เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 1983 ธุระส่วนตัวนิดหน่อยครับ... พวกเราประชุมกันต่อเถอะ

ตอนที่ 1983 ธุระส่วนตัวนิดหน่อยครับ... พวกเราประชุมกันต่อเถอะ

ตอนที่ 1983 ธุระส่วนตัวนิดหน่อยครับ... พวกเราประชุมกันต่อเถอะ


ตอนที่ 1983 ธุระส่วนตัวนิดหน่อยครับ... พวกเราประชุมกันต่อเถอะ

เย็นวันรุ่งขึ้น แสงสีทองสุดท้ายของดวงอาทิตย์ยามอัสดงอาบไล้ไปทั่วกำแพงคฤหาสน์เก่าแก่ จนบรรยากาศโดยรอบสว่างไสวเป็นสีเหลืองนวลตา

ทันใดนั้นเอง รถยนต์สีขาวคันเล็กพุ่งเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์อย่างรวดเร็วราวพายุ

บานประตูรถถูกผลักออกอย่างแรง ก่อนที่ร่างของ ชิว อี้เหอ จะวิ่งหน้าตั้งลงมา ในดวงตาของเธอเต็มไปด้วยเส้นเลือดฝอยสีแดงแตกแขนง ขอบตาหมองคล้ำอย่างเห็นได้ชัด

แม้แต่ชุดกางเกงคาร์โก้ที่สวมอยู่ก็ยังเป็นชุดเดิมกับเมื่อวานเป๊ะๆ เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเลยด้วยซ้ำ!

ตลอดสองวันสองคืนที่ผ่านมา เธอต้องทำงานหามรุ่งหามค่ำอยู่ที่สำนักงานกระทรวงความมั่นคงแห่งรัฐ จนยุ่งเสียไม่มีเวลาแม้แต่จะข่มตาหลับสักงีบเดียว

โดยเฉพาะเมื่อคืนนี้ที่ต้องทำงานโต้รุ่งจนถึงเช้า เธอแทบไม่มีจังหวะจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดูเลยสักครั้ง

และในที่สุด หลังจากสะสางภารกิจเร่งด่วนจนเสร็จสิ้นในเย็นวันนี้ เธอก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ติดต่อ เจียงเฉิง เลยสักคำ!

เธอรีบกดโทรศัพท์หาเขาไปกว่าสิบสาย ทว่ากลับไม่มีใครรับสายเลยแม้แต่สายเดียว!

เธอจำได้ขึ้นใจว่า เจียงเฉิง ดั้นด้นเดินทางข้ามแดนไปปฏิบัติภารกิจที่พม่า ซึ่งดินแดนแห่งนั้นเต็มไปด้วยอันตรายซุกซ่อนอยู่รอบด้าน!

ในวินาทีที่สัญญาณรอสายเงียบหายไปโดยไร้คนรับ ความตระหนกพุ่งเข้าบีบหัวใจของเธอทันที

เธอร้อนรนเป็นห่วงเขาจนไม่ยอมเสียเวลาส่งมอบงานให้เพื่อนร่วมงานด้วยซ้ำ ก่อนจะรีบคว้ากุญแจรถ ขับบึ่งมาที่นี่ด้วยความเร็วสูงสุดทันที!

หวังเซิ่ง ที่กำลังยืนพิงเสาสูบบุหรี่อยู่ที่โถงทางเดิน เมื่อเห็นว่าเป็น ชิว อี้เหอ เขาก็รีบขยี้ดับมวนบุหรี่ทิ้งก่อนจะเอ่ยทักทายอย่างมีมารยาท: “สวัสดีครับ... คุณหนูชิว”

ชิว อี้เหอ ไม่ได้ชะลอฝีเท้าลงเลยสักนิด เธอวิ่งทะลุผ่านประตูรั้วเข้ามา สายตากวาดมองรถที่จอดอยู่ในลานอย่างรวดเร็ว ก่อนจะตวัดจ้องเขม็งไปยังหน้าต่างห้องนอนบนชั้นสองที่ถูกปิดสนิท

น้ำเสียงที่เธอเอ่ยถามออกมานั้นแหบพร่า แฝงความร้อนรนอย่างปิดไม่มิด

“เจียงเฉิงล่ะ?! ข… เขาอยู่ที่ไหนคะ?!”

