เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ติดหนี้สามสิบล้าน 220 ระบำเทพธิดาลั่วใต้น้ำ (ตอนต้น)

ติดหนี้สามสิบล้าน 220 ระบำเทพธิดาลั่วใต้น้ำ (ตอนต้น)

ติดหนี้สามสิบล้าน 220 ระบำเทพธิดาลั่วใต้น้ำ (ตอนต้น)


ติดหนี้สามสิบล้าน 220 ระบำเทพธิดาลั่วใต้น้ำ (ตอนต้น)

ตู้ม! แสงแดดยามบ่ายตอน 4 โมงทำให้ผิวน้ำในทะเลสาบส่องประกายระยิบระยับ

เหล่านักท่องเที่ยวบนชั้นใต้ดินชั้นที่ 1 ต่างพากันจ้องมองออกไปนอกกระจกอย่างเงียบเชียบ ฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายผ่านแสงแดดอย่างคล่องแคล่ว ทิ้งรอยคลื่นจาง ๆ ไว้เบื้องหลัง

จู้โส่วยืนนิ่งอยู่หลังเลนส์กล้อง จ้องมองผ่านช่องมองภาพขนาดเล็กเขม็งโดยไม่ยอมให้รายละเอียดใด ๆ หลุดรอดสายตาไปได้

ดูเหมือนระลอกคลื่นในน้ำจะเริ่มขยายวงกว้างขึ้น?

ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด หูก็พลันแว่วได้ยินเสียงครางต่ำ จากนั้นน้ำเสียงอันแก่ชราก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วท่ามกลางฝูงชน

[กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านเซียนร่วงหล่น ชาวบ้านต่างพึ่งพาตนเอง อาศัยอยู่ในชนบทอย่างสงบสุขและรื่นรมย์...]

[จนกระทั่งวันหนึ่ง ความสงบสุขก็ถูกทำลายลง...]

[หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาที่ห่างไกลความวุ่นวาย จู่ ๆ ก็ได้ต้อนรับกลุ่มคนที่สวมเสื้อผ้าแปลกประหลาด...]

[คนเหล่านั้นขี่ม้าตัวสูงใหญ่ สวมเสื้อผ้าหรูหราหาที่เปรียบมิได้ ไม่ว่าชายหญิงหรือเด็กคนชราต่างก็ดูสง่างาม และในบรรดาคนเหล่านั้น มีกลุ่มหญิงสาวผู้งดงามที่สวมชุดกระโปรงผ้าไหมอันวิจิตร...]

[พวกเขาแวะพักที่หมู่บ้านเซียนร่วงหล่น ชาวบ้านต่างให้การต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี และเพื่อเป็นการขอบคุณ...]

[หญิงสาวกลุ่มนั้นจึงได้ร่ายรำเพื่อมอบให้แก่หมู่บ้านเซียนร่วงหล่น...]

[หลังจากนั้น... หมู่บ้านเซียนร่วงหล่นได้ผ่านเรื่องราวมากมาย จนในที่สุดก็กลายเป็นสภาพใต้ทะเลสาบอย่างที่พวกคุณเห็นในตอนนี้...]

[ดังนั้น พวกเราจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อฟื้นฟูและนำเสนอภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นให้แก่เหล่านักไขปริศนาทุกท่าน...]

เสียงอันแก่ชรานั้นเงียบลง ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับเสียงขลุ่ยหูเซียวที่ดังแว่วมาลาง ๆ

ท่ามกลางน้ำในทะเลสาบสีฟ้าใสที่อยู่ภายนอก ตรงสุดขอบสายตาทั้งสองฝั่งของกระจก มีแถบผ้าสีส้มและสีฟ้าค่อย ๆ พลิ้วไหวลอยเข้ามา...

นั่นคืออะไรน่ะ?

ทุกคนต่างจ้องมองไปที่นั่น เห็นผ้าไหมเนื้อนุ่มที่พลิ้วไหวอยู่ในน้ำ ยามมันม้วนตัวและคลี่ออก ก็เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง

“เชี่ย!” โจวพั่วที่อยู่ข้าง ๆ อุทานออกมาด้วยความตกใจพลางขยี้ตา “นี่ก็เป็นภาพมายาด้วยเหรอ?!”

