เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 127 กลุ่มอุตสาหกรรมว่านเซี่ยง

ตอนที่ 127 กลุ่มอุตสาหกรรมว่านเซี่ยง

ตอนที่ 127 กลุ่มอุตสาหกรรมว่านเซี่ยง


จางหม่านทำงานอย่างรวดเร็ว เธอติดต่อไปยังโรงกลั่นของเหมาไถในภาคกลาง ไม่นานหลังได้ข่าวตัวแทนของเหมาไถก็ได้เดินทางมาพบเธอทันที

จางหม่านได้มาบอกกับซูข่านว่าตัวแทนกำลังจะมาพบเธอ

หลังจากทราบข่านซูข่านก็ตัวสั่นด้วยความตื่นเต้น

เหมาไถ 20 ตัน แถมยังนำเงินจากต่างประเทศมาซื้ออีกด้วย

พวกเหมาไถตื่นเต้นกับข้อเสนอของจางหม่านอย่างมาก ในประเทศจีนช่วงเวลานี้ อุตสาหกรรมสุราซบเซาอย่างมาก

มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่จะดื่มเหล้าเหมาไถ ทำให้สินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก

ไม่นานตัวแทนของเหมาไถก็ได้เดินทางมาพบกับจางหม่าน

ก่อนที่ตัวแทนจะเริ่มพูดขายสินค้าของเขา

จางหม่านก็ได้ชิงพูดตัดหน้าก่อน

"ปีนี้ที่โรงกลั่นมีเหล้าเหมาไถอยู่ถึง 1 ตันไหมคะ? ถ้าเป็นไปได้ฉันก็ต้องการ 2 ตันเลยค่ะ"

ตัวแทนของเหมาไถส่ายหัวอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง เขาไม่คิดเลยว่าประธานจางจะสนใจซื้อเหล้าของเขาเป็นจำนวนถึง 2 ตัน นี่คือการสร้างรายได้มหาศาล

นอกจากการติดต่อซื้อเหล้าเหมาไถของจางหม่านแล้ว

เธอกับสูเจิ้งเหมา ได้ทำตามที่ซูข่านบอก ในการจัดการตัวแทนของมหาวิทยาลัยที่ตามตื้อพวกเขา

หลังจากที่ได้บริจาคเงิน 50,000 หยวนให้มหาวิทยาลัยแต่ละแห่ง พวกตัวแทนก็ไม่ได้มายุ่งเกี่ยวกับพวกเขาทั้งสองคนอีก

โดยตัวแทนมหาวิทยาลัยได้ติดต่อทั้งคู่ไปพร้อมกัน การที่จางหม่านบริจาค 50,000 และสูเจิ้งเหมาบริจาค 50,000 ทำให้แต่ละมหาวิทยาลัยได้ทุนไปถึง 100,000 หยวน

เงินจำนวนเท่านี้บอกได้เลยว่าเพียงพอกับการวิจัยแล้ว ในช่วงเวลานี้มหาวิทยาลัยต่างๆขาดเงินสนันสนุนมาก การวิจัยต่างๆก็ต้องใช้เงินของตัวอาจารย์เอง

ผู้คนในยุคนี้จึงควรยกย่องและสรรเสริญเป็นอย่างมาก สละเงินส่วนตัวของตัวเอง ลงแรงในการวิจัย เสียทั้งเวลา เสียทั้งเงินเพื่องานวิจัย

แต่การที่ได้รับเงินบริจาคอาจทำให้พวกเขาเหล่านี้มีกำลังใจที่ดีขึ้น ซึ่งมันส่งผลต่องานวิจัยที่ตามมาด้วย

"ประธานจางช่างเป็นสุภาพสตรีที่น่ายกย่องจริงๆ"

"ประธานสูเป็นนักธุรกิจที่รักชาติบ้านเกิดของตัวเองจริงๆ ได้ยินว่าเขาสามารถทำเงินได้มากมายในมณฑลกวางตุ้ง"

"นี่แหละคือวีรบุรุษของพวกเรา"

หลายมหาวิทยาลัยที่รับเงินบริจาคต่างยกย่องจางหม่าน และสูเจิ้งเหมา พวกเขาต่างชื่มชมในความเอื้ออาทรของทั้งคู่

