- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 46 สัตว์ประหลาดร่างยักษ์ปรากฏตัว!
บทที่ 46 สัตว์ประหลาดร่างยักษ์ปรากฏตัว!
บทที่ 46 สัตว์ประหลาดร่างยักษ์ปรากฏตัว!
ด้านนอกของกองถ่ายดาวพเนจรฝ่าสุริยะ มีลานกว้างขนาดใหญ่อยู่ผืนหนึ่ง ซึ่งถูกล้อมรอบด้วยสังกะสีกั้นเขตก่อสร้างสีฟ้า โดยปกติแล้ว กองถ่ายดาวพเนจรฝ่าสุริยะมักจะใช้พื้นที่นี้ในการเซตฉากเพื่ออำนวยความสะดวกในการถ่ายทำฉากภายนอก
แต่ในตอนนี้ บนลานกว้างแห่งนั้นกลับมีรถบรรทุกคันมหึมาจอดนิ่งสงัดอยู่
และบริเวณรอบ ๆ ตัวรถก็มีเจียงเฉิน หยางหัว และคนอื่น ๆ จากกลุ่มบริษัทเสียงอวิ๋นยืนอยู่ด้วย
หลังจากอดหลับอดนอนทำงานกันมาทั้งคืน ในที่สุดพวกเขาก็ปรับแต่งรถบรรทุกขนส่งจนเสร็จสมบูรณ์
“เสี่ยวเจียง รถผ่านการทดสอบขั้นตอนสุดท้ายเรียบร้อยแล้ว น่าจะขับไปได้สัก 100 เมตร พวกเราจะขับรถไปจอดหน้าประตูทางเข้ากองถ่าย หรือจะให้พวกนั้นเดินออกมาดูเองดีล่ะ?”
“วันนี้อากาศค่อนข้างเย็นด้วย พวกเราขับรถไปหาพวกเขาเลยดีไหม?”
หยางหัวมองดูรถบรรทุกขนส่งที่ตัวเองมีส่วนร่วมในการสร้างขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ ระหว่างที่พูด เขาก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปลูบไล้ตัวถังรถ
ท่าทางของเขาราวกับกำลังลูบคลำสัตว์ป่าหายากดึกดำบรรพ์ ทั้งรักทั้งทะนุถนอม แต่ก็แฝงไปด้วยความระมัดระวัง ราวกับกลัวว่าจะไปปลุกสัตว์ป่าที่กำลังหลับใหลให้ตื่นขึ้นมา
หยางหัวเฝ้าดูรถบรรทุกขนส่งคันนี้ค่อย ๆ เป็นรูปเป็นร่างจากแบบแปลนมาจนกลายเป็นของจริง ตอนนี้เขาแทบจะอดใจรอไม่ไหว อยากจะเห็นสีหน้าตื่นตะลึงของทุกคนในกองถ่ายแล้ว
ที่เขาเสนอให้ขับรถไปหาก็เพื่อจะอวดโฉมรถบรรทุกขนส่งขนาดยักษ์ที่สามารถขับเคลื่อนได้จริงให้ทุกคนในกองถ่ายได้ดูเป็นขวัญตา
ถึงแม้หยางหัวจะอยู่ในวัยเกษียณแล้ว แต่ในเรื่องแบบนี้เขากลับมีนิสัยเหมือนเด็กดื้อคนหนึ่ง พอทำของดี ๆ ออกมาได้ ก็อยากจะให้คนอื่นมาคอยชื่นชมผลงานของตัวเอง
เจียงเฉินเงียบไปสองสามวินาที คิดในใจว่าการขับรถบรรทุกขนส่งไปจอดหน้าประตูทางเข้ากองถ่ายไม่ใช่ความคิดที่ดีนัก
ไม่ใช่ว่าเขากังวลว่ารถจะขับไปได้ถึง 100 เมตรหรือเปล่าหรอกนะ ถ้าจะให้ขับจริง ๆ ด้วยระบบขับเคลื่อนที่เขาสร้างขึ้นมากับมือ สามารถรองรับการขับรถข้ามประเทศได้สบาย ๆ เลยด้วยซ้ำ
