- หน้าแรก
- สั่งพร็อพประกอบฉาก แต่ไหงได้ลิฟต์อวกาศมาซะงั้น?!
- บทที่ 20 พ่อจ๋า! หนูอยากได้หูฟังแบบในหนัง!
บทที่ 20 พ่อจ๋า! หนูอยากได้หูฟังแบบในหนัง!
บทที่ 20 พ่อจ๋า! หนูอยากได้หูฟังแบบในหนัง!
เก้าโมงห้าสิบนาที
‘ฟางโจวเสี่ยวฉี’ แฟนคลับตัวยงของนิยายต้นฉบับเรื่องดาวพเนจรฝ่าสุริยะ ที่เพิ่งจะจัดการกับมื้อเช้าเสร็จ ก็เข้ามาด่ากราดกองถ่ายดาวพเนจรฝ่าสุริยะบนเวยป๋อตามปกติ
[ฟางโจวเสี่ยวฉี: นิยายความยาวแค่สองหมื่นคำ ฉันล่ะอยากจะรู้จริง ๆ ว่าผู้กำกับที่เคยถ่ายทำแต่ซีรีส์รักวัยรุ่นอย่างกัวฝาน จะถ่ายทำมันออกมาเป็นอีท่าไหน?]
[ฟางโจวเสี่ยวฉี: หนังขยะของประเทศหลงยังมีไม่พออีกหรือไง? ทำไมถึงต้องมาทำลายล้างนิยายต้นฉบับในดวงใจของฉันด้วย!]
[ฟางโจวเสี่ยวฉี: ยิ่งคิดก็ยิ่งโมโห! ผู้กำกับระดับกัวฝานเนี่ยนะจะถ่ายทำเรื่องดาวพเนจรฝ่าสุริยะออกมาได้ดี ถ้าเขาทำได้ ฉันยอมเรียกเขาว่าพ่อเลยเอ้า!]
ในฐานะแฟนคลับเดนตายของต้าหลิว คำพูดของฟางโจวเสี่ยวฉีจึงมีพลังในการปลุกระดมอยู่พอสมควร
ทันทีที่เขาโพสต์ข้อความลงบนเวยป๋อ ก็มีชาวเน็ตจำนวนมากเข้ามาคอมเมนต์เห็นด้วย
ทุกคนต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์ว่ากัวฝานไม่รู้จักประมาณตน ถึงกล้ามาแตะต้องผลงานของต้าหลิว
ประเทศหลงจะไปสร้างหนังดาวพเนจรฝ่าสุริยะออกมาได้ยังไง
ในขณะที่พวกเขากำลังถกเถียงกันอย่างดุเดือด จู่ ๆ ก็มีชาวเน็ตที่ใช้ชื่อว่า ‘พี่ชายเดาะบาสเกตบอลเป็นนะ’ เข้ามาคอมเมนต์ใต้โพสต์ของฟางโจวเสี่ยวฉีว่า:
[ทุกคนรีบเข้าไปดูเวยป๋อออฟฟิเชียลของกองถ่ายดาวพเนจรฝ่าสุริยะเร็วเข้า! พวกเขาปล่อยตัวอย่างหนังโปรโมตออกมาแล้ว!]
เมื่อฟางโจวเสี่ยวฉีเห็นคอมเมนต์นั้น เขาก็แค่นหัวเราะออกมาอย่างเย็นชา ในใจคิดว่าเขาอยากจะรู้เหมือนกันว่าไอ้กองถ่ายยาจกนั่นจะถ่ายทำขยะอะไรออกมาให้ดู
เขาคลิกเข้าไปในเวยป๋อออฟฟิเชียลของดาวพเนจรฝ่าสุริยะ
ฟางโจวเสี่ยวฉีก็เห็นวิดีโอที่ทางออฟฟิเชียลเพิ่งโพสต์ไปเมื่อหนึ่งนาทีที่แล้วทันที
ยอดกดไลก์ 70 ครั้ง
คอมเมนต์ 100 ข้อความ
ยอดแชร์ 15 ครั้ง
เดาได้ไม่ยากเลยว่าคงจะเป็นพวกหน้าม้าที่จ้างมา ไม่ก็เป็นพวกแฟนคลับของอู๋จิงแน่ ๆ
ฟางโจวเสี่ยวฉีไม่ได้แม้แต่จะชายตามองเนื้อหาในช่องคอมเมนต์ เขากดปุ่มเพลย์บนวิดีโอทันที
ภาพในวิดีโอเริ่มต้นด้วยความมืดมิด จู่ ๆ ก็มีเสียงคนพูดขึ้นมา
“ในตอนแรก ไม่มีใครใส่ใจกับภัยพิบัติครั้งนี้เลย...”
