- หน้าแรก
- สืบทอดกิจการหนี้สามสิบล้าน สู่แหล่งท่องเที่ยวอันดับหนึ่งของโลก
- ติดหนี้สามสิบล้าน 205 คนละที
ติดหนี้สามสิบล้าน 205 คนละที
ติดหนี้สามสิบล้าน 205 คนละที
ติดหนี้สามสิบล้าน 205 คนละที
นี่แบ่งเป็นเวอร์ชันด้วยเหรอ?
“นายลองพูดมาทั้งสองแบบสิ?”
เจินจวินจื่อหัวเราะแหะๆ พลางส่ายหัวไปมา
“ถ้าไปทางสายจิตนิยม พวกเราก็คือผู้ที่พอจะรู้เรื่องวิชาอาคมบ้าง สามารถดึงดูดปราณวิญญาณและพลังงานจากสภาพอากาศมาได้นิดหน่อย เพื่อเอามาทำอะไรบางอย่าง~”
“แต่ถ้าไปทางสายวัตถุนิยมล่ะก็ นั่นก็คือพวกเราอาศัยการจัดวางสิ่งของบางอย่าง เพื่อเชื่อมต่อกับสนามแม่เหล็กและพลังงานจักรวาล ทำการแทรกแซงสนามแม่เหล็กหรือปรากฏการณ์แปลกประหลาดบางอย่างในระดับหนึ่ง...”
...
สวี่จิ้งถึงกับอ้าปากค้าง
นายยังอุตส่าห์อธิบายออกมาได้อีกนะ
เจินจวินจื่อพูดจบ ก็เสริมขึ้นมาอีกประโยค
“แต่เรื่องที่นายจินตนาการเอาไว้น่ะ ฉันทำไม่ได้หรอกนะ แน่นอนว่าฉันเชื่อว่าต้องมีปรมาจารย์สวรรค์ที่ทำได้หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้ที่ไหนสักแห่งแน่ๆ... เพราะงั้น! สหายเต๋า! รีบพาฉันไปเถอะ!”
“เทพปลาคาร์ปนั่นเห็นฉันแล้วยังไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลย นายก็อย่าตีตนไปก่อนไข้เลยน่า!”
ไม่มีปฏิกิริยาอะไรเลยงั้นเหรอ?
สวี่จิ้งแอบกลอกตาบนในใจ
ไม่ใช่ไม่มีปฏิกิริยาอะไร แต่เป็นเพราะตอนที่เขาตั้งค่าหุ่นเชิดรับใช้เทพปลาคาร์ป เขาตั้งค่าตามมุมมองของเทพเจ้าต่างหาก
อีกฝ่ายไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นปีศาจเลยสักนิด เพราะงั้นไม่ใช่ว่าไม่กลัวนาย แต่ไม่ได้เห็นนายอยู่ในสายตาเลยต่างหาก
ล้อเล่นน่า เทพเจ้าจะไปกลัวมนุษย์ปุถุชนได้ยังไง?
เขาลองคิดดู ยังไงตอนนี้ก็ว่างอยู่แล้ว เรื่องงานอะไรพวกนั้นเจียงฉงก็ช่วยจัดการให้หมดแล้ว เขาก็ไม่มีอะไรทำเหมือนกัน
“งั้น... นายตามฉันมาสิ?”
“ไป!”
เจินจวินจื่อรีบรับคำเป็นพัลวัน จากนั้นก็วิ่งฉิวกลับไปที่โรงแรมแล้วหยิบห่อผ้าเล็กๆ ออกมา
“นายหอบหิ้วอะไรมาพะรุงพะรังเนี่ย?”
ทั้งสองคนเดินไปตามทางเดินเล็กๆ บนภูเขา เมื่อไม่มีนักท่องเที่ยวคอยรบกวน ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในตอนนี้จึงเงียบสงบและร่มเย็น บางครั้งก็มีเสียงนกและสัตว์ป่าร้องประสานกัน ช่วยเพิ่มความสุนทรีย์ให้กับการปีนเขาได้ไม่น้อย
ไม่นานก็เดินมาถึงสระปลาคาร์ป
เจินจวินจื่อแหวกเถาวัลย์ที่ห้อยระย้าออก แววตาเป็นประกาย
“สถานที่แห่งนี้... สวยงามจริงๆ...”