“ทำไมวันนี้ทั้งวันเขาถึงเอาแต่เงียบหายไม่ยอมรับสายของฉันเลย!”

หวังเซิ่ง และเซี่ยลี่ ลอบสบตากันแวบหนึ่ง

เซี่ยลี่ ค่อยๆ วางปืนที่กำลังเช็ดทำความสะอาดลงบนโต๊ะ ก่อนจะหยัดกายลุกขึ้นยืน

เธอทอดสายตามองความหวาดผวาในดวงตาของ ชิว อี้เหอ แล้วจึงแสร้งเอ่ยด้วยน้ำเสียงลังเล: “เอ่อ... นายน้อยเดินทางกลับมาจากพม่าตั้งแต่เมื่อวานเย็นค่ะ แต่ท่านเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องบนชั้นสองตลอด ยังไม่ลงมาข้างล่างเลยสักครั้งเดียว”

“สภาพตอนนี้... ดูเหมือนจะไม่ค่อยสู้ดีนัก เอาเป็นว่าคุณลองขึ้นไปดูท่านหน่อยดีไหมคะ?”

ยังไม่ทันที่ เซี่ยลี่ จะพูดจบประโยคดี หัวใจของ ชิว อี้เหอ ก็พลันหล่นวูบไปอยู่ที่ตาตุ่มในชั่วพริบตา!

กลับมาจากพม่า... แล้วเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง?! สภาพไม่ค่อยสู้ดี?!

คำพูดเหล่านั้นราวกับเข็มแหลมที่พุ่งเข้ามาทิ่มแทงหัวใจของเธออย่างแรง!

ความห่วงใยที่สะสมมาตลอดทั้งวันระเบิดออกอย่างไม่อาจควบคุมได้ เธอทนเก็บอาการต่อไปไม่ไหวอีกแล้ว จึงหมุนตัวพุ่งพรวดเข้าไปในคฤหาสน์ทันที!

เมื่อวิ่งมาถึงหน้าประตูห้องนอนที่เปิดแง้มไว้ เธอก็แทบจะใช้หัวไหล่กระแทกประตูให้เปิดอ้าออก พร้อมตะโกนเรียกเขาด้วยความร้อนรน

“เจียงเฉิง!! นี่คุณได้รับบาดเจ็บใช่ไหม?!”

ขอบตาของเธอแดงก่ำ เอ่อคลอด้วยหยาดน้ำตาในเสี้ยววินาทีที่ผลักประตูเข้าไป

เธอพุ่งพรวดเข้าไปหาเขา ก่อนจะพบว่า เจียงเฉิง กำลังยืนหันหลังให้ประตู บนร่างกายมีเพียงชุดคลุมอาบน้ำสีขาวที่ผูกไว้หลวมๆ เท่านั้น!

หยดน้ำจากเส้นผมที่ยังเปียกชุ่มไหลซึมลงตามปลายผม ก่อนจะหยดลงบนคอเสื้อ เผยให้เห็นกระดูกไหปลาร้าที่โค้งเว้า ดูเซ็กซี่เด่นชัด

หัวใจของ ชิว อี้เหอ บีบรัดอย่างแรง! เธอพุ่งเข้าไปจากด้านหลังทันที ยื่นมือทั้งสองคว้าหัวไหล่ของเขาแล้วกระชากให้หันกลับมาประจันหน้ากันอย่างแรง!