วินาทีต่อมา ภาพก็ตัดฉับ พร้อมกับจังหวะเสียงกลองรัวที่ดังขึ้นมา!
อู๋จิงปรากฏตัวขึ้นในกล้อง เขาสวมหูฟังแปลเสียงพร้อมกันด้วยเอไอที่ดูเป็นเครื่องจักรสุดล้ำ และกำลังพูดคุยกับนักแสดงชาวหมีขาว ในวินาทีถัดมา ภาพก็ตัดไปที่ชวีฉู่เซียวที่ยืนอยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของไซเบอร์พังก์ เพื่อปกป้องน้องสาวของเขาไม่ให้ได้รับอันตราย เขาจึงเปิดใช้งานอุปกรณ์ลูกบอลถุงลมนิรภัยกู้ชีพ G3!
ลูกบอลที่มีเส้นลวดลายสีส้มราวกับทะลุมาจากอีกมิติหนึ่ง ปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอในชั่วพริบตา!
เสียงกลองที่รัวกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งหยุดชะงักลงในจังหวะนี้พอดี
ภาพในวิดีโอตัดไปอีกครั้ง บนหน้าจอที่ดำมืดหลงเหลือเพียงตัวอักษรขนาดใหญ่สี่ตัวที่เขียนว่า “ดาวพเนจรฝ่าสุริยะ”!
ฟางโจวเสี่ยวฉีที่ลืมหายใจไปตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าต้องหายใจ ก็ตอนที่วิดีโอจบลง เขาจึงสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่
เขาตกตะลึงไปเลย!
ตัวอย่างหนังโปรโมตตัวนี้มันดูเหนือล้ำกว่าที่เขาจินตนาการไว้มากเลยนะเนี่ย!
ถ้าเขาไม่รู้มาก่อนว่าวิดีโอที่เขากดเข้ามาดูคือตัวอย่างหนังของดาวพเนจรฝ่าสุริยะ เขาคงคิดว่านี่เป็นตัวอย่างหนังฟอร์มยักษ์ของประเทศอินทรีแน่ ๆ!
ฟางโจวเสี่ยวฉีรู้สึกเหมือนตัวเองถูกตบหน้าฉาดใหญ่
ตอนแรกเขาคิดว่าผู้กำกับโนเนมอย่างกัวฝาน ไม่มีทางถ่ายทำหนังดี ๆ ออกมาได้หรอก แถมยังมีนักแสดงเบอร์ใหญ่อย่างอู๋จิงมาร่วมแสดงด้วย งบประมาณส่วนใหญ่ก็คงหมดไปกับค่าตัวของอู๋จิงหมดแล้ว
ส่วนกัวฝานน่ะเหรอ ก็คงใช้ซีจีกาก ๆ มาหลอกตาคนดูตามเคยนั่นแหละ
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว เขาคิดผิดถนัด
เขาไม่เคยเห็นภาพยนตร์ไซไฟของประเทศหลงเรื่องไหนที่ดูประณีตอลังการขนาดนี้มาก่อนเลย!
เขามองเห็นความหวังแล้ว!
เมื่อฟางโจวเสี่ยวฉีเห็นตัวเลขยอดวิวที่น้อยนิดบนเวยป๋อออฟฟิเชียล เขาก็คิดในใจว่า ผลงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความทุ่มเทขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีคนเข้ามาดูเลยล่ะ?
ฟางโจวเสี่ยวฉีเริ่มรู้สึกร้อนรนขึ้นมาแล้ว
ไม่ได้การละ เขาต้องทำให้คนเห็นผลงานชิ้นนี้ให้มากขึ้นกว่านี้!
ฟางโจวเสี่ยวฉีกดแชร์โพสต์จากทางออฟฟิเชียลทันที พร้อมกับเขียนแคปชันว่า “เมื่อก่อนฉันเคยดูถูก แต่ตอนนี้ฉันเอื้อมไม่ถึงแล้ว! สำหรับผู้กำกับกัว ฉันมีคำเดียวที่จะบอกเขา นั่นก็คือ พ่อจ๋า! หูฟังกับลูกบอลถุงลมนิรภัยในหนัง ทางกองถ่ายจะทำออกมาเป็นสินค้าออฟฟิเชียล (กู้ดส์) ขายไหมครับ?”
