- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 220 ระบำเทพธิดาลั่วใต้น้ำ (ตอนต้น)
ติดหนี้สามสิบล้าน 220 ระบำเทพธิดาลั่วใต้น้ำ (ตอนต้น)
ติดหนี้สามสิบล้าน 220 ระบำเทพธิดาลั่วใต้น้ำ (ตอนต้น)
ติดหนี้สามสิบล้าน 220 ระบำเทพธิดาลั่วใต้น้ำ (ตอนต้น)
ตู้ม! แสงแดดยามบ่ายตอน 4 โมงทำให้ผิวน้ำในทะเลสาบส่องประกายระยิบระยับ
เหล่านักท่องเที่ยวบนชั้นใต้ดินชั้นที่ 1 ต่างพากันจ้องมองออกไปนอกกระจกอย่างเงียบเชียบ ฝูงปลาน้อยใหญ่แหวกว่ายผ่านแสงแดดอย่างคล่องแคล่ว ทิ้งรอยคลื่นจาง ๆ ไว้เบื้องหลัง
จู้โส่วยืนนิ่งอยู่หลังเลนส์กล้อง จ้องมองผ่านช่องมองภาพขนาดเล็กเขม็งโดยไม่ยอมให้รายละเอียดใด ๆ หลุดรอดสายตาไปได้
ดูเหมือนระลอกคลื่นในน้ำจะเริ่มขยายวงกว้างขึ้น?
ขณะที่เขากำลังครุ่นคิด หูก็พลันแว่วได้ยินเสียงครางต่ำ จากนั้นน้ำเสียงอันแก่ชราก็ดังสะท้อนก้องไปทั่วท่ามกลางฝูงชน
[กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ณ หมู่บ้านเซียนร่วงหล่น ชาวบ้านต่างพึ่งพาตนเอง อาศัยอยู่ในชนบทอย่างสงบสุขและรื่นรมย์...]
[จนกระทั่งวันหนึ่ง ความสงบสุขก็ถูกทำลายลง...]
[หมู่บ้านเล็ก ๆ กลางหุบเขาที่ห่างไกลความวุ่นวาย จู่ ๆ ก็ได้ต้อนรับกลุ่มคนที่สวมเสื้อผ้าแปลกประหลาด...]
[คนเหล่านั้นขี่ม้าตัวสูงใหญ่ สวมเสื้อผ้าหรูหราหาที่เปรียบมิได้ ไม่ว่าชายหญิงหรือเด็กคนชราต่างก็ดูสง่างาม และในบรรดาคนเหล่านั้น มีกลุ่มหญิงสาวผู้งดงามที่สวมชุดกระโปรงผ้าไหมอันวิจิตร...]
[พวกเขาแวะพักที่หมู่บ้านเซียนร่วงหล่น ชาวบ้านต่างให้การต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี และเพื่อเป็นการขอบคุณ...]
[หญิงสาวกลุ่มนั้นจึงได้ร่ายรำเพื่อมอบให้แก่หมู่บ้านเซียนร่วงหล่น...]
[หลังจากนั้น... หมู่บ้านเซียนร่วงหล่นได้ผ่านเรื่องราวมากมาย จนในที่สุดก็กลายเป็นสภาพใต้ทะเลสาบอย่างที่พวกคุณเห็นในตอนนี้...]
[ดังนั้น พวกเราจึงพยายามอย่างเต็มที่เพื่อฟื้นฟูและนำเสนอภาพเหตุการณ์ในตอนนั้นให้แก่เหล่านักไขปริศนาทุกท่าน...]
เสียงอันแก่ชรานั้นเงียบลง ก่อนจะค่อย ๆ เลือนหายไปพร้อมกับเสียงขลุ่ยหูเซียวที่ดังแว่วมาลาง ๆ
ท่ามกลางน้ำในทะเลสาบสีฟ้าใสที่อยู่ภายนอก ตรงสุดขอบสายตาทั้งสองฝั่งของกระจก มีแถบผ้าสีส้มและสีฟ้าค่อย ๆ พลิ้วไหวลอยเข้ามา...
นั่นคืออะไรน่ะ?
