- หน้าแรก
- การเกิดใหม่ หนึ่ง เก้า เก้า เก้า การเปิดยุคแห่งเทคโนโลยีสีดำ
- บทที่ 5 จ่ายไม่ไหวก็เตรียมติดคุก
บทที่ 5 จ่ายไม่ไหวก็เตรียมติดคุก
บทที่ 5 จ่ายไม่ไหวก็เตรียมติดคุก
บทที่ 5 จ่ายไม่ไหวก็เตรียมติดคุก
เฉินเซียวคาดคะเนว่าเขาได้พบแนวทางการรับค่าอิทธิพลแล้ว เขาคิดจะรวบรวมเหล่านักเรียนหลังห้องในชั้นเรียนหลังจากเสร็จสิ้นการสอบวัดผลครั้งที่หนึ่ง เพื่อเปิดสอนเสริมด้วยตนเอง ซึ่งนอกจากจะช่วยยกระดับผลการเรียนของเพื่อนร่วมชั้นแล้ว ยังสามารถเก็บเกี่ยวค่าอิทธิพลได้เป็นกอบเป็นกำอีกด้วย
กว่าที่เขาจะปั่นจักรยานกลับถึงบ้านก็เป็นเวลาห้าโมงเย็นแล้ว แผงลอยขายของเล็กๆ ของหลินฮุ่ยที่ตั้งอยู่ตรงทางเข้าเขตที่พักอาศัยยังคงวางอยู่ แต่กลับไร้เงาผู้คน
แม้แต่ในบ้านก็ไม่มีใครอยู่เลยสักคน
ทุกคนหายไปไหนกันหมด
ในยุคสมัยนี้ ใช่ว่าทุกครอบครัวจะมีกำลังซื้อโทรศัพท์มือถือ (โทรศัพท์รุ่นฝาพับของโมโตโรล่า) มาใช้งาน ครอบครัวของเฉินเฉียงเพิ่งจะติดตั้งโทรศัพท์บ้านไปเมื่อต้นปีนี้เอง
เฉินเซียวเริ่มลงมือหุงข้าวก่อนเพื่อรอให้ทั้งสองคนกลับบ้าน
เมื่อเห็นเฉินเซียวกลับมา ผู้เฒ่ากัวที่อยู่บ้านติดกันก็รีบกุลีกุจอเข้ามาหาพลางเอ่ยว่า "เสี่ยวซื่อ ในที่สุดเจ้าก็กลับมาเสียที! เกิดเรื่องกับพ่อของเจ้าที่โรงงานน่ะ แม่ของเจ้าก็รีบตามไปที่นั่นแล้วเหมือนกัน"
หัวใจของเฉินเซียวหล่นวูบ
เขานึกถึงเรื่องที่พ่อแม่ต้องจบชีวิตลงด้วยอุบัติเหตุทางรถยนต์ในชาติที่แล้ว จึงอดสงสัยไม่ได้ว่าในชาตินี้จะเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นอีกหรือไม่
แม้เขาจะกลับมาเกิดใหม่ได้เพียงสองวัน แต่ด้วยสายเลือดและหน้าตาที่เหมือนเดิมทุกประการ เฉินเซียวจึงยอมรับพ่อแม่ในโลกนี้เป็นคนในครอบครัวอย่างเต็มใจ
เขา รีบวิ่งลงไปด้านล่าง กระโดดขึ้นจักรยานแล้วปั่นมุ่งหน้าไปยังโรงงานเครื่องจักรของรัฐอย่างสุดกำลัง
โรงงานเครื่องจักรของรัฐแห่งเมืองเจียงเฉิง
บริเวณหน้าห้องทำงานแผนกการผลิตถูกห้อมล้อมไปด้วยผู้คนจำนวนมาก โดยมีพนักงานหลายคนยืนดูเหตุการณ์วุ่นวายอยู่รอบนอก