ฝ่ามือทั้งสองลูบคลำไปตามร่างกายของเขาอย่างร้อนรน จากหัวไหล่ไล่ลงมาตามท่อนแขน ลูบผ่านแผงอกก่อนจะโอบไปคลำที่แผ่นหลัง

น้ำเสียงที่เอ่ยถามสั่นเครือ: “คุณไม่เป็นอะไรใช่ไหม?! เจ็บตรงไหนหรือเปล่า?!”

และในจังหวะที่เธอกำลังแสดงความห่วงใยอยู่นั้นเอง…

จู่ๆ ก็มีเสียงพูดคุยเคร่งขรึมดังแว่วออกมาจากหน้าจอแล็ปท็อปบนโต๊ะทำงาน!

มันคือเสียงการประชุมผู้ถือหุ้นและการเจรจาธุรกิจระดับชาติของบริษัท ByteDance ที่กำลังดำเนินอยู่!

พวกเขากำลังถกเถียงหาทางออกเกี่ยวกับปัญหาที่แก้ได้ยาก กรณีที่แอปพลิเคชัน ‘TikTok’ กำลังถูกรัฐบาลอินโดนีเซียสั่งแบน และตอนนี้การประชุมก็มาถึงช่วงสำคัญพอดี!

การเคลื่อนไหวของ ชิว อี้เหอ ชะงักค้างในชั่วพริบตา!

สายตาของเธอตวัดไปยังหน้าจอ และเมื่อเห็นภาพบนวิดีโอคอนเฟอเรนซ์นั้น…

เธอก็เบิกตากว้างอย่างตกตะลึงสุดขีด!

ภาพที่ปรากฏคือ เสิ่น หนานเผิง จากหงซาน แคปปิตอล (Sequoia Capital), จาง อี้หมิง ผู้ก่อตั้ง ByteDance และบรรดาผู้ถือหุ้นระดับบิ๊กอีกหลายคน!

ที่สำคัญกว่านั้น สีหน้าของบิ๊กบอสเหล่านั้น ล้วนแฝงความตะลึงงันอย่างชัดเจน!

ไม่มีใครคาดคิดเลยว่า จู่ๆ จะมีผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งพุ่งเข้ามาในเฟรมกล้อง แล้วยังประชิดตัวท่านประธานเจียงกลางที่ประชุมระดับชาติแบบนี้!

พวงแก้มของ ชิว อี้เหอ แดงซ่านราวถูกไฟลวก ลามไปถึงใบหูในเสี้ยววินาที!

เธอรีบผละมือออกจากท่อนแขนของ เจียงเฉิง ก่อนจะถอยหลังออกไปอย่างทำตัวไม่ถูกด้วยความอับอายสุดขีด!

เจียงเฉิง เม้มริมฝีปากเอาไว้สุดความสามารถไม่ให้ยิ้มหลุด: “อ... เอ่อ ต้องขออภัยทุกท่านด้วยนะครับ พอดีมีธุระส่วนตัวเข้ามาขัดจังหวะนิดหน่อย พวกเราประชุมกันต่อเถอะครับ”

ทันทีที่สิ้นเสียงของเขา

ประธานเสิ่นจากหงซาน แคปปิตอล ก็เอ่ยหยอกขึ้นเป็นคนแรก:

“แหม! ประธานเจียงนี่มีของดีซ่อนไว้ตลอดเลยนะครับ ดูจากเมื่อครู่… สงสัยกำลังดื่มน้ำผึ้งพระจันทร์อยู่สินะ?”

“ฮ่าๆๆ! ไม่ต้องเหนียมอายหรอกครับ พวกเราเข้าใจ รอได้ จะไปเคลียร์เรื่องหัวใจสักสองสามนาทีก็ไม่เป็นไร!”