ทุกคนต่างจ้องมองไปที่นั่น เห็นผ้าไหมเนื้อนุ่มที่พลิ้วไหวอยู่ในน้ำ ยามมันม้วนตัวและคลี่ออก ก็เผยให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ด้านหลัง
“เชี่ย!” โจวพั่วที่อยู่ข้าง ๆ อุทานออกมาด้วยความตกใจพลางขยี้ตา “นี่ก็เป็นภาพมายาด้วยเหรอ?!”
พวกเขารู้ว่าที่ชั้น B2 สามารถมองเห็นภาพมายาการใช้ชีวิตของคนโบราณได้ แต่ตอนนี้ชั้น B1 ก็มองเห็นได้แล้วงั้นเหรอ?!
จู้โส่วค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นจากหลังเลนส์กล้อง จ้องมองภาพตรงหน้าตาไม่กะพริบ
“ไม่... นั่นคือคนจริง ๆ...”
หญิงสาวในท่วงท่าต่าง ๆ สวมชุดกระโปรงยาวเกาะอก คล้องผ้าโปร่งบางเบา ราวกับเทพธิดาเฟยเทียนจุติลงมาบนโลกมนุษย์ พวกเธอค่อย ๆ ร่อนลงบนแท่นหินนอกกระจก แสงแดดที่สาดส่องผ่านระลอกน้ำตกลงบนศีรษะและแผ่นหลังของพวกเธอ ราวกับถูกฉาบไว้ด้วยแสงศักดิ์สิทธิ์!
กริ๊ง~
คล้ายกับมีเสียงกระดิ่งดังขึ้นข้างหู หญิงสาวเหล่านั้นหยุดนิ่งและโพสท่าทางที่แตกต่างกันออกไป
คิ้วและดวงตาหลุบต่ำ ใบหน้าสงบนิ่ง มือหนึ่งชูขึ้นราวกับรองรับแสงตะวัน อีกมือหนึ่งกดลงเบื้องหลังเบา ๆ พร้อมกับยกขาขึ้นในท่าก้าวเหิน ราวกับนกกระเรียนที่ยืนตระหง่านอยู่กลางเวหา
บางคนมีรอยยิ้มประดับใบหน้า มองเฉียงลงด้านล่าง ฝ่ามือประกบกันชูขึ้นเหนือศีรษะ ขาข้างหนึ่งยกขึ้น ปลายเท้าเหยียดตรงชี้ออกไปด้านนอก ดูแปลกตาแต่กลับสง่างามอย่างบอกไม่ถูก
บางคนใบหน้าซ่อนอยู่หลังผ้าโปร่ง ปลายเท้างอเข้า สองมือชูขึ้นสูงในท่าดีดผีผาจากด้านหลัง ทั้งเย้ายวนและเงียบสงบ ราวกับเมฆมงคลก้อนหนึ่ง
นักเต้นผู้งดงามทั้ง 8 คนต่างเกล้าผมมวย ด้านหลังมวยผมยังมีแผ่นกลมประดับอยู่ ซึ่งเป็นกลุ่มหญิงสาวที่สวมเสื้อผ้าแปลกตาและงดงามตามที่เสียงบรรยายบอกไว้จริง ๆ
ตึ่ง~
ในขณะที่ทุกคนยังอยากจะสังเกตพวกเธอให้ชัดเจนกว่านี้ เสียงผีผาก็พลันดังขึ้น!
ตามมาด้วยเสียงขลุ่ยเซียวที่แสนเศร้าสร้อย ท่ามกลางจังหวะผีผาที่เปี่ยมไปด้วยพลัง
พรึ่บ! นักเต้นทั้ง 8 คนเริ่มเคลื่อนไหวพร้อมกัน พวกเธอค่อย ๆ เงยหน้า เชิดคอ เปลี่ยนท่วงท่าไปมา จากนั้นก็ใช้เท้าข้างหนึ่งถีบแท่นหินในน้ำพร้อมกัน แล้วทะยานร่างขึ้นไปด้านบนอย่างรุนแรง!
ราวกับเมฆหลากสีสัน 8 ก้อนที่ล่องลอยกลับคืนสู่สรวงสวรรค์อีกครั้ง!