พวกเขารู้ว่าที่ชั้น B2 สามารถมองเห็นภาพมายาการใช้ชีวิตของคนโบราณได้ แต่ตอนนี้ชั้น B1 ก็มองเห็นได้แล้วงั้นเหรอ?!

จู้โส่วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นจากหลังเลนส์กล้อง จ้องมองภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบ

“ไม่... นั่นคือคนจริง ๆ...”

หญิงสาวในท่วงท่าต่าง ๆ สวมชุดกระโปรงยาวเกาะอก คล้องผ้าโปร่งบางเบา ราวกับเทพธิดาเฟยเทียนจุติลงมาบนโลกมนุษย์ พวกเธอค่อย ๆ ร่อนลงบนแท่นหินนอกกระจก แสงแดดที่สาดส่องผ่านระลอกน้ำตกลงบนศีรษะและแผ่นหลังของพวกเธอ ราวกับถูกฉาบไว้ด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์!

กริ๊ง~

คล้ายกับมีเสียงกระดิ่งดังขึ้นข้างหู หญิงสาวเหล่านั้นหยุดนิ่งและโพสท่าทางที่แตกต่างกันออกไป

คิ้วและดวงตาหลุบต่ำ ใบหน้าสงบนิ่ง มือหนึ่งชูขึ้นราวกับรองรับแสงตะวัน อีกมือหนึ่งกดลงเบื้องหลังเบา ๆ พร้อมกับยกขาขึ้นในท่าก้าวเหิน ราวกับนกกระเรียนที่ยืนตระหง่านอยู่กลางเวหา

บางคนมีรอยยิ้มประดับใบหน้า มองเฉียงลงด้านล่าง ฝ่ามือประกบกันชูขึ้นเหนือศีรษะ ขาข้างหนึ่งยกขึ้น ปลายเท้าเหยียดตรงชี้ออกไปด้านนอก ดูแปลกตาแต่กลับสง่างามอย่างบอกไม่ถูก

บางคนใบหน้าซ่อนอยู่หลังผ้าโปร่ง ปลายเท้างอเข้า สองมือชูขึ้นสูงในท่าดีดผีผาจากด้านหลัง ทั้งเย้ายวนและเงียบสงบ ราวกับเมฆมงคลก้อนหนึ่ง

นักเต้นผู้งดงามทั้ง 8 คนต่างเกล้าผมมวย ด้านหลังมวยผมยังมีแผ่นกลมประดับอยู่ ซึ่งเป็นกลุ่มหญิงสาวที่สวมเสื้อผ้าแปลกตาและงดงามตามที่เสียงบรรยายบอกไว้จริง ๆ

ตึ่ง~

ในขณะที่ทุกคนยังอยากจะสังเกตพวกเธอให้ชัดเจนกว่านี้ เสียงผีผาก็พลันดังขึ้น!

ตามมาด้วยเสียงขลุ่ยเซียวที่แสนเศร้าสร้อย ท่ามกลางจังหวะผีผาที่เปี่ยมไปด้วยพลัง

พรึ่บ! นักเต้นทั้ง 8 คนเริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกัน พวกเธอค่อย ๆ เงยหน้า เชิดคอ เปลี่ยนท่วงท่าไปมา จากนั้นก็ใช้เท้าข้างหนึ่งถีบแท่นหินในน้ำพร้อมกัน แล้วทะยานร่างขึ้นไปด้านบนอย่างรุนแรง!

ราวกับเมฆหลากสีสัน 8 ก้อนที่ล่องลอยกลับคืนสู่สรวงสวรรค์อีกครั้ง!