ทั้งสองคนได้เส้นสายที่ดีกับทางมหาวิทยาลัย

จางหม่านบ่นกับตัวเอง นี่คือสิ่งที่เจ้านายของเธอได้บอกให้พวกเธอทำ หากพวกเขาจะขอบคุณหรือยกย่อง ควรจะไปยกย่องเจ้านายของเธอ

น่าเสียดายที่เจ้านายของเธอ ไม่ได้มีหน้ามีตาในสังคมเท่าไหร่

ซูข่านอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์

"ประธานจางและประธานสู ได้บริจาคเงินให้กับวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยอีกครั้ง โดนครั้งนี้ได้บริจาคให้มากกว่า 10 แห่ง"

ซูข่านคิดว่าทั้งสองคนน่าจะมีชื่อเสียงดังขึ้นกว่าเดิมอีกแน่ๆ

เขามองไปที่จางหม่านที่นั่งอยูข้างหน้าเขา แล้วก็ยิ้มให้

จางหม่านรู้สึกเขินเล็กน้อยที่เจ้านายของเธอได้มองมา เธอเลยพูดขึ้นมาว่า

"เจ้านายคะ"

"นอกจากเหล้าเหมาไถที่ผลิตในปีนี้แล้ว ยังมีเหล้าเหมาไถปีเก่าเหลืออยู่ด้วย"

ซูข่านได้ยินก็แปลกใจเล็กน้อย

มีเหล้าเหมาไถปีเก่ากว่า 1979 ด้วยอย่างงั้นเหรอ

ถ้าเก็บพวกนี้รวมกัน อีกสัก 20-30 ปีต่อมา…อาจมีมูลค่ามากกว่าทองคำแน่นอน

"ดีมาก"

ซูข่านมองไปที่จางหม่านและอดไม่ได้ที่จะยกย่องเธอด้วยสายตา

ใบหน้าของจางหม่านก็มีสีแดงขึ้นเล็กน้อย

อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงแค่ราคาที่ซูข่านคาดเดาเอง บางทีในอนาคตพวกผู้คนที่นิยมชอบดื่มเหล้าเหมาไถปีเก่าๆ อาจจะตีราคากันสูงกว่านี้แน่ๆ

และยิ่งถ้ารู้ว่าซูข่านเป็นเก็บเหล้าเหมาไถปริมาณเยอะขนาดนี้ บางทีอาจจะโดนสาปแช่งทุกวันเลยก็ได้

โทษฐานทำให้เหล้าเหมาไถขาดตลาด

ซูข่านได้หันไปพูดกับสูเจิ้งเหมา

"เดี๋ยวลู่กั๋วเฉียงจะเดินทางลงใต้ไปพร้อมกับนายด้วย หลังจากถึงเผิงเฉิงช่วยเหลือเขาให้ทีนะ"

"ได้ครับคุณซู"

สูเจิ้งเหมาพยักหน้า เขารู้จักกับลู่กั๋วเฉียงอยู่แล้ว จากที่พวกเขาได้เจอกันที่เผิงเฉิงในครั้งก่อน

ซูข่านได้ยินดีกับสูเจิ้งเหมาล่วงหน้าด้วย

คราวนี้สูเจิ้งเหมาจะไปได้ซูโจวและรอบๆ ที่นั่นมีโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าจำนวนมาก หลังจากที่เขาได้แก้ปัญหาได้ในมณฑลกวางตุ้ง ตอนนี้เขาได้รับคำเชิญให้ไปที่มณฑลเจียงซูเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่นั่น

หากเขามีสามารถรวบโรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าได้มากเท่าไหร่ เม็ดเงินก็จะได้ไหลมาหาเขามากเท่านั้น

ในเวลาอีกประมาณ 2-3 ปี สูเจิ้งเหมาอาจจะกลายเป็นราชาแห่งการตัดเย็บเสื้อผ้าในโลกก็ได้ บางทีเขาอาจจะได้ครองการผลิตมากกว่า 60% ของทั้งโลก

สูเจิ้งเหมารู้ได้เลยว่าเขามาถึงจุดนี้ได้เพียงเพราะคำเสนอแนะของซูข่าน เขาได้แนะนำอะไรต่างๆให้สูเจิ้งเหมา

ไมเ่พียงแต่เรื่องเม็ดเงินที่จะได้รับจากโรงงาน แต่ผู้คนในท้องถิ่นร่วมถึงร้านค้า ต่างก็ได้รับผลประโยชน์ต่อกันเป็นทอดๆอีกด้วย