ไม่ได้เจอกันพักหนึ่ง เทพปลาคาร์ปแอบหนีไปที่อารามดอกท้อ แล้วไปขอของจากเจ้าอารามมาไม่น้อยเลย
โต๊ะไม้ท้อตัวเล็กๆ วางกระจัดกระจายอยู่บนสนามหญ้า ในที่สุดกาน้ำชาและถ้วยชาก็มีที่วางเสียที... แต่ก็ยังคงถูกคว่ำไว้บนโต๊ะอย่างลวกๆ อยู่ดี
แม้แต่ตั่งนุ่มด้ายทองที่เจ้าอารามใช้นอนพักผ่อน เธอก็ยังยกมาด้วย เอามาวางไว้ในถ้ำหิน ปล่อยให้พู่ประดับห้อยตกลงไปในสระน้ำครึ่งหนึ่ง
ไกลออกไปคือโต๊ะวาดภาพ กระดาษเซวียนจื่อชั้นดีที่ระบบเตรียมไว้ให้อารามดอกท้อโดยเฉพาะ ตอนนี้ถูกปูระเกะระกะอยู่บนนั้น บนกระดาษวาดรูปเต่าและคางคกตัวกลมดิ๊กเอาไว้
อืม
ฝีมือระดับนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นฝีมือของเด็กอายุสามขวบแน่ๆ!
สวี่จิ้งดึงสายตากลับมา มองไปทางเด็กสาวที่เดินเท้าเปล่า ถือพัดกลมปักลายเดินตรงมาหาพวกเขา เขาหันไปแนะนำกับเจินจวินจื่อ
“นี่ก็คือ...”
?
พี่ชายนักพรตที่เมื่อกี้ยังทำท่าทางลับๆ ล่อๆ ตอนนี้กลับยืนตัวตรงแหน่วราวกับต้นสน สวมหมวกอย่างเป็นระเบียบ สีหน้าจริงจังเคร่งขรึม ดูมีสง่าราศีราวกับเซียน
“ใต้เท้าก็คือเทพปลาคาร์ปงั้นหรือ?”
เด็กสาวหรี่ตากลมโตลงเล็กน้อย ไม่ได้กลัวเขาเลยสักนิด เธอชะโงกหน้าเข้าไปมองเจินจวินจื่อใกล้ๆ
“นักพรตเหรอ?”
“มาทำไมล่ะ?”
เจินจวินจื่อขยับปาก จิตใต้สำนึกแทบจะโพล่งประโยคนั้นออกไปว่า: มาปราบเธอ...
“อะแฮ่ม”
เขาไอเบาๆ แล้วพูดสิ่งที่อยู่ในใจออกมาตรงๆ “เธอเป็นคนหรือเปล่า?”
เด็กสาวดูเหมือนจะถูกทำให้ขำ “แน่นอนว่าไม่ใช่สิ~”
“ฮะ! ฉันว่าแล้วเชียว! เธอ...”
“ฉันเป็นเทพเจ้า~”
...เธอเป็นโรคประสาทหรือเปล่าเนี่ย?
เจินจวินจื่อไม่อยากพูดพร่ำทำเพลงอีกแล้ว เขาไม่ได้มาเพื่อยั่วยุให้เกิดสงคราม เขาแค่สงสัยมากเกินไปก็เท่านั้น
ท้ายที่สุดแล้วฟังเรื่องราวตำนานมาก็ตั้งมากมาย บำเพ็ญมาจนถึงตอนนี้ เขายังไม่เคยเห็นปีศาจตัวเป็นๆ เลยสักครั้ง
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงมหาอสูรที่จำแลงกายเป็นมนุษย์ได้เลย
โลกมนุษย์ที่ปราณวิญญาณและพลังงานขาดแคลนขนาดนี้ ยังสามารถบำเพ็ญจนก่อร่างสร้างตัวได้อีกงั้นเหรอ?