ซ่า! ศีรษะทั้ง 8 โผล่พ้นผิวน้ำพร้อมกัน พวกเธอหันมาส่งยิ้มให้กันก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วดำดิ่งลงไปอีกครั้ง

เสียงน้ำเงียบหายไป พร้อมกับเสียงผีผาที่กลับมาบรรเลงอย่างหนักแน่นอีกครั้ง ร่างอันอ้อนแอ้นราวกับนางฟ้าเหล่านั้นกลับคืนสู่ใต้พสุธาวารี

แต่ครั้งนี้! แววตาของพวกเธอเปลี่ยนไปแล้ว!

แม้จะยังคงมีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่ แต่ในแววตานั้นกลับดูเคร่งขรึมและสง่างาม วงแขนที่ร่ายรำก็เปลี่ยนเป็นเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง

พวกเธอลอยตัวอยู่ท่ามกลางน้ำในทะเลสาบ ภายใต้ผ้าโปร่งสีส้มเนื้อนุ่ม สองมือร่ายรำอย่างคล่องแคล่ว!

ระบำเทพธิดาลั่วใต้น้ำ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังยิ้ม แต่กลับทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าจ้องมองตรง ๆ

แม้จะสวมเพียงผ้าเกาะอก เผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนเป็นบริเวณกว้าง แต่กลับไม่มีใครกล้ามีความคิดลบหลู่แม้แต่น้อย!

ฝูงปลาเหล่านั้นแหวกว่ายอย่างช้า ๆ อยู่ในน้ำเบื้องหลัง บางตัวถึงกับหยุดนิ่งและหันเหทิศทางเล็กน้อย ราวกับกำลังร่วมชื่นชมการแสดงอยู่เช่นกัน

ตึ่ง~ เสียงขลุ่ยและผีผาเริ่มเร่งจังหวะขึ้น เสียงกลองแผ่นที่แหลมเล็กพลันแทรกเข้ามา ทำให้ทุกคนตื่นจากภวังค์

“เชี่ย...” “ฟู่ว!!” “นี่มันระบำอะไรกัน...”

“เทพธิดาลั่ว... เทพจุติ... ฉันรู้สึกเหมือนจะเดาอะไรบางอย่างออกแล้ว...”

“พวกเธอน่ากลัวมาก! นี่มันในทะเลสาบนะ! ทำไมถึงเต้นได้ดูสบายขนาดนี้?”

แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะอยู่ที่ชั้น B1 ซึ่งไม่ลึกเท่าชั้น B2 แต่ที่นี่ก็มีความลึกอย่างน้อย 3 เมตรกว่า ๆ...

พวกเธอทำราวกับเป็นเงือกที่ไม่ต้องหายใจ! แม้จะเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง แต่กลับมั่นใจได้ว่าไม่มีฟองอากาศขนาดใหญ่ออกมาทำลายบรรยากาศการแสดงเลย

เป็นไปได้ยังไง! บางคนชะเง้อคอมอง บางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาซูมดู

จู้โส่วเองก็ปรับเลนส์กล้องให้ซูมเข้าไปใกล้ที่สุด เขามองเห็นผิวหนังและขนอ่อนของเหล่านักเต้นที่สั่นไหวตามแรงดันน้ำ เห็นฟองอากาศที่เล็ดลอดออกมาจากมุมปากของพวกเธอ ซึ่งมีขนาดเล็กละเอียดราวกับละอองหมอก

ภายในใจของเขายิ่งทวีความตกตะลึง

การที่ได้เห็นเทคโนโลยีขั้นสูงอันน่ามหัศจรรย์ของภูเขาว่านหยวนจนชินตา ทำให้เขาเกือบจะลืมไปว่า ระบำอันลึกลับและเย้ายวนที่เขาเคยเห็นตอนเข้าสู่หมู่บ้านหมิงเยวี่ยครั้งแรกนั้น ก็ถูกออกแบบมาจากแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้เอง...

ผู้ตอนรับ... จะยังทำได้ถึงระดับไหนกันแน่...

ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย นักเต้นเหล่านั้นก็เบิกตากว้าง แล้วออกแรงถีบแท่นหินอีกครั้ง พวกเธอต่างกอดเข่าม้วนตัวเป็นก้อนกลมแล้วทะยานขึ้นไปด้านบน!

