- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 90 ไม้ตายหลอกคนของผู้กำกับกัว ใครอยากได้สิทธิ์ทดสอบระบบ (Closed Beta) บ้าง?
บทที่ 90 ไม้ตายหลอกคนของผู้กำกับกัว ใครอยากได้สิทธิ์ทดสอบระบบ (Closed Beta) บ้าง?
บทที่ 90 ไม้ตายหลอกคนของผู้กำกับกัว ใครอยากได้สิทธิ์ทดสอบระบบ (Closed Beta) บ้าง?
เวลาเดินไปอย่างเชื่องช้าจนราวกับหยุดนิ่ง ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรออกมา
จนกระทั่งลิฟต์ส่งเสียงแจ้งเตือน คนในกองถ่ายถึงได้เดินตามกัวฝานออกจากลิฟต์
"ยินดีต้อนรับสู่เมืองใต้ดินครับ! ก่อนเข้าเมือง มาลองชิมของขวัญที่ผมเตรียมไว้ให้ทุกคนก่อนดีกว่า!" ไม่รู้ว่าเป็นเพราะช่วงนี้เขาหมกตัวอยู่แต่ในเมืองใต้ดินหรือเปล่า ทุกคนถึงได้สัมผัสถึงความดีใจของเจียงเฉินที่ได้เห็นพวกเขากันอย่างชัดเจน
นาน ๆ ทีจะเห็นเจียงเฉินกระตือรือร้นขนาดนี้ ทุกคนเลยปฏิเสธไม่ลง กัวฝานเองก็พูดด้วยความประหลาดใจว่า: "ของขวัญเหรอ? รีบเอามาให้ฉันดูหน่อยสิ!"
กัวฝานนึกว่าเจียงเฉินประดิษฐ์ของเล่นใหม่อะไรขึ้นมาอีก เลยชะเง้อคอมองไปที่มือของเขา
เจียงเฉินชูกระป๋องสีขาวในมือขึ้นมา แล้วพูดว่า: "ก็ต้องเป็นไส้เดือนยักษ์รสทุเรียนอยู่แล้วสิครับ! ผมปรับปรุงเนื้อสัมผัสของไส้เดือนใหม่ ตอนนี้เคี้ยวเพลินอร่อยสุด ๆ เลยล่ะครับ!"
พูดจบ เจียงเฉินก็ยัดกระป๋องใส่มือกัวฝานอย่างกระตือรือร้น พร้อมกับมองเขาด้วยสายตาคาดหวัง
ตอนแรกกัวฝานก็ต่อต้านสุดฤทธิ์ แต่พอโดนสายตาเป็นประกายวิบวับของเจียงเฉินจ้องมอง เขาก็ได้แต่ลอบถอนหายใจในใจ ยอมจำนนหยิบไส้เดือนอบแห้งสีน้ำตาลปนดำออกมาจากกระป๋องหนึ่งตัว
กัวฝานอาศัยแสงไฟในเมืองใต้ดินส่องดู ก็พบว่าไส้เดือนอบแห้งมีลักษณะเป็นเส้นยาวแบน ดูคล้าย ๆ ไส้เป็ด บนผิวมีรอยแตกและตุ่มเล็ก ๆ เต็มไปหมด
กัวฝานรู้สึกเหมือนวินาทีถัดมาไอ้ไส้เดือนนี่มันจะฟื้นคืนชีพขึ้นมาดิ้นกระแด่ว ๆ ได้ เขาก็เลยไม่กล้าจ้องมันนาน รีบยัดไส้เดือนในมือเข้าปากทันที
คนในกองถ่ายต่างจ้องหน้ากัวฝานด้วยความอยากรู้อยากเห็น พยายามจับสังเกตเบาะแสบนใบหน้าของเขา เพื่อพิสูจน์รสชาติของไส้เดือนอบแห้ง
"อร่อยไหมครับผู้กำกับกัว?" หวงคุนอดใจไม่ไหวเอ่ยถามขึ้นมา
กัวฝานเคี้ยวช้า ๆ สีหน้าค่อย ๆ เปลี่ยนจากความกังขาเป็นความประหลาดใจระคนยินดี แววตาของเขาเปล่งประกายขึ้นมา
"เฮ้ย จะบอกให้นะว่ารสชาติมันอร่อยจริง ๆ! มันผสมผสานกลิ่นทุเรียนกับความรู้สึกของการเคี้ยวเนื้ออบแห้งได้ลงตัวสุด ๆ ไม่มีกลิ่นคาวดินเลยสักนิด!"