เฉินเซียวเบียดเสียดตัวเข้าไปด้านใน ซูเต๋อเซิ่ง ผู้อำนวยการโรงงานในชุดสูทสากล ยืนอยู่ตรงนั้นพร้อมกับ เกาหงเจ๋อ ผู้อำวยการศูนย์การผลิต และ อู๋เว่ย หัวหน้าคนงานชุดที่หนึ่ง
ในขณะเดียวกัน เฉินเฉียงและหลินฮุ่ยมีสีหน้าอิดโรยและซูบซีด โดยมีเจ้าหน้าที่จากแผนกความมั่นคงของโรงงานยืนล้อมรอบเอาไว้
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนยังปลอดภัยดี เฉินเซียวก็ลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก แต่ทว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
เฉินเฉียงไม่ได้นอนหลับพักผ่อนมาสองวันติดต่อกันแล้ว และเหตุการณ์ในครั้งนี้ยิ่งทำให้เขาดูเหนื่อยล้าจนถึงขีดสุด
เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงแหบพร่า "ผู้อำนวยการซูครับ เดิมทีผมถูกเรียกมาทำงานล่วงเวลาเมื่อคืนเพื่อขนย้ายแผ่นเหล็ก เป็นผู้อำวยการเกาเองที่เป็นคนบอกให้ผมไปเฝ้าที่ห้องควบคุมส่วนกลาง ตัวผมเองก็มีความรู้น้อย ไม่เข้าใจเรื่องอุปกรณ์เครื่องจักรกลเลยแม้แต่นิดเดียว ผมก็ได้อธิบายเรื่องนี้กับผู้อำวยการเกาไปแล้ว แต่เขาก็ยังยืนกรานให้ผมอยู่ที่นั่น"
"ผมทำงานล่วงเวลาที่โรงงานมาสองวันเต็มโดยไม่ได้นอนเลย เมื่อคืนผู้อำนวยการเกาให้ผมเฝ้าอยู่ที่นั่น ผมยังไม่กล้าแม้แต่จะหลับตาลงเลยสักนิด ผมไม่ได้ไปแตะต้องอุปกรณ์เครื่องจักรตัวไหนเลยจริงๆ ผมไม่รู้จริงๆ ครับว่าเรื่องมันกลายเป็นแบบนี้ได้อย่างไร!"
เกาหงเจ๋อเริ่มมีท่าทีลุกลี้ลุกลนและโพล่งขึ้นว่า "เฉินเฉียง คุณเป็นพนักงานของโรงงานแห่งนี้ หัวหน้าสั่งให้ไปทำงานตรงไหนคุณก็ต้องทำ เรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานมันเป็นอุบัติเหตุที่ร้ายแรงมาก และมันคือการละเลยต่อหน้าที่ของคุณ!"
"ผม... คือผม..." เฉินเฉียงเป็นคนซื่อสัตย์ เมื่อได้ยินเกาหงเจ๋อกล่าวเช่นนั้น เขาจึงไม่รู้จะยกเหตุผลอะไรมาโต้แย้งได้เลย
ในจังหวะนั้นเอง เจ้าหน้าที่จากแผนกอุปกรณ์ก็รีบวิ่งเข้ามาและกระซิบข้อความบางอย่างที่ข้างหูของซูเต๋อเซิ่ง
ใบหน้าของซูเต๋อเซิ่งถอดสีและซีดเผือดลงในทันที!