ผู้คนได้งานทำ ร้านค้าได้เสื้อผ้าไปขาย ผู้คนที่ทำงานมีเงินนำไปซื้อเสื้อผ้า ร้านค้าได้สั่งการผลิตจากโรงงานของสูเจิ้งเหมา

ทุกอย่างได้ส่งผลกระทบต่อๆกันทั้งมณฑลกวางตุ้ง ไม่แปลกใจที่ทำไมสูเจิ้งเหมาถึงได้มีชื่อเสียงอย่างมากที่นั่น

ในเวลานี้ทหารผ่านศึกทั้งหลาย ซงหมิงเจียง ต้าชุน เหลาหลี่ โซวซี และไทเกอร์

ในบรรดาคนพวกนี้ มีต้าชุนและเหลาหลี่ที่จะตัดสินใจเดินทางไปเผิงเฉิงกับลู่กั๋วเฉียงด้วย

"พี่สาม"

เมื่อเห็นซูข่านพวกเขาก็รีบทักทายอย่างรวดเร็ว

ซูข่านมองไปที่ลู่กั๋วเฉียงและพูดกับเขาเบาๆ

"ทุกคนรู้หน้าที่ของตัวเองหมดแล้วสินะ ลู่กั๋วเฉียงพอนายไปถึงที่นั่นใช้ตาดูให้มากขึ้น ใช้หูฟังให้มากขึ้น ใช้มือของนายทำให้มากขึ้น แต่ปากของนายพูดให้น้อยลง"

"อยู่ที่นั่นนายกับเหลาสูต้องไปหาเปิดโรงงานอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อทำนาฬิกาให้ได้ เรื่องง่ายๆไม่ยาก"

ซูข่านจำได้ว่าโรงงานที่ใหญ่ที่สุดในโลก ก็ได้เริ่มต้นจากการที่ผลิตชิ้นส่วนหล่ออิเล็กทรอนิกส์แบบนี้เหมือนกัน

ตอนนี้ลู่กั๋วเฉียงกำลังจะไปหาที่เปิดโรงงาน ในอนาคตซูข่านอาจจะเดินทางไปประเทศเพื่อนบ้านเพื่อซื้อเทคโนโยลีสองสามอย่างมาใช้ในโรงงานนี้ก็ได้

ในเวลานั้นฮัวเว่ยคงยังไม่รับ OEM สินค้าต่างๆแน่นอน

ผู้คนที่จะเริ่มลงทุนผลิตอะไรบางอย่าง พวกเขาอาจจะต้องเริ่มวิจัยหาสินค้าหรืออุปกรณ์ต่างๆก่อน การนำเข้าสินค้าพวกนี้อาจจะส่งผลไม่ดีเท่าไหร่ในธุรกิจ

บางทีพวกเขาอาจจะใช้เวลาหลายปีในการวิจัยเรื่องต่างๆ และต้องทดสอบผลิตอีกหลายปีกว่าจะได้สินค้ามา ซึ่งพอถึงตอนนั้นมูลค่าในตลาดอาจจะสูงเกินไปจนพวกเขาลงทุนไม่ไหวแน่ๆ

พวกเขาไม่สามารถตั้งโรงงานผลิตพวกนี้ได้เอง เลยต้องไปจ้างคนอื่น OEM สินค้าของพวกเขาให้

แต่สำหรับซูข่านแล้วเรื่องเงินไม่ใช่ปัญหาของเขา การพัฒนาอาจกินเวลาหลายปีจนมูลค่าเพิ่ม แต่เขาก็คิดว่ายังสามารถจ่ายไหว

บางทีถ้าการวิจัยประสบผลสำเร็จ เขาอาจจะผลิตชิปขึ้นมาเองก็ได้

การเดินทางไปเผิงเฉิงของลู่กั๋วเฉียงนี่เป็นการเริ่มต้นก้าวแรกของซูข่านในการสร้างกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ถ้ามีทุกอย่างครบวงจร โดยไม่ต้องนำชิ้นส่วนอื่นๆจากต่างประเทศเข้า อาจลดต้นทุนการผลิตได้มากถึง 50%

ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนที่วางไว้บางทีอาจจะมีกลุ่มอุตสาหกรรมว่านเซี่ยงก็ได้

จบบทที่ ตอนที่ 127 กลุ่มอุตสาหกรรมว่านเซี่ยง

คัดลอกลิงก์แล้ว