พอได้ยินกัวฝานชมเปาะ หวงคุนก็ชิงหยิบกระป๋องจากมือเจียงเฉินมา แล้วรีบแบ่งกันชิมกับคนข้าง ๆ อย่างอดใจไม่ไหว
คนในกองถ่ายต่างส่งไส้เดือนอบแห้งเข้าปากด้วยความคาดหวัง แต่หลังจากนั้น สีหน้าของทุกคนก็แข็งค้าง ยิ่งเคี้ยวหน้าก็ยิ่งเบี้ยว จนสุดท้ายหน้าของบางคนยู่ยี่จนดูเหมือนดอกเบญจมาศไปเลย
"ผู้กำกับกัวคะ ผู้กำกับคิดว่า... ไอนี่มันอร่อยจริง ๆ เหรอคะ?" จ้าวจินม่ายทนไม่ไหวอีกต่อไป เอ่ยถามคำถามแทงใจดำออกมา
กัวฝานหรี่ตายิ้มกริ่ม ใบหน้าเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ เขาพูดว่า: "ถ้าฉันบอกว่าไม่อร่อย พวกเธอก็คงพลาดโอกาสลิ้มลองรสชาติของไส้เดือนอบแห้งไปน่ะสิ!"
คนในกองถ่าย: ...
ทุกคนมองไปที่กัวฝาน รู้สึกว่าหมอนี่มันคือสุนัขจิ้งจอกจอมเจ้าเล่ห์ที่เพิ่งแกล้งคนสำเร็จชัด ๆ
ช่างเป็นคนที่ทำให้ทั้งรักทั้งเกลียดได้ในเวลาเดียวกันจริง ๆ
อู๋จิงที่ยืนอยู่ข้าง ๆ แอบคิดในใจว่า โชคดีนะที่เขาไม่หลงกลกัวฝาน
"พี่จิง ทำไมพี่ไม่ชิมล่ะครับ?" อู๋จิงยังดีใจอยู่ได้ไม่ทันไร เจียงเฉินก็สังเกตเห็นเขาเข้าจนได้
"เอ่อ พอดีฉันไม่ชอบกินทุเรียนน่ะ ก็เลยขอผ่านดีกว่า" อู๋จิงคิดว่าตัวเองหาข้ออ้างได้เพอร์เฟกต์สุด ๆ แล้ว แต่เจียงเฉินผู้แสนจะใส่ใจกลับพูดประโยคที่ทำเอาเขาสะดุ้งโหยงออกมา:
"ไม่ชอบรสทุเรียนเหรอครับ? งั้นเดี๋ยววันหลังผมลองพัฒนารสชาติอื่นดูบ้างดีกว่า!"