แถบผ้าพลิ้วไหวราวกับพู่ประดับ ลากยาวอยู่เบื้องหลังกลุ่มก้อนแห่งชีวิตเหล่านั้น โบกสะบัดไปมาในน้ำอย่างอิสระ

และในวินาทีต่อมา เสียงกลองหนัก ๆ ก็ดังขึ้น ‘ก้อนกลม’ ทั้ง 8 ที่ลอยอยู่ในน้ำก็พลันเบ่งบานออกมาอย่างรุนแรง

8 คน 8 ลักษณ์ ท่วงท่าที่ดูผ่อนคลายและเย้ายวน แต่กลับแฝงไปด้วยความเคร่งขรึมและสง่างามอย่างประหลาด ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาจากด้านหลังศีรษะ...

ราวกับมีเทพศักดิ์สิทธิ์บางองค์มาประทับร่างอย่างไรอย่างนั้น...

อึก! เสียงกลืนน้ำลายของใครบางคนดังเกินไปจนทำให้ทุกคนได้สติจากแถบผ้าที่พลิ้วไหวนั้น มองดูเทพธิดาทั้ง 8 ทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำและหายลับไป ทิ้งไว้เพียงแถบผ้าเนื้อนุ่มไม่กี่เส้นที่ค่อย ๆ จมลง...

“จบ... จบแล้วเหรอ?” ใครบางคนเอ่ยถามอย่างลังเล จากนั้นก็ได้ยินคนข้าง ๆ ตอบกลับมา

“ดูเหมือนว่า... จะยังไม่จบนะ...”

แล้วยังจะมีอะไรอีก... พรึ่บ! นักท่องเที่ยวที่กำลังสงสัยต่างพากันหรี่ตาลง จ้องมองไปยังชายหนุ่มที่แหวกว่ายผ่านสาหร่ายและฝูงปลามาจากสุดขอบสายตา

“ผู้ตอนรับ!!!” จู้โส่วตะโกนลั่น ทำให้ทุกคนได้สติทันที

ผู้ตอนรับที่มักจะปรากฏตัวตามสถานที่ต่าง ๆ ในชุดที่หลากหลาย แต่กลับไม่มีใครคาดคิดเลยว่า เขาจะปรากฏตัวอยู่ใต้น้ำด้วย!

“บ้าเอ๊ย! เขามาทำอะไรน่ะ?” “มามอบภารกิจใต้น้ำเหรอ?”

“นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการเล่นสนุกของเขาด้วยเหรอ...” “บ้าจริง ทำไมฉันถึงรู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมาล่ะ?”

แต่ในไม่ช้า คนเหล่านั้นก็หัวเราะไม่ออก...

ตัวละครที่พวกเขาคิดว่ามาแค่รับเชิญ ในตอนนี้ร่างกายถูกคลุมไว้ด้วยผ้าโปร่งสีแดงฉาน เขามาหยุดนิ่งอยู่ตรงกึ่งกลางของกระจกบานยักษ์ ยืนเท้าเปล่าอย่างเงียบสงบ มือทำท่าราวกับกำลังดีดสายพิณและประคองดอกบัวไว้อย่างแผ่วเบา

ยิ่งไปกว่านั้น... เขายังไม่ต้องเหยียบแท่นหินเลยด้วยซ้ำ...

หลังจากที่รวบผมขึ้นทั้งหมดแล้ว คิ้วและดวงตาที่ดูเย็นชาของชายหนุ่มก็เผยออกมา เขาหลุบตาลงเล็กน้อย ภายใต้แสงสีทองเขาดูราวกับเทพเจ้า

จู้โส่วกลืนน้ำลายลงคอ ผู้ตอนรับ... คงไม่ได้จะเต้นรำด้วยหรอกนะ?

จบบทที่ ติดหนี้สามสิบล้าน 220 ระบำเทพธิดาลั่วใต้น้ำ (ตอนต้น)

คัดลอกลิงก์แล้ว