ซ่า! ศีรษะทั้ง 8 โผล่พ้นผิวน้ำพร้อมกัน พวกเธอหันมาส่งยิ้มให้กันก่อนจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วดำดิ่งลงไปอีกครั้ง
เสียงน้ำเงียบหายไป พร้อมกับเสียงผีผาที่กลับมาบรรเลงอย่างหนักแน่นอีกครั้ง ร่างอันอ้อนแอ้นราวกับนางฟ้าเหล่านั้นกลับคืนสู่ใต้พสุธาวารี
แต่ครั้งนี้! แววตาของพวกเธอเปลี่ยนไปแล้ว!
แม้จะยังคงมีรอยยิ้มบาง ๆ ประดับอยู่ แต่ในแววตานั้นกลับดูเคร่งขรึมและสง่างาม วงแขนที่ร่ายรำก็เปลี่ยนเป็นเปี่ยมไปด้วยพละกำลัง
พวกเธอลอยตัวอยู่ท่ามกลางน้ำในทะเลสาบ ภายใต้ผ้าโปร่งสีส้มเนื้อนุ่ม สองมือร่ายรำอย่างคล่องแคล่ว!
ระบำเทพธิดาลั่วใต้น้ำ มุมปากยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังยิ้ม แต่กลับทำให้นักท่องเที่ยวไม่กล้าจ้องมองตรง ๆ
แม้จะสวมเพียงผ้าเกาะอก เผยให้เห็นผิวพรรณขาวเนียนเป็นบริเวณกว้าง แต่กลับไม่มีใครกล้ามีความคิดลบหลู่แม้แต่น้อย!
ฝูงปลาเหล่านั้นแหวกว่ายอย่างช้า ๆ อยู่ในน้ำเบื้องหลัง บางตัวถึงกับหยุดนิ่งและหันเหทิศทางเล็กน้อย ราวกับกำลังร่วมชื่นชมการแสดงอยู่เช่นกัน
ตึ่ง~ เสียงขลุ่ยและผีผาเริ่มเร่งจังหวะขึ้น เสียงกลองแผ่นที่แหลมเล็กพลันแทรกเข้ามา ทำให้ทุกคนตื่นจากภวังค์
“เชี่ย...” “ฟู่ว!!” “นี่มันระบำอะไรกัน...”
“เทพธิดาลั่ว... เทพจุติ... ฉันรู้สึกเหมือนจะเดาอะไรบางอย่างออกแล้ว...”
“พวกเธอน่ากลัวมาก! นี่มันในทะเลสาบนะ! ทำไมถึงเต้นได้ดูสบายขนาดนี้?”
แม้ว่าตอนนี้พวกเขาจะอยู่ที่ชั้น B1 ซึ่งไม่ลึกเท่าชั้น B2 แต่ที่นี่ก็มีความลึกอย่างน้อย 3 เมตรกว่า ๆ...
พวกเธอทำราวกับเป็นเงือกที่ไม่ต้องหายใจ! แม้จะเคลื่อนไหวอย่างรุนแรง แต่กลับมั่นใจได้ว่าไม่มีฟองอากาศขนาดใหญ่ออกมาทำลายบรรยากาศการแสดงเลย
เป็นไปได้ยังไง! บางคนชะเง้อคอมอง บางคนหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาซูมดู
จู้โส่วเองก็ปรับเลนส์กล้องให้ซูมเข้าไปใกล้ที่สุด เขามองเห็นผิวหนังและขนอ่อนของเหล่านักเต้นที่สั่นไหวตามแรงดันน้ำ เห็นฟองอากาศที่เล็ดลอดออกมาจากมุมปากของพวกเธอ ซึ่งมีขนาดเล็กละเอียดราวกับละอองหมอก
ภายในใจของเขายิ่งทวีความตกตะลึง
การที่ได้เห็นเทคโนโลยีขั้นสูงอันน่ามหัศจรรย์ของภูเขาว่านหยวนจนชินตา ทำให้เขาเกือบจะลืมไปว่า ระบำอันลึกลับและเย้ายวนที่เขาเคยเห็นตอนเข้าสู่หมู่บ้านหมิงเยวี่ยครั้งแรกนั้น ก็ถูกออกแบบมาจากแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้เอง...
ผู้ตอนรับ... จะยังทำได้ถึงระดับไหนกันแน่...