แต่ปัญหามันอยู่ตรงที่ ถ้าขืนขับสัตว์ประหลาดร่างยักษ์คันนี้ไปจอดขวางหน้าประตูทางเข้ากองถ่าย รถคันอื่น ๆ ก็คงไม่ต้องเข้าต้องออกกันพอดี
กองถ่ายภาพยนตร์ไม่เหมือนกับสถานที่ทำงานทั่วไป ในแต่ละวันจะมีรถเข้าออกเพื่อขนส่งวัสดุอุปกรณ์และเสบียงอาหารตลอดเวลา ถ้าเกิดมีอะไรไปขวางประตูเข้า ทุกคนในกองถ่ายก็คงทำงานกันตามปกติไม่ได้แน่ ๆ
“ให้ผู้กำกับกัวกับคนอื่น ๆ เดินออกมาดูดีกว่าครับ ความจริงแล้วตรงนี้ก็สามารถเซตฉากและใช้ถ่ายทำได้เลยนะครับ”
พูดจบเจียงเฉินก็โทรหากัวฝาน เพื่อเรียกให้เขาออกมาตรวจรับงาน
กัวฝานที่รอคอยข่าวจากเจียงเฉินอยู่แล้ว ทันทีที่รับสาย เขาก็วางมือจากงานทุกอย่าง แล้วนำขบวนทุกคนเดินออกจากกองถ่ายมุ่งหน้าไปยังสถานที่ที่เจียงเฉินบอกทันที
“ผู้กำกับกัว ทำไมคนถึงมากันเยอะแยะขนาดนี้ล่ะครับ” เจียงเฉินเห็นกลุ่มคนที่เดินตามหลังกัวฝานมายาวเหยียดเป็นหางว่าวเป็นสิบ ๆ คน ก็ถึงกับทำหน้าเหวอ
แค่มาตรวจรับงาน จำเป็นต้องยกโขยงกันมาเยอะขนาดนี้เลยเหรอ?
นี่ทุกคนไม่ได้ยุ่งอยู่กับการถ่ายทำกันอยู่หรอกเหรอ?
“ก็เป็นเพราะนายไงล่ะเสี่ยวเจียง พอทุกคนได้ยินว่านายทำรถบรรทุกขนส่งเสร็จแล้ว ต่างก็แทบจะอดใจรอไม่ไหว รีบวิ่งออกมาดู... เชี่ยเอ๊ย”
สายตาของกัวฝานบังเอิญเหลือบไปเห็นสัตว์ประหลาดร่างยักษ์ที่อยู่ข้างหลังเจียงเฉินเข้า เขาก็ลืมสิ่งที่จะพูดไปเสียสนิท แล้วก็หลุดคำอุทานออกมาทันที
กัวฝานเคยเห็นภาพแบบร่างของรถบรรทุกขนส่งมาก่อนแล้ว แต่ยังไม่เคยเห็นของจริง
ตอนแรกเขาคิดว่าของจริงก็น่าจะคล้าย ๆ กับในแบบร่าง ดังนั้นกัวฝานจึงมั่นใจว่าการได้เห็นของจริงในครั้งนี้ จะไม่ทำให้เขาตื่นตะลึงเหมือนครั้งก่อน ๆ อย่างแน่นอน
แต่เห็นได้ชัดว่าเขาคิดผิด
ความยิ่งใหญ่อลังการของรถบรรทุกขนส่งของจริง สร้างความตื่นตะลึงให้กับเขามากกว่าที่จินตนาการไว้หลายขุมนัก
ล้อรถที่มีขนาดความสูงกว่าสองเมตรดูโดดเด่นเตะตา ดุมล้อที่ดูดุดันดิบเถื่อน ประกอบกับตัวถังรถที่สูงตระหง่านและน่าเกรงขาม ดูราวกับสัตว์ประหลาดเหล็กไหลที่แสนอันตรายกำลังหยุดนิ่งเพื่อรอคอยจังหวะโจมตี!
ส่วนหัวลากด้านหน้าใช้การออกแบบแบบอสมมาตร โดยแบ่งออกเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งคือห้องโดยสาร ส่วนอีกส่วนคือเครื่องยนต์
ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อประกอบกับไฟหน้ารถขนาดใหญ่ยักษ์แปดดวงที่ติดตั้งอยู่ด้านหน้า กัวฝานก็สัมผัสได้ถึงอันตรายที่ชวนให้หายใจไม่ออก!