ฟางโจวเสี่ยวฉียังรู้สึกว่าแค่นี้มันยังไม่สะใจพอ จึงใส่อีโมติคอนรูปคนคุกเข่ากราบลงไปท้ายประโยคอีกสามตัว
ทันทีที่โพสต์ข้อความลงบนเวยป๋อ แฟนคลับของฟางโจวเสี่ยวฉีแทบทุกคนก็เห็นโพสต์นี้กันหมด
พวกเขารู้สึกสงสัยว่าทำไมฟางโจวเสี่ยวฉีถึงยอมกลืนน้ำลายตัวเองเร็วขนาดนี้ แต่หลังจากที่พวกเขากดเข้าไปดูวิดีโอ พวกเขาก็เข้าใจกระจ่างแจ้งเลย!
จากนั้น
แฟนนิยายดาวพเนจรฝ่าสุริยะและแฟนหนังไซไฟจำนวนมากก็เริ่มเข้าร่วมขบวนการแชร์โพสต์นี้
ไม่นาน ยอดแชร์ก็พุ่งทะลุหนึ่งแสนครั้ง!
ช่องคอมเมนต์ในเวยป๋อออฟฟิเชียลก็ถล่มทลายเช่นกัน!
[คุณพ่อออฟฟิเชียลครับ ได้โปรดทำสินค้าออฟฟิเชียลออกมาขายเถอะครับ! หูฟังมันโคตรเท่เลย! ผมอยากได้!]
[ดูจบแล้ว ฉันเริ่มมีความหวังกับภาพยนตร์ไซไฟของประเทศหลงขึ้นมานิดนึงแล้วล่ะ! หวังว่าผู้กำกับกัวจะตั้งใจถ่ายทำมันออกมาให้ดีนะ! อย่าทำให้พวกเราผิดหวังล่ะ!]
[พระเจ้าช่วย! มันให้ความรู้สึกดีกว่าตอนที่ฉันอ่านนิยายซะอีก! สเปเชียลเอฟเฟกต์โคตรสุดยอด! ฉันขอประกาศตัวเลยว่าตั้งแต่นี้เป็นต้นไป ฉันคือแฟนคลับของกองถ่ายนี้แล้ว!]
[...]
ตอนที่กัวฝานคลิกเข้าไปดูช่องคอมเมนต์ด้วยความกระวนกระวายใจ ขอบตาของเขาก็ถึงกับแดงระเรื่อ
เขาคิดว่าคนที่แห่กันเข้ามาในเวยป๋อออฟฟิเชียลจะเข้ามาด่ากองถ่าย แต่ไม่นึกเลยว่าทุกคนจะชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันหมด!
กัวฝานถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกทันที
ตอนที่กัวฝานโพสต์วิดีโอ เขายังแอบคิดว่าจะเจียดเงินไปซื้อโฆษณาเพื่อเพิ่มยอดวิวอยู่เลย
แต่พอเห็นราคาที่ระบุไว้บนเวยป๋อ เขาก็ล้มเลิกความคิดนั้นทันที
ค่าแรงของทีมงานในกองถ่ายหลายคนยังไม่ได้จ่ายเลย เขาจะเอาเงินมาผลาญกับเรื่องพวกนี้ไม่ได้หรอก
ผ่านการทำเรื่องเสี่ยงภัยมาตั้งมากมาย กัวฝานก็สูญเสียความใจกล้าบ้าบิ่นที่เคยมีในตอนแรกไปหมดแล้ว
แต่ดูจากตอนนี้แล้ว ถึงแม้จะไม่ได้เสียเงินไปซื้อโฆษณาเพื่อเพิ่มยอดวิว ดาวพเนจรฝ่าสุริยะก็สามารถทำให้คนมองเห็นได้แล้ว!
ไม่นาน คนในกองถ่ายก็เห็นกระแสพูดถึงดาวพเนจรฝ่าสุริยะบนเวยป๋อกันหมด
รอยยิ้มที่ไม่ได้เห็นมานานปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทีมงานทุกคน
พอพวกเขาเห็นกัวฝาน พวกเขาก็พากันวิ่งเข้าไปหาด้วยความตื่นเต้น แล้วก็เอาคอมเมนต์บนเวยป๋อให้เขาดู
ในตอนนี้กัวฝานไม่สามารถวางโทรศัพท์มือถือในมือลงได้อีกแล้ว
เพราะทุกครั้งที่เขากดรีเฟรชหน้าเวยป๋อ กระแสความนิยมของดาวพเนจรฝ่าสุริยะก็จะเพิ่มขึ้นไปอีกระดับ
ยอดความนิยมพุ่งสูงขึ้นจากหนึ่งล้าน ทะยานไปจนถึงสามสิบล้าน!