ในขณะที่ทุกคนกำลังสงสัย นักเต้นเหล่านั้นก็เบิกตากว้าง แล้วออกแรงถีบแท่นหินอีกครั้ง พวกเธอต่างกอดเข่าม้วนตัวเป็นก้อนกลมแล้วทะยานขึ้นไปด้านบน!
แถบผ้าพลิ้วไหวราวกับพู่ประดับ ลากยาวอยู่เบื้องหลังกลุ่มก้อนแห่งชีวิตเหล่านั้น โบกสะบัดไปมาในน้ำอย่างอิสระ
และในวินาทีต่อมา เสียงกลองหนัก ๆ ก็ดังขึ้น ‘ก้อนกลม’ ทั้ง 8 ที่ลอยอยู่ในน้ำก็พลันเบ่งบานออกมาอย่างรุนแรง
8 คน 8 ลักษณ์ ท่วงท่าที่ดูผ่อนคลายและเย้ายวน แต่กลับแฝงไปด้วยความเคร่งขรึมและสง่างามอย่างประหลาด ภายใต้แสงอาทิตย์ที่สาดส่องมาจากด้านหลังศีรษะ...
ราวกับมีเทพศักดิ์สิทธิ์บางองค์มาประทับร่างอย่างไรอย่างนั้น...
อึก! เสียงกลืนน้ำลายของใครบางคนดังเกินไปจนทำให้ทุกคนได้สติจากแถบผ้าที่พลิ้วไหวนั้น มองดูเทพธิดาทั้ง 8 ทะยานขึ้นสู่ผิวน้ำและหายลับไป ทิ้งไว้เพียงแถบผ้าเนื้อนุ่มไม่กี่เส้นที่ค่อย ๆ จมลง...
“จบ... จบแล้วเหรอ?” ใครบางคนเอ่ยถามอย่างลังเล จากนั้นก็ได้ยินคนข้าง ๆ ตอบกลับมา
“ดูเหมือนว่า... จะยังไม่จบนะ...”
แล้วยังจะมีอะไรอีก... พรึ่บ! นักท่องเที่ยวที่กำลังสงสัยต่างพากันหรี่ตาลง จ้องมองไปยังชายหนุ่มที่แหวกว่ายผ่านสาหร่ายและฝูงปลามาจากสุดขอบสายตา
“ผู้ตอนรับ!!!” จู้โส่วตะโกนลั่น ทำให้ทุกคนได้สติทันที
ผู้ตอนรับที่มักจะปรากฏตัวตามสถานที่ต่าง ๆ ในชุดที่หลากหลาย แต่กลับไม่มีใครคาดคิดเลยว่า เขาจะปรากฏตัวอยู่ใต้น้ำด้วย!
“บ้าเอ๊ย! เขามาทำอะไรน่ะ?” “มามอบภารกิจใต้น้ำเหรอ?”
“นี่ก็เป็นส่วนหนึ่งในการเล่นสนุกของเขาด้วยเหรอ...” “บ้าจริง ทำไมฉันถึงรู้สึกอยากหัวเราะขึ้นมาล่ะ?”
แต่ในไม่ช้า คนเหล่านั้นก็หัวเราะไม่ออก...
ตัวละครที่พวกเขาคิดว่ามาแค่รับเชิญ ในตอนนี้ร่างกายถูกคลุมไว้ด้วยผ้าโปร่งสีแดงฉาน เขามาหยุดนิ่งอยู่ตรงกึ่งกลางของกระจกบานยักษ์ ยืนเท้าเปล่าอย่างเงียบสงบ มือทำท่าราวกับกำลังดีดสายพิณและประคองดอกบัวไว้อย่างแผ่วเบา
ยิ่งไปกว่านั้น... เขายังไม่ต้องเหยียบแท่นหินเลยด้วยซ้ำ...
หลังจากที่รวบผมขึ้นทั้งหมดแล้ว คิ้วและดวงตาที่ดูเย็นชาของชายหนุ่มก็เผยออกมา เขาหลุบตาลงเล็กน้อย ภายใต้แสงสีทองเขาดูราวกับเทพเจ้า
จู้โส่วกลืนน้ำลายลงคอ ผู้ตอนรับ... คงไม่ได้จะเต้นรำด้วยหรอกนะ?