ผลการตรวจสอบจากแผนกอุปกรณ์ออกมาแล้วว่า เครื่องจักรซีเอ็นซีมากกว่าสิบเครื่องถูกไฟไหม้จนพังเสียหายยับเยิน
หากเป็นเพียงอุปกรณ์ควบคุมไฟฟ้าที่ไหม้ก็ยังพอจัดการได้ เพราะสามารถใช้เงินซ่อมแซมให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ แต่ปัญหาใหญ่คือตอนนี้แผงวงจรหลักหรือเมนบอร์ดถูกไฟไหม้จนหมดสิ้น
เครื่องจักรซีเอ็นซีชุดนี้ถูกนำเข้ามาจากบริษัทดีเอ็มจีในประเทศเยอรมนีทั้งหมด ชิปประมวลผลเฉพาะทางและแผงเมนบอร์ดถือเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของเครื่องจักร หากเมนบอร์ดไหม้ เครื่องจักรเหล่านั้นก็กลายเป็นเพียงเศษเหล็ก
ในปัจจุบัน ประเทศจีนยังขาดเทคโนโลยีที่จะซ่อมแซมเมนบอร์ดนำเข้าเหล่านี้ อุปกรณ์ดังกล่าวถูกซื้อมาเมื่อหลายปีก่อนและพ้นระยะเวลาการรับประกันไปนานแล้ว อีกทั้งทางฝั่งเยอรมนีก็คงไม่ส่งเจ้าหน้าที่มาซ่อมแซมให้ หนทางเดียวที่มีคือต้องสั่งซื้อใหม่ทั้งหมด ซึ่งเมนบอร์ดสำหรับเครื่องจักรมากกว่าสิบเครื่องนั้นต้องใช้เงินสูงถึงหลายแสนหรืออาจถึงล้านหยวน
และยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทางเยอรมนีจะยังมีเมนบอร์ดสำหรับเครื่องจักรรุ่นนี้หลงเหลืออยู่หรือไม่
ซูเต๋อเซิ่งไม่มีปัญญาจ่ายค่าความเสียหายนี้แน่นอน!
และที่สำคัญ ซูเต๋อเซิ่งย่อมไม่ต้องการแบกรับความรับผิดชอบนี้ไว้เอง!
หากเรื่องนี้ลุกลามใหญ่โต เขาอาจจะถูกปลดออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการโรงงานเลยก็ได้
ซูเต๋อเซิ่งรู้อยู่แก่ใจว่าความรับผิดชอบควรจะตกเป็นของเกาหงเจ๋อ เพราะอย่างไรเสีย เกาหงเจ๋อก็เป็นคนละทิ้งหน้าที่และต้องรับผิดชอบในฐานะผู้บังคับบัญชา
แต่เกาหงเจ๋อมีศักดิ์เป็นน้องเมียของเขา หากเขาลงโทษเกาหงเจ๋อ มีหวังแม่เสือสาวที่บ้านได้ตามมาอาละวาดใส่เขาแน่
ซูเต๋อเซิ่งรีบสงบสติอารมณ์ ไม่ว่าต้นเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้จะเป็นความผิดของเฉินเฉียงหรือไม่ เขาจะทำให้เฉินเฉียงกลายเป็นแพะรับบาปให้ได้!
ซูเต๋อเซิ่งกล่าวกับแผนกความมั่นคงว่า "สาเหตุของอุบัติเหตุได้รับการตรวจสอบแล้ว เฉินเฉียงใช้งานแผงควบคุมส่วนกลางอย่างมักง่ายและไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบ ให้ไล่เขาออกก่อนเป็นอันดับแรกและส่งตัวให้แผนกความมั่นคงดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป"
เมื่อได้ยินดังนั้น เฉินเซียวก็รีบเดินออกจากห้องทำงานเพื่อไปตรวจสอบสถานการณ์ที่เขตการผลิตที่หนึ่งทันที
เป็นไปตามคาด ทันทีที่เขาเดินเข้าไปก็ได้กลิ่นไหม้โชยมา เจ้าหน้าที่จากแผนกอุปกรณ์เพิ่งจะทำการรื้อถอนเครื่องจักรซีเอ็นซีทั้งหมดออก สายไฟภายในถูกไหม้จนพันกันเป็นก้อน และที่หนักหนาสาหัสที่สุดคือแผงเมนบอร์ดส่วนใหญ่ละลายจนผิดรูป การจะซ่อมแซมมันได้หรือไม่นั้นยังเป็นเครื่องหมายคำถามตัวใหญ่