นี่ไม่ใช่นิยายแนววิทยายุทธ์ในเมืองยุคปัจจุบัน หรือแนวปราณวิญญาณฟื้นฟูเสียหน่อย!
เขาขยับปากอย่างรวดเร็ว นิ้วมือในแขนเสื้อประสานมุทราอย่างว่องไว จากนั้นก็ป้ายตาตัวเอง แล้วหันไปมองเธออีกครั้ง
เด็กสาวฝั่งตรงข้ามยิ้มแย้มอย่างงดงาม พัดกลมในมือแกว่งไปมาข้างต้นขาอย่างสบายอารมณ์ ไม่ได้มีท่าทีลุกลี้ลุกลนเลยแม้แต่น้อย
เจินจวินจื่อกะพริบตา ใช้เนตรสวรรค์มองเธอ ก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
ไม่เพียงแค่นั้น เขายังมองไม่เห็นอะไรบนตัวคนคนนี้เลย ไม่ว่าจะเป็นปราณอะไร หรือดวงชะตาอะไร ไม่มีอะไรเลยสักอย่าง
เทพปลาคาร์ปบิดตัวไปมา รู้สึกจั๊กจี้เล็กน้อยที่ถูกจ้องมอง จึงเกิดความคิดอยากจะหยอกล้อขึ้นมาบ้าง
“มองเห็นอะไรบ้างไหมล่ะ?”
แววตาของเจินจวินจื่อหรี่ลงเล็กน้อย ท่าทางดูน่าเกรงขาม เขาเอ่ยปากด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“มองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง!”
...
มองไม่เห็นอะไรเลยสักอย่าง แล้วนายจะมาทำเก่งอะไรเนี่ย!
สวี่จิ้งที่อยู่ด้านข้างถอนหายใจออกมาเบาๆ ทำเอาเขาตกใจแทบแย่
เจินจวินจื่อพูดต่อ
“แต่เธอเป็นคนที่แปลกมากนะ การแสดงที่เปลี่ยนแปลงไปมาในงานเฉลิมฉลองบนทะเลสาบนั่น เธอคงจะซ้อมมานานแล้วใช่ไหม? เก่งไม่เบาเลยนี่ เกือบจะหลอกฉันได้แล้วเชียว”
เมื่อไม่พบมหาอสูร เจินจวินจื่อก็รู้สึกหมดสนุก เขาโบกมือไม่อยากจะรบกวนเธออีก เตรียมตัวจะไปจากที่นี่
แต่จู่ๆ เสียงผู้หญิงก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
“ที่นายบอกว่าแปลก... หมายถึงแบบนี้หรือเปล่า?”
สวี่จิ้งเบิกตากว้าง
เจ๊! อย่าหาเรื่องสิ! ปล่อยให้นักพรตน้อยคนนี้เดินจากไปดีๆ ไม่ได้หรือไง?
เด็กสาวด้านหลังเผยรอยยิ้มชั่วร้าย ท่ามกลางสายตาที่จ้องมอง เธอกระโดดลงไปในสระน้ำทันที
ซ่า!
หยดน้ำสาดกระเซ็น แต่ก็ไม่อาจบดบังสิ่งที่อยู่หลังม่านน้ำนั้นได้ เรียวขาขาวเนียนปรากฏเกล็ดขึ้นมา ก่อนจะกลายสภาพเป็นหางปลาสีแดงทองขนาดยักษ์! มันชูร่างของเธอให้ลอยอยู่กลางอากาศแบบนั้นเลย!
“เวรเอ๊ย!!”
ท่านปู่นักพรตร้องลั่นด้วยความตกตะลึง จากนั้นก็ล้วงเอายันต์สีเหลืองปึกใหญ่ออกมาจากกระเป๋าอย่างลุกลี้ลุกลน
โอ๊ย เวรเอ๊ย!
นายคิดจะจัดการพนักงานของฉันหรือไง?
สวี่จิ้งพุ่งเข้าไปคว้ากระดาษยันต์ของเขาไว้แน่น ใบหน้าดุดัน
“นายจะทำอะไร!”
เจินจวินจื่ออยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา “เธอกลายร่างแล้วนะ!”
“แล้วมันทำไมล่ะ?!!”
?
