองก็ส่ายหน้าด้วยความมึนงง "ฉันก็เพิ่งเคยได้ยินนี่แหละ"
ซูเฉินซีที่นั่งอยู่ข้างๆ ถอนหายใจออกมา
"พวกนายไม่รู้ก็ไม่แปลกหรอก"
"ความหายากของมรดกทวยเทพน่ะ ยิ่งกว่าไพ่ดอกจิกของนายซะอีกนะ"
"พูดง่ายๆ ก็คือ มรดกทวยเทพ... เป็นของวิเศษระดับ 'เปลี่ยนแปลงแนวคิดตรรกะ'"
โจวเค่อหันไปมององค์หญิง "อย่างเช่นอะไรล่ะครับ"
"ก็อย่างเช่น คมมีดที่ปลิดชีพได้ในดาบเดียว นาฬิกาที่ย้อนเวลาได้ หรือไม่ก็อัญมณีที่ชุบชีวิตคนตาย..."
"แต่นั่นก็เป็นแค่ตำนานเล่าขาน น้อยคนนักที่จะเคยเห็นของจริง แต่ว่า..."
"ในเมื่อศาสตราจารย์พูดขนาดนี้แล้ว มันก็ต้องเป็นเรื่องจริง แถมโรงเรียนก็น่าจะมีของแบบนั้นเก็บไว้ด้วย"
"ไม่นึกเลยว่าปีนี้ทางโรงเรียนจะใจป้ำเอามรดกทวยเทพมาเป็นรางวัลสำหรับแชมป์การทดสอบนักเรียนใหม่"
จู่ๆ ซูเฉินซีก็จ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา
"โจวเค่อ นายอยากลงแข่งเพื่อแย่งชิงของวิเศษชิ้นนั้นไหม"
เธอโพล่งถามขึ้นมาดื้อๆ
"ทำไมถึงถามผมล่ะครับ" โจวเค่อชะงักไปครู่หนึ่ง
"ฉันก็แค่รู้สึกว่า... ถ้านายอยากชนะ คนชนะจะต้องเป็นนายแน่นอน"
"แต่ผมเป็นแค่สามัญชนนะ ทำอะไรก็ไม่เป็นสักอย่าง"
"นายไม่จำเป็นต้องทำอะไรเป็นหรอก ระดับอณูเวทต่างหากคือความแข็งแกร่งที่แท้จริง อณูเวทสี่สิบสามแต้มของนาย มันสูงกว่ารุ่นพี่หลายคนไปไกลลิบแล้วนะ"
โจวเค่อไม่ได้ตอบอะไรกลับไป เขาเอาแต่ก้มหน้าครุ่นคิด
ผ่านไปครู่หนึ่งเขาก็ให้คำตอบ
"ใช่ครับ ผมอยากได้ของวิเศษชิ้นนั้น"
สายตาของโจวเค่อทอดมองไปยังโซนที่นั่งของตระกูลขุนนางใหญ่ด้านหน้าสุด
ตรงนั้น เยี่ยหลิงเทียนกำลังคุยโวโอ้อวดกับพวกลูกหลานขุนนางคนอื่นๆ ว่าตัวเองจะต้องคว้าแชมป์แล้วชิงมรดกทวยเทพชิ้นนั้นมาครองให้จงได้
"อะแฮ่ม ฉันรู้ว่าทุกคนกำลังตื่นเต้นกับมรดกทวยเทพ แต่สิ่งที่ฉันกำลังจะพูดเป็นเรื่องที่สามต่างหากที่เป็นไฮไลต์ตัวจริง"
ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นระบายยิ้ม
"นักเรียนที่มีผลการเรียนดีเยี่ยมในช่วงปลายเทอม จะได้รับสิทธิ์ในการ 'เลื่อนขั้นไพ่เทวะ' ค่ะ!"
อะไรนะ
คราวนี้ทั่วทั้งงานเดือดพล่านขึ้นมาทันที
จางหยางถึงกับเก็บอาการไม่อยู่ ชูไม้ชูมือขึ้นฟ้า
"การเลื่อนขั้นไพ่เทวะ นี่มันความฝันอันสูงสุดของใครหลายคนเลยนะ!"
แม้แต่ซูเฉินซีที่มักจะสำรวมกิริยาอยู่เสมอ วินาทีนี้ยังเผลอโน้มตัวไปข้างหน้า นัยน์ตาทอประกายคาดหวังอย่างเปี่ยมล้น
มีเพียงโจวเค่อคนเดียวเท่านั้นที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉย
ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยาก 'เลื่อนขั้นไพ่เทวะ' หรอกนะ เพียงแต่...