จาง อี้หมิง ก็ยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย: “ประธานเจียงนี่รู้จักหาความสุขจริงๆ นะครับ นอกจากจะเจรจาธุรกิจพันล้าน ยังมีคนรู้ใจคอยอยู่ข้างกายอีกด้วย”

เจียงเฉิง ส่ายหน้าอย่างจนใจ: “ทุกท่านอย่าเพิ่งล้อผมเลยครับ เรื่องส่วนตัวเล็กน้อยเท่านั้น พวกเรากลับมาโฟกัสงานกันต่อดีกว่า”

หลังพูดจบ เขาก็ปิดกล้องและไมโครโฟนชั่วคราว ก่อนจะหันมามอง ชิว อี้เหอ ที่หน้าแดงลามไปถึงหู

“ไหน... ใครได้รับบาดเจ็บครับ?” เขายิ้มบางๆ: “คุณก็เห็นอยู่ว่าผมปกติดีทุกอย่าง”

เมื่อ ชิว อี้เหอ ตรวจดูจนแน่ใจว่าเขาไม่เป็นอะไร บวกกับการที่เขาปิดการสื่อสารไปแล้ว เส้นประสาทที่ตึงเครียดทั้งวันก็คลายลงทันที

แต่ขอบตาของเธอกลับยิ่งแดงและชุ่มขึ้น ปลายจมูกรื้นแดง

“น... นี่คุณ! คุณทำฉันตกใจแทบตายรู้ไหมฮะ?!”

“เมื่อคืนฉันทำงานโต้รุ่งทั้งคืน พอมีเวลาพักปุ๊บก็รีบโทรหาคุณทันที! แต่คุณไม่รับสายสักสายเดียว ฉันก็กลัวสิว่าคุณจะพลาดท่าอยู่ที่พม่า!”

“เมื่อกี้พี่เซี่ยลี่ก็บอกอีกว่าคุณเอาแต่หมกตัวอยู่ในห้อง ฉันก็เลยคิดไปเอง… ว่าคุณต้องเจ็บตัวมาแน่ๆ!”

เจียงเฉิง มองเส้นเลือดฝอยในดวงตาเธอ ความเหนื่อยล้าฉายชัดจนเขาใจอ่อนวูบ

เขายกมือขึ้นลูบไหล่เธอเบาๆ น้ำเสียงนุ่มลงอย่างเห็นได้ชัด

เจียงเฉิง จ้องมองเส้นเลือดฝอยที่กระจายอยู่เต็มดวงตาของเธอ เขาสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยล้าที่เกาะกุมอยู่บนใบหน้าของเธออย่างชัดเจน

“ผมไม่เป็นอะไรจริงๆ ครับ แค่กลับมาก็มีเรื่องต้องจัดการ เลยติดประชุมหน้าคอมจนไม่ได้ดูโทรศัพท์”

ชิว อี้เหอ สูดลมหายใจลึก พยายามกลั้นน้ำตาไว้

เมื่อเหลือบเห็นว่าการประชุมยังดำเนินอยู่ เธอก็รีบถอยหลังหนึ่งก้าว สีหน้ากระอักกระอ่วนทันที

“ข... ขอโทษด้วยนะคะ! ฉันเสียมารยาทไปจริงๆ!”

“คุณประชุมต่อเถอะค่ะ ฉันจะไปนั่งเงียบๆ มุมห้อง ไม่รบกวนแน่นอน!”

เจียงเฉิง เลิกคิ้วมองเธออย่างมีเลศนัย: “คุณก็เพลาๆ ลงบ้างเถอะครับ อย่าบีบคั้นตัวเองมากนัก ไหนๆ ก็เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว ไปแช่น้ำอุ่นผ่อนคลายหน่อยดีไหม?”

“บ... บีบคั้นอะไรกันล่ะยะ! ฉันไป ‘บีบ’ คุณตอนไหน?!” ชิว อี้เหอ ที่ไหวตัวทันต่อมุกสองแง่สองง่ามของเขารีบแหวใส่ทันที: “เจอหน้ากันก็ไล่ไปอาบน้ำเลยนะ! ดูยังไงก็มีแผนร้ายชัดๆ!”