นายลองฟังดูสิว่าที่นายพูดมามันใช่ภาษาคนไหม?
เทพปลาคาร์ปยังคงสุมไฟอยู่ด้านหลัง
“ทำอะไรน่ะ? นายยังคิดจะปล่อยสายฟ้ามาผ่าฉันอีกเหรอ~”
ให้ตายสิ!
นี่มันท้าทายกันชัดๆ!
ไม่สนว่าจะสู้ได้หรือไม่ได้ ท่านปู่นักพรตต้องขอรวบรวมความกล้าลองดูสักตั้ง!
เขาดึงกระดาษยันต์ที่วาดลวดลายยุ่งเหยิงออกมาหนึ่งแผ่น ปากพึมพำท่องคาถาอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นก็เบิกตากว้าง แล้วสะบัดมือยื่นออกไป!
“เทพอัสนีเจ้าแม่สายฟ้า จงเร่งประทานอิทธิฤทธิ์ ทำตามคำสาปแช่งของข้า จี๋จี๋หรูลวี่ลิ่ง!”
จี่ จี่ จี่...
สวี่จิ้งพยักหน้า วางใจลงได้ในที่สุด
เจ้าหมอนี่มีฝีมืออยู่บ้างจริงๆ ด้วย!
แต่ก็ไม่มากเท่าไหร่...
อากาศเกิดการสั่นไหวเล็กน้อยจริงๆ ความรู้สึกชาหนึบจางๆ ส่งผ่านมาจากขนอ่อนบนใบหน้าของเขา
นอกเหนือจากนั้น
ก็เหลือเพียงสามคนที่กำลังจ้องตากันปริบๆ
“ดี!”
เจินจวินจื่อปรบมือให้ตัวเอง หัวเราะร่า พลางลูบเคราที่มีอยู่เพียงไม่กี่เส้นของตัวเอง แล้วก้าวถอยหลังไป
“เมื่อวานเล่นเกมดึกไปหน่อย นักพรตผู้น้อยพักผ่อนไม่เพียงพอ! ไว้คราวหน้าพวกเราค่อยพบกันใหม่นะ!”
เทพปลาคาร์ปยิ้มจนตาหยี
พบกันใหม่บ้าบออะไรล่ะ
เธอสะบัดหางปลา กลายร่างเป็นขาสองข้างลงมายืนบนพื้น พุ่งเข้าไปขวางหน้าเจินจวินจื่ออย่างรวดเร็ว จนถูกเขาชนล้มลงไปกองกับพื้น
“โอ๊ะ~ ฉันบาดเจ็บซะแล้ว~”
เธอเอามือปิดปาก หัวเราะแหะๆ ออกมาหนึ่งที จากนั้นก็เงยหน้าขึ้นมองเจินจวินจื่อที่กำลังอ้าปากค้าง
“ในเมื่อนายเรียกสายฟ้าออกมาไม่ได้ งั้นฉันจะเรียกออกมาเองแล้วนะ~”
ริมฝีปากสีชมพูของเด็กสาวขยับเล็กน้อย ระบบในหัวของสวี่จิ้งก็ส่งเสียงดังลั่น
“จี๋จี๋หรูลวี่ลิ่ง~~”
เปรี้ยง!!
สายฟ้าสีม่วงขาวสายหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ ทะลวงผ่านชั้นต้นไม้ที่บดบัง ผ่าลงมาตรงหน้า... ปลายเท้าของเจินจวินจื่ออย่างจัง
เจินจวินจื่อ: !!!∑(°Д°ノ)ノ
เธออย่าเข้ามานะ!!!
สวี่จิ้งตบหน้าผากตัวเอง มองดูการแจ้งเตือนในหัวที่บอกว่า [...ถูกโจมตี เริ่มการลงทัณฑ์?] ด้วยสายตาเหม่อลอย
คราวนี้คงอธิบายไม่ถูกจริงๆ แล้วล่ะ...
เจินจวินจื่อยืนขาเดียว ค่อยๆ หันกลับมา เผยรอยยิ้มมาตรฐานที่เห็นฟัน 16 ซี่
“คนกันเอง! ไว้ชีวิตด้วย!!!”