หลังจากปล่อยตัวอย่างหนังโปรโมตไปได้หนึ่งชั่วโมง ดาวพเนจรฝ่าสุริยะก็ทะยานขึ้นสู่อันดับสามของเทรนด์ฮิตบนเวยป๋อได้สำเร็จ!
“ผู้กำกับกัว! คุณเห็นไหม? ดาวพเนจรฝ่าสุริยะติดเทรนด์ฮิตอันดับสามบนเวยป๋อแล้วนะ!” อู๋จิงถือโทรศัพท์มือถือเดินเข้ามาหากัวฝานในกองถ่าย
เมื่อเขาเห็นขอบตาที่แดงก่ำของกัวฝาน อู๋จิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกจมูกแสบร้อนขึ้นมาเช่นกัน
อู๋จิงรู้ดีที่สุดว่ากัวฝานต้องแบกรับความกดดันเอาไว้มากขนาดไหน
และในวันนี้ ความมุ่งมั่นของกัวฝานก็ได้รับผลตอบแทนแล้ว!
การที่ตัวอย่างหนังโปรโมตความยาวเพียงหนึ่งนาทีได้รับการยอมรับจากคนนับแสน นี่แหละคือข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุด!
ทุกอย่างที่ทำมามันคุ้มค่าแล้ว!
“เอาล่ะผู้กำกับกัว คุณอย่าร้องไห้สิ! คุณดูสิ ทุกคนกำลังเรียกร้องให้ทำสินค้าออฟฟิเชียลหูฟังกับลูกบอลถุงลมนิรภัยกันใหญ่เลย! ดูท่าทางของที่เสี่ยวเจียงทำขึ้นมา ทุกคนจะชอบกันมากเลยนะ!”
“พวกเราต้องรีบให้เสี่ยวเจียงผลิตสินค้าออฟฟิเชียลออกมาขายเยอะ ๆ แล้วล่ะ เรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นข่าวดีสำหรับเสี่ยวเจียงเหมือนกันนะ!”
เมื่อกัวฝานได้ยินคำพูดของอู๋จิง เขาก็เอามือลูบหน้าตัวเองเพื่อให้กลับเข้าสู่โหมดทำงานอย่างรวดเร็ว:
“ใช่แล้ว ถ้าเสี่ยวเจียงได้ยินเรื่องนี้ จะต้องดีใจมากแน่ ๆ!”
“ตอนนี้กระแสความนิยมของหนังเรื่องนี้สูงมากขนาดนี้ พี่จิง พี่คิดว่าพวกเราจะได้รับเงินลงทุนไหมครับ?”
บนใบหน้าของกัวฝานปรากฏรอยยิ้มที่ปิดบังเอาไว้ไม่มิด ดวงตาของเขาเป็นประกายเต็มไปด้วยความคาดหวังในขณะที่มองไปยังอู๋จิง
อู๋จิงตบไหล่ปลอบใจเขาเบา ๆ และบอกกับคนที่มีความฝันเต็มเปี่ยมคนนี้อย่างหนักแน่นว่า: “ได้แน่นอน”
ในขณะเดียวกัน
สวี่เทา เจ้าของบริษัทหลงซื่อพิกเจอร์ส เปิดเวยป๋อขึ้นมาก็เห็นดาวพเนจรฝ่าสุริยะติดเทรนด์ฮิตพอดี
ดาวพเนจรฝ่าสุริยะงั้นเหรอ?
นี่มันผลงานที่กัวฝานมาเสนอขอให้เขาลงทุนเมื่อช่วงก่อนหน้านี้ไม่ใช่เหรอ?
เขาคลิกเข้าไปดู แล้วดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นมาทันที
ไม่นึกเลยว่าจะมีคนชอบดาวพเนจรฝ่าสุริยะเยอะขนาดนี้
นี่เป็นสิ่งที่สวี่เทาไม่เคยคาดคิดมาก่อนเลย
เขาครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะโทรศัพท์หาโปรดิวเซอร์ที่คุ้นเคยกัน
“ฮัลโหล เหล่าเจิง นายคิดยังไงกับภาพยนตร์ไซไฟเรื่องดาวพเนจรฝ่าสุริยะบ้าง?”
(จบบท)