“เอ๋? ไม่ใช่เหรอ? สงสัยผมจำผิด…” เขาทำหน้าซื่อตาใส: “งั้นไว้เดี๋ยวค่อยก็แล้วกัน”

ในที่สุด ชิว อี้เหอ ก็เข้าใจนัยแฝงที่ เจียงเฉิง กำลังล้อเลียนเรื่อง ‘ความคับแน่น’ ของเธอเมื่อคืนในพริบตา!

เธอหน้าแดงจัดทันที คว้าเสื้อผ้าที่วางอยู่บนเตียงปาใส่หน้าเขาเต็มแรง!

“น... นี่คุณ! ไอ้ลามก! ไอ้ฉวยโอกาส! ฉันไม่คุยกับคุณแล้ว!”

แต่ถึงจะด่า ร่างกายเธอกลับเดินตรงเข้าห้องน้ำอย่างว่าง่ายซะอย่างนั้น!

“ก็เมื่อคืนฉันไม่ได้อาบน้ำเลยนี่! มันก็ต้องล้างตัวบ้างสิยะ!” เธอบ่นแก้ตัวเสียงอ่อย: “แต่! อย่ามโนไปไกลเชียวนะ! ฉันแค่เหนอะหนะ เลยมาขอยืมห้องน้ำใช้เฉยๆ! ถ้าคุณกล้าทำอะไรล่ะก็… ฉันจะทุบให้เละเลย!”

“อ้าว… อมให้แตก(1)เหรอครับ?” เขาแกล้งฟังผิด: “ลำพังแค่ทักษะปากกับลีลาการเป่าของคุณ… ไม่ประเมินตัวเองสูงไปหน่อยเหรอ?”

“น... นี่คุณ! ฉันพูดว่า ‘ทุบ’ ต่างหากล่ะยะ!!”

เมื่อได้ยินเสียงหยอกล้อหัวเราะคิกคักของหนุ่มสาวทั้งสองแว่วลงมาจากชั้นสอง หวังเซิ่ง และเซี่ยลี่ ที่รอรับคำสั่งอยู่ด้านล่างก็อดสบตากันไม่ได้ ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

ความจริงแล้ว ตัว เจียงเฉิง เองก็รู้สึกผ่อนคลายไม่ต่างจากลูกน้องของเขาเช่นกัน

ถึงแม้ตำรวจสาวคนนี้จะมีนิสัยโผงผาง ปากร้าย และไม่ใช่ผู้หญิงประเภทที่จะพูดจาหวานเอาใจเหมือนคนอื่นๆ แต่ เจียงเฉิง กลับสัมผัสได้ชัดเจนว่า ทุกการกระทำของเธอล้วนเป็นความห่วงใยในแบบของเธอจริงๆ

เจียงเฉิง ชำเลืองมองไปทางประตูห้องน้ำแวบหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปกดเปิดไมโครโฟนของการประชุมออนไลน์อีกครั้ง

เสียงของ จาง อี้หมิง ยังคงดังต่อเนื่องอยู่ในที่ประชุม น้ำเสียงแฝงความแข็งกร้าวไม่ยอมศิโรราบอย่างชัดเจน!

“...ทุกท่านครับ! ผมเข้าใจดีว่าวิกฤตที่พวกเราเผชิญอยู่นั้นรุนแรงแค่ไหน ข้ออ้างที่รัฐบาลอินโดนีเซียนำมาใช้สั่งแบนแอปของเรา ก็คือการกล่าวหาว่า ‘เนื้อหาบนแพลตฟอร์มเป็นภัยต่อเยาวชน’!”

“แต่ปัญหาประเภทนี้ พวกเราสามารถรับมือได้ไม่ยากครับ!”