ยิ่งไปกว่านั้น สาเหตุที่เมนบอร์ดถูกทำลายนั้นเห็นได้ชัดว่าเกิดจากการเดินสายไฟที่ไม่ได้มาตรฐานและยุ่งเหยิง จนเกิดการลัดวงจรในบางจุดและส่งผลให้กระแสไฟฟ้าแรงสูงไหลผ่านอุปกรณ์เพียงชั่วขณะ
เฉินเซียวเพ่งมองอย่างละเอียด เครื่องจักรเหล่านี้คือเครื่องจักรแบบห้าแกนของดีเอ็มจีที่ผลิตในปีเก้าห้า
ก่อนที่เขาจะมาเกิดใหม่ เฉินเซียวเคยศึกษาด้านวงจรรวมในระดับปริญญาตรี ต่อมาเนื่องจากสายงานที่ทำ ทำให้เขามีความรู้ความเข้าใจอย่างลึกซึ้งเกี่ยวกับอุปกรณ์เครื่องจักรกล สำหรับเขาแล้ว หน้าที่การทำงานของเครื่องจักรเหล่านี้เรียบง่ายมาก และแผงเมนบอร์ดก็เป็นแบบพื้นฐานทั่วไป
อย่างไรก็ตาม สำหรับผู้คนในปี 1999 แผงเมนบอร์ดเช่นนี้ถือเป็นผลิตภัณฑ์เทคโนโลยีชั้นสูง
คนงานจากแผนกอุปกรณ์ไม่ได้สังเกตเห็นเฉินเซียวเลยแม้แต่น้อย "เมนบอร์ดพวกนี้เกินเยียวยาแล้ว..."
"การสั่งซื้อเมนบอร์ดพวกนี้ใหม่ต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่าเครื่องละหลายหมื่นหยวนแน่ๆ..."
"อย่าพูดมากไปเลย ผู้อำนวยการรู้วิธีจัดการเรื่องนี้อยู่แล้ว"
เฉินเซียวสังเกตโครงสร้างของเครื่องจักรและจุดเชื่อมต่อของเมนบอร์ดอย่างระมัดระวัง จนเริ่มมองเห็นภาพรวมของหลักการทำงาน
สิบนาทีต่อมา เขาก็เดินออกจากโรงงาน ห้องทำงานของซูเต๋อเซิ่งยังคงมีการโต้เถียงกันอย่างรุนแรงเรื่องผู้ที่ต้องรับผิดชอบ
ซูเต๋อเซิ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงรำคาญใจว่า "เฉินเฉียง อุปกรณ์ของเราทั้งหมดนำเข้ามาจากเยอรมนี ครั้งนี้เมนบอร์ดไหม้ การเปลี่ยนเมนบอร์ดนำเข้าจะต้องใช้เงินหลายแสนหยวน แผนกอุปกรณ์จะจัดทำรายการค่าชดเชยออกมา คุณต้องรีบจ่ายเงินโดยเร็วที่สุด มิฉะนั้นเราจะส่งตัวคุณให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองดำเนินคดี คุณจะต้องถูกตัดสินโทษและติดคุกตามความผิด!"
หลังจากพูดจบ ซูเต๋อเซิ่งก็เดินจากไปด้วยสีหน้าบึ้งตึง ในสมองของเขาตอนนี้มีแต่เรื่องการเขียนรายงานส่งผู้บังคับบัญชาระดับสูง โดยโยนความผิดทั้งหมดไปที่เฉินเฉียง
ซูเต๋อเซิ่งคงจะต้องโดนโทษทางวินัยอย่างแน่นอน แต่หัวใจสำคัญคือจะทำอย่างไรให้เขายังรักษาเก้าอี้ผู้อำนวยการโรงงานเอาไว้ได้!
เมื่อได้ยินซูเต๋อเซิ่งพูดเช่นนี้ หลินฮุ่ยก็หวาดกลัวจนปล่อยโฮออกมา "ผู้อำนวยการซูคะ! ผู้อำนวยการซู! เฉินเฉียงไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ นะคะ! เขาอดหลับอดนอนมาสองคืนเต็มๆ ก็เพื่อโรงงาน เพื่อเงินค่าล่วงเวลาเพียงไม่กี่หยวน แล้วตอนนี้... คุณจะให้เราชดใช้เงินตั้งหลายแสนได้อย่างไร!"