มันคือความรู้สึกเหมือนถูกสัตว์ร้ายล็อกเป้าเอาไว้!
และแน่นอนว่า มันยังแฝงไปด้วยความงดงามแห่งความรุนแรง ที่ไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้!
เมื่อเทียบกับรถบรรทุกในโลกแห่งความเป็นจริง รถบรรทุกขนส่งคันนี้ดูเหมือนสายดิบเถื่อนที่ใช้พละกำลังมหาศาลเพื่อสร้างปาฏิหาริย์ ทำให้ไม่มีใครสามารถมองข้ามการมีอยู่ของมันไปได้เลย
เหล่านักแสดงและทีมงานที่ตามกัวฝานมาด้วย ต่างก็เก็บซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ไม่อยู่
หวงคุนมองดูรถบรรทุกขนส่งที่อยู่ตรงหน้า สัมผัสได้ว่าพลังการทำลายล้างทางสายตาในครั้งนี้มันรุนแรงกว่าตอนเอ็กโซสเกเลตันเสียอีก!
ถ้าหากว่าเอ็กโซสเกเลตันคือสิ่งที่เน้นย้ำถึงความแข็งแกร่งของปัจเจกบุคคล การปรากฏตัวของรถบรรทุกขนส่งก็เปรียบเสมือนภาพสะท้อนที่แสดงให้เห็นถึงแสนยานุภาพของประเทศชาติได้อย่างชัดเจนที่สุด
วลีเด็ดที่ว่า ‘ใหญ่คือดี เยอะคือเลิศ’ ถูกสะท้อนออกมาให้เห็นอย่างเป็นรูปธรรมบนรถบรรทุกขนส่งคันนี้
หวงคุนอ้าปากค้างราวกับถูกยัดไข่เป็ดเข้าไปในปาก พูดอะไรไม่ออกไปพักใหญ่
ว่านฉีฉีเองก็อุทานออกมาเบา ๆ ก่อนจะพูดขึ้นมาว่า “พระเจ้าช่วย พอรถบรรทุกขนส่งคันนี้โผล่มา พวกกองกำลังกบฏยังมีหน้ามาสู้ด้วยอีกเหรอ? เห็นเจ้านี่ พวกนั้นก็คงกลัวจนฉี่ราดวิ่งหนีหางจุกตูดไปแล้วล่ะ!”
จ้าวจินม่ายที่ดึงดันจะตามออกมาดูให้ได้ พอได้ยินว่าเจียงเฉินสร้างรถบรรทุกขนส่งเสร็จแล้ว เธอก็ถูกความยิ่งใหญ่อลังการของมันทำให้ตกตะลึงจนยืนนิ่งเป็นหินไปแล้ว เธอมองดูรถบรรทุกขนส่ง สลับกับมองเจียงเฉินที่ไม่ได้เจอกันมาพักใหญ่ พลางคิดในใจอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อว่า “นี่รถบรรทุกขนส่งคันนี้ก็เป็นผลงานการออกแบบและสร้างสรรค์ของอาจารย์เสี่ยวเจียงจริง ๆ เหรอเนี่ย?”