อู๋จิง: ...ไม่จำเป็นต้องลำบากขนาดนั้นก็ได้นะ
"ศาสตราจารย์เจียงครับ อย่าบอกนะว่าถ้าเรามาอยู่ที่นี่ เราจะต้องกินแต่ไอ้นี่ทุกวันน่ะ?" หวงคุนพอนึกถึงกลิ่นรสเมื่อกี้ ท้องไส้ก็เริ่มปั่นป่วนขึ้นมาทันที
เขารู้สึกว่าถ้าต้องกินไส้เดือนอบแห้งนี่อีกครั้ง เขาคงรับไม่ไหวแน่ ๆ
"ถ้าไม่ชอบกินไส้เดือน ก็มีอาหารเสริมแบบเข็มฉีดยาหรือแบบอัดแท่งให้เลือกนะครับ กินอิ่มมื้อนึงอยู่ท้องไปได้ตั้งสามวันเลยนะ" เจียงเฉินสวมวิญญาณเซลส์แมน ขายของของตัวเองแบบไม่ยั้ง
"แต่ก็อยากกินเนื้ออยู่ดีนี่คะ" จ้าวจินม่ายพูดแทนใจคนทั้งกองถ่าย ทุกคนพร้อมใจกันหันไปมองเจียงเฉิน
มีโจทย์ใหม่มาให้แก้ซะแล้ว
เจียงเฉินรู้ดีว่า ลำพังแค่ไส้เดือนอบแห้งคงไม่สามารถทำให้พวกเขากินอิ่มนอนหลับได้ จึงได้แต่รับปากว่า: "โอเคครับ เดี๋ยวผมจะลองกลับไปหาวิธีดูนะ ตอนนี้ผมพาพวกคุณไปเดินดูรอบ ๆ ก่อนดีกว่า"
คนในกองถ่ายเดินตามเจียงเฉินเลี้ยวตรงหัวมุมถนน แล้วก็พบว่าทัศนียภาพเบื้องหน้าเปิดกว้างขึ้นอย่างกะทันหัน
ถนนที่ว่างเปล่าไร้ผู้คนถูกประดับประดาไปด้วยแสงไฟนีออนสีสันสดใส แสงไฟที่สาดส่องลงบนพื้นถนนสร้างภาพที่ดูสวยงามตระการตา
แสงนีออนหลากหลายสีที่ส่องประกายฟุ้งกระจาย ทำให้รู้สึกราวกับว่าสถานที่แห่งนี้มีความคึกคักมีชีวิตชีวา
ที่สุดปลายถนน มีลิฟต์ที่สร้างลดหลั่นกันขึ้นไป คอยเชื่อมต่ออาคารทั้งสองฝั่งถนนเข้าด้วยกัน ดูคล้ายกับเส้นทางที่ทอดยาวสู่ท้องฟ้า คดเคี้ยวขึ้นไปจนสุดสายตาในตึกสูงระฟ้า
"เดินไปข้างหน้าอีกนิดก็จะเป็นจัตุรัสขนาดเล็กครับ เมืองใต้ดินทั้งเมืองถูกออกแบบให้มีลักษณะเป็นวงกลมกระจายตัวออกไป โดยมีเครื่องยนต์ขับเคลื่อนดาวเคราะห์เป็นศูนย์กลาง ก็คล้าย ๆ กับถนนวงแหวนรอบที่ 1, 2, 3 ในเมืองใหญ่ ๆ ของเรานั่นแหละครับ"
เจียงเฉินเริ่มอธิบายภาพรวมของเมืองใต้ดินให้ฟัง
"แล้วถ้าปกติต้องเดินทางไปไหนไกล ๆ จะทำยังไงล่ะครับ? ต้องขับรถหรือขี่จักรยานไปเหรอ?" หวงคุนมองดูสภาพแวดล้อมรอบตัว แล้วรู้สึกแอบกลัวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
"ตอนนี้เราอยู่ในเมืองใต้ดินครับ สภาพแวดล้อมไม่เหมือนบนพื้นดิน บ้านเรือนที่นี่จะสร้างติด ๆ กันค่อนข้างแออัด ดังนั้นเพื่อไม่ให้ยานพาหนะกินพื้นที่มากเกินไป การเดินทางที่นี่จึงอาศัยระบบขนส่งสาธารณะเป็นหลัก นั่นก็คือ รถราง ครับ"