เขาไม่รู้เลยสักนิดว่า 'การเลื่อนขั้นไพ่เทวะ' มันเอาไว้ทำอะไรกันแน่
"อะแฮ่ม" โจวเค่อกดเสียงต่ำ "องค์หญิง ช่วยอธิบายให้ฟังหน่อยได้ไหมครับว่าการเลื่อนขั้นไพ่เทวะคืออะไร"
ซูเฉินซีชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะส่งยิ้มให้
"ได้สิ ในเมื่อฉันรับปากไปแล้วว่าถ้านายมีอะไรไม่เข้าใจในโลกใบนี้ก็ถามฉันได้ตลอด"
จากนั้นเธอก็ค่อยๆ อธิบายให้ฟัง
"ถ้าเปรียบมรดกทวยเทพเป็นโอกาสที่มนุษย์จะได้ใกล้ชิดกับเทพเจ้า การเลื่อนขั้นไพ่เทวะก็คือการยกระดับชนชั้น จากขุนนางชั้นผู้น้อยกลายเป็นขุนนางชั้นสูง เป็นหนึ่งในสี่ตระกูลใหญ่ ก้าวขึ้นเป็นพระราชา... หรือแม้กระทั่งจุติเป็นเทพเจ้าเสียเอง"
"ทุกคนล้วนมีอณูเวทอยู่ในร่างกาย เมื่อระดับอณูเวทสูงถึงจุดหนึ่งในตอนที่อายุครบสิบแปดปี ก็จะได้รับวัตถุเวทมนตร์จากทวยเทพ ซึ่งก็คือไพ่เทวะ"
"ทว่า ความแข็งแกร่งของไพ่เทวะไม่ได้ถูกจำกัดตายตัว พลังพิเศษสามารถอัปเกรดได้ กระบวนการนี้เรียกว่าการเลื่อนขั้นไพ่เทวะ"
"ระดับของไพ่เทวะจะเป็นตัวกำหนดสมรรถภาพทางกายโดยรวม รวมถึงความแข็งแกร่งของพลังพิเศษ ซึ่งท้ายที่สุดมันก็จะสะท้อนไปถึงสถานะทางสังคม"
โจวเค่อซักต่อ "พูดให้ชัดเจนกว่านี้หน่อยได้ไหมครับ"
ซูเฉินซีกระซิบเสียงแผ่ว
"ถ้านายสามารถเลื่อนขั้นไพ่เทวะไปสู่ระดับต่อไปได้ นายจะได้รับการแต่งตั้งจากฝ่าบาท... หรือก็คือเสด็จพ่อของฉันด้วยพระองค์เอง"
"นายจะไม่ใช่สามัญชนอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นหนึ่งในขุนนาง 'โจว' จะกลายเป็นนามสกุลใหม่ของตระกูลขุนนาง"
"นายจะได้รับพระราชทานรางวัลจากเสด็จพ่อ อาจจะเป็นกิจการเล็กๆ สักแห่ง"
"และถ้านายสามารถเลื่อนขั้นไพ่เทวะไปจนถึงระดับสูงสุดได้ นายก็จะจุติเป็นเทพเจ้าองค์ใหม่"
"...ว่ากันว่าตลอดประวัติศาสตร์ของอาณาจักรมังกร มีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่เคยทำได้"
หลังจากโจวเค่อฟังจบ เขาก็ลูบคลำไพ่เทวะ JOKER ในกระเป๋าเสื้อเงียบๆ
เขาทนมีชีวิตยากจนข้นแค้นแบบสามัญชนมามากพอแล้ว
เขานับครั้งไม่ถ้วนที่เฝ้าฝันว่าตัวเองจะมีนามสกุลขุนนาง มีอำนาจบารมี และมีเงินทองล้นฟ้า
และตอนนี้ ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นไปได้ทั้งนั้น
แม้กระทั่งการที่เขาจะจุติเป็นเทพเจ้าในอนาคต
การเลื่อนขั้นไพ่เทวะ...
วินาทีนี้ โจวเค่อปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเรียนรู้โลกใบนี้ให้มากขึ้น ศึกษาเรื่องราวของไพ่เทวะให้ถ่องแท้ เพื่อยกระดับความแข็งแกร่งของตัวเอง
"...พิธีปฐมนิเทศขอจบลงเพียงเท่านี้ ขอบคุณค่ะ!" บนเวที ศาสตราจารย์เฉินอวิ๋นกล่าวปิดท้าย
เหล่านักเรียนจับกลุ่มกันเป็นก๊กเป็นเหล่า ทยอยลุกขึ้นแล้วเดินออกจากหอประชุมใหญ่ไปทีละคน
"ไปกันเถอะ ไปดูหอพักกัน! อยากรู้จังว่าสภาพหอพักของโรงเรียนจะเป็นยังไงบ้าง!" จางหยางตื่นเต้นสุดๆ
พวกเขาเดินออกจากหอประชุม
เนื่องจากซูเฉินซีต้องไปที่หอพักหญิง เธอจึงแยกทางกับพวกเขาสองคนกลางทาง
โจวเค่อกับจางหยางมุ่งหน้าไปยังโซนหอพักชาย
"เดี๋ยวก่อน นายนี่เอง โจวเค่อ"
จู่ๆ เสียงของนักเรียนชายคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
[จบแล้ว]