แต่ก่อนที่จ้าวจินม่ายจะได้เอ่ยปากถาม หยางหัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็แทบจะอดใจรอไม่ไหว อยากจะโชว์รายละเอียดอื่น ๆ ให้พวกเขาดูใจจะขาด เขาจึงส่งซิกให้เผิงโย่วซิงที่คอยเดินตามเขาอยู่ตลอด
เผิงโย่วซิงรู้ดีว่าตาเฒ่าจอมดื้อคนนี้กำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงทำได้เพียงส่งเสียงเตือนกัวฝานและคนอื่น ๆ อย่างจงใจว่า:
“วันนี้อากาศมันแปรปรวนจริง ๆ นะครับเนี่ย หิมะเริ่มตกปรอย ๆ แล้วด้วย พวกเราเข้าไปดูในรถกันดีกว่าครับ ไม่อย่างนั้นเดี๋ยวจะพาลเป็นหวัดกันไปหมด”
เมื่อได้ยินคำเตือนของเผิงโย่วซิง พวกกัวฝานก็เพิ่งจะได้สติ กัวฝานแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า ก็เห็นเกล็ดหิมะกำลังโปรยปรายลงมาจริง ๆ เขาจึงโบกมือแล้วพูดว่า:
“ไปกันเถอะ ให้อาจารย์เสี่ยวเจียงพาพวกเราเข้าไปเปิดหูเปิดตาข้างในกันหน่อย”
เมื่อได้ยินว่าพวกเขาต้องการจะขึ้นรถ เจียงเฉินก็กดรีโมตในมือเพื่อเปิดประตูรถบรรทุกขนส่ง
กัวฝานเดินไปที่บันไดที่ยื่นออกมาจากรถบรรทุกขนส่ง แต่พอก้าวเดินไปได้แค่สองก้าว เขาก็ต้องชะงักฝีเท้าลง
ทางเดินที่อยู่ตรงหน้ากลับมีลักษณะเป็นช่องทางเดินแนวตั้งเหมือนกับทางเข้าออกของรถถัง!
เวลาจะขึ้นลงรถต้องใช้มือทั้งสองข้างเกาะบันไดปีนขึ้นลงเท่านั้น
กัวฝานสัมผัสได้ถึงพื้นผิวโลหะเย็นเฉียบจากมือที่จับบันได เขาถึงกับยืนดื่มด่ำกับความรู้สึกนั้นอยู่บนบันไดเลยทีเดียว
“ผู้กำกับกัวครับ คุณเดินหน้าไปหน่อยสิครับ เปิดทางให้พวกเราเข้าไปดูบ้างสิครับ!”
“จะเก็บไว้ดูคนเดียวไม่ได้นะครับ!”
ชวีฉู่เซียวตะโกนมาจากด้านหลังกลุ่มคน
ก่อนหน้านี้อุปกรณ์ลูกบอลถุงลมนิรภัยกู้ชีพ ทำให้ชวีฉู่เซียวเกิดความรู้สึกโหยหาผลงานของเจียงเฉินมาโดยตลอด
โดยเฉพาะตอนที่เขาเห็นหวงคุนและนักแสดงทีมกู้ภัยคนอื่น ๆ เอาเอ็กโซสเกเลตันมาอวดต่อหน้าต่อตา ในใจของชวีฉู่เซียวก็รู้สึกอิจฉาตาร้อนสุด ๆ!
ตามบทบาทที่เขาได้รับ เขาไม่ได้สวมเอ็กโซสเกเลตัน ชวีฉู่เซียวจึงทำได้แค่มองดูอุปกรณ์สุดล้ำของคนอื่นด้วยความอิจฉาเท่านั้น
แต่ตอนนี้พอได้เห็นรถบรรทุกขนส่ง หัวใจของชวีฉู่เซียวก็พองโตด้วยความดีใจ
เรียกได้ว่ารถบรรทุกขนส่งคือคู่หูอันดับหนึ่งของตัวละครที่ชวีฉู่เซียวรับบทเลยก็ว่าได้ เมื่อเขาได้เห็นว่าคู่หูของเขามีความยิ่งใหญ่อลังการเหนือจินตนาการขนาดนี้ ชวีฉู่เซียวก็อยากจะรีบพุ่งขึ้นไปลูบคลำรถของเขาใจจะขาด!
ยังไงซะ ผู้ชายร้อยทั้งร้อยก็ต้องชอบรถกันทั้งนั้นแหละ
หลังจากถูกชวีฉู่เซียวเร่งเร้า กัวฝานก็ดึงสติกลับมาได้
เขาปีนขึ้นไปบนห้องโดยสารด้วยหัวใจที่เต้นระรัวด้วยความตื่นเต้น
แต่พอเขาได้เห็นสภาพภายในห้องโดยสารอย่างชัดเจน เขาก็ถึงกับยืนอึ้งไปเลย
เขาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลยว่า ห้องโดยสารของรถบรรทุกขนส่งจะมีหน้าตาเป็นแบบนี้!
(จบบท)