ในปีเก้าเก้า เงินหนึ่งหมื่นหยวนถือเป็นตัวเลขมหาศาลแล้ว นับประสาอะไรกับเงินหลายแสนหยวน
เฉินเฉียงแทบจะทรุดลงกับพื้น "ผู้อำนวยการซูครับ ผมไม่ใช่คนมีความรู้ ถ้าเมื่อคืนมันเป็นความรับผิดชอบของผม ผมก็ยินดีจะรับผิดและให้หักเงินเดือนไป แต่การเรียกเงินหลายแสน—ต่อให้เอาตัวผมไปขาย ผมก็ไม่มีเงินมากขนาดนั้นหรอกครับ!"
หลินฮุ่ยกล่าวอย่างร้อนรนว่า "ผู้อำนวยการซูคะ ซูเฉี่ยวลูกชายของคุณก็เป็นเพื่อนร่วมชั้นกับเฉินเซียวลูกของฉัน คุณต้องเห็นใจและผ่อนปรนเรื่องนี้ให้เราบ้างเถอะค่ะ!"
ซูเต๋อเซิ่งไม่อยากโต้เถียงอีกต่อไปจึงกล่าวว่า "บ้านมีกฎหมาย โรงงานมีกฎระเบียบ หากเครื่องจักรยังพอซ่อมแซมได้ อย่างมากที่สุดผู้รับผิดชอบก็แค่โดนภาคทัณฑ์ แต่เครื่องจักรเหล่านี้เป็นของนำเข้า และเมนบอร์ดก็ไหม้ไปแล้ว เราทำได้เพียงใช้เงินซื้อใหม่จากเยอรมนีเท่านั้น! แม้แต่แผนกอุปกรณ์ก็ยังจนปัญญา!"
"ถ้าผมไม่หาคนมารับผิดชอบ เบื้องบนเขาก็จะเอาผิดที่ผมแทน!"
ในยุคสมัยนี้ วิสาหกิจเอกชนยังมีไม่มากนัก และรัฐวิสาหกิจก็มีอิทธิพลและอำนาจล้นมือ ด้วยผู้อำนวยการโรงงานที่ไร้ความรับผิดชอบเช่นนี้ เขาจึงมีอำนาจชี้ขาดว่าอะไรถูกหรือผิดแต่เพียงผู้เดียว หากคนงานทำลายอุปกรณ์โรงงานด้วยความผิดพลาดจากการทำงานและไม่มีปัญญาชดใช้ พวกเขาอาจจะต้องลงเอยที่เรือนจำจริงๆ
ทว่า เรื่องเมนบอร์ดที่ไหม้นั้นเป็นความผิดของเฉินเฉียงจริงๆ หรือ?
เมื่อวานเฉินเฉียงอยู่แค่ในห้องควบคุมเท่านั้น เขาไม่ได้เป็นคนลงมือใช้งานเครื่องจักรเลยด้วยซ้ำ
การที่เครื่องจักรไหม้นั้นน่าจะเป็นปัญหาที่ระบบวงจรไฟฟ้า และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเฉินเฉียงเลยแม้แต่น้อย
เฉินเซียวเข้าใจเรื่องนี้เป็นอย่างดี คำพูดของซูเต๋อเซิ่งอาจจะหลอกคนอื่นในโรงงานได้ แต่ไม่มีทางหลอกเฉินเซียวได้
เมื่อเห็นซูเต๋อเซิ่งพยายามจะป้ายความผิดให้เฉินเฉียงอย่างไม่เป็นธรรม เฉินเซียวจึงไม่อาจนิ่งเฉยอยู่ได้
เฉินเซียวก้าวออกมาข้างหน้าแล้วเอ่ยว่า "ถ้าจะหาคนรับผิดชอบ คุณควรชี้แจงสาเหตุให้ชัดเจนเสียก่อน เครื่องจักรที่ไหม้นั้นมันเป็นปัญหาที่ระบบวงจรไฟฟ้า! โรงงานยังไม่ได้ตรวจสอบด้วยซ้ำว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้วงจรมีปัญหา แต่กลับมาโยนความผิดให้คนอื่นเสียแล้ว หรือว่าคุณกำลังพยายามจะปกป้องใครบางคนอยู่กันแน่?"