- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 134 มีพวกคลื่นใต้น้ำไม่ยอมอยู่เฉย? อัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยด่วน!
บทที่ 134 มีพวกคลื่นใต้น้ำไม่ยอมอยู่เฉย? อัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยด่วน!
บทที่ 134 มีพวกคลื่นใต้น้ำไม่ยอมอยู่เฉย? อัปเกรดระบบรักษาความปลอดภัยด่วน!
เมื่อเจียงเฉินเหลือบมองหน้าจอโทรศัพท์แล้วเห็นว่าเป็นสายจากเหยียนเจิ้งเฉียน เขาก็รีบกดรับทันที
"ศาสตราจารย์เจียงครับ โชคดีจริงๆ ที่คุณยังไม่นอน มีเรื่องด่วนครับ! ศูนย์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์รายงานมาว่า ในช่วงสองวันที่ผ่านมานี้ ระบบเครือข่ายของเราถูกโจมตีทางไซเบอร์ไปแล้วกว่า 700,000 ครั้ง! ซึ่งเป็นตัวเลขที่พุ่งทะลุสถิติเดิมไปไกลมากเลยครับ"
"ตอนนี้ทุกคนกังวลว่านี่อาจจะเป็นแค่การโจมตีระลอกแรก ถ้าขืนพึ่งพาแค่ระบบป้องกันที่มีอยู่เดิม ทุกคนกลัวว่ามันจะต้านทานไม่ไหวครับ"
"ทางผู้อำนวยการศูนย์ฯ เลยอยากจะทราบว่า จะพอเป็นไปได้ไหมครับ ที่จะให้ MOSS เชื่อมต่อเข้ากับระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ เพื่อให้ MOSS ช่วยทีมงานของเราต้านทานการโจมตีที่จะตามมาครับ?"
การโจมตีทางไซเบอร์ 700,000 ครั้ง?
เจียงเฉินจำได้ว่า สถิติการถูกโจมตีทางไซเบอร์ของประเทศหลงในอดีต มักจะตกอยู่ที่ประมาณ 2 ล้านครั้งต่อ 'ปี'
นั่นหมายความว่า ภายในเวลาแค่สองวัน ประเทศหลงโดนถล่มด้วยปริมาณการโจมตีที่เทียบเท่ากับหนึ่งในสามของทั้งปีเข้าไปแล้ว!
ไม่ต้องเดาก็รู้ ว่าต้องมีบางประเทศที่ได้เห็นความทรงพลังของ MOSS และ 550C แล้วเกิดอาการร้อนรน ต่อหน้าไม่กล้าออกตัวแรง แต่ลับหลังแอบเล่นสกปรกสาดโคลนใส่ไม่ยั้งแน่ๆ
"การโจมตีส่วนใหญ่ พุ่งเป้าไปที่มหาวิทยาลัยป้องกันประเทศและสถาบันวิจัยต่างๆ ใช่ไหมครับ?" เจียงเฉินถามอย่างรู้ทัน
"ใช่ครับ การโจมตีส่วนใหญ่พุ่งเป้าไปที่หน่วยงานเหล่านั้นเลยครับ เป้าหมายของพวกมันชัดเจนมากว่าต้องการเจาะเข้ามาขโมยข้อมูลและข้อมูลความลับขั้นสุดยอดของเรา"
ว่าแล้วเชียว
พอประกาศเปิดตัว MOSS กับ 550C ปุ๊บ พวกคลื่นใต้น้ำก็เริ่มนั่งไม่ติดเก้าอี้ทันที
พวกเขาอยากรู้ข้อมูลเชิงลึกของ MOSS และ 550C ใจจะขาด แถมยังระแวงว่าประเทศหลงอาจจะซุ่มซ่อนเทคโนโลยีลับระดับชาติเอาไว้อีก ก็เลยอดใจไม่ไหว ต้องรีบสาดการโจมตีทางไซเบอร์เข้ามาหวังจะล้วงตับ
ในสถานการณ์หน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้ การดึง MOSS เข้ามาเชื่อมต่อกับระบบรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์แห่งชาติ ย่อมเป็นทางออกที่ดีที่สุดและมีประสิทธิภาพที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่เจียงเฉินกลับรู้สึกลังเล
การอนุญาตให้ MOSS เชื่อมต่อเข้ากับระบบความปลอดภัยระดับชาติ หมายความว่าเขาต้อง 'ปลดล็อกสิทธิ์การเข้าถึง' (Permissions) ให้ MOSS เพิ่มขึ้นอีกมหาศาล
MOSS เพิ่งจะเริ่มมีจิตสำนึกตื่นรู้ขึ้นมาได้แค่บางส่วนเท่านั้น ถ้าเขาปล่อยให้ MOSS เข้าถึงข้อมูลและอำนาจควบคุมที่ยิ่งใหญ่ขนาดนี้ เขากลัวว่า MOSS อาจจะหลุดจากการควบคุมได้
"ท่านหัวหน้าเหยียนครับ รบกวนแจ้งให้ผู้อำนวยการศูนย์ฯ ช่วยรวบรวม Data log การโจมตีในช่วงสองวันที่ผ่านมา แล้วส่งมาให้ผมหน่อยครับ เดี๋ยวผมจะให้ MOSS ทำการวิเคราะห์ข้อมูลพวกนั้นดูก่อน"
เหยียนเจิ้งเฉียนค่อนข้างประหลาดใจกับคำตอบของเจียงเฉิน แต่เขาก็รับคำและรีบไปจัดการตามที่ขอ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา ข้อมูลบันทึกการโจมตีจากศูนย์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ก็ถูกส่งมาถึงมือเจียงเฉิน
"MOSS ทำการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ ดึงแพตเทิร์นและลักษณะเฉพาะของการโจมตีออกมา แล้วนำไปใช้อัปเกรดและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบป้องกันความปลอดภัยตัวเดิมที่เรามีอยู่"
การปล่อยให้ MOSS เข้าแทรกแซงและกุมสิทธิ์ในศูนย์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์โดยตรง มันเสี่ยงเกินไป เจียงเฉินจึงตัดสินใจเลือกเพลย์เซฟ เดินหมากอย่างรัดกุมไว้ก่อนดีกว่า
ในขณะที่ MOSS กำลังง่วนอยู่กับการรื้อโครงสร้างระบบป้องกันความปลอดภัย และจำลองขั้นตอนการรับผู้อพยพเข้าเมืองใต้ดิน เจียงเฉินก็ไม่ลืมที่จะพิมพ์ข้อความส่งหาเหยียนเจิ้งเฉียน
"ท่านหัวหน้าเหยียนครับ อีกสักสองสามวัน รบกวนช่วยเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ระดับแนวหน้าของประเทศ มาร่วมประชุมกันที่ที่ราบสูงอู้โจวหน่อยนะครับ"
"รับทราบครับ"
ตลอดทั้งคืน เจียงเฉินทำงานง่วนอยู่หน้าจอคอมพิวเตอร์ เขาแวบไปงีบหลับใน 'เครื่องนอนหลับลึก' แค่ชั่วโมงเดียว แล้วก็ลุกขึ้นมาลุยงานต่อ
เวลา 06:00 น. เช้าวันรุ่งขึ้น
เจียงเฉินทำการรันระบบทดสอบ 'ระบบป้องกันความปลอดภัยฉบับอัปเกรด' ที่ MOSS ปรับแต่งเสร็จเรียบร้อยแล้ว
[อาวุธไซเบอร์ประเภทเจาะช่องโหว่... ป้องกันสำเร็จ!]
[อาวุธไซเบอร์ประเภทดักจับและขโมยข้อมูล... ป้องกันสำเร็จ!]
[อาวุธไซเบอร์ประเภทแฝงตัวควบคุมระยะยาว... ป้องกันสำเร็จ!]
[อาวุธไซเบอร์ประเภทพรางตัวและลบร่องรอย... ป้องกันสำเร็จ!]
เจียงเฉินจ้องมองข้อความแจ้งเตือนบนหน้าจอด้วยความพึงพอใจ เขาจัดการบีบอัดไฟล์ระบบทั้งหมด (Zip file) แล้วส่งต่อให้ทีมงานที่ศูนย์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ทันที
เมื่อทีมงานที่ศูนย์ฯ ได้รับไฟล์บีบอัดจากเจียงเฉิน พวกเขาก็รีบแตกไฟล์และติดตั้งระบบป้องกันความปลอดภัยเวอร์ชันอัปเกรด ตามคู่มือที่เจียงเฉินแนบมาให้อย่างเร่งด่วน
ทันทีที่ไอคอน 'โล่ป้องกันสีฟ้าอมเขียว' สว่างขึ้นบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทีมงานทุกคนในศูนย์ฯ ก็สัมผัสได้ทันทีว่า แรงกดดันมหาศาลจากการโจมตีภายนอกได้ลดฮวบลงอย่างเห็นได้ชัด!
พวกเขาพบว่า ภายในเวลาเพียงแค่ หนึ่งนาที หลังจากที่ระบบป้องกันตัวใหม่นี้ออนไลน์ มันสามารถกวาดล้างและบล็อกภัยคุกคามไปได้ถึง 49,893 รายการ!
ความเร็วในการตอบสนองและป้องกัน เหนือกว่าระบบเดิมที่พวกเขาเคยใช้ถึง 100 เท่า!
หัวใจของเจ้าหน้าที่ในศูนย์รักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์ที่แขวนต่องแต่งอยู่บนเส้นด้ายมาตลอดสองวัน ในที่สุดก็ได้รับการปลดเปลื้องลงเสียที
ระบบป้องกันความปลอดภัยเวอร์ชันอัปเกรด ทำการส่งข้อมูลสถิติการป้องกันกลับมาที่คอมพิวเตอร์ของเจียงเฉิน
เมื่อเจียงเฉินคอนเฟิร์มแล้วว่าระบบสามารถรันและทำงานได้อย่างเสถียร เขาก็เดินลงลิฟต์ไปยังเมืองใต้ดิน เพื่อร่วมทานอาหารเช้ากับคนในกองถ่าย เตรียมชาร์จพลังรับมือกับความท้าทายครั้งใหญ่ที่กำลังจะมาถึง
ในขณะเดียวกัน
'เว่ยหยาง' เด็กหนุ่มวัยรุ่นกำลังนั่งเบียดตัวลีบอยู่ข้างๆ คุณปู่ของเขาบนรถบัสอพยพ ด้วยจิตใจที่ว้าวุ่นและเต็มไปด้วยความกังวล
"คุณปู่ครับ ปู่พอจะรู้ไหมครับว่าพวกเรากำลังจะโดนส่งไปที่ไหน?" เว่ยหยางกระซิบถาม พลางขยับตัวเข้าไปชิดคุณปู่มากขึ้น
คุณปู่ของเขาดูอายุประมาณหกสิบกว่าปี ฟันหน้าหลอไปหนึ่งซี่ สวมเสื้อคลุมตัวเก่าที่ซักจนสีซีดจาง
"ก็คงจะเป็น... บังเกอร์หลบภัยทางอากาศล่ะมั้งหลาน" คุณปู่ทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาฉายแววหวาดหวั่นต่ออนาคตที่ไม่แน่นอน
"บังเกอร์หลบภัยเหรอครับ? งั้นก็แปลว่าผมจะไม่มีที่ให้อ่านหนังสือเตรียมสอบแล้วสิครับ?" เว่ยหยางเพิ่งจะเรียนอยู่ชั้น ม.ปลาย ความฝันสูงสุดของเขาคือการสอบเกาเข่า (การสอบเข้ามหาวิทยาลัยระดับชาติของจีน) ให้ติด เพื่อจะได้โบยบินออกจากอำเภอเล็กๆ แห่งนี้ ไปเปิดหูเปิดตาดูโลกกว้างในเมืองหลวง
เมื่อคุณปู่นึกย้อนไปถึงสภาพของบังเกอร์หลบภัยในความทรงจำ เขาก็บอกกับหลานชายตามตรงว่า: "คงจะลำบากหน่อยนะหลานเอ๊ย ในบังเกอร์น่ะ เขาให้นอนรวมกันบนแคร่ไม้กระดานยาวๆ ไม่มีห้องหับส่วนตัวหรอก"
"เดี๋ยวก็ต้องรอดูว่าเบื้องบนเขาจะจัดการยังไง ปู่วากะเขาคงจะหาพื้นที่แบ่งโซนไว้ให้เด็กนักเรียนอย่างพวกหลานโดยเฉพาะแหละน่า" คุณปู่พยายามพูดปลอบใจเว่ยหยางอย่างสุดความสามารถ
เว่ยหยางรู้สึกเครียดหนักกว่าเดิม
ตอนนี้ก็ใกล้จะถึงช่วงสอบเกาเข่าเต็มทีแล้ว ถ้าต้องไปอุดอู้อยู่ในบังเกอร์หลบภัยตามที่คุณปู่บอกตั้งสามเดือนกว่า อย่าว่าแต่อ่านหนังสือเลย แค่จะนอนให้หลับสนิทยังยากเลยมั้ง
ประเทศหลงแทบจะไม่เคยมีประวัติเกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เลย เว่ยหยางที่ไม่เคยมีประสบการณ์รับมือกับภัยพิบัติ จึงไม่เข้าใจเลยว่าทำไมจู่ๆ พวกเขาถึงต้องถูกต้อนให้อพยพไปอยู่ในที่แปลกตากันหมดแบบนี้
นอนอยู่บ้านตัวเองมันไม่ดีตรงไหนกันนะ?
เว่ยหยางได้แต่คิดอย่างหงุดหงิดใจ
รถบัสแล่นโคลงเคลงไปตามถนนอีกราวๆ ครึ่งชั่วโมง จู่ๆ พวกเขาก็มองเห็นสิ่งก่อสร้างขนาดยักษ์ตั้งตระหง่านอยู่ไกลๆ
"คุณปู่! ดูนั่นสิครับ! นั่นมันตัวอะไรน่ะ! เกิดมาผมยังไม่เคยเห็นตึกอะไรที่มันใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้มาก่อนเลย! ดูสูงกว่าภูเขาทั้งลูกซะอีก!"
คุณปู่มองตามทิศทางที่หลานชายชี้ออกไปนอกหน้าต่าง เมื่อเห็น 'เครื่องยนต์ขับเคลื่อนดาวเคราะห์' ตั้งตระหง่านค้ำฟ้าอยู่ตรงหน้า ความตกตะลึงก็ฉายชัดบนใบหน้าของชายชราจนหาคำมาบรรยายไม่ถูก
ครึ่งค่อนชีวิตของคุณปู่หมดไปกับการทำไร่ไถนา สิ่งก่อสร้างที่คุ้นตาที่สุดก็มีแค่บ้านชั้นเดียวในหมู่บ้าน
จนกระทั่งตอนที่ต้องเข้าเมืองเป็นเพื่อนเว่ยหยาง เขาถึงได้มีโอกาสเปิดหูเปิดตาเห็นสิ่งที่เรียกว่า 'ตึกระฟ้า' เป็นครั้งแรก
แต่ไอ้สิ่งก่อสร้างที่ตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้านี้ มันอยู่นอกเหนือคำจำกัดความของคำว่า 'ตึกระฟ้า' ไปไกลลิบลิ่ว! มันคืออภิมหาสิ่งก่อสร้างที่สูงใหญ่และกว้างขวางยิ่งกว่าภูเขาทุกลูกในบ้านเกิดของเขาเสียอีก พอได้มาเห็นสิ่งประดิษฐ์ขนาดยักษ์ชิ้นนี้ด้วยตาตัวเอง คุณปู่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกยำเกรงและหวาดหวั่นอยู่ในใจ
ไอ้ของพรรค์นี้ มันใช่สิ่งที่มนุษย์เป็นคนสร้างขึ้นมาจริงๆ เหรอเนี่ย?
ประเทศหลงของเรา พัฒนาไปไกลถึงขั้นนี้แล้วเชียวเหรอ?
แล้วเขาเอาไอ้ของใหญ่โตมโหฬารขนาดนี้ มาไว้ทำประโยชน์อะไรล่ะ?
คำถามร้อยแปดพันเก้าผุดขึ้นมาในหัวของคุณปู่ไม่ต่างจากหลานชาย เขาเองก็มืดแปดด้าน ไม่รู้จะหาคำตอบไหนมาอธิบายให้หลานฟัง
ในที่สุด รถบัสที่พวกเขานั่งมาก็จอดสนิท
คุณปู่ที่เต็มไปด้วยความสงสัยและหวาดหวั่น จับมือเว่ยหยางไว้แน่น ก่อนจะเดินตามคำแนะนำของผู้นำทางลงจากรถไป
ทันทีที่สองปู่หลานเท้าแตะพื้น พวกเขาก็ต้องยืนอึ้งเป็นไก่ตาแตก
เพราะบริเวณจุดจอดรถนั้น เนืองแน่นไปด้วยผู้คนจำนวนมหาศาล!
ผู้คนเหล่านั้นต่างพากันชูป้ายผ้าที่เขียนข้อความว่า "ยินดีต้อนรับสมาชิกครอบครัวกลับบ้าน" พร้อมกับตะโกนโห่ร้องด้วยความยินดีว่า: "ยินดีต้อนรับเข้าสู่ เมืองใต้ดินหมายเลขหนึ่งแห่งที่ราบสูงอู้โจว!"
เว่ยหยางที่ไม่เคยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและยิ่งใหญ่ขนาดนี้มาก่อน ถึงกับสมองขาวโพลน สายตาของเขาถูกดึงดูดด้วยรอยยิ้มและแววตาที่เป็นมิตรของผู้คนเหล่านั้น กว่าเขาจะตั้งสติได้ ก็ตอนที่โดนผู้นำทางดึงให้เดินตามขบวนไปได้หลายก้าวแล้ว
เมืองใต้ดินหมายเลขหนึ่งแห่งที่ราบสูงอู้โจว?
มันคือสถานที่แบบไหนกันนะ?
(จบบท)