“ตอนนี้ทีมของผมได้วางแผนปรับปรุงไว้เรียบร้อยแล้ว เราพร้อมจัดตั้งทีมตรวจสอบเนื้อหาที่เป็นคนท้องถิ่น พัฒนาระบบปกป้องผู้เยาว์ และย้ายศูนย์เซิร์ฟเวอร์ไปตั้งในอินโดนีเซียด้วย!”

“ขอแค่พวกเขายอมเปิดทาง แผนทั้งหมดนี้จะเห็นผลได้ภายในหนึ่งสัปดาห์เท่านั้นครับ!”

“ประธานจางครับ...”

ประธานเสิ่นจากหงซาน แคปปิตอลเอ่ยแทรกขึ้น น้ำเสียงเคร่งเครียดอย่างเห็นได้ชัด

“นี่ประธานจาง... คุณยังเชื่อจริงๆ เหรอว่าวิกฤตครั้งนี้ จะคลี่คลายได้ง่ายๆ ด้วยวิธีแบบนั้น?”

จาง อี้หมิง ชะงักไปเล็กน้อย

ประธานเสิ่นถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่: “คุณคิดว่าฝั่งรัฐบาลกับนักการเมืองอินโดนีเซีย จะมองไม่ออกจริงๆ เหรอว่าบริษัทของคุณมีศักยภาพพอจะแก้ปัญหาพวกนั้นได้เร็วแค่ไหน?”

“สิ่งที่พวกมันต้องการจริงๆ น่ะ ไม่ใช่เรื่องปกป้องเยาวชนหรือระบบอะไรนั่นเลยสักนิด!”

“คุณรู้ไหมว่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสื่อสารและเทคโนโลยีของอินโดนีเซียที่ชื่อมูฮัมหมัด... น้องเขยของเขาเป็นเจ้าของบริษัทเอาต์ซอร์สด้านตรวจสอบเนื้อหา ที่ตั้งอยู่ในจาการ์ตา!”

“ก่อนคำสั่งแบนจะประกาศออกมาไม่กี่วัน บริษัทนั่นก็ส่งคนมาติดต่อเจรจากับคุณแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“พวกมันข่มขู่เพื่อจะผูกขาดงานคัดกรองเนื้อหาของโต่วอินในอินโดนีเซียทั้งหมด!”

“แถมยังหน้าเลือด โก่งราคาสูงถึงห้าสิบล้านดอลลาร์ต่อปี!”

“แต่... คุณปฏิเสธข้อเสนอพวกมัน ใช่ไหมครับ?”

ฝ่ามือของ จาง อี้หมิง กำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

ตอนนั้นเขาประเมินว่าเงินห้าสิบล้านดอลลาร์ต่อปีมันแพงเกินไป จึงเลือกจะตั้งทีมคัดกรองของตัวเองขึ้นมาแทน

แต่ใครจะไปคิดว่า...

การตัดสินใจไม่ยอม ‘จ่ายส่วย’ ในครั้งนั้น จะกลายเป็นชนวนให้เกิดวิกฤตลูกโซ่ที่ลุกลาม จนถึงขั้นถูกสั่งแบนทั้งประเทศแบบนี้!

……………………………………

(1)[อมให้แตก / เป่าให้แตก (吹爆 / ชุยเป้า) vs ทุบ (锤 / ฉุย) – คำว่า ‘吹 (ชุย)’ กับ ‘锤 (ฉุย)’ เป็นคำที่ออกเสียงใกล้กันมาก

    โดย ‘吹爆 (ชุยเป้า)’ แปลตรงตัวว่า “เป่าจนแตก” ภาษาพูดหมายถึงอวย / ชมเว่อร์ แต่ในบริบทนี้ถูกตีความเชิงสองแง่สองง่ามเป็น “เป่า/อม” ในขณะที่ ‘锤 (ฉุย)’ หมายถึง “ทุบ/ตี”]

จบบทที่ ตอนที่ 1983 ธุระส่วนตัวนิดหน่อยครับ... พวกเราประชุมกันต่อเถอะ

คัดลอกลิงก์แล้ว