เจียงเฉินพาทุกคนเดินต่อไป ไม่นานพวกเขาก็เห็นรถรางที่มีลักษณะคล้ายกับรถรางเปิดประทุนตามสถานที่ท่องเที่ยว
"หา? ปกติให้นั่งแต่ไอ้นี่เหรอคะ?" จ้าวจินม่ายมองดูรถรางด้วยความสนใจ ก่อนจะอดใจไม่ไหวขึ้นไปลองนั่งดู
"ประมาณนั้นครับ แต่ถ้ามีความจำเป็นจริง ๆ ก็มีรถยืนไฟฟ้าสมดุล ให้ใช้ได้ครับ แต่ปกติก็ไม่ค่อยมีกรณีแบบนั้นหรอก และผมก็ไม่ค่อยแนะนำให้ใช้ด้วยครับ"
ตอนที่เจียงเฉินพิจารณาเรื่องการนำรถยืนไฟฟ้าเข้ามาใช้เป็นยานพาหนะ เขาตั้งใจจะให้มันเป็นตัวเลือกสำหรับกลุ่มคนที่มีความต้องการพิเศษเท่านั้น สำหรับประชาชนทั่วไป การใช้ระบบขนส่งสาธารณะย่อมดีกว่า
ตอนนี้ยังไม่ถึงเวลาที่เหมาะสม เจียงเฉินจึงไม่คิดจะอธิบายอะไรให้คนในกองถ่ายฟังมากนัก เขาพาทุกคนมุ่งหน้าไปยังโซนที่พักอาศัย
เนื่องจากทั่วทั้งเมืองใต้ดิน นอกจากคนงานและผู้เชี่ยวชาญที่นาน ๆ จะโผล่มาให้เห็นสักทีแล้ว เวลาที่เหลือก็จะมีแต่เครื่องจักรอัตโนมัติคอยทำงานอยู่ เจียงเฉินก็เลยจัดสรรให้คนในกองถ่ายเข้าพักในโซนวงแหวนรอบที่ 1
"ว้าว ห้องเล็กจังเลย เตียงนี่กว้างแค่เมตรเดียวเองมั้งเนี่ย!" หวงคุนอุทาน
เขาลองล้มตัวลงนอนดู ก็ถือว่าโอเค ตัวเขายังอยู่บนเตียง ไม่ได้มีส่วนไหนล้นตกลงมาข้างนอก
คนในกองถ่ายมองดูทุกอย่างด้วยความตื่นตาตื่นใจ พากันหอบหิ้วสัมภาระเดินเข้าห้องพักของตัวเอง
ท่าทีที่ดูมีความสุขแบบนั้น ทำเอาเจียงเฉินอดคิดไม่ได้ว่าพวกเขามาเที่ยวพักผ่อนกัน
ด้วยความสงสัย เจียงเฉินจึงดึงตัวกัวฝานที่กำลังจะเข้าห้องพักมาถามว่า: "ผู้กำกับกัวครับ คุณไปเกลี้ยกล่อมพวกเขายังไงเนี่ย? ทำไมผมรู้สึกว่าพวกเขาดูเอนจอยกันจังเลยล่ะครับ?"
กัวฝานกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อย่างมีลับลมคมใน แล้วกระซิบตอบว่า: "ผมก็บอกพวกเขาไปว่า มัวแต่อยู่ข้างบนดูเขาก่อสร้างทุกวันมันน่าเบื่อจะตาย สู้ย้ายลงมาสัมผัสประสบการณ์จำลองการใช้ชีวิตในเมืองใต้ดินแบบสมจริงไปเลยไม่ดีกว่าเหรอ"
"ผมหลอกพวกเขาว่านี่คือรอบทดสอบโคลสเบต้าของเมืองใต้ดิน ให้พวกเขาได้ลงมาสัมผัสชีวิตในเมืองใต้ดินก่อนใคร พอพูดแบบนี้ปุ๊บ พวกเขาก็ตกลงกันทันทีเลยครับ แย่งกันอยากจะลงมาเป็นพลเมืองใต้ดินกันใหญ่"
พอพูดมาถึงตรงนี้ กัวฝานก็เปลี่ยนเรื่องคุย
"ศาสตราจารย์เจียงครับ คุณคิดว่าอีกไม่นาน เครื่องยนต์ขับเคลื่อนดาวเคราะห์จะถูกจุดระเบิดขึ้นมาจริง ๆ ไหมครับ